Just-talk

หลังจากทราบข่าวสะท้านวงการคนอ่านการ์ตูนในไทย ว่ามีรายการ หลุมดำที่ออกมาเสนอแง่ลบของการ์ตูนโป๊ (ผมอ่านข้อมูลจากในบอร์ดเฉลิมไทยเท่านั้นนะครับ ไม่ได้ดูด้วยตัวเอง) แล้วได้ยินว่า มีพ่อแม่บางคนถึงกับเผาการ์ตูนที่บ้านของลูกทิ้งเพราะรายการนี้...แหม ทำไปได้คราวนี้ผมเลยขอเขียนจากความคิดเห็นส่วนตัวของผมครับ ขอบ่นหน่อยเถอะ

อันที่จริง มันก็เป็นเรื่องที่มีปัญหากันมานานแล้วระหว่างพ่อแม่ กับ การ์ตูนของลูก... แบ่งปัญหาออกได้2 แบบ (ทฤษฎีของผมนะครับ)

1. ลูกฟุ่มเฟือยกับการ์ตูนเยอะไป สำหรับคนที่อ่านการ์ตูนมานานและชอบซื้อมากกว่าเช่า คงประสบปัญหา การ์ตูนล้นบ้านกันมานักต่อนักแล้ว (ผมก็เป็น) อันว่ามันมีเรื่องโปรดมากมาย ยังไงเราก็ต้องซื้อครบชุดนั้น ก็ทำให้ปริมาณรวมเล่มเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น จนไม่มีวันสิ้นสุด(ตราบใดที่ยังอ่านการ์ตูนอยู่) และทำให้พ่อแม่เห็นแล้วรำคาญมากครับ อาจทำให้บางบ้านถึงกับมีการทะเลาะกันเลยทีเดียวเชียว

2. พ่อแม่ไม่เคยลองอ่านการ์ตูน สำหรับเราๆท่านๆที่อายุ 18-20 กว่าๆ คงทราบกันดีว่าคุณพ่อ-คุณแม่ของท่าน ไม่ได้ผ่านยุคสมัยการ์ตูนญี่ปุ่นดีๆ มาเลย ก็เพราะสมัยนั้น (40 -50 ปีก่อน) ยังไม่มีการ์ตูนให้อ่านกันมากเหมือนปัจจุบัน แล้วท่านจะไปเข้าใจได้ไงว่า การ์ตูนมันน่าติดตามขนาดไหน ลูกหลานบางบ้านจึงแทบไม่ได้แตะต้องการ์ตูนเลยก็มี มันเหมือนคนรุ่นเก่าไม่เข้าใจ Trend สมัยใหม่แหล่ะครับ มันเป็นช่องว่างระหว่างวัยที่ยังไงก็ย่นระยะทางมาลำบากครับ

แต่ปัญหาที่เกิดจากหลุมดำคือ (ข้อความนี้ขออุทิศให้ทีมงาน 'หลุมดำ')

1. คนไทยอ่อนไหวตามกระแสง่ายจนเกินขอบเขต ไม่รู้ว่านี่เป็นปัญหาทางการศึกษาหรือเปล่า? แต่ดูเหมือนว่า คนไทยกว่า 80% ดูข่าว ดูสื่อ แล้วคล้อยตามได้ง่ายเสียเหลือเกิน เหมือนข่าวสารเป็นน้ำตาลกลูโคสที่ซึมเข้าร่างกายได้ง่ายซะอย่างนั้น ไม่มีการกลั่นกรองเลย ซึ่งเป็นทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก ไม่มีการกลั่นกรองเลยจริงๆ เห็นว่าดีก็ทำตามโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ สมมติในรายการบอกว่า การ์ตูนญี่ปุ่นในบ้านท่านคงมีเรื่องโป๊เปลือยซะ 8 ใน 10 เล่ม พ่อแม่ที่ไม่ยอมกลั่นกรองก็คงจะเชื่อแล้ว แต่ทำไมไม่มองกลับกันว่า ทำไมที่ผู้ใหญ่ถึงมีหนังโป๊เยอะแยะแล้วไม่รู้สึกผิดล่ะ? ปัญหาสังคมที่กลัวว่าเยาวชนจะทำตามดาราที่ท้องก่อนแต่ง อยู่กินกันโดยไม่แต่งงาน ล่ะทำเป็นเป็นห่วง ตัวเองหลงตามสื่อมาแค่ไหนกันแล้ว ไม่ย้อนมองดูตัวว่า หากกลั่นกรองได้ อย่าริเสนอข่าวออกมาสิ เสนอข่าวทำบ้าอะไร ไม่อยากให้รู้ก็ปกปิดไปสิ

