All-Reviews

ในที่สุดก็ได้ดูซะทีกับ 「オーズ・電王・オールライダー レッツゴー仮面ライダー」 หรือ โอส เดนโอ ออลไรเดอร์ เล็ตส์โก คาเม็นไรเดอร์ ภาพยนตร์ที่ไม่ได้ล่าสุดของพงศาวดารไรเดอร์ที่พักหลังๆ ปีหนึ่งมีมูฟวี่ได้ 3 ภาคไปเสียแล้ว โดยภาคนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของโอสก็พอจะพูดได้ จะว่าเป็นเรื่องของเดนโอแบบครึ่งนึงก็เรียกได้อีก ก็ตามเครดิตล่ะครับ คือ เรื่องของ "โอส" และ "เดนโอ"

เรื่องย่อพอเรียกน้ำย่อย
โดยเรื่องเริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2011 ที่จู่ๆ ก็มีโมลอิมาจิ้นโผล่มาเล่นงานเด็กคนหนึ่งเข้า แต่พอดีอยู่ในสายตาของฮิโนะ เอย์จิ (โอส) พอดี แต่สู้กันไม่ทันไร , โมลอิมาจิ้นทั้ง 3 ก็กระโดดเข้าไปอดีตของเด็กชายคนนั้น ซึ่งในขณะที่ เอย์จิ และ อังค์ กำลังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เดนไลเนอร์ก็ปรากฎตัวต่อเนื่องทั้งคู่ ซึ่งที่นั่นมีNEWเดนโอ (ซึ่งในหนังเรียกตัวเองว่า "เดนโอ" เฉยๆ--ตกลงนายโคทาโร่เป็นตัวเอกเดนโอแทนไปแล้วสินะ?) และเมื่อเอาตั๋วของเดนไลเนอร์ไปแตะดูกลับกลายเป็นว่าวันที่มันชี้ไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 1971 ซึ่งปกติไม่น่าจะเป็นอดีตที่ไกลเกินตัวผู้ทำสัญญา แต่ยังไงก็ต้องตามไป ทางฝั่งเอย์จิที่งงๆ กับทุกอย่างก็มีสุดยอดพ่อบ้านของ พ่อบ้านดำ เอ้ย เท็ดดี้ มาอธิบายว่า นั่นคือ เอย์จิ หรือ โอส และ อังค์ กับฝั่งเขาคือ โคทาโร่ ที่เป็นเดนโอ และ ตัวเขาที่เป็นอิมาจิ้น

พวกโคทาโร่ไม่รอช้าออกเดินทางไปไล่กำจัดอิมาจิ้นทันที แต่อังค์ได้ลอบขึ่้นเดนไลเนอร์ พร้อมกับเอย์จิ เพื่อจะไปเปิดผนึกกล่องที่ใส่ "โอเมดัล" ตั้งแต่ปี 1971 แทนที่จะเปิดในปี 2010 นั่นเอง และ อย่างไรก็ดีพวกโมโมทารอสก็ป้องกันไม่ให้พวกเอย์จิลงจากเดนไลเนอร์ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงของอดีต แต่ไม่วายที่อังค์จะออกจากร่างของนายตำรวจอิสึมิ และออกไปแต่แขน ซึ่งทั้งคู่ก็ไปโดนลูกหลงของการต่อสู้ของเดนโอกับอิมาจิ้น ทำลายล้มคว่ำจน "Cell Medal" 1 เหรียญกระเด็นจากร่างของอังค์ โดยไม่รู้ตัว

พวกโมโมทารอสวิ่งมาล้อมจับทั้งคู่กับไปยุคปัจจุบัน โดยไม่รู้เลยว่า Cell Medal 1 เหรียญนั้นจะตกอยู่ในมือของ "ลูกสมุนช็อกเกอร์" ซึ่งมันได้มอบเหรียญให้นายของมัน "แบล็กโชกุน" ซึ่งทำให้เกิดเรื่องขึ้นจนได้!!

