GUNDAM 00P : File No.01 Gundam Astraea
posted on 18 Nov 2007 18:40 by overtime in GUNDAM-00, Novel
ผู้ที่ไม่ทราบอาจสงสัยว่านี่คืออะไร? นี่คือ ฉบับนิยายของ Gundam 00 ซึ่งลงต่อเนื่องใน Dengeki Hobby โดยตอนที่ 1 นี้ ผมได้ฉบับแปลมาจกา Zeonics เลยเอามาแปลไทยให้อ่านกันครับ จะลงได้นานแค่ไหน ต้องแล้วแต่ทางโน้นเขาแปลนะครับ อ้อ อีกอย่างที่ต้องแจ้งให้ทราบ คือ ฉบับแปลของเขาอ่านแล้วไม่ค่อยเคลียร์ และ ผมก็หาต้นฉบับญี่ปุ่นไม่ได้ ถ้ามีผิดพลาดตรงไหน ต้องขออภัยล่วงหน้านะครับ
ตัวละครที่ออกมาในตอนนี้
GUNDAM MEISTER
|
รุยโด้ เรโซแนนซ์ |
ชาล อาคูสติก้า | มาเลเน่ แบร์ดี้ |
Mobile Suit Gundam 00 P
File No.01 Gundam Astraea
อีโอเลีย เชนเบิร์ก คือ นักวิทยาศตร์อัจฉริยะที่ล่วงลับไปกว่า 200 ปี มาแล้ว ผลงานอันโดดเด่นของเขาก็คือ ทฤษฎีพื้นฐานของ
ระบบรับพลังงานแสงอาทิตย์ จากลิฟท์วงโคจร และ ยังรวมไปถึงการเป็นผู้ริ่เริ่มการสร้างเครื่องจักรรูปร่างคล้ายมนุษย์
ที่เรียกว่า โมบิลสูท อีกด้วย นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง กองทัพเอกชน นาม Celestial Being (เซเลสเชี่ยล บีอิ้ง=
ผู้ที่มาจากสวรรค์) ซึ่งเป็นองค์กรที่ จะชำระล้างภาวะการสงครามด้วยการทำลายอาวุธทิ้งด้วยอาวุธ(ของเขา) แต่ผู้คนในยุคสมัยนี้ยังไม่มีใครทราบเจตนารมณ์ข้อนี้ของเขา เพราะตอนนี้คือปี ค.ศ. 2292
15 ปีก่อนที่เซเลสเชี่ยล บีอิ้งในอนาคตจะประกาศต่อโลก ซึ่งกลายเป็นเหมือนพายุลูกใหญ่ที่กระหน่ำโลกในภายภาคหน้า
--------------------------
"เด็กคนนี้ คือ ชาล อาคูสติก้า สินะ?" รุยโด้ถามตัวเอง
เด็กสาวผู้มีดวงตากลมโตน่าหลงไหลคนนั้นยืนอยู่เบื้องหน้ารุยโด้ เธอคนที่ว่าดูเหมือนกำลังกังวลใจอะไรอยู่
"ก็เป็นธรรมดาล่ะนะ"
เธอคนนั้นเข้าเป็นสมาชิกขององค์กรลับด้วยวัยเพียง 16 ปี ตามข้อมูลที่รุยโด้รู้มา เธอมีประวัติชนะการประกวดเครื่อง
พาวเวอร์โหลดเดอร์ (เครื่องจักรที่มีคนขับเป็นแกนกลาง เป็นเครื่องจักรรูปร่างมนุษย์ขนาดเล็ก สูงราวๆ 2.5 เมตร)
ในระดับสุดยอดตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ ซึ่งนั่นเข้าตา "Veda"คอมพิวเตอร์นักวิเคราะห์ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล
ขององค์กรCBเข้าอย่างจัง
"ขอต้อนรับสู่เซเลสเชี่ยล บีอิ้ง" รุยโด้เอ่ยพร้อมกับยื่นมือออกไปอย่างช้าๆ ให้ชาลจับ อย่างสุภาพ
"ขอบคุณค่ะ" ชาลตอบรับ และจับมือรุยโด้อย่างไม่รีบร้อน และเชคแฮนด์เขากลับ
<เด็กคนนี้ใช้ได้นี่> รุยโด้แน่ใจยิ่งขึ้น เพราะVeda คงไม่คัดตัวเธอเข้ามา เพราะเรื่องความสามารถทาง
เทคโนโลยี่อย่างเดียวแน่ ดังนั้นเธอคนนี้ต้องมีอะไรดีอย่างอื่นด้วยแน่
"ฉันชื่อ รุยโด้ เรโซแนนซ์ เป็นกันดั้ม ไมสเตอร์ของเซเลสเชี่ยล บีอิ้ง"
"กันดั้ม...ไมสเตอร์ เหรอ?"
