東のエデン(Eden of the East) ตอนที่ 1 : ฉันเจอเจ้าชายของฉันแล้ว
posted on 10 Apr 2009 20:13 by overtime in eden-of-the-east
และแล้วตอนที่ 1 ของ Eden of the East ก็ฉายแล้วครับ และผมตั้งใจว่าจะเอามาแนะนำเท่าที่เวลาอำนวยครับ เพราะเรื่องนี้คงยากที่จะเข้ามาเป็นลิขสิทธิ์...เอาน่า ของดีย่อมต้องมีคนเห็น
OP "Falling down" by oasis
ตอนที่ 1 นั้นเริ่มที่ โมริมิ ซากิ ผู้มาฉลองการจบมหา'ลัย กับเพื่อนๆที่นิวยอร์ก ได้แยกตัวออกมาเที่ยว วอชิงตัน D.C. ซากิมีเป้าหมายบางอย่าง แต่ยังไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอก็ควักเศษตังออกมาขว้างกะให้หย่อนลงในน้ำพุ ของไวท์เฮาส์(สงสัยกะจะขอพรอะไรซักอย่าง ซึ่งเป็นวิธีแบบยุโรป) แต่เนื่องจากแรงน้อย เธอจึงขว้างเหรียญได้ไกลสุดแค่สนามหญ้าหน้าน้ำพุ ซึ่งมันก็ต้องตาตำรวจแถวๆนั้นพอดี และแล้วก็มีเจ้าชายขี่ม้าขาว เอ้อ... ไม่มีม้าหรอก เป็นแค่คนเปลือยที่ในมือมีมือถือ (ในเืรื่องคือ มือถือnoblesse)กับปืนพก ซึ่งเขาหลอกล่อให้ตำรวจตามไปผิดทางและช่วยซากิเอาไว้ ซากิที่ตกใจกับร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มได้มอบหมวก+ผ้าพันคอ+โค้ท ให้ชายหนุ่มเพื่อแก้หนาวและตอบแทนที่ชายหนุ่มช่วยเธอไว้






ชายหนุ่ม (ที่มีชายน่าสงสัยเรียกเขาว่า "Number 9") วิ่งเข้าเมือง และพยายามใช้มือถือค้นหาที่มาของตนเอง ใช่แล้วครับ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเขาเองเป็นใคร แต่กลับรู้เรื่องอื่นๆดีหมด เมื่อเขาลองโทรศัพท์หาปลายทาง ด้วยจากการกดแท่นวงกลมบนโทรศัพท์ มันก็ทำการโทรหา Juiz ซึ่งมีเสียงตอบรับเป็นผู้หญิง และได้บอกว่า คงเป็นการยากที่จะระบุว่า ชายหนุ่มเป็นใครกันแน่ เพราะในเวลานี้เขากลายเป็นคนใหม่ ที่โดนลบความจำทิ้งไปแล้ว สิ่งที่เธอพอช่วยได้จึงมีแค่การส่งแผนที่ว่าบ้านของชายหนุ่มอยู่ไหนเท่านั้น



ชายน่าสงสัยที่ว่า
อี่กด้าน ซากิ ที่เพิ่งนึกออกว่าในเสื้อโค้ทนั้น มีทั้งพาสปอร์ต , ตั๋วเครื่องบินกลับญี่ปุ่นของเธอ ที่จะกลับวันนี้ , ซากิจึงวิ่งตามชายหนุ่มไป และ ตามไปถึงทางเข้าอพาร์ทเมนต์เก่าๆของเขา ภายในห้อง ชายหนุ่มยังนึกไม่ออกว่า ตัวเขาเป็นใคร แต่ภายในตู้เสื้อผ้านั้น เต็มไปด้วยปืนและกระสุน เหมือนเป็นรังโจรมากกว่าบ้าน ในตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มยังพบพาสปอร์ตที่มีหน้าของตัวเองพิมพ์อยู่หลายเล่ม และเริ่มแน่ใจว่าตัวเขาเองน่าจะเป็นพวกจารชน แบบ เจสัน บอร์น ที่จำเรื่องของตัวเองไม่ได้ , ซากิซึ่งตามหาห้องเขาจนเจอได้มาทวงขอพาสปอร์ตคืน ชายหนุ่มจึงรีบกลับไปค้นพาสปอร์ตของซากิ และ เอามาเทียบกับบรรดาพาสปอร์ตที่เขามี และเลือกตัวตนที่เกิดในปี 1989 ซึ่งมีชื่อ ทาคิซาวะ อากิระ ขึ้นมา พร้อมกับทำลายพาสปอร์ตอื่นๆทิ้งทันที