เพราะเมื่อพวกเอย์จิกลับสู่วันที่ 1 เมษายน 2011 โลกก็ได้ถูกช็อกเกอร์ครองไปเสียแล้ว!! ทำไมกันล่ะ? ช็อกเกอร์ที่น่าจะโดนทำลายไปเมื่อ40 กว่าปีก่อน ทำไมจึงครองโลกได้? และที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ "สุดยอดมนุษย์แปลงของช็อคเกอร์" ก็คือ คาเม็นไรเดอร์ หมายเลข 1 และ คาเม็นไรเดอร์หมายเลข 2!! มิตรแห่งความเที่ยงธรรมกลายเป็นสุดยอดตัวร้ายไปแล้วหรือ?

เอย์จิที่กลายเป็นคาเม็นไรเดอร์คนเดียวในโลกที่ช็อกเกอร์ครองจะสามารถต้านทานไรเดอร์ทั้ง 2 ได้หรือ?

(ที่เหลือไปดูต่อเอาเองนะ)

-------------------------------------------
จ่ากบวิจารณ์
ในฐานะคนที่ตามดูฉบับภาพยนตร์ของคาเมนไรเดอร์มาแทบทุกภาค ผมคงจะขอพูดว่า ภาคนี้เป็นภาคที่มีเนื้อหาสนุกพอประมาณ น่าติดตามและไม่เยิ่นเย้อมากเท่าภาคเดนโอ RED / BLUE / YELLOW ที่อุตส่าห์ทำตั้ง 3 ภาคแต่เนื้อหาเบาหวิวเหมือนTV แม้ความกระชับจะไม่ดีเท่า Kamen Rider W : A To Z แต่ OOO•Den-O•All Rider (ต่อไปจะย่อเหลือ ODAR) ก็มีการเดินเรื่องที่ชวนให้คนดูคล้อยตามได้ในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งพูดได้เลยว่า ODAR เป็นภาคเอาใจพ่อๆ มากกว่า ลูกๆ เพราะบทบาทของไรเดอร์ 1 และ 2 แน่นมากๆ เป็นตัวเอกของเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งทำได้ดีกว่าสมัย All Riders VS Dai-Shocker ที่ปรากฎตัวพอให้หายคิดถึงเท่านั้น

ด้านการต่อสู้ก็ตามมาตรฐานไรเดอร์ล่ะครับ แต่ที่แน่ๆ ว่าฉาก Action ของเรื่องนี้กินพื้นที่ไปเกิน 65% ของหนังเลยล่ะครับ ซึ่งนับว่าคุ้มค่าน่าดูล่ะนะ เสียแต่ช่วงท้ายๆ ของเรื่องกลับเหมือนจะยัดเยียดๆ ตัวละครเข้ามามากเกินไปหน่อย และเหมือนกับหาจุดลงตัวของบอสใหญ่ได้ลำบาก เลยดูแล้วอึ้งๆ นิดหน่อย ทีตอน Taisen Core ตัว คาเม็นไรเดอร์ คอร์ ยังอลังการงานสร้างเลยแท้ๆ ทำไมทำแบบนี้โตเอะ?

จะว่าไป จุดที่เป็นจุดอ่อนของภาคนี้ มีอย่างเดียวคือ "ทำ All Riders VS Dai-Shocker มาแล้วรอบหนึ่ง" นั่นเอง เพราะมุกต่างๆ มันดูไม่ตื่นเต้นไปเสียแล้ว ถ้าเทียบกับภาคนั้น คือ ไม่ได้ copy ตัวเองหรอกครับ ผมยืนยัน , แค่ว่า "มุกนี้มันคุ้นๆว่ะ" เท่านั้นเอง

คะแนน
เนื้อเรื่อง 7/10 (มีความเป็นเดนโอมากไป, แต่โชคดีที่มีเรื่องไรเดอร์คลาสสิกมาแก้เลี่ยน)
ความสนุก 9/10 (ถ้าเป็นแฟนไรเดอร์) 6/10 (ถ้าไม่ใช่แฟนไรเดอร์)
บทบาทตัวละคร OOO : 25%  / Den-O : 35% / Rider 1 & 2 : 20% / All rider : 20%
อายุของผู้ชมที่แนะนำ เด็กๆดูได้ แต่ผู้ใหญ่ที่เป็นแฟนตัวจริงดูจะสนุกกว่า ส่วนใครเป็นแฟนเฉพาะไรเดอร์ใหม่ อาจจะไม่อินเท่าไหร่ อาจดูไม่สนุกก็ได้
โอกาสเป็น LC โดย DEX : 90%
โอกาสเป็น LC โดยค่ายอื่น : 10%
โอกาสขึ้นจอภาพยนตร์ : 50%
ก่อนอื่นคงต้องขอขอบคุณ คุณอย่ามาคันที่แนะนำได้น่าสนใจ จนต้องหามาดู และเมื่อได้ดูแล้ว คงต้องมาบอกต่อล่ะนะ