"ใช่ และต่อจากนี้ไป เธอเองก็จะมาเป็นกันดั้ม ไมสเตอร์คนหนึ่งเช่นกัน"
"ค่ะ"
นั่นเป็นครั้งแรกที่ชาลเผยรอยยิ้ม
--------------------------
กรุงเทพ , สเปสโคโลนี่ ที่ลอยอยู่ในจุดแร็กแรนซ์ 3 (L3) , เซเลสเชี่ยล บีอิ้งสร้างโคโลนี่แห่งนี้ขึ้นเพื่อใช้พัฒนากันดั้ม
ซึ่งชื่อของที่นี่หยิบยืมมาจากประเทศไทย อันหมายถึง "นครแห่งเทวดา" โคโลนี่แห่งนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 กิโลเมตร และ
ยาวราว 500 เมตร ซึ่งบริเวณที่อยู่อาศัยนั้นอยู่ใจกลางของสิ่งก่อสร้างทรงกระบอกแห่งนี้ และตรงส่วนปลายของโคโลนี่ มีกระจกขนาดยักษ์รูปทรงคล้ายร่มติดอยู่ด้วย แม้จะเป็นเพียงโคโลนี่สำหรับพักอาศัยขนาดเล็กก็ตาม แต่ขนาดของมันก็ใหญ่พอ
ที่จะเป็นเหมือนสะพานเชื่อมสู่จักรวาลในสมัยที่การพัฒนาทางอวกาศยังไม่เจริญเหมือนในเวลานี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันคับแคบ
เกินกว่าจะใช้ทำการพัฒนากันดั้มกันภายในได้ แต่ทว่าที่แห่งนี้ โคโลนี่กรุงเทพที่จุด L3 แห่งนี้ เป็นโคโลนี่ที่อยู่ห่างจาก
ดวงจันทร์มากที่สุด ดังนั้นจึงไม่มีโคโลนี่อื่นๆรายล้อม ที่นี่จึงมีอาณาเขตกว้างกว่าที่คิด
หลังจากลิฟท์วงโคจรเสร็จสมบูรณ์ การสำรวจอวกาศก็จะพัฒนาไปอย่างเต็มตัว
สถานการณ์บนโลกเองก็ก้าวสู่ขั้นต่อไปอย่างรวดเร็ว
ลิฟท์วงโคจร...
