ROBOT-Sci-Fi



เพิ่งได้ดูจบไปครับ สำหรับ Macross Frontier ภาคหนังโรง The false songstress ซึ่งออกฉายไปตั้งแต่ พ.ย. 2009 แต่กว่าคนต่างประเทศอย่างเรา จะได้ดูกันก็ต้องรอ BD/DVD วางขายเสียก่อน ซึ่งเพิ่งจะวางขายไปเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2010 นี้นี่เอง ดูเสร็จก็เลยหาเวลาเขียนซักหน่อยครับผม

สำหรับคนที่เป็นแฟนของมาครอสอยู่แล้ว คิืดว่าคงไม่ต้องย้อนความกันนาน แต่สำหรับผู้อ่านทั่วๆไป คงต้องย้อนความกันซักนิดครับ

มาครอส ฟรอนเทียร์ ฉบับTV ทำการออกอากาศไป 25 ตอน ตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งเป็นภาคล่าสุดของตระกูลมาครอสซึ่งห่างหายไปนาน..ราวกับ 10 ปีจะทำซักซีรี่ส์นึงอย่างไรอย่างนั้น โดยเนื้อหาหลักๆ จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในกองยาน "มาครอส ฟรอนเทียร์" ซึ่งทำการอพยพแบบใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ โดยเดินทางจากโลกมาหลายปีแล้ว และต้องเผชิญหน้ากับ "วาชูร่า" สิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มีความสามารถในการทำลายล้างสูง แต่ในยามที่สงบสุขเหล่าผู้คนในฟรอนเทียร์จะเพลินเพลินกับเสียงเพลงจาก "เชริล โนม" ซูเปอร์สตาร์คนล่าสุึด ซึ่งมาจากกองยาน "มาครอส กาแล็กซี" ซึ่งเดินทางร่วมเส้นทางเดียวกัน อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า วาชูร่า จะมีเป้าหมายในการบุกมาที่ฟรอนเทียร์เพราะเด็กสาวร่างเล็กผู้อยากเป็นนักร้อง "รังกะ ลี" และยังจับผลัดจับผลูเอา"ซาโอโตเมะ อารุโตะ" หนุ่มหน้าสวยทายาทละครคาบุกิอวกาศมาร่วมวงต่อสู้กับวาชูร่าด้วย ซึ่งแกนหลักของภาคนี้คือ "เพลง" , "รักสามเศร้า" และ "การต่อสู้กับปรีิศนาแห่งอวกาศ" ซึ่งเป็นธีมมาตรฐานของ "มาครอส" ครับ

มาครอสฟรอนเทียร์ประสบความสำเร็จในด้านจำนวนผู้ชม และยอดขายแผ่น BD ซึ่งเป็นซีรี่ส์อนิเมชั่นเรื่องแรกๆ ที่กล้าปรับปรุงการแสดงผลของ BD ให้มีความละเอียดมากกว่าครั้งฉายทางTV ทำให้เสียงตอบรับในด้านยอดขายดีสุดๆ จนไม่น่าแปลกใจถ้าฟรอนเทียร์จะมีภาคหนังโรง

ภาคหนังโรง คือ เอาTVมาเล่าใหม่เท่านั้นหรือ? คำตอบ คือ ไม่ใช่

เป็นคำถามที่อยู่ในหัวผมมานาน เพราะจะว่า มาครอส F เป็นภาคที่ตอนฉาย TV ก็มีการปิดเนื้อหาที่ค่อนข้างลงตัวอยู่แล้ว และหลายต่อหลายเรื่อง เมื่อทำฉบับภาพยนตร์ก็มักจะเป็นการสรุปเนื้อหาของTV หรือย่นย่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องการเปลี่ยนเนื้อเรื่องนั่นเอง แต่ทว่า มาครอส ฟรอนเทียร์กลับฉีกกฎน่าเบื่อพวกนั้น และ ทำการ "ปูพื้นเนื้อหาใหม่ทั้งหมด" แม้เรื่องราวการต่อสู้ระหว่าง "มนุษย์" และ "วาชูร่า" จะยังคงเดิม แต่ความสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆของตัวละครถูกปรับใหม่ นิสัยตัวละครสำคัญของเรื่องอย่าง "เชริล" ก็มีการปรับให้น่าหมั้นไส้น้อยลง และรู้สึกได้เลยว่า "เชริลนี่เป็นนางเอกสินะ" ซึ่งความสัมพันธ์แบบสามเส้าของ เชริล-อารุโตะ-รังกะ ในภาค TV โดนทอนลงพอสมควร ซึ่งสำหรับผู้ชมสายเชริลอย่างผม รู้สึกได้เลยว่า "ใครจะกล้าทิ้งเชริลได้" กับอีกความเห็นคือ "เหนื่อยหน่อยนะ,รังกะั" เกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะในฉบับตีความใหม่ "ความเป็นห่วงเป็นใยที่อารุโตะมีต่อเชริล" นั้นชัดเจนกว่าในTV เยอะ เรียกได้ว่า "ถูกใจสาวกสายเชริลเป็นที่สุด"

