จ่ากบเจอหนี้ ตอน 2.0 Lost in Asakusa
posted on 20 Oct 2009 20:19 by overtime in Just-talk
เช้าวันต่อมา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนและยังไม่ชินเวลาที่เร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง ผมต้องหาทางกินข้าวเช้าให้ได้ก่อนจะ 8 โมงครึ่ง (เมืองไทยคือ 6 โมงครึ่ง) ซึ่งไม่ใช่ว่าผมจะไม่ตื่นเช้าขนาดนั้นนะครับ ปกติตื่นแล้วด้วย(ตามประสาคนกรุงเทพฯ ตื่นมาสู้กับรถติด) แต่เมื่อคืนผมนอนดึกและเพลียกับการเดินทางมากๆครับ ได้หลับน้อยมากบนเครื่องแล้ว ยังเดินทั้งวันอีกต่างหาก (ปกติจ่ากบเฝ้าบ่อ เอ้ย เฝ้าหน้าคอมไม่ค่อยได้เดิน) ผมเลยนอนจนถึง 8 โมงและหลังจากอาบน้ำเสร็จก็รีบไปกินมื้อเช้าที่มาพร้อมกับห้องพัก โดยเป็นอาหารแบบไวกิ้ง หรือแบบที่บ้านเราคุ้นเคยว่า "บุฟเฟ่ต์" (ดังนั้นหากไปญี่ปุ่นแล้วเห็นป้ายว่า ไวกิ้ง จะไม่ได้หมายถึงอาหารแบบไวกิ้งหรือชาวนอร์สนะครับ แต่หมายถึงบุฟเฟ่ต์) ผมเองระวังตัวเรื่องอาหารการกินมากในทริปนี้ เพราะต้องทานอาหารที่ไม่ไปเร่งระบบขับถ่าย อย่างอาหารรสเปรี้ยวมากมายนัก และ ไม่เน้นอาหารที่ย่อยง่ายแบบข้าวต้ม โทษทีนะครับ ที่ไม่ได้ถ่ายรูปมื้อเช้าให้เห็นเพราะคนเยอะมาก และผมก็ง่วงมากจนลืม แต่ผมก็ทานสลัดโดยราดน้ำสลัดแบบญี่ปุ่น เพราะหลีกเลี่ยงเดรสซิ่งสีขาวข้นซึ่งชาวบ้านร้านตลาดมักทำมาขายในบ้านเรา ซึ่งเดรสซิ่งนี้จะออกใสๆ รสเปรี้ยวนิดๆ และตามด้วยพวกแฮมนึ่ง สแครมเบิ้ลเอ้ก และเดินไปตักพวกนึ่งๆ ต้มๆมาตุนใส่ท้อง
ธุระเช้านี้คือไปรับ "สินค้าลิมิเต็ด" (ซึ่งหลายคนเดาว่านู่นนี่ ก็ตามแต่จะเดา) ที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านอาซากุสะ ซึ่งการเดินทางในอดีตผมจะนั่งรถไฟไปอุเอโน่และไปเปลี่ยนลงรถไฟใต้ดินสาย GINZA และนั่งต่อไปจนถึงแถบนั้น ซึ่งการเดินทางของผมในครั้งนี้นั้นผมสารภาพเลยครับว่า "ลองของ" โดยลองนั่งรถไฟสายใหม่ และของก็เข้าตัวครับ ผม "หลงทาง" จนได้ครับ เพราะแม้จะมาถึงใกล้ๆได้ แต่ผมทะลึ่งออกผิดทางออกของรถไฟ เลยเดินหาบริษัทนานมากๆ จนเลยเวลาที่นัดเขาไว้ที่ 10 โมงครึ่ง ไปเกือบชั่วโมง พอไปถึงก็ต้องขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่มารับของช้า แต่ที่เขาไม่โมโหเพราะผมหิ้วเงินมาจ่ายค่าของด้วย แถมเป็นเงินสดอีกต่างหาก ก็ไม่ได้เงินยิ่งใหญ่อะไรแค่ 60,000 เยน (เงินไทยเวลานั้นก็ ร่วมๆ 23,000 บาท) ซึ่งพอเห็นขนาดแล้ว ผมรีบขอให้เขาช่วยพาไป บริษัทขนส่งเอกชนทันที โดยบริษัทที่ผมเลือกใช้คือ "ขนส่งยามาโตะ" ที่มีเครื่องหมายการค้าคือ "แมวดำคาบลูกแมว" (ในไทยก็มีบริษัทนี้นะครับ ตั้งอยู่แถวๆ ศรีนครินทร์) และให้ช่วยส่งไปที่ สนามบินนาริตะ ภายใน 4 โมงเย็นวันพรุ่งนี้ วิธีนี้ผมจะได้ไม่ต้องหิ้วกล่องยักษ์นั่นตะลอนไปมา ค่าขนส่งผมไม่ค่อยคิดมาก เพราะเป็นงบบริษัท แต่ที่ตกใจกว่าก็คือ น้ำหนักรวมของมันคือ 12 kg ซึ่งน้ำหนักพอๆกับของที่ผมเอามาส่งและต้องแบกกลับเลย นั่นคือ ผมมีน้ำหนักต้องแบกกลับถึง 24 kg และยังไม่รวมกระเป๋าเดินทางอีกใบที่เจ้านายหวังดีให้มาหิ้วของอื่นๆกลับบ้านอีกใบ
