ข่าวนี้แฟนบอยคงไล่ฆ่าจ่ากบ แต่ความจริงคือความจริงครับ
ดูภาพก่อนนะครับ

ในภาพคือ BOX ที่ขายพร้อมกับ ฮารูฮิ vol. 5.142857 ที่ขายในราคา 1,980เยนเท่านั้น (720บาท) ถูกโคตรๆ (ถ้าเทียบกับปกติที่ขายแผ่นละ 5000 กว่าเยน)
ร้านโยโดบาชิ AKIBA เนี่ยโคตรทำร้ายจิตใจแฟนบอยเลยครับ ผมเคยไปเดินมาหลายรอบ ทุกรอบจะได้ DVD ในราคาถูกแสนถูก เคยได้ School Rumble ปี 2 vol.1 ในราคา 500 เยน มาแล้ว เหอๆๆๆๆๆ ถ้าเจอราคานี้ เป็นผม, ผมก็สอยครับพี่น้่อง ใครอยู่โตเกียวรีบไปสอยเด้อ เอามาฝากจ่ากบซักแผ่นก็ดีนะ เหอๆ
ในตอนนี้ ฮารูฮิฉบับภาพยนตร์ 涼宮ハルヒの消失 / The Vanishment of Suzumiya Haruhi ก็น่าจะได้เวลาที่จะเตรียมตัวจองตั๋วล่วงหน้ากันแล้วนะครับ (เริ่มเปิดจองตั้งแต่ 21 พ.ย. 2009) ดังนั้นรายละเอียดทั่วๆไปอย่าง ทีมงานหรือทีมพากย์ก็เปิดเผยกันแล้ว และที่สำคัญเรื่องความยาวของเรื่องนี้น่ะครับ
โดยข้อมูลที่ออกมาคือ
■上映形態
2010年/日本/約150分予定/ビスタサイズ/SRD・ドルビーSR予定
ฉายปี 2010 / ภาษาญี่ปุ่น (แหงล่ะ คงไม่พากย์ไทยหรอก) / ความยาว 150 นาที ( 2 ช.ม. ครึ่ง) / จอภาพเป็น Vista Size (16:9) (ไม่ได้เป็นแบบ Anamorphic Wide Screen หรือสัดส่วนของภาพ 2.39:1 แบบหนังฮอลลีวู้ด) / ระบบเสียงเป็น SRD ดอลบี้เซอร์ราวด์
ส่วนนี้เป็นตั๋วแบบหนึ่งที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นถึงจะมีในครอบครอง เพราะหากไปซื้อหน้าโรงจะเป็นตั๋วแบบปรินต์ เหมือนโรงหนังบ้านเราครับ

โดยบนตั๋วระบุว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรต R16 (ต้องอายุ 16 จึงจะดูได้) น่าจะเพราะมีฉากต่้อสู้ที่รุนแรงด้วย โดยจะฉายเฉพาะในโรง Digital Cinema จึงจำกัดโีรงฉายมาก ส่วนราคาตั๋ว 1500 เยน ถือเป็นราคาปกติ แต่เห็นว่าถ้าซื้อหน้าโรงจะราคา 1800 เยนนะครับ โดยจะฉายจนถึงวันที่ 1 พ.ค. 2010 เท่านั้น
โดยหากเป็นคนในโตเกียวจะฉายตามโรงนี้ครับ
○東京 シネマサンシャイン池袋 (ซีเนม่าซันไชน์ อิเคะบุคุโระ)
○東京 新宿バルト9 (ชินจุกุ WALD 9)
○東京 ユナイテッド・シネマ豊洲 (ยูไนเต็ด ซีเนม่า โทโยสึ)
○東京 立川シネマシティ (ทาจิคาวะ Cineme City)
ซึ่งแต่ละโรงเป็น Digital Cinema Multiplex หรูๆ หุุๆ ชินจูกุ WALD 9 ถ้าจ่ากบมีวาสนาคงไปดูที๋โรงนี้แน่นอนครับ
เฮ่อ บ้านเราจะได้ฉายมั้ยนะ
แม้จะทำให้ชื่อเสียมามากแค่ไหน แต่ดูเหมือนทางผู้สร้างจะไม่ย่อท้อ พยายามเข็นหนังโรงออกมาให้ไวที่สุด โดยทำการหลีกเลี่ยงเดือนธันวาคม ที่มีหนังระดับแม่เหล็กอย่าง ONE PIECE MOVIE 10, RIDER x RIDER , ULTRA GALAXY LEGEND และยังหลีกเลี่ยงเดือนมกราคมไปอีกนิด ด้วยการไปเริ่มฉายในกุมภาพันธ์ ที่มีอากาศเย็นที่สุดของปีแทน โดยจะเข้าโรงฉายในวันเสาร์ที่ 6 ก.พ. 2010 โน่น

อืม ถ้าปีหน้าได้ไปทำงานที่โตเกียวในเดือนมีนาคม น่าจะพอได้ดูกับเขาบ้างล่ะนะ เฮ่อ คนไทยต้องอดทน รอแผ่นออกกันต่อไปเด้อ