Novel

*** ระัวัง : อ่านเสร็จอาจไม่อยากอ่านนิยายเล่มนี้ ***


ยังคงเป็นนิยายในค่าย bliss publishing ครับ และแน่นอนว่ายังเป็นแนว suspense เช่นเคย (จ่ากบอ่านนิยายแนวนี้เป็นหลักครับ) ชื่อเรื่องคือ ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ 1 : นัยน์ตาสีเพลิง (心霊探偵 八雲) ครับ

ด้วยความที่ยาคุโมะถูกดัดแปลงเป็นหลายเวอร์ชั่น ทั้งละคร ทั้งหนังสือการ์ตูน คงจะเป็นการยืนยันในความโด่งดังของเรื่องนี้ได้ แต่อย่างไรก็ดีจะดัดแปลงกี่เวอร์ชั่นผมก็ไม่ได้สนใจเลย จนมาอ่านเองในแบบนิยายนี่แหละ

แม้จะออกมานานแล้ว (สำหรับเล่ม 1) แต่จ่ากบเพิ่งได้อ่านหลังจาก จูนไบรด์ไปเองครับ

ตัวเอกของยาคุโมะนั้นมีจำนวนไม่มากเกินจะจดจำ มี ไซโต ยาคุโมะ (แหม ผมชอบออกเสียงว่า ไซโต้ ยาคุโมะ มากกว่า) ชายหนุ่มผู้ที่ชื่อเขาเป็นชื่อเรื่อง เขาเป็นคนที่เกิดมาพร้อมลักษณะพิเศษคือ ตาำดำของตาซ้ายนั้นเป็นสีแดง และตาข้างนั้นมีลักษณะพิเศษคือ "มองเห็นแต่วิญญาณเท่านั้น มองไม่เห็นสิ่้งที่มีสสาร" นั่นคือ เขามองเห็น "ผี" , เขาเล่นตุกติกก่อตั้งชมรมขึ้นมาชมรมหนึ่งในมหาวิทยาลัยและใช้ชีิวิตอยู่ในห้่องนั้นแทนบ้าน (ซึ่งในเรื่องเรียกว่า "เซฟเฮ้าส์") เขาเป็นคนที่ยียวนกวนประสาท แต่ละประโยคที่ออกจากปากจึงมีเรื่องกัดแขวะชาวบ้านทุกคำจนมีแต่คนขยาดไม่อยากคบหาด้วย , มีเพียง โอซาวะ ฮารุกะ นักศึกษาหญิงที่ไม่รู้เรียกว่า "มีดวงด้านผีๆ " ดีหรือเปล่า? เพราะคดีส่วนมากที่ยาคุโมะต้องมีเอี่ยว (อย่างน้อยก็ในเล่มแรก) ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับตัวเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เธอจึงเป็นตัวเดินเรื่อง และ มีอีกคนที่ต้องมามี่เอี่ยวก็คือ นายตำรวจโกโต (จ่ากบชอบอ่านเป็น โกโต้ อยู่เรื่อย) ผู้มาขอความร่วมมือจากยาคุโมะ ในคดีปริศนาอยู่เรื่อยๆ โดย โกโต้กับยาคุโมะ มักจะมีข้อเสนอแลกเปลี่ยนกันในการไขคดีอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นตัวละครหลักๆ ของนิยาย

ด้านคดีนั้น แต่ละคดีเป็นคดีที่ไม่ยาวเกินไปนัก (เหมา่ะกับ คนที่จำไม่ค่อยแม่น หรือ อ่านหนังสือไม่ทน) ดังนั้น ความซับซ้อนนั้น เรียกได้ว่าไม่มาก ค่อนข้างจะอ่านง่าย บางคดีผมเดาตัวคนร้ายได้ตั้งแต่ยังไม่เฉลย แต่แน่นอนว่า ไม่มีทราบแรงจูงใจว่าทำไม..คนร้ายถึงทำแบบนั้น และแม้จะมีวิญญาณเป็นเบาะแสของคดี แต่สิ่งที่วิญญาณสื่อสารนั้น มีเพียงยาคุโมะคนเดียวที่ทราบ คล้ายๆกับสิ่งที่ คินดะอิจิรุ่นหลาน ชอบแสดงให้เราเห็นว่า "เขารู้แล้ว" แต่สิ่งที่ยาคุโมะทำเพื่อเปิดเผยนั้น อาจจะต้องทำให้ฮารุกะต้องมีอันตรายมันทุกคดีไป (คนที่ซวยที่สุดในเรื่อง?) เหอๆ ก็ตามสไตล์คนไม่ชอบสุงสิงกับใครล่ะนะ