Mawaru Penguindrum(輪るピングドラム)
เริ่มฉาย JULY 2011 ยาว 24 ตอน
แนว Fantasy / Comedy / Drama



เนื้อเรื่อง
ศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ สามพี่น้องทาคาคุระ ซึ่งมี แฝดหนุ่ม คัมบะ , โชมะ และ น้องเล็ก ฮิมาริ ซึ่งเป็นครอบครัวที่เหลือกันแค่พี่น้อง 3 คน พ่อแม่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย? (เพราะไม่มีการพูดถึง--แต่น่าจะตายไปแล้ว)

ซึ่งพยายามใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะ ฮิมาริ นั้น ป่วยเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ และ จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ หมอเลยปล่อยให้มาอยู่บ้านใช้ชีวิตร่วมกันให้มากที่สุด ในเช้าวันสดใสวันหนึ่งฮิมาริบอกว่า "วันนี้เป็นฮิมาริDay" ดังนั้นต้องทำตามเธอทั้งหมด และพากันไปสวนน้ำ หลังจากดูรอบๆ และพากันไปซื้อหมวกเพนกวินแปลกๆ มาแล้ว จู่ๆ ฮิมาริ ก็ล้มลงจนต้องพาไปส่งโรงพยาบาล!! และเสียชีวิต!! (อะไรกันวะ)

ในห้องทำพิธีศพของโรงพยาบาล ท่ามกลางความเจ็บแค้นของ 2 พี่น้อง คัมบะ ,โชมะ จู่ๆ ฮิมาริที่น่าจะตายไปแล้วก็ฟื้นขึ้นมา พร้อมกับหมวกเพนกวิน และตะโกนว่า "ยุทธการเอาชีวิตรอด" และ "เราได้ยืดชีวิตของเด็กคนนี้ให้แล้ว"  หลังจากนั้นฮิมาริก็กลับเป็นปกติ ผลการตรวจก็พลิกกลับเพราะ จู่ๆ ร่างกายของฮิมาริก็เป็นปกติซะงั้น
มันยังไงกันเนี่ย?


ทั้ง 3 คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ดูเหมือนว่า ตอนเช้าจะมีพัสดุแช่แข็งส่งมาถึงบ้าน ในนั้นมีลูกกลมๆ 3 ลูก? มันอะไรกันหว่า? แต่ที่แน่ๆ พอโชมะไปเรียนจนเดินทางกลับบ้านเขาก็พบ "เพนกวิน" ซึ่งที่พิลึกสุดๆคือ "ไม่มีคนอื่นมองเห็น!!" พอกลับบ้านก็พบว่าอีก 2 คน อยู่ร่วมกับเพนกวินอย่างไร้ปัญหาซะอีด แล้วในระหว่างที่มึนตึง จู่ๆ ก็!!



เหมือนกับว่า "หมวกเพนกวิน" จะสิงร่างฮิมาริอยู่ และเพื่อรักษาชีวิตของเธอเอาไว้ 2 พี่น้องต้องทำงานบางอย่างให้เธอ ว่าแต่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องก็ตัดเรื่องไปซะก่อนอีก อะไรวะ!!

และจบตอนด้วยอะไรแปลกๆ ที่คัมบะจูบกับฮิมาริน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองอีก มันยังไงกันวะเนี่ย?

