ชื่อเรื่อง : BECK The Mongolian Chop Squad
แนว : ROCK / Drama
จำนวนตอน : 26 ตอน
ฉายทาง : TV TOKYO
จัดจำหน่ายในญี่ปุ่น : King Record
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามข่าวสารการ์ตูนอนิเมชั่นญี่ปุ่นกันอย่างต่อเนื่อง คงพอจะ
ทราบกันว่าใน 1 ปี คนญี่ปุ่นจะได้รับชมอนิเมชั่นที่ฉายฟรีทางTV (บางเรื่องเป็น
ช่องดาวเทียมเสียเงิน) กันเป็นร้อยๆเรื่อง ซึ่งมีหลากแนวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น
แอ็คชั่น คอมเมดี้ หรือ แนวแฟนเซอร์วิส(สาวสย-ชายหล่อ) แต่ท่ามกลางความ
ซ้ำซาก ก็มีเรื่อง BECK : The Mongolian Chop Squad ที่สร้างจาก
คอมมิกยอดนิยม(ในญี่ปุ่นนะ ในไทยรู้จักกันในกลุ่มแคบๆ) ของ ฮาโรลด์ ซากุอิจิ
เรื่อง BECK (ฉบับคอมมิกเป็นของ สนพ. วิบูลย์กิจ ในชื่อ ปุปะจังหวะฮา)

ซึ่ง BECK เป็นเรื่องเกี่ยวกับวันรุ่นชาย 5 คน ที่มารวมตัวสร้างผลงานเพลงของ
ตัวเองขึ้นมาโดยกว่าจะรวมตัวเป็นวงได้ ก็มีเรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต โดย
เนื้อเรื่องจับความที่ตัวเอก ทานากะ ยูกิโอะ หรือชื่อเล่นว่า โคะยูกิ เด็ก ม.ต้น
ธรรมดาๆที่เบื่อหน่ายการใช้ชีวิตไปวันๆของตัวเอง ได้มาเจอกับ BECK หมา
ประหลาดๆ ของ มินามิ ริวสุเกะ วัยรุ่นชายที่ความเอกอุในเรื่องกีตาร์ ซึ่งการพบ
กับริวสุเกะนั้น เป็นการเปิดโลกของดนตรีROCK ให้กับโคะยูกิที่เอาแต่ฟังเพลง
ตามกระแส.... และได้พบกับสมาชิกในวงอีก 3 คนในภายหลัง
สิ่งที่เรียกได้ว่าแหวกแนวของBECK ก็คือ มันเป็นอนิเมเพลง แต่ไม่ใช่อนิเม
ประกอบเพลงอย่าง FANTASIA ผลงานอมตะของ วอลท์ ดิสนีย์หรอกนะครับ
แต่เป็นอนิเมที่สร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายทอด INDIES CULTURE(วงการเพลงใต้ดิน)
ของญี่ปุ่นได้อย่างน่าสนใจ อันเนื่องมาจากเพลงที่ใช้ในเรื่องนั้น เป็นเพลงที่แต่งขึ้น
มาใหม่ทั้งหมดจากความร่วมมือของวงอินดี้ ที่เป็นเหล่าผองเพื่อนของ ฮิดากะ
โทโอรุ โปรดิวเซอร์ของเรื่องนี้ (ตัวเขาเองก็เป็นนักดนตรี) หลายเพลงนั้นถูกแต่งขึ้น
มาจากอิมเมจของเพลงที่ถูกกล่าวถึงในคอมมิก แต่เนื้อเพลงอาจจะไม่เหมือนกันซัก
ทีเดียวแต่ด้านอารมณ์รับรองไม่หลุดจากต้นฉบับแน่ ซึ่งเมื่อเนื้อเรื่องที่ประทับใจ
คนการ์ตูนคอเพลง มารวมกับเพลงที่เหมาะ ส่วนผสมที่ลงตัวจึงบังเกิดขึ้นใน BECK
แต่น่าเสียดายที่คนไทยที่รอสนับสนุนของลิขสิทธิ์อาจจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสเรื่องนี้
เพราะผมเชื่อว่า ไม่มีค่ายลิขสิทธิ์ใดๆในไทย อยากจะลองเสี่ยงกับเรื่องนี้ เพราะมัน
ไม่ใช่อนิเมที่เข้ากับตลาดคนไทยนัก ถึงจะเป็นกลุ่มแฟนของฉบับคอมมิกก็คงยังไม่พอ
..และสู้กับเรื่องที่โด่งดังอยู่ก่อนแล้วไม่ได้ แต่ผมก็มีหวังอยู่เล็กๆว่า อาจจะได้ดู เพราะ
จริงๆแล้วตลาด VCD/DVD ของฝั่งการ์ตูนบ้านเรา ก็ต้องบอกว่า กว่าครึ่งเป็นแฟน
ของเรื่องนั้นๆถึงยอมควักเงินออกมาซื้อ และถ้าค่ายที่เอาเข้ามา นำเข้าSoundtrack
ของเรื่องนี้มาก็ยิ่งดีเลยล่ะครับ ตอนนี้คงได้แต่ฝันไปก่อน...