มันไม่เพียงแต่ทำให้การพัฒนาทางอวกาศง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ความฝันที่จะนำพลังงานแสงอาทิตย์อันเป็นพลังงานถาวร
มาใช้ก็ถูกทำให้เป็นจริงขึ้นมาด้วย แต่เจ้าลิฟท์วงโคจร และ ระบบพลังงานในฝันนี้ก็กลับทำให้เกิดความขัดแย้งแบบใหม่
ขึ้นมาอีกจนได้ ระบบในฝันนี้ถ่างช่องว่างระหว่างผู้ที่หาพลังงานมาใช้ได้กับผู้ที่ไม่อาจใช้มันได้ ให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ เพราะการก่อสร้างลิฟท์วงโคจรนั้น เหมือนจะมีผู้ถือกรรมสิทธิ์เพียง 3 องค์กร คือ ยูเนี่ยน , กลุ่มปฏิรูปมนุษย์ และ
AEU เท่านั้น กลุ่มประเทศทั้ง 3 ต่างก็ยิ่งรวมตัวกัน และ ยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะที่เศรษฐกิจของนานาประเทศในตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะวิกฤตอันเนื่องจากอภิสิทธิ์ทางด้านเศรษฐกิจของ
เจ้าของแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมัน) ได้หมดบทบาทไปพร้อมกับเชื้อเพลงที่ถูกนำมาใช้จนหมดเกลี้ยงไปเมื่อนานมาแล้ว
และแล้วความขัดแย้ง ก็ก่อตัวขึ้นมนุษยชาติยังคงรบรากับเผ่าพันธุ์ของตัวเองเฉกเช่น ครั้งอดีตอันห่างไกล
และนั่นจึงทำให้อีโอเลียไม่มีทางเลือก นอกเสียจาก ริเริ่มแผนการของเซเลสเชี่ยล บีอี้ง และการพัฒนากันดั้มเอง
ก็ต้องพัฒนาให้สมบูรณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด
กันดั้ม ไมสเตอร์-รุยโด้ เรโซแนนซ์ นั้นเห็นพ้องกับความคิดของอีโอเลีย จึงตอบรับการเรียกตัวของVeda
และเลือกที่จะเป็นกันดั้ม ไมสเตอร์ เพื่อชำระล้างภาวะสงครามให้สิ้นไป
--------------------------
"นี่คือ กันดั้มรุ่นที่ 2 , เครื่องหมายเลข 1 GNY-001 แอสเทรอา"
รุยโด้ พาชาล ไปเอเรียโรงงานของกรุงเทพ เป็นที่แรก เขาอยากจะอวดกันดั้มให้เธอเห็นเป็นสิ่งแรก ซึ่งเธอคนนั้นเอง
ก็แสดงถึงความกล้าและความตื่นตัวเมื่อได้เห็นกันดั้ม เฉกเช่นเดียวกับตัวเขาเอง

"นี่คือ..กันดั้มเหรอคะ?"
แม้รุยโด้จะยังไม่ได้อธิบายอะไร แต่สิ่งแรกที่ชาลประทับใจก็คือ โมบิลสูทสีขาวตัวใหญ่ยักษ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนั่นเอง
มันแตกต่างจากโมบิลสูทที่ดูเหมือนรถสปอร์ตของ ยูเนี่ยน และ AEU แต่ก็ดูไม่เทอะทะแบบโมบิลสูทของ
กลุ่มปฎิรูปมนุษย์ และสิ่งที่รุยโด้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างอันใหญ่หลวงยิ่งกว่าก็คือ ยูนิตทรงกลมที่อยู่ตรงกลางลำตัว
ซึ่งภายในบรรจุ GN ไดร์ฟ ซึ่งเหมือนเป็นสิ่งบ่งบอกว่า โมบิลสูทตัวนี้คือ กันดั้ม นั่นเอง
"แอสเทรอา" ชาลลองเรียกชื่อของมัน ชื่อของเครื่องจักรลึกลับเครื่องนี้ ไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่นใดๆ แม้แต่น้อย
"แต่ก็เหมาะดีไม่ใช่เหรอ? เพราะมันเป็นชื่อที่ตั้งตามเทพธิดาแห่งความยุติธรรม เธอน่าจะเคยเห็นนะ
ผู้หญิงที่มือขวาถือดาบ และถือโล่ด้วยมือซ้าย คนที่อยู่บนไพ่ "Justice" ในชุดไพ่ทาโรต์ไงล่ะ"
ชาลพยักหน้าเงียบๆ เธอไม่อาจละสายตาจากแอสเทรอาได้ รุยโด้พึมพัมเบาๆ "ไม่เลว" และเล่าเรื่องที่ค้างอยู่ต่อ
"แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่า ใครเป็นคนเลือกชื่อของคนบนไพ่ทาโรต์ให้เป็นชื่อของกันดั้มรุ่นที่ 2 น่ะ"
ชาลหันควับและเดินปรี่มาจ้องหน้ารุยโด้ ดวงตาและริมฝีปากของเธอเบิกกว้างอย่างไม่น่าเชื่อ
"เหลือเชื่อเลย มีกันดั้มตั้ง 22 เครื่องเลยเหรอคะ?"