ผมลาพนักงานบริษัทที่ผมไปรับของและมุ่งหน้ากลับไปอากิฮาบาระ โดยมีความกังวลใจที่ผมจะไม่มีที่แบกของเล่นกลับบ้านให้หนักใจตลอดการเดินไปลงสถานีรถไฟใต้ดิน... ระหว่างทางการเดินผมได้เดินผ่านร้านขายของเล่นส่งย่านคุรามาเอะ แต่ผมมารู้ตัวทีหลังว่า ด้วยความเครียดผมเลยไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดช่วงเช้า และเลือกซื้อของเล่นเบาๆ ตามที่มีเพื่อนฝากซื้อ อันไหนหนักก็เอาออกไป ก็ต้องขอโทษเพื่อนๆอีกทีเมื่อกลับล่ะนะ
ธุระเช้านี้คือไปรับ "สินค้าลิมิเต็ด" (ซึ่งหลายคนเดาว่านู่นนี่ ก็ตามแต่จะเดา) ที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านอาซากุสะ ซึ่งการเดินทางในอดีตผมจะนั่งรถไฟไปอุเอโน่และไปเปลี่ยนลงรถไฟใต้ดินสาย GINZA และนั่งต่อไปจนถึงแถบนั้น ซึ่งการเดินทางของผมในครั้งนี้นั้นผมสารภาพเลยครับว่า "ลองของ" โดยลองนั่งรถไฟสายใหม่ และของก็เข้าตัวครับ ผม "หลงทาง" จนได้ครับ เพราะแม้จะมาถึงใกล้ๆได้ แต่ผมทะลึ่งออกผิดทางออกของรถไฟ เลยเดินหาบริษัทนานมากๆ จนเลยเวลาที่นัดเขาไว้ที่ 10 โมงครึ่ง ไปเกือบชั่วโมง พอไปถึงก็ต้องขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่มารับของช้า แต่ที่เขาไม่โมโหเพราะผมหิ้วเงินมาจ่ายค่าของด้วย แถมเป็นเงินสดอีกต่างหาก ก็ไม่ได้เงินยิ่งใหญ่อะไรแค่ 60,000 เยน (เงินไทยเวลานั้นก็ ร่วมๆ 23,000 บาท) ซึ่งพอเห็นขนาดแล้ว ผมรีบขอให้เขาช่วยพาไป บริษัทขนส่งเอกชนทันที โดยบริษัทที่ผมเลือกใช้คือ "ขนส่งยามาโตะ" ที่มีเครื่องหมายการค้าคือ "แมวดำคาบลูกแมว" (ในไทยก็มีบริษัทนี้นะครับ ตั้งอยู่แถวๆ ศรีนครินทร์) และให้ช่วยส่งไปที่ สนามบินนาริตะ ภายใน 4 โมงเย็นวันพรุ่งนี้ วิธีนี้ผมจะได้ไม่ต้องหิ้วกล่องยักษ์นั่นตะลอนไปมา ค่าขนส่งผมไม่ค่อยคิดมาก เพราะเป็นงบบริษัท แต่ที่ตกใจกว่าก็คือ น้ำหนักรวมของมันคือ 12 kg ซึ่งน้ำหนักพอๆกับของที่ผมเอามาส่งและต้องแบกกลับเลย นั่นคือ ผมมีน้ำหนักต้องแบกกลับถึง 24 kg และยังไม่รวมกระเป๋าเดินทางอีกใบที่เจ้านายหวังดีให้มาหิ้วของอื่นๆกลับบ้านอีกใบ
ผมลาพนักงานบริษัทที่ผมไปรับของและมุ่งหน้ากลับไปอากิฮาบาระ โดยมีความกังวลใจที่ผมจะไม่มีที่แบกของเล่นกลับบ้านให้หนักใจตลอดการเดินไปลงสถานีรถไฟใต้ดิน... ระหว่างทางการเดินผมได้เดินผ่านร้านขายของเล่นส่งย่านคุรามาเอะ แต่ผมมารู้ตัวทีหลังว่า ด้วยความเครียดผมเลยไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดช่วงเช้า และเลือกซื้อของเล่นเบาๆ ตามที่มีเพื่อนฝากซื้อ อันไหนหนักก็เอาออกไป ก็ต้องขอโทษเพื่อนๆอีกทีเมื่อกลับล่ะนะ
Tags: จ่ากบ3 Comments
เหนื่อยน่าดูเลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าลองของ
#1 By Yumeno☆Misu*โหมดโดนกองงานทับถมตาย* on 2009-10-20 20:24