ED


-----------------------------------------------------

Mawaru Penguindrum (輪るピングドラム) นั้นเป็นผลงานออริจินอลของผู้กำกับ อิคุฮาระ คุนิฮิโกะ ผู้กำกับที่หายหน้าไปร่วม 10 ปี เจ้าของผลงาน "สาวน้อยนักปฎิวัติ อูเทน่า" กับ "เซเลอร์มูน" ที่มึนไม่น้อยหน้ากัน และ วาดโดย Brain's base ที่จริงๆ ก็ไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ภาพของเรื่องนี้สวยงามและได้กลิ่นอาย BONES และ SHAFT มานิดๆหน่อยๆ สงสัยทีมงานด้านภาพบางส่วนคงมาจาก 2 ที่นั้น การใช้สัญลักษณ์ของผู้กำกับอิคุฮาระ ที่แสนจะเป็นเอกลักษณ์ก็กลับมาแบบเต็มๆ (ตอนดูอูเทน่า ก็จำได้ว่า มึนทุกตอน) และ ยังแฝงด้วยการเล่าเรื่องแบบต่อไปเรื่อยๆ ไม่สามารถให้ดูจบในตอนได้ คือ ถึงจบส่วนที่กำลังพูดถึงแล้วก็จริง แต่ปริศนาและความงงยังไม่เฉลยเลย ทำให้เราต้องมาติดตามดูกันต่อในตอนต่อไปอีก

แต่นั่นก็ทำให้อนิเมเรื่องนี้ฉีกจากเรื่องที่อยู่ในซีซั่นเดียวกันทั้งหมด

ตัวเนื่้อเรื่องนั้น แม้จะดูไม่แปลกใหม่อะไร (เพราะพล็อตแบบนี้ เหมือนรวมมาจากหลายๆเรื่องในอดีต) แต่การกำกับที่น่าสนใจ การตัดฉากที่สนุก ก็ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจในพริบตาเลยล่ะครับ ซึ่งผมเองยังแปลกใจว่า เรื่องนี้ไม่ค่อยได้รับการโปรโมทมากมายเท่าไหร่? หรือเพราะมันโปรโมทแต่ในวงแคบๆ ก็มิอาจทราบได้ แต่ในขณะที่เรื่องอื่นๆ ค่อนข้างจะธรรมดาๆ แล้ว (แม้แต่ Kamisam Dolls ของค่าย Brain's Base ด้วยกันก็เถอะ) เพนกวินดรัม ตัดภาพได้สนุก ไม่น่าเบื่อเลย เพราะจะว่าไปผมเริ่มเอียนแนวเหงาๆ แล้วล่ะครับ หาอะไรที่ต้องร้องว่า "อะไรว้า------------" มาดูบ้างน่าจะดี เหอๆ

แนะนำตัวละครหลัก

คัมบะ พี่ชายคนโต ในสายตาสาวๆแล้ว ค่อนข้างเท่และมีแฟนเยอะ เป็นคนที่ไม่ค่อยลังเลที่จะทำอะไร เพื่อน้่องสาวจะให้ทำอะไรก็ยอม


โชมะ น้องชายคนรอง แม้จะเป็นแฝดกับคัมบะ แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนกันเลย นิสัยก็ต่างกันคนละขั้ว เป็นคนที่ไม่ค่อยโดดเด่น และ ดูแหยๆ  แต่ทำอาหารเก่ง


ฮิมาริ
น้องสาวคนเล็กอายุเพียง 13 ปี แต่กลับเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่ได้ และ ตายไปในที่สุด แต่ไม่รู้ทำไมจึงได้รับความช่วยเหลือจาก "Princess of the Crytal" ทำให้ยืดชีวิตต่อมาได้ และใช้ชีวิตโดยไม่รู้ถึงตัวตนของ "พรินเซส" ที่แฝงตัวในหมวกเพนกวิน


ริงโกะ สาวที่เป็นเป้าหมายแรกของ "พรินเซส" ดูภายนอกน่ารัก แต่จริงๆ เป็นสโต๊กเกอร์ของอาจารย์ประจำชั้นของคัมบะและโชมะ เธอมีบันทึกที่เขียนอะไรก็จะกลายเป็นจริงได้ หรือว่านั่นคือ "เพนกวินดรัม" กันนะ?