เดินเนื้อหาใหม่อย่างกล้าหาญ

สำหรับหนังโรงภาคนี้นั้น เมื่อมีการปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ของตัวละครแล้ว ก็มีการเดินเนื้อหาใหม่อย่างชัดเจน จนรู้สึกได้เลยว่า "กำลังดูหนังภาคใหม่ของมาครอสอยู่" จากที่ฉบับTV มีบางจุดที่เยิ่นเย้อก็โดนปรับให้กระชับ จนกลายเป็น "อนิเมทางบวก" มากกว่าฉบับTV กล่าวคือใน TV มักจะไปเน้นด้านการเมืองกับปริศนาและเป้าหมายของคนบางกลุ่มมากเสียจน "แก่นของเรื่อง" โดนบดบัง แต่ในฉบับหนังโรง อะไรที่เยิ่นเย้อและน่าเบื่อ จะโดนตัดไปหมด และเพิ่มฉากที่ดูแล้วสบายตา สนุกสนานเข้าไปเกิน 70 นาทีเลยทีเดียว ซึ่งยาวนานต่อเนื่องจนแทบจะลืมไปว่า "เราดูอนิเมโรบ็อตอยู่นะ" เลยล่ะครับ ถ้าเทียบกับอนิเมที่มีเนื้อหาแนวๆนี้ อย่าง กุเร็นลากันน์ ฉบับหนังโรงที่มีการเปลี่ยนเนื่อเรื่องบางส่วนเพื่อให้กระชับและอลังการแล้วล่ะก็ Macross Frontier Movie แทบจะเป็นเรื่องใหม่ไปเลย ชนิดที่ว่า "ไม่ต้องดูTVมาก่อนก็ดูได้รู้เรื่อง" และต้องบอกเลยว่า "อย่าไปเทียบกับฉบับTV" เพราะมันไม่ใช่ภาคต่อ มันเป็นการ Reboot

คุณภาพของภาพ

บอกกันตามตรงตอนที่ Macross Frontier ฉบับTVฉาย ผมไม่ค่อยถูกใจกับการวาดตัวละครมากนัก เพราะวาดหน้าเบี้ยวๆ ไม่ค่อยโดนใจ แต่ฉบับหนังโรงนั้น ผมกล้าฟันธงว่า "วาดใหม่เกือบทั้งหมด" ครับ หน้าตาตัวละครสวยงามเหมือนภาพออกแบบมากๆ โดยเฉพาะ 3 ตัวเอกที่หน้าตาดีทุกช็อตนั้น ทำให้รับชมภาคหนังโรงนั้นเพลินเพลินมากๆครับ สมแล้วที่มีผู้ชมแห่แหนกันไปดูกันหลายรอบ ซึ่งผมเองก็เกือบจะไม่ดูแล้ว เพราะมัวแต่ไปนึกว่า "เอาTVมาย่อล่ะมั้ง?" อยู่ตลอด โชคยังดีที่หาเวลาดูํได้และต้องรีบชักชวนเพื่อนๆ มาร่วมดูกันบ้างครับ

คะแนนจากจ่ากบ
ความสนุก 10/10
เนื้อหา 9/10
ความพึงพอใจ 9.5/10
สรุป ---- ทุกคนควรได้ดูครับ ไม่ต้องเป็นแฟนมาครอสก็ดูได้สนุกครับ


โอกาสเข้าไทย ?

มาครอส ฟรอนเทียร์ เป็นภาคที่มีหลายๆ บริษัทในไทยจ้องจะซื้ออยู่ แต่เนื่้องจากปัญหาด้านลิขสิทธิ์ที่ไปพัวพันถึงอเมริกา ทำให้มาครอส ฟรอนเทียร์ยังไม่เกิดในต่างประเทศเลย แต่ถ้าวันหนึ่งปัญหาถูกเคลียร์ไปได้ ผมว่า "ยังไงเราก็ได้ดู" เพียงแต่ใครจะคว้าได้ก่อนเท่านั้นล่ะครับ




ภาค 2 จะเ้ริ่มฉายในญี่ปุ่นวันที่ 26 ก.พ. 2011 ถ้าจ่ากบได้ไปทำงานช่วงมีนาคม 2011 อีก ก็น่าจะได้ดูกับเขาบ้าง ไม่ต้องรอให้ลงแผ่น