ด้านความสยอง แม้ยาคุโมะจะเห็นผี เขาก็ไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นอะไร เพราะเห็นจนชินชา (เอ...คล้ายๆเรื่องอะไรนะ? อ๋อ Bleach  ) แต่ก็แค่เห็น เขา่ไม่มีอำนาจปัดเป่า,ขับไล่อะไร จึงมักจะเก็บเงียบ เงียบเสียจนไม่สยองไปซะแล้ว ดังนั้น "ผี" จึงทำหน้าที่เป็นผู้ให้เบาะแส และ ผู้เสียหายเท่านั้น.. คดีหลายคดีจึงเป็นคดีเล็กๆ ที่ คนร้ายได้รับ "ผลกรรมที่ก่อเอาไว้" คล้ายกับคลายคดีเพื่อให้ิวิญญาณไปสู่สุคติ , แต่ไม่ได้สนใจในเรื่องบทลงโทษเลย เพราะหลักฐานในการจะจับกุมนั้นน้อยจนถึงไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่ผีบอก

แม้จะมีจุดที่ไม่ถึงใจ คนอ่านนิยายสืบสวนแบบโคตรซับซ้อน แต่ความสนุกในการอ่า่นนั้นก็ถือว่า "น่าอ่านต่อ" เพราะความยียวนของยาคุโมะ ทำให้เีืีรื่้องนี้ไม่จมกับความเศร้ามากไป และพร้อมทำให้คนอ่านยิ้มได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร เรียกว่า เป็นมือใหม่หัดอ่านนิยายก็อ่้านได้ครับ

แต่ที่แน่ๆ เมื่อจบบทใดบทหนึ่งแล้ว คุณอาจจะอยากหยุด แล้วไปอ่านต่อในวันอื่นๆ ไม่ได้อยากอ่านต่อคดีต่อไปทันที เพราะเหตุการณ์มันมีพื้นฐานคนละอย่างกันเลย (เหมือนกินน้ำล้างคาวก่อนไปกินจานต่อไป) ดังนั้นกว่าผมจะอ่านจบเล่มนี้ ผมใช้เวลา 3 วัน (วันละ 1 คดี) ใครสนใจก็ลองหาอ่านดูนะครับ เล่ม 2 ยังไม่ได้ซื้อ รอไปก่อนละกันนะ

คะแนน
ความสนุก 7.5/10
ความน่าติดตามในแต่ละคดี 8/10
ความรู้สึกอยากอ่านต่อ 7/10


อนึ่ง นี่เป็นตัวละครในแบบ official ของ คาโต้ อากาสึกิ ผู้วาดภาพปกของนิยายเรื่องนี้ครับ
 
ยาคุโมะ (ภาพจากปกนิยายเล่ม 8ของญี่ปุ่น)              ฮารุกะ (ภาพจากนิยายเล่ม 2 ของญี่ปุ่น)

 
 
  เรื่อง จูนไบรด์ เจ้าสาวปริศนา
ผู้เขียน โนะนามิ อาสะ
ผู้แปล ปัญจารีย์ จารีธนารักษ์
ISBN 9786111000313
บาร์โค้ด 9786111000313
จำนวนหน้า 243
หมวดหนังสือ J Book
ราคาปก 200 บาท
ราคาสมาชิก 140 บาท
พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ เมษายน 2552

 


เรื่องย่อ
 
 จิฮิโร ลืมตาตื่นในขึ้นในห้องพักของชายแปลกหน้าชื่อคาสึยูกิ ด้วยสภาพไร้เสื้อผ้าปกปิดกาย มีแผลฟกช้ำระบมทั้งร่าง เขาบอกว่าบังเอิญพบเธอนอนสลบอยู่ริมถนนจึงช่วยไว้ ทว่าจิฮิโระกลับสูญเสียความทรงจำทั้งหมด เธอจึงร้อนรนค้นหาตัวเอง และนึกสงสัยในตัวคาสึยูกิ ซึ่งซื้อเสื้อผ้าให้เธอได้พอดีทุกชิ้นทั้งที่บอกว่าไม่รู้จักกัน

ใน ที่สุด จิฮิโรเริ่มนึกออกว่ากำลังจะแต่งงานในอีกหนึ่งสัปดาห์ เธอจึงดั้นด้นตามหาโรงแรม จนกระทั่งได้รู้ชื่อเจ้าบ่าวแต่เมื่อตามไปพบเขา หญิงสาวกลับได้รับรู้ถึงอดีตน่าปวดใจซ้ำยังได้พบคนอ้างตัวเป็นแม่บุญธรรม ซึ่งเล่าเรื่องต่างจากเจ้าบ่าวราวฟ้ากับเหว จิฮิโรเริ่มสับสน เมื่อพบว่าเธอไม่อาจเชื่อใจใครได้เลย หญิงสาวจึงต้องทวงความทรงจำกลับคืน โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาอีกคู่คอยจับจ้องอยู่ไม่ห่าง   
      

นั่นเป็นตัวหนังสือที่ลอกมาจาก web ของ Bliss Publishing นะครับ ผมเองมีหลักยึดว่า "จะไม่สปอย ถ้าไม่จำเป็น" ดังนั้น ข้อความต่อจากนี้ จะเขียนโดยไม่เล่าเรื่องมากไปกว่านี้นะครับ