[Review] Harry Potter 7.2

posted on 15 Jul 2011 00:27 by overtime in All-Reviews
นี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไปดูหนังตั้งแต่วันแรกที่ฉาย เรื่องก่อนหน้านี้มันเรื่องไหนนะ นึกไม่ออกเลย เอาเถอะ มาพูดถึง HP กันก่อนละกัน

จะว่าไป ความทรงจำแรกสุดที่ผมมีกับ HP คือ "คนอ่านนิยายเรื่องนี้ ในชีวิตมันคงไม่เคยอ่านอะไรเทพๆสินะ" คือ ตอนแรกที่ฉบับนิยายภาคแรกวางขายเมื่อ 10 ปีก่อน แล้วมันฮิตพลุแตกนั้น เล่นเอาผมแอนตี้มันมากๆ มันจะฮิตไรนักหนาวะ และลามไปถึงเวลาที่ได้ทำเป็นหนังโรง ผมไม่ยอมไปดูจนมีคนเลี้ยงหนังภาค 3 โน่น (เหอๆ) ซึ่งมันเป็นภาคที่มีคนก่นด่าเยอะมาก แต่ผมกลับชอบแฮะ แม่งดาร์กโคตรๆ ชอบว่ะ ถ้ามันดาร์กขนาดนี้่ตรูดูแต่แรกแล้วเว้ย ทีนี้เลยไปหา DVD ภาคแรกกะภาค 2 มาดู ปรากฎว่าความรู้สึกมันประมาณ "แม่งหนังคนละม้วนเลยนี่หว่า" นั่นคือ ภาค 3 กลายเป็นภาคที่ผมเห็นว่า "การวางมาตรฐานใหม่" ภาค 1 , ภาค 2 มันดูเชยๆ และผิดที่ผิดเวลา แต่ถ้านับเวลาในเรื่องจริงๆ คือ 1991นั้น ก็OKที่จะทำแบบนั้น  แต่ถ้าภาคต่อจาก ภาค3 ทำให้ซอฟท์กว่านี้ คงผิดเรื่องเป็นแน่แท้ แม้ 2 ภาคแรก จะสดใสสไตล์หนังครอบครัวก็เถอะ แต่ภาค 3 มันหม่นมาก และทำให้คนที่ไม่อ่านนิยายเลยอย่างผมรู้สึกอยากดูต่อได้ละกัน (แต่คนอ่านนิยายด่ากันเช็ด)

โชคดีที่ภาค 4-5-6-7.1 มันยังสืบสานความดาร์กมาเรื่อยๆ จะแทบจะเป็นหนังขาวดำไปในช่วงภาค 6 และพอมา 7.1 ภาพลักษณ์อันดูเป็นการเมืองๆ มันก็ยิ่งแน่น แบบว่า "จะจบแล้วนะเว้ย ขอจัดเต็มๆหน่อยเถอะวะ"  นั่นคือภาค 7.1 ตัวละครผู้ใหญ่แบบว่า "ที่ผ่านมาไปมุดที่ไหนมาวะ" มาเยอะมาก ฝั่งเด็กๆ เหลือแค่ 3 หน่อตัวหลัก การตายกลายเป็นเรื่องปกติของโลก HP ทั้งๆที่ 6 ภาคที่ผ่านมา ตัวละครตายแบบนับคนได้เลย ภาค 7.1 เปิดมาก็ตายกันเพียบ และมีอีกหลายๆอย่างที่ อืม มันหม่นหมองจริงๆ

ภาค 7.2 ผมจึงไม่คิดอะไรมากก่อนเข้าไปดู เพราะรู้อยู่แล้วล่ะว่านี่คือภาคสุดท้าย แค่ภาวนาไม่ให้มันเหงาๆ แบบ 7.1 ก็พอ แต่ปรากฎว่า ผิดคาด เพราะภาคนี้ "สมกับเป็นตอนจบจริงๆ"