SRWOG the inspecter review

posted on 02 Oct 2010 17:47 by overtime in All-Reviews, Anime-Comic, ROBOT-Sci-Fi
และนี่เป็นเรื่องที่ 2 ที่ผมขอทำ Review ต่อ นั่นคือ


Super Robot Wars OG : The inspectors ซึ่งเป็นอนิเมที่คอเกมซีรี่ส์ SRW รอกันมาพอสมควร (หรืิอไม่เคยรอก็มิอาจทราบได้) แต่ที่แน่ๆ คือ อนิเมภาคนี้เปลี่ยนทีมงานและภาพสวยงามกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก ส่วนเนื้อหานั้นสร้างจากเกม SRWOG2



ตอนที่ 1
ซึ่งเริ่มเรื่องด้วยการที่ เอคเซล อัลมาร์ ผู้ขับโซลเกน กำลังจะใช้่เครื่องเดินทางข้ามมิติ แต่กลับถูกชายที่เรียกว่า "เบโอวูล์ฟ" ผู้ขับหุ่นยนต์ที่หน้าตาคล้ายๆกับ อัลท์ไอเซ่น เพียงแต่มันเป็นสีน้ำเงิน (ซึ่งตอนแรกดูเหมือนว่า เบโอวูล์ฟจะสามารถ SRX ได้ด้วยตัวคนเดียวอีกต่างหาก!!) เข้าขัดขวาง


หุ่น EG-X SOULGAIN

"BEOWOLF"


แต่สุดท้ายเอคเซลก็สามารถใช้เครื่องได้ เรื่องตัดมาที่โลกในปีศักราชใหม่ที่ 187 หลังจากจบดีไวน์วอร์ส (อนิเมภาคแรก) ครึ่งปี กองทัพโลก กับ DC ยังรบกันไม่จบ เรื่องราวถูกเน้นไปที่ ATX TEAM ซึ่งเป็นสุดยอดทีมจู่โจมของกองทัพโลก ซึ่งนำโดย นัมบุ เคียวสึเกะ , เอ็คเซเลน บราวนิ่ง และ บรูคลิน ลัคฟิลด์

PTX-003C ALTEISEN (อัลท์ไอเซ่น) ขับโดย นัมบุ เคียวสึเกะ

PTX-007-03C WEISSRITTER (ไวส์สริตเตอร์) ขับโดย เอ็คเซเลน บราวนิ่ง

เข้าต่อกรกับทัพDC ที่เหลืออยู่ แต่จู่ๆ การรบก็โดนขัดขวางโดยหุ่นยนต์ลึกลับ 2 ตัว!! พวกเขาคือใครกันแน่?

?


SMSC ANGELG ?

เรื่่องราวตอนที่ 1 ก็มีเท่าที่ว่าล่ะครับ ที่เหลือเป็นซีนโชว์ความเทพของเหล่าตัวเอกในเรื่องนี้เขา จะว่าไป ก็เป็นเนื้อหาในเกมช่วง 2-3 ฉากแรกล่ะนะ? ผมกำลังคิดว่าสงสัยต้องไปค้นเกมPS2 มาเล่นประกบไปด้วยแล้วมั้ง?

สำหรับคนที่ไม่ใช่คอเกม ผมก็คิดว่าน่าจะสนุกตามได้นะครับ เพราะฉบับอนิเมเดินเรื่องได้แบบไม่ต้องพึ่งเกมเลย มันมากๆ ก็ไปลองหาดูกันนะครับ อ้อ ก่อนจากก็ขอเอาเพลง ED มาฝากด้วย โหยสาวๆ เรื่้องนี้พอมาวาดโดยทีมนี้ โมเอะ+Sexy ขึ้นจมหูเลย ภาคที่แล้ว เห็นแล้วเซ็งมากกกกกก (ภาคแรกรู้สึกว่า จะมีฉบับภาษาไทยแล้ว by DEX)



ส่วนตัวคงดูตอนต่อๆไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน ว่าจะสนุกจนจบ หรือน่าเบื่อแบบภาคแรก

ตัวอย่าง SRWOG ภาค The inspecter

posted on 29 Aug 2010 22:46 by overtime in ROBOT-Sci-Fi
ไหนๆก็จะฉายละ ทางต้นสังกัดเลยปล่อย PV (Promote Video) ของภาค TI ออกมา ซึ่งคุณภาพของอนิเมชั่นคนละเรื่องกับสมัยภาค Devided Wars เลย ก็มาดูกันครับ ว่าจะเจ๋งแต่ตัวโปรโมทหรือจะเจ๋งทั้งภาค


เริ่มฉาย 3 ตุลาคม 2010 นี้ครับ