นิยายเรื่อง"เจ้าสาวปริศนา" นั้นเป็นนิยายที่ถูกเขียนขึ้นมาในช่วงเปลี่ยนรัชสมัยจาก โชวะ ไป เฮเซ ซึ่งเป็นเรื่องราวในช่วงปี 1989... ก็ 20 ปีมาแล้ว แต่สิ่งที่ผมขอบอกเลยก็คือ "เนื้อเรื่องยังคงทันสมัยอยู่" แม้ตัวละครในเรื่องจะไม่มีมือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ใช้ในบ้านก็ตามที แต่เรื่องราวก็รู้สึกเหมือนว่าเกิดเมื่อเร็วๆนี้ ถ้าในเรื่องไม่ระบุปี ผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่า นี่มันเรื่องในเวลาไหนกันแน่? เพราะ เรื่องราวนั้นถูกบอกเล่า ผ่านสายตาและความนึกคิดของบุรุษที่ 1 หรือแบบ monologue (ที่ ทานิกาว่า นาการุ ใช้ใน สึซึมิยะ ฮารูฮิ) เราจะไม่มีทางได้รู้เลยว่า คนอื่นนอกจากจิฮิโรคิดอะไร?

ดังนั้น มุมมองทั้งหมดจะเป็นของจิฮิโร ที่เป็น "คนความจำเสื่อม" ดังนั้นเรื่องที่ไม่จำเป็นจึงถูกมองข้ามไปเสียอย่างนั้น และด้วยความที่เป็นโมโนล็อก ดังนั้นบางจุดจึงเป็นการอธิบายตามที่เธอเห็น รวมไปถึงเรื่องของความทรงจำต่างๆ โนะนามิ อาสะ เป็นนักเขียนที่หลอกล่อเราด้วยจินตนาการของจิฮิโรหลายครั้ง สิ่้งที่เธอคิดซ้ำไปซ้ำมา หรือ เรื่องต่างๆทำให้คนอ่านไม่มั่นใจเลยว่า "นี่เราอยู่ในปัจจุบัน" หรือ "เราอยู่ในอดีต" หากคุณเป็นคนอ่านที่อ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่ยอมมองจากมุมของบุคคลที่ 3 และ สวมบทเป็นจิฮิโรเต็มๆ คุณอาจจะสับสนแบบที่เธอเป็น

โชคยังดีที่นอกเหนือจากจิฮิโรแล้ว มีคนๆหนึ่งเผยความในใจให้เรารู้ผ่านไดอารี่เอาไว้ ทำให้เราไม่้หลงไปกับ "ความทรงจำเบลอๆ ของจิฮิโร" มากไปนัก

"เจ้าสาวปริศนา" มีความเป็นดราม่า ปน กับ นิยายสืบสวนในอัตรา ดราม่า 4 / สืบสวน 6 , ในท่อนของการตามหาตนเองนั้น ไม่ต่างจากนิยายสืบสวนแม้แต่น้อย แต่คราวนี้ไม่ได้สืบหาฆาตกรเพียงอย่างเดียว , ผู้สืบ (หรือตัวจิฮิโร) เองก็สืบเรื่องราวของตนเองไปด้วย ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินอย่างรวดเร็ว จนผมสามารถอ่านนิยายหนา 243 หน้านี้จบในเวลาราวๆ 3 ช.ม. แบบไม่เหน็ดเหนื่อย และแน่นอนว่า สนุกมาก

จึงมาแนะนำให้คนที่เป็นคอสืบสวน แล้วคิดว่าเรื่องนี้เป็นดราม่าเลี่ยนๆ ลองหามาอ่านดูครับ ไม่อยากเล่าเลยว่า ตอนที่ความทรงจำน่าจะคืนน่ะมัน....แค่ไหน

อ่านแล้ว เกิดความสงสัยว่า หากผมความจำเสื่อมบ้าง ผมจะลืมอะไรไปบ้างนะ? และก็ไม่รู้ว่า จำตัวเองไม่ได้ กับ ลืมตัวตนที่ผ่านมาได้ อันไหนมันจะทุกข์กว่ากันนะ?



ความน่าติดตาม 10/10
ความสนุก 9.5/10


มีคนมาแปะในเฉลิมไทยครับ เห็นว่าทางบงกชจะวางขายแน่ๆ ในงานมหกรรมหนังสือเด็ก วันที่ 16-18 กรกฎาคม นี้ ราคาเห็นว่า น่าจะ ราวๆ 189 บาท รูปเล่มจะใหญ่กว่านิยายของญี่ปุ่น หรือ ไลท์โนเวลของค่าย bliss ครับ น่าจะขนาดราวๆ A5 (ลองเอากระดาษปรินต์A4มาพับครึ่งดูนะครับ) แฟนๆ อุดหนุนกันหน่อย ถ้ายอดขายดีๆ เล่มต่อๆไปจะได้วางขายไวๆ ครับผม

อ้อ อีกอย่าง วันที่ 3 กรกฎาคม นี้ DVD ฮารูฮิ จะวางขายแล้วนะครับ ใครซื้อแล้วมาเล่าให้อ่านหน่อยเน้อ ว่าน่าซื้อมั้ย จ่ากำลังถังแตก อิๆ