(เริ่ม 7.2 แล้วนะ)
7.2 เปิดฉากต่อจาก 7.1 ที่โวลเดอร์มอลทลายสุสานดัมเบิ้ลดอร์ ชิงไม้เท้าเอลเดอร์, กันคนลืมว่า ภาค 7.1 จบอย่างไร , ภาค 7.2 นั้นเนื้อหาต่อเนื่องรวดเร็วในการค้นหาฮอร์ครักซ์ซึ่งในภาค 7.1 กว่าจะเจอสักอันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่ใน 7.2 นั้น แฮร์รี่ได้เบาะแสการหาจากเบลลาทริกซ์บ้าง , ความจำของโวลเดอร์มอลบ้าง ซึ่งทำให้การผจญภุยของ 7.2 รวดเร็วและไม่มีเวลาให้คิดกันนาน หลายคนคงไม่สังเกตุว่า เหตุการณ์ในภาค 7.1 นั้นกินเวลายาวนานกว่า 6 เดือนในโลกของแฮร์รี่ แต่ในภาค 7.2 นั้น การกระทำต่างๆ เกิดภายในเวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น และภาคนี้เองก็ยังเป็นภาคที่รวบรัดจนงงๆ ว่า ตกลงน้องชายดัมเบิ้ลดอร์เค้าเคืองพี่ชายเค้าเรื่องอะไรวะ? ดูจนจบ ก็ยังไม่รู้ แล้วยังพวกภาคีที่ว่าไม่มีใครเหลือแล้ว แต่ดั้นมารวมตัวที่ฮอกวอตกันหมดก๊วน มารวมตอนไหนวะ? แบบลูปิน กับ พวกพ่อแม่รอนที่หายไปเลยตั้งแต่พวกสมุนโวลเดอร์มอลทำลายงานแต่งงานพี่ชายของรอนในภาค 7.1  เนี่ยมาจากไหนอ่ะ? แบบว่า งืม...งง แต่เอาน่า จะยกพวกตีกันแล้วนี่จะรอช้าไปใย?

จะว่าไปที่ผมว่า ภาค 7.2 มันอุ่นหนาฝาคั่งเนี่ย คงไม่พ้นฉากรวมพลสมุนโวลเดอร์มอลที่ยกพลมาทำลายฮอกวอตทิ้ง โดยอีกฝั่งก็มีพวกพ่อๆ แม่ๆ อาจารย์ที่คุ้นหนาคุ้นตามากางบาเรีย และรอรับมือการบุก ซึ่งอลังการกว่าทุกภาคที่ผ่านมา ยังกับสงครามในลอร์ดออฟเดอะริงค์ ภาค 2 เลย ไม่อยากเชื่อว่าจะเห็นอะไรแบบนี้

ด้านการเฉลยปริศนาน้าสเนป นั้น ก็ทำได้โคตรดีครับ ผมเคยรู้สึกว่าน้าสเนปแกเปลี่ยนไปตั้งแต่ภาค 4 หรือ 5 นี่ล่ะนะ? คือ ถ้าเทียบกับหนังโรงภาค 1-2 ที่เป็นพวกตัวร้ายแล้วนั้น จู่ๆ เหมือนน้าแกจะเป็นพระเอกขึ้นมาซะงั้น ซึ่งเหตุผลคือ บทสนทนาของดัมเบิ้ลดอร์กับสเนป ที่มาเฉลยใน 7.2 นี้ เคลียร์จนเกลี้ยงครับ และเป็นแผนสมรู้ร่วมคิด วางแผนหลอกคนกันมาได้ตั้งหลายภาค แถมน้าแกเนียนเข้าพวกโวลเดอร์มอลได้อีก เลยถูกหลอกเลย จะว่าไป ถ้ามาเฉลยว่า สเนปเป็นป๋าของแฮร์รี่คงหาว่าน้ำเน่า (เหอๆ) แต่ตัวตนของ พ่อแฮร์รี่นี่จืดจางจริงๆครับ เหมือนจริงๆ ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก เพราะคนที่สะท้อนพลังจนแฮร์รี่รอดมาได้ก็คือ แม่ของแฮร์รี่ต่างหาก ซึ่งหลายๆ อย่างที่มาเฉลยในภาค 7.2 นี้ ก็ทำให้อาจต้องไปไล่ดู HP 7 ภาคใหม่ และเอา Keyword ที่ซ่อนไว้มาพิจารณากันใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่แฟนนิยายได้ทำกันไปแล้วแหละ ส่วนแฟนหนังโรงแบบผมก็จะทำแบบที่อยากทำละกัน เหอๆ