edit @ 2005/04/20 13:16:45 edit @ 2005/04/20 13:17:50 edit @ 2005/04/20 13:18:50 edit @ 2005/04/20 13:49:18
edit @ 2005/04/20 16:58:05
ICHIGO 100%

ชื่อเรื่อง : อิจิโกะ 100%
ผู้เขียน : คาวาชิตะ มิสุกิ
สำนักพิมพ์ : ชูเอย์ฉะ
แนว : Love Comedy / Drama
จำนวนรวมเล่ม : 14 (ยังไม่จบ)
หลายคนที่ชอบอ่านการ์ตูน คงเคยผ่านตากับการ์ตูนในแนวรักๆใคร่ๆ กันมาก็หลายเรื่อง ยิงถ้าเป็นคอการ์ตูนผู้หญิงคงไม่ต้องคิดมาก เพราะอ่านมานานแล้ว แต่ถ้าเป็นการ์ตูนรักที่ผู้ชายอ่านล่ะ มันมีน้อยจนแทบนับมือได้ แถมยังดังทุกเรื่องอีกต่างหาก ตั้งแต่รุ่นแรกอย่าง Orange Road ไล่มาถึงแนวเหนือจริงอย่าง Video Girl หรือ Ah..My Goddess และแนวการเล่าเรื่องแบบบุรุษที่ 1 อย่าง I's ก็ล้วนได้รับความนิยมอย่างสูง ส่วนทางด้านแนวรักตลกหญิงตรึม อย่าง Love Hina ก็คงเป็นอีกเรื่องที่เรารู้จักกันดี โดยมากพระเอกของเรื่องแม้จะห่วยแตกแค่ไหน แต่ก็ต้องมีอะไรดีๆซ่อนอยู่บ้าง (ซึ่งคงจะเป็นโชคล่ะมั้ง?) แต่เรื่องที่จะแนะนำให้รู้จักก็คือ อิจิโกะ 100% ครับ
อิจิโกะ 100% เป็นเรื่องของ มานากะ จุนเปย์ เด็กนักเรียนชาย ม.3 ผู้หลงใหลในภาพยนตร์และตั้งเป้าจะเป็นผู้กำกับในอนาคต และในวันหนึ่งเขาได้พบกับสาวน้อยผู้มาพร้อมกับ กางเกงในลายสตรอเบอรี่ แต่กลับมองเห็นหน้าสาวเจ้าไม่ชัด และเกิดความประทับใจอยากถ่ายหนังของกางเกงในสตรอเบอรี่ เอ้ย สาวน้อยคนที่ว่านั่นแหล่ะ จึงไปถามพรรคพวกว่ารู้จักสาวที่น่ารักสุดๆของโรงเรียนตัวเองหรือเปล่า? คำตอบก็คือ นิชิโนะ ซึคาสะ สาวน้อยผมสีอ่อน ผู้มาพร้อมกับใบหน้าสุดน่ารัก เมื่อได้พบกับเธอทีเอาจริงเอาจัง แถมด่าว่าพวกตนเป็นพวกซกมกอีก ไอ้ความต้องการที่อยากจะถ่ายหนังก็หายไป กลายเป็นปิ๊งเธอแทน เลยอยากจะหาโอกาสสารภาพรักกับเธอ... แต่ว่าก่อนหน้านี้จุนเปย์เก็บสมุดโน้ตของโทโจ อายะได้ และพบว่าเธอเป็นสาวเฉิ่ม แว่นหนา ผูกเปีย แรกๆ จุนเปย์แทบไม่อยากเข้าใกล้ แต่พอได้อ่านสิ่งที่อยู่ในโน้ตนั่นแล้ว ทัศนคติของเขาก็เปลี่ยนไป เพราะโทโจนั้น มีความสามารถในการเขียนนิยายได้อย่างเหลือเชื่อ และเมื่อเริ่มสนิทกัน จุนเปย์ถามว่า สารภาพรักแบบใด ประทับใจสุดๆ โทโจก็เลยเสนอให้ออกกำลังกายแล้วสารภาพรัก ซึ่งคนที่หลงเชื่อไปทำจริงๆคงมีแต่ จุนเปย์ แต่ทว่า ซึคาสะกลับประทับใจเข้าจริงๆและตกลงเป็นแฟนกัน โดยที่จุนเปย์ไม่รู้เลยว่า สาวน้อยที่เขาปิ๊งทีแรกน่ะ ก็อายะนี่ล่ะครับ