2.คนไทยมองสิ่งที่ไม่เข้าใจในแง่ลบ "สิ่งที่ไม่เข้าใจ" คือ สิ่งที่สื่อมาให้ข้อมูลข่าวสารโดยไม่มีการกลั่นกรองด้วยตัวเอง คนทำรายการหลุมดำ เก่งมาจากไหน ผมไม่ทราบ แต่ถ้าคุณเก่งในการหาข้อมูลทางสายอื่น อย่าได้เฉียดมาทางสายนี้อีก เพราะคนที่เขาอ่านการ์ตูนเขาไม่เคยทำความเดือดร้อนให้คุณ เขาอยู่บ้านอ่านหนังสือ ชื่นชมเนื้อหา เหมือนดั่ง นักอ่านที่ชื่นชมกวี หรือพูดอีกที ก็เหมือนคนทั่วไปที่แห่มาชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์กันล่ะครับ เขาสร้างพิษภัยมั้ย? ไม่เคยเลย ไอ้พวกเลวๆแย่ๆในสังคม เด็กกุ๊ย ตำรวจเลว ดาราชั่ว มากมายไม่ไปทำข่าว มาเจาะจุดเล็กๆแบบนี้ไร้สาระมากครับ ใครผิดใครถูก ถ้าคุณอ้างตัวเป็นสื่อก็น่าจะแยกแยะได้นะ

ขอบ่นเท่านี้ล่ะ

พอดีไปอ่านเจอะเจอกระทู้นี้ ---> http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3858605/A3858605.h
แล้วได้คิดอะไรหลายอย่าง ผมเองตอนที่เริ่มอ่านการ์ตูนไทยสไตล์เปิดแบบญี่ปุ่น ก็มิได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยนา แต่อีกหลายคน รวมไปถึงผู้ใหญ่ในออฟฟิศผมก็บอกว่า "คนที่เริ่มเห็นดีเห็นงามกับการเปิดแบบญี่ปุ่น นี่โง่ชะมัด" ผมเองได้ฟังแล้วหงุดหงิดเลยไม่ได้ถามว่า "ไม่ทราบโง่ยังไงครับ?" แล้วก็ขอหลบฉากออกจากบทสนทนาไป

มานั่งนึกๆดูผมเองก็เห็นข้อดี-ข้อเสีย ประมาณหนึ่งของการอ่านแบบนี้
ข้อดี
1. เวลาตัวละครทำตามมือข้างที่ถนัดจะไม่งงกับเรื่องซ้ายและขวา ที่เกิดทุกครั้งเมื่อเรากลับภาพให้เข้ากับการอ่านสากล
2.ตัวหนังสือที่ประกอบฉากไม่ต้องกลับด้าน อ่านแล้วสบายตา
3.ได้ฝึกสมองกับการเคลื่อนไหวจากขวา -> ซ้าย แทนความเคยชินที่ต้องอ่านแบบเดิมๆมาตลอด
4.ต้นฉบับของผู้วาดไม่เสียหายมากนัก

ข้อเสีย
1.ถ้าคนอ่านมีลำดับในสมองไม่ดี จะอ่านไม่รู้เรื่อง
2.ถ้าอ่านสลับไปมากับการอ่านสากลกับญี่ปุ่นจะงง
3.ถ้าเด็กอ่านแต่สไตล์นี้ จะอ่านแบบสากลไม่คล่อง