ความสมบูรณ์ของเนื้อหา ในสายตาคนไม่อ่านนิยายแล้ว ก็รู้สึกว่าลงตัวดี แม้จะอยากให้มีการสรุปความเป็นไปของแต่ละคนในตอนจบก็ตามที แต่ก็ได้แต่ทำใจเพราะคาดว่าทีมงานคงบอกว่า "อันไหนไม่พูดถึง ช่วยไปไล่อ่านนิยายแทนได้มั้ย?" เป็นแน่แท้  เสียดายที่ตอนจบจบได้เรียบง่ายเกินคาด แม้จะทำตามนิยาย แต่ไหงไม่แอบเพิ่มเหมือนไอ้ตอนที่แอบเพิ่มมาเองในหนังอย่าง ความสัมพันธ์แปลกๆ ของเฮอร์ไมโอนี่กับแฮร์รี่ล่ะ ที่เรื่องนี้ทำซะเนียน จนเจ้ารอนเหมือนเป็นสามีบ้านเล็กยังไงไม่รู้ เอิ้กๆ แถมตอนจบหน้าแฮร์รี่ กับ เฮอร์ไมโอนี่ มันดูเป็น พระเอก-นางเอกชัดๆ (แอบขำ หน้ารอนที่ off-focus มาก กั่กๆ)

ฉากแอ็คชั่นและความสะใจ ภาคนี้ก็ยังให้อารมณ์ตลอดทุกฉาก แม้จะจืดจางไปบ้างในภาค 7.1 แต่ 7.2 ก็ส่งเข้าตาคนดูตลอดครับ ฉากแอ็คชั่นดีมาก สนุกมาก ฉากดวลของแฮร์รี่กับโวลเดอร์มอลค่อยเป็นพ่อมดสู้กันหน่อย อีตอนภาค 5 ยังกับเอาคอนดักเตอร์มาตวัดไม้บาตองแข่งกันซะงั้น -_-" ภาค 7.2 นี่ค่อยได้อารมณ์หน่อย ว่าแต่พวกขั้นเทพ เขาไม่ต้องร่ายคาถาก็ยิงได้แล้วสินะ ยิงกันซร้า

ความน่าเบื่อ เนื่องจากในภาค 7.2 กำแพงเรื่องความเหมาะสมในโรงเรียนถูกเอาออกไปแล้ว ดังนั้นแล้ว ความน่าเบื่อจึงแทบไม่ปรากฎครับ และที่สำคัญยังแอบหยอดมุกให้คนดูในโรงฮาครืนกันได้ตลอด ถือว่าเอาภาค 7.2 มาดูซ้ำอีกก็ไม่น่าเบื่อแน่ ผิดกับภาค 7.1 ที่อยากจะข้ามฉาก "เดินทาง" ของพวกแฮร์รี่มากๆ น่าเบื่ออ่ะ

เห็นมี HP7.2 แบบ3D ด้วย แต่เชื่อว่าเป็น 3D แบบลวงๆ ที่ทำด้วยการเรนเดอร์ใหม่มากกว่าจะถ่ายด้วยกล้อง 3D แบบ Tranformer 3 ผมเลยว่าจะไม่ไปดูแบบ 3D แน่ครับ

ดารา : น่าสงสารดาราที่อยู่คู่HPมาหลายๆภาค ที่ภาคนี้บทน้อยลงจนเหลือแค่โผล่หน้ามาให้เห็น!! กลับกันฝั่งตัวหลักบทมหาศาล ขนาดเดรโก้ที่ค่อนข้างเด่นมาทุกภาค (จนถึง 6) ภาค 7.2 ยังพูดน้อยระดับนับพยางค์ได้!! และยังดีที่เนวิล ผู้เรียกเสียงฮามาทุกภาค ใน 7.2 เขาก็ขโมยซีนไปเต็มๆ อีกครั้ง Good Job จริงๆ

สรุป
สำหรับคนดูหนังที่ไม่ใช่แฟนตัวยงของ HP : หนังสำหรับวัยรุ่น - ผู้ใหญ่ที่ซีเรียสจริงจังอลังการ สลัดคราบวรรณกรรมเยาวชนซะ มันเป็นนิยายที่ไม่ได้จำกัดแค่เด็กนะ

สำหรับแฟน HP : รอช้าอยู่ใย ไปดูกันซะ! นี่คือภาคจบที่สมเป็นภาคจบแล้วนะเฟ้ย