ที่หน้าห้อง ตำรวจสาวที่ได้รับรายงานเรื่องของหนุ่มสาวน่าสงสัยได้ตามซากิเข้ามา และมีรูปชีเปลือยของอากิระอยู่ จึงขอให้เขาโชว์ "จอนนี่" (บ้านเราเรียก ไอ้จ้อน") เพื่อยืนยันว่า เขาไม่ใช่คนในรูปถ่าย ซึ่งเมื่อเทียบดูแล้ว ไอ้จ้อนของอากิระกับคนในรูปขนาดไม่เท่ากัน เลยปล่อยผ่านไป (อากิระบอกว่า เพราะอากาศมันเย็นจนจ้อนหด..เอิ้กๆ) เมื่อออกจากอพาร์ทเมนต์ได้ อากิระ รีบพาซากิไปขึ้นแท็กซี่ทันที เพราะวิธีการทำลายหลักฐานของเขาคือ การใส่พาสปอร์ตลงในเครื่องปิ้งขนมปัง ซึ่งความร้อนไม่แรงมาก และโอกาสที่ขี้เถ้าจะร่วงจนไหม้ห้องก็สูง ซึ่งอากิระจงใจทิ้งห้องนี้ไป และ กลับไปญี่ปุ่นพร้อมกับซากิ



อากิระไม่รู้ว่าใช้อุบายแบบไหน ขอให้ทางตำรวจช่วยออกเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับญี่ปุ่นให้ (แน่นอนว่า ซากิตกเครื่องบินที่ตัวเองจองไปแล้ว) แต่ทั้งคู่ก็กำลังจะเดินทางกลับญี่ปุ่น ในสนามบิน ซากิบอกถึงสาเหตุที่เธอมา DC นั่นเพราะเธออยากสร้างแรงบันดาลใจว่าตัวเองก็มีสิ่งที่ทำได้ด้วยตนเอง แต่รู้สึกว่าเธอคงคิดผิดไปถนัด เพราะที่ DC ไม่มีที่สำหรับเธอ อากิระเองก็บอกว่าเข้าใจ (เพราะตนไม่มีความทรงจำ) ซากิและอากิระแนะนำตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากวุ่นๆมาทั้งวัน อากิระที่ยังจำชื่อตัวเองไม่ได้ เอาพาสปอร์ตปลอมให้ดู และส่งที่ทำให้ซากิ ปลื้มใจมากๆ คือ ทั้งคู่เกิดในวันที่ใกล้กันมากๆ นั่นคือ ซากิเกิด 6/1/1989 ส่วนอากิระ 7/1/1989 ซึ่งซากิบอกว่า ทั้งคู่เกิดในปีโชวะที่ 69 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในรัชสมัยโชวะ (และมีการเปลี่ยนรัชสมัยเป็นเฮเซย์ ในวันที่ 9 มกราคม 1989 ซึ่งถือว่าทั้งคู่คือ คนญี่ปุ่นที่เกิดเป็นคนเกือบท้ายที่สุดในรัชสมัยโชวะนั่นเอง) และทำให้ซากิทึกทักเอาว่า อากิระ คือ เจ้าชาย ที่เธอค้นหาอยู่ นั่นเอง แต่ความเพ้อฝันของสาวน้อยต้องชะงัก เพราะในTV มีข่าวว่า มีมิสไซล์ลึกลับโจมตีเข้าที่โตเกียว อะไรเกิดขึ้นในระหว่างที่ซากิมาเที่ยวอเมริกากันแน่?