"หา?" รุยโด้งงกับเรื่องที่ชาลพูดไม่หาย
"ก็ไพ่ทาโรต์มี 22 ใบไม่ใช่เหรอคะ..."
รุยโด้ห้ามเสียงหัวเราะของตัวเองไม่อยู่ และทำให้ชาลถึงกับหน้าแดงด้วยความอาย
กันดั้ม 22 เครื่องเพื่อให้เท่ากับจำนวนไพ่ทาโรต์เนี่ยนะ คิดไปได้ยังไงเนี่ย ถ้าแค่มองดูตามอดุมการณ์ขององค์กรแล้ว
การสร้างกันดั้มเยอะขนาดนั้นอาจจะดูจำเป็น แต่จริงๆแล้ว การประกาศอุดมการณ์น่ะ ไม่ได้จำเป็นต้องสร้างเยอะ
ขนาดนั้นหรอก
"ไม่หรอก สำหรับกันดั้มรุ่นที่ 2 น่ะตั้งใจไว้ว่าจะมี 10 เครื่อง แต่คงมีแค่ 5 เครื่องเท่านั้นแหละที่จะติดตั้ง GN ไดร์ฟ "
"เหรอคะ?"
"ฉันเองก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะสร้างเยอะขนาดนั้นหรอก แต่แอสเทรอาก็เป็นชื่อที่ดีไม่ใช่เหรอ?
เพราะเราน่ะพยายามจะชำระล้างภาวะสงครามด้วยการใช้กำลัง ถึงจะฟังดูแย้งกัน แต่อย่างน้อยๆ พวกเขาก็
คิดว่า ชื่อกันดั้มน่ะจะอยู่ฝ่ายเดียวกับความยุติธรรมล่ะนะ"
"ฉันก็ว่าแบบนั้นล่ะค่ะ"
ชาลเผยรอยยิ้มเมื่อได้ยินที่รุยโด้พูด แม้สีหน้าของชาลจะแสดงแต่ความผิดหวังก็ตามที
ซึ่งรุยโด้ก็ไม่ละเลยที่จะสังเกตุเรื่องนี้
<ไม่แปลกไม่ใช่เหรอ? ใครเขาจะคิดว่ามาเข้าร่วมกับองค์กรบ้าระห่ำที่คิดจะท้าทายโลก
ด้วยกันดั้มเพียง 2-3 เครื่องกันล่ะ?>
รุยโด้สะท้อนใจกับเรื่องรนหาที่ตายแบบนี้อีกครั้ง ทั้งที่มันน่าจะเป็นสิ่งที่เขาควรจะลืมๆไปซะ
เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น คงไม่พ้นที่อยู่ในความรู้สึกสิ้นหวัง จนอาจเป็นสาเหตุให้พลาดพลั้งก็เป็นได้
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ
"เอาล่ะ ทีนี้ฉันจะพาเธอไปเจอกันดั้ม ไมสเตอร์อีกคนนะ"
<เรามีสหายร่วมรบ ในเวลาที่สิ้นหวัง ไม่มีสิ่งใดพึ่งพาได้มากเท่าพวกเธออีกแล้ว>
รุยโด้ย้ำเตือนตนเองเมื่อกล่าวถึงพวกพ้องที่เป็นผู้หญิงคนนั้น
--------------------------
เป็นผู้หญิงที่ดูไม่ปกติจริงๆ ถึงสีหน้าจะดูเป็นคนสงบเสงี่ยม และมองยังไงก็สาวสวย ที่มีใบหน้าที่แสดง
ถึงความแกร่งและความหลักแหลมก็ตามที แต่ถ้าจะให้พูดกันแบบตรงๆ ยังไงก็ไม่ปกติอยู่ดีแหละ
เพราะไอ้คำพูดของเธอเนี่ยแหละ ที่ทำลายความรู้สึกพวกนั้นซะหมด เธอคนนั้นอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วย
ท่อนเหล็กหนา เธอสวมกุญแจมืออันใหญ่ และยังสวมปลอกคออีกต่างหาก แม้ปลอกคอจะไม่มีโซ่ติด
อยู่ก็ตามที แต่ปลอกคอที่เงาวับนั้นระบุตัวตนของเธอว่า เธอเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ชนิดที่ถ้าคิด
จะถอดปลอกคอนั่นด้วยตัวเองมันก็คงจะไปบีบเส้นเลือดตายเอาเสียก่อน ไม่ว่าใครมองก็คงจะคิดได้
แบบเดียวว่า "คนๆนี้โดนริบสิทธิมนุษยชนไปแล้ว"
"เธอชื่อ มาเลเน่ แบร์ดี้ , มาเลเน่ ทางนี้คือ ชาล อาคูสติก้า คู่หูคนใหม่ของเธอ"
รุยโด้แนะนำตัว 2 สาวเหมือนแนะนำเพื่อนร่วมชั้นเรียน ม.ปลาย
"......."