นอกจากนี้ผมนึกไม่ออกแล้วครับ แต่เท่าที่ผมรู้สึกคือ อ่านแบบญี่ปุ่นก็ไม่เห็นเสียหายนี่นา คนเขียนเขาเขียนมาแบบนี้อยู่แล้วนี่ เราก็แค่ทำความเข้าใจก็พอ มีหลายคนถามว่า "ทำไมต้องเปิดแบบญี่ปุ่น" เคยได้ยินว่า หลายเรื่องญี่ปุ่นขอให้เปิดในสไตล์เขา ในการ์ตูนกีฬา, ซึคาสะ โฮโจ คนเขียนแองเจิ้ล ฮาร์ทเอง ก็ซีเรียสกับการถือปืนของซาเอบะ เรียวมาก กล่าวคือในโลกนี้ไม่ค่อยมีคนถือปืนมือซ้ายกัน (สงสัยคนถนัดซ้ายจะน้อยมาก) ดังนั้น ผลงานของเขาต้องเปิดแบบญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งหากใครอยากพิมพ์ต้องทำรูปเล่มตามเขาเท่านั้น ซึ่งปัจจุบัน การถกกันเรื่องนี้ก็ได้ทำมาหลายปีแล้วจนจบปัญหาไปแล้ว จริงๆแล้ว ถ้ารู้สึกว่าอ่านยากก็อย่าอ่านเลยครับ จะได้ไม่ต้องเบื่อหรือก่นด่าผู้ผลิตเขาเข้าน่ะครับ

แล้วคุณล่ะคิดเห็นกับการเปิดแบบญี่ปุ่นบ้างล่ะ?
tml

ในสังคมทุกวันนี้ เราจะพบเห็นคนมากมาย ก็คงมีคนประมาณหนึ่งที่อ่านการ์ตูนอยู่เป็นนิจ ประมาณชีวิตฉันขาดมันไม่ได้ คาดว่าแม้แก่จะแย่ก็ยังคงซื้ออ่านอยู่ ผมเองก็เป็น 1 ในนั้น เพราะเรียกได้ว่าอ่านการ์ตูนมาตั้งแต่จำความได้เลยทีเดียว แต่ ณ วันนี้มานั่งนึกดู หากตอนเด็กผมไม่เคยแตะต้องหนังสือการ์ตูน ไม่เคยดูโทรทัศน์ วันนี้ชีวิตผมจะเป็นอย่างไรนะ?

ถ้าถามว่าชีวิตผมตอนนี้เป็นยังไง ก็คงเป็นแบบ
1. มีอาชีพในสายการ์ตูนครับ เงินเดือนพอใช้จ่าย ได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองชอบ เหนื่อยหน่ายแค่ไหนก็ทำได้
2. ยังซื้อหนังสือการ์ตูนอ่านทุกวัน แต่ไม่ค่อยซื้อการ์ตูนเกาหลี,ฮ่องกง หรือ การ์ตูนหน้าใหม่ๆ เพราะเท่าที่อ่านประจำก็เต็มบ้านแล้ว
3. ไม่ค่อยไปโรงหนัง เพราะไม่อยากเสียเวลาดูหนัง และค่าตั๋วแพงจนเบื่อหน่าย อีกอย่างไม่ชอบดูหนังคนเดียวอ่ะ
4. ว่างก็เข้า web สูบ bit อ่านกระทู้
5. ไม่ค่อยออกนอกบ้านในวันอาทิตย์เพราะทำงานจันทร์-เสาร์แล้ว เหนื่อย
6. มือถือถ่ายรูปได้ เสียงริงโทนเป็น mp3 ได้ ไม่สน เพราะไม่ตามแฟชั่น

แต่ถ้าชีวิตไม่รู้จักการ์ตูนเลย จะเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง?
1. มีอาชีพอะไรซักอย่างตามสาขาที่ไปเรียนมา เงินเดือนอาจดีกว่านี้
2. ไม่ชอบอยู่บ้านวันอาทิตย์ + เที่ยวตลอด
3. ดูหนังเป็นนิจ เพราะผมจะไม่มีสิ่งบันเทิงอื่น นอกจากนี้แล้ว
4. อาจบ้ามือถือ+เทคโนโลยี่ เพราะไม่มีงานอดิเรกอื่นๆ
5. ว่างๆ อาจนั่ง chat กับเพื่อนๆ มากกว่าจะเข้า web

ประมาณนี้ล่ะมั้ง? จริงๆแล้ว นึกภาพไม่ออก เพราะชีวิตที่ผ่านมาก็วนเวียนในโลกของการ์ตูน จนได้เข้าทำงานในสายงานที่ตนเองถนัด ถ้าไม่มีการ์ตูนผมอาจจะใช้ชีวิตอีกแบบก็ได้ ไม่รู้จะน่าเบื่อกว่านี้ หรือ น่าสนุกกว่านี้ก็ไม่รู้

คุณล่ะ?