นั่นคือเรื่องราวในช่วงแรกๆของเรื่องที่เป็นการโคจรของตัวเอก 3 คนของเรื่องนี้ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและลงในนิตยสารรายสัปดาห์ โชเน็น JUMP ต่อเนื่องถึง 3 ปี แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้สนพในไทยยังไม่มีใครกล้าพิมพ์ อันเนื่องมาจากเรื่องนี้มีภาพล่อแหลมออกมามากจนเกินงามสำหรับคนที่คิดว่าการ์ตูนเป็นของเด็ก แต่สำหรับผู้ชายที่โตแล้วก็คงเห็นเป็นเรื่องที่สนุกๆมากกว่าจะอคติล่ะครับ ยิ่งพอซัทสึกิ กับ ยุย อีก 2 สาวงามเข้ามาพัวพันในชีวิตของจุนเปย์แล้ว ก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้น่าสนขึ้นอีกเยอะ แต่แน่นอนก็วับๆแวมๆมากยิ่งขึ้นไปอีก เรียกว่าอ่านได้เพลินดีจริงๆ (หุ หุ) พอเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ จากการที่จะทำให้สาวหลงรัก กลับกลายเป็นว่า จุนเปย์ต้องเลือกที่จะคบเป็นแฟนจริงๆกับใครซักคน ระหว่าง
1. นิชิโนะ ซึคาสะ สาวที่เขาแคร์ความรู้สึก เหมือนหญิงที่อยู่เกินเอื้อมของเขา (แต่สาวเจ้าก็ชอบหมอนี่นะ)
2. โทโจ อายะ สาวผู้คอยสนับสนุนและคอยผลักดันให้จุนเปย์ได้ทำตามความฝันของเขาเอง (เธอรักหมอนี่)
3. คิตาโอจิ ซัทสึกิ สาวทรงโตที่รักเขาข้างเดียวมาตลอด และสนิทกันมากที่สุด (แต่จุนเปย์เองก็แคร์ความรู้สึกเธอน้อยกว่า 2 คนแรก)
4. มินามิโตะ ยุย เพื่อนข้างบ้านที่สนิทกันแบบพี่น้อง ที่ตอนแรกจุนเปย์ไม่คิดอะไร แต่หลังๆชักมองเห็นเสน่ห์ของเธอ..
สำหรับคนที่โหลดอ่านรวมเล่มฉบับแปลอังกฤษคงรู้แล้วว่า สุดท้ายเหลือตัวเลือกกี่ข้อ สำหรับจุนเปย์ แต่ที่แน่ๆ ถ้าชีวิตจริงๆ ของลูกผู้ชายบางคนเป็นแบบนี้ ก็บอกได้คำเดียว น่าอิจฉาชะมัดยาดเลย รายล้อมด้วยสาวๆ ที่ใครๆก็ชอบ แถมยังมีสาวมองเห็นเสน่ห์ที่ตัวเองไม่รู้อีกต่างหาก โอ้ย อ่านแล้ว อยากให้ 4 สาวมีตัวตนจริงๆ ในชีวิตของเราบ้าง
จริงๆยังมีอีกหลายส่วนอยากเขียนต่อ แต่ขอกลับไปนึกก่อน คราวหน้าจะมาเขียนต่อ ส่วนใครสนใจอยากอ่าน มีฉบับแปลเถื่อนขายประมาณ 9 เล่มแล้ว (แปลไทย) ส่วนแปลเถื่อนดาวน์โหลดมีถึงเล่ม 14 อยากได้คงต้องให้ Search เอาเองนะครับ
ข่าวจาก Victor นะครับ
เมื่อวันเสาร์ 23 ก.ค. 48 ที่ผ่านมา SEED Destiny ได้ออกอากาศตอนที่ 40 และได้มีการใช้เพลงประกอบใหม่ซึ่งเป็นเพลงประจำตัวของคางาริอีกเพลง ต่อจาก [Akatsuki No kuruma] ซึ่งร้องโดย FictionJunction YUUKAและในเพลงใหม่คือ[Honoo No Tobira] นั้นก็เป็นการกลับมาของ FictionJunction YUUKAอีกครั้ง (สำหรับแฟนSEED) ซึ่ง Singleใหม่จะวางขายในวันที่ 22 กันยายน 2548ในราคา 1000 เยน
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้ง 2 เพลงเป็นเพลงเอกที่เล่นในตอนที่ 40 ของทั้ง 2 ภาค แถมยังเป็นตอนที่คางาริเป็นตัวเอกอีกด้วย และที่แปลกกว่าคือ MS สีทองที่คางาริขับในตอนที่ 40 ของ Destiny นั้น ยังไปพ้องกับชื่อเพลงในภาคที่แล้วอีกต่างหาก เอ...มันหมายความว่ายังไงกันนะ?
แหล่งข่าว