(ติดตามตอนต่อไป)
ED 「futuristic imagination」 by school food punishment
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิจารณ์กันนิดนึง
สำหรับตอนที่ 1 นี้ มีแต่อะไรที่คิดไม่ถึงทั้งสิ้นครับ เรียกว่า เดาทางไม่ถูก ซึ่งเทียบกับอนิเมเรื่องอื่นๆที่เคยดูมา เราจะพอเดา "พฤติกรรมสากลแบบอนิเมญี่ปุ่น" ได้ แต่ Eden of the East นั้นเดาได้ยาก และความรู้่สึกเหมือนดูซีรี่ส์ของอเมริกาอยู่ซักเรื่องนึง การเดินเรื่องและการไม่ยอมอธิบายอะไรให้คนดูไปคิดเอง ก็แหวกแนวไปจากปกติ บอกได้เลยครับ นี่คือ "ซีรี่ย์อเมริกาที่ทำโดยคนญี่ปุ่น" แน่นอนว่า คงเป็นที่พูดถึงในวงการอนิเมต่างประเทศแน่นอน แต่หากจะเดินเรื่องอย่่างนี้ไปเรื่อยๆ มันจะสามารถจบเรื่องในเวลา 11 ตอนได้หรือ? คงต้องรอดูกันต่อไปครับผม แต่ที่แน่ๆ เพลงของ oasis เข้ากับหนังเปิดเรื่องแบบแนวๆ อย่างนี้เหลือเกิน ตอนแรกก็คิดอยู่ล่ะครับว่า มันจะทำให้เข้ากันได้ยังไงนะ? ส่วน ED นั้นก็ให้กลิ่นเดิมๆ ของเพลงเปิด อนิเมเรื่อง Honey & Clover เหลือเกิน ผมสงสัยว่าจริงๆ แล้วเพลง Ending นี่คงเคยเป็นเพลงเปิดมาก่อนแหงๆเลย (เหอๆ) เรียกว่า แนวทั้งเพลงเปิดและเำพลงปิดจริงๆ
คะแนนตอนแรก
ภาพ 10/10 เรื่อง 8/10 ความน่าติดตาม 10/10
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
entry ที่เกี่ยวข้อง
oasisทำเพลงเปิดให้อนิเมญี่ปุ่น! ใน東のエデン Eden of the east
Keyword ใน Eden of the East
OP "Falling down" by oasis
ตอนที่ 1 นั้นเริ่มที่ โมริมิ ซากิ ผู้มาฉลองการจบมหา'ลัย กับเพื่อนๆที่นิวยอร์ก ได้แยกตัวออกมาเที่ยว วอชิงตัน D.C. ซากิมีเป้าหมายบางอย่าง แต่ยังไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอก็ควักเศษตังออกมาขว้างกะให้หย่อนลงในน้ำพุ ของไวท์เฮาส์(สงสัยกะจะขอพรอะไรซักอย่าง ซึ่งเป็นวิธีแบบยุโรป) แต่เนื่องจากแรงน้อย เธอจึงขว้างเหรียญได้ไกลสุดแค่สนามหญ้าหน้าน้ำพุ ซึ่งมันก็ต้องตาตำรวจแถวๆนั้นพอดี และแล้วก็มีเจ้าชายขี่ม้าขาว เอ้อ... ไม่มีม้าหรอก เป็นแค่คนเปลือยที่ในมือมีมือถือ (ในเืรื่องคือ มือถือnoblesse)กับปืนพก ซึ่งเขาหลอกล่อให้ตำรวจตามไปผิดทางและช่วยซากิเอาไว้ ซากิที่ตกใจกับร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มได้มอบหมวก+ผ้าพันคอ+โค้ท ให้ชายหนุ่มเพื่อแก้หนาวและตอบแทนที่ชายหนุ่มช่วยเธอไว้