มาเลเน่ไม่สนใจที่จะพูดอะไร เธอเพียงแค่ชำเลืองมาเท่านั้น
"แหมๆๆ วันนี้มีเรื่องหงุดหงิดหรอกเหรอ?"
รุยโด้ท่าทางจะไม่ใส่ใจเรื่องที่มาเลเน่ถูกจับมัดและพูดตามใจตัวเอง
แต่ชาลรู้สึกอึดอัดและเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในใจเธอออกมา
"รุยโด้...เอ่อ.. ทำไมมาเลเน่ถึงเป็นแบบนี้ล่ะ ?"
*เคร้ง*
มาเลเน่จ้องชาลอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
" ยัยหนู เธออยากรู้เรื่องของฉันนักใช่มั้ย?"
" เอ่อ...ก็...."
" ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก เราต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนานอยู่แล้ว ก็อย่างที่เธอเห็น ฉันถูกคุมขังอยู่
ไอ้การที่คนๆนึงจะถูกขังเนี่ย มันมีที่มาไม่เยอะหรอก เห็นด้วยมั้ยล่ะ?"
มาเลเน่หยุดพูด เหมือนรอคำตอบจากชาล แต่จากสภาพตอนนี้ คงจะยากที่ชาลจะพูดโต้ตอบเธอได้
หลังจากหยุดรอ มาเลเน่ก็พูดต่อ
"ฉันเป็นอาชญกร ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรหรอก เธออยากจะเป็นกันดั้ม ไมสเตอร์หรือเปล่า ฉันไม่รู้หรอก
แต่ฉันมันต่างจากเธอ ฉันอยู่ที่นี่เพราะฉันทำให้กันดั้มมันออกไปสู้ได้"
ชาลตัวแข็งทื่อ รุยโด้พยายามสรรหาคำมาไกล่เกลี่ย แต่ไม่รู้จะพูดอะไรดี นั่นเพราะสิ่งที่มาเลเน่พูดมานั้นก็เป็นเรื่องจริง
และแล้วกันดั้ม ไมสเตอร์ทั้ง 3 ก็ได้พบกัน แต่ดูยังไงนี่ก็เป็นการพบกันแห่งชะตากรรม
อันเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บและยากลำบากไม่น้อยแน่ๆ
NEXT --> FILE No.2 GUNDAM MEISTER 874
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
MECHANIC ที่ออกมาในตอนนี้
MODEL NUMBER : GNY-001
AIRFRAME NAME : GUNDAM ASTREA
MODEL TYPE : GENERAL PROPOSE
BELONGING : CELESTIAL BEING
BUILD : KRUNG THEP
GUNDAM MEISTER : RUIDO RESONANCE
TOTAL HEIGHT : 18.3m
WEIGHT : 55.1t
WEAPON : BEAM RIFLE , BEAM SABER
-------------------------------------------------------------------------
เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับนิยายตอนที่ 1 ของ 00P คิดเห็นอย่างไร ช่วย comment ด้วยนะครับ ไม่งั้น ผมจะไม่ทราบว่า ควรจะแปลต่อดีมั้ย?