ชายหนุ่ม (ที่มีชายน่าสงสัยเรียกเขาว่า "Number 9") วิ่งเข้าเมือง และพยายามใช้มือถือค้นหาที่มาของตนเอง ใช่แล้วครับ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเขาเองเป็นใคร แต่กลับรู้เรื่องอื่นๆดีหมด เมื่อเขาลองโทรศัพท์หาปลายทาง ด้วยจากการกดแท่นวงกลมบนโทรศัพท์ มันก็ทำการโทรหา Juiz ซึ่งมีเสียงตอบรับเป็นผู้หญิง และได้บอกว่า คงเป็นการยากที่จะระบุว่า ชายหนุ่มเป็นใครกันแน่ เพราะในเวลานี้เขากลายเป็นคนใหม่ ที่โดนลบความจำทิ้งไปแล้ว สิ่งที่เธอพอช่วยได้จึงมีแค่การส่งแผนที่ว่าบ้านของชายหนุ่มอยู่ไหนเท่านั้น



ชายน่าสงสัยที่ว่า
อี่กด้าน ซากิ ที่เพิ่งนึกออกว่าในเสื้อโค้ทนั้น มีทั้งพาสปอร์ต , ตั๋วเครื่องบินกลับญี่ปุ่นของเธอ ที่จะกลับวันนี้ , ซากิจึงวิ่งตามชายหนุ่มไป และ ตามไปถึงทางเข้าอพาร์ทเมนต์เก่าๆของเขา ภายในห้อง ชายหนุ่มยังนึกไม่ออกว่า ตัวเขาเป็นใคร แต่ภายในตู้เสื้อผ้านั้น เต็มไปด้วยปืนและกระสุน เหมือนเป็นรังโจรมากกว่าบ้าน ในตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มยังพบพาสปอร์ตที่มีหน้าของตัวเองพิมพ์อยู่หลายเล่ม และเริ่มแน่ใจว่าตัวเขาเองน่าจะเป็นพวกจารชน แบบ เจสัน บอร์น ที่จำเรื่องของตัวเองไม่ได้ , ซากิซึ่งตามหาห้องเขาจนเจอได้มาทวงขอพาสปอร์ตคืน ชายหนุ่มจึงรีบกลับไปค้นพาสปอร์ตของซากิ และ เอามาเทียบกับบรรดาพาสปอร์ตที่เขามี และเลือกตัวตนที่เกิดในปี 1989 ซึ่งมีชื่อ ทาคิซาวะ อากิระ ขึ้นมา พร้อมกับทำลายพาสปอร์ตอื่นๆทิ้งทันที



ที่หน้าห้อง ตำรวจสาวที่ได้รับรายงานเรื่องของหนุ่มสาวน่าสงสัยได้ตามซากิเข้ามา และมีรูปชีเปลือยของอากิระอยู่ จึงขอให้เขาโชว์ "จอนนี่" (บ้านเราเรียก ไอ้จ้อน") เพื่อยืนยันว่า เขาไม่ใช่คนในรูปถ่าย ซึ่งเมื่อเทียบดูแล้ว ไอ้จ้อนของอากิระกับคนในรูปขนาดไม่เท่ากัน เลยปล่อยผ่านไป (อากิระบอกว่า เพราะอากาศมันเย็นจนจ้อนหด..เอิ้กๆ) เมื่อออกจากอพาร์ทเมนต์ได้ อากิระ รีบพาซากิไปขึ้นแท็กซี่ทันที เพราะวิธีการทำลายหลักฐานของเขาคือ การใส่พาสปอร์ตลงในเครื่องปิ้งขนมปัง ซึ่งความร้อนไม่แรงมาก และโอกาสที่ขี้เถ้าจะร่วงจนไหม้ห้องก็สูง ซึ่งอากิระจงใจทิ้งห้องนี้ไป และ กลับไปญี่ปุ่นพร้อมกับซากิ



อากิระไม่รู้ว่าใช้อุบายแบบไหน ขอให้ทางตำรวจช่วยออกเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับญี่ปุ่นให้ (แน่นอนว่า ซากิตกเครื่องบินที่ตัวเองจองไปแล้ว) แต่ทั้งคู่ก็กำลังจะเดินทางกลับญี่ปุ่น ในสนามบิน ซากิบอกถึงสาเหตุที่เธอมา DC นั่นเพราะเธออยากสร้างแรงบันดาลใจว่าตัวเองก็มีสิ่งที่ทำได้ด้วยตนเอง แต่รู้สึกว่าเธอคงคิดผิดไปถนัด เพราะที่ DC ไม่มีที่สำหรับเธอ อากิระเองก็บอกว่าเข้าใจ (เพราะตนไม่มีความทรงจำ) ซากิและอากิระแนะนำตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากวุ่นๆมาทั้งวัน อากิระที่ยังจำชื่อตัวเองไม่ได้ เอาพาสปอร์ตปลอมให้ดู และส่งที่ทำให้ซากิ ปลื้มใจมากๆ คือ ทั้งคู่เกิดในวันที่ใกล้กันมากๆ นั่นคือ ซากิเกิด 6/1/1989 ส่วนอากิระ 7/1/1989 ซึ่งซากิบอกว่า ทั้งคู่เกิดในปีโชวะที่ 69 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในรัชสมัยโชวะ (และมีการเปลี่ยนรัชสมัยเป็นเฮเซย์ ในวันที่ 9 มกราคม 1989 ซึ่งถือว่าทั้งคู่คือ คนญี่ปุ่นที่เกิดเป็นคนเกือบท้ายที่สุดในรัชสมัยโชวะนั่นเอง) และทำให้ซากิทึกทักเอาว่า อากิระ คือ เจ้าชาย ที่เธอค้นหาอยู่ นั่นเอง แต่ความเพ้อฝันของสาวน้อยต้องชะงัก เพราะในTV มีข่าวว่า มีมิสไซล์ลึกลับโจมตีเข้าที่โตเกียว อะไรเกิดขึ้นในระหว่างที่ซากิมาเที่ยวอเมริกากันแน่?



(ติดตามตอนต่อไป)
ED 「futuristic imagination」 by school food punishment
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิจารณ์กันนิดนึง
สำหรับตอนที่ 1 นี้ มีแต่อะไรที่คิดไม่ถึงทั้งสิ้นครับ เรียกว่า เดาทางไม่ถูก ซึ่งเทียบกับอนิเมเรื่องอื่นๆที่เคยดูมา เราจะพอเดา "พฤติกรรมสากลแบบอนิเมญี่ปุ่น" ได้ แต่ Eden of the East นั้นเดาได้ยาก และความรู้่สึกเหมือนดูซีรี่ส์ของอเมริกาอยู่ซักเรื่องนึง การเดินเรื่องและการไม่ยอมอธิบายอะไรให้คนดูไปคิดเอง ก็แหวกแนวไปจากปกติ บอกได้เลยครับ นี่คือ "ซีรี่ย์อเมริกาที่ทำโดยคนญี่ปุ่น" แน่นอนว่า คงเป็นที่พูดถึงในวงการอนิเมต่างประเทศแน่นอน แต่หากจะเดินเรื่องอย่่างนี้ไปเรื่อยๆ มันจะสามารถจบเรื่องในเวลา 11 ตอนได้หรือ? คงต้องรอดูกันต่อไปครับผม แต่ที่แน่ๆ เพลงของ oasis เข้ากับหนังเปิดเรื่องแบบแนวๆ อย่างนี้เหลือเกิน ตอนแรกก็คิดอยู่ล่ะครับว่า มันจะทำให้เข้ากันได้ยังไงนะ? ส่วน ED นั้นก็ให้กลิ่นเดิมๆ ของเพลงเปิด อนิเมเรื่อง Honey & Clover เหลือเกิน ผมสงสัยว่าจริงๆ แล้วเพลง Ending นี่คงเคยเป็นเพลงเปิดมาก่อนแหงๆเลย (เหอๆ) เรียกว่า แนวทั้งเพลงเปิดและเำพลงปิดจริงๆ
คะแนนตอนแรก
ภาพ 10/10 เรื่อง 8/10 ความน่าติดตาม 10/10
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
entry ที่เกี่ยวข้อง
oasisทำเพลงเปิดให้อนิเมญี่ปุ่น! ใน東のエデン Eden of the east
Keyword ใน Eden of the East
Tags: anime, east of eden, oasis, production i9 Comments

เอ้า สาด
#1 By -- HaKobuNE -- on 2009-04-10 22:45