# 9 『大国の威信』 / [ศักดิ์ศรีของมหาประเทศ]


- ตอนที่ 9 นี้ เป็นเรื่องราวที่ทิ้งช่วงห่างจากตอนที่ 8 พอสมควร ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดต่อๆกันแบบช่วงตอนที่ 6-8 เพราะเป็นเหตุการณ์หลังจากวันที่ ไอโอเรีย ประกาศเจตนารมย์ของเซเลสเชี่ยล บีอิ้ง ถึง 4 เดือน

- วันนั้นเป็นวันที่เหล่ากันดั้มไมสเตอร์ กลับมาซ่อมบำรุงที่ยานบโตเลไมออสครบทั้ง 4 เครื่อง โดย Kyrios และ Virtue ได้ทำการซ่อมบำรุงไปก่อนแล้ว จึงเหลือเพียง Dynames กับ Exia ที่เข้ามาหลังสุด นับเป็นวันสบายๆ ของเหล่าลูกเรือ และ กันดั้ม ไมสเตอร์ทั้ง 4 แต่มีเพียงอาเลลูย่าเท่านั้น ที่ถามสุเมรากิว่า ถ้าโดนโจมตีตอนนี้จะทำยังไง? สุเมรากิก็ตอบแบบพล่อยๆ ว่า "ไปโทษพระเจ้าเอาละกัน"

- แต่โดยที่ไม่มีใครรู้ กลุ่มประเทศที่เคยโดนCBหักหน้าเอา นอกจาก ยูเนี่ยน และ AEU ที่โดนรุกหนักมากกว่าใครๆ แล้ว "กลุ่มปฎิรูปมนุษย์" ที่ซุ่มเงียบ ได้เริ่มเผยเขี้ยวเล็บออกมาแล้ว โดยผู้นำของแผนนี้คือ เซอร์เก้ สเมอร์นอฟ หมีป่าแห่งรัสเซียนั่นเอง โดยแผนของเขาในเบื้องต้น คือ ปล่อยอุปกรณ์ตรวจจับจำนวนมาก เหวี่ยงแหไปในอวกาศเสียก่อน ทั้งๆที่เรดาร์มิสามารถจับสัญญาณของGN Drive ได้ ไหงจึงทำแบบนั้น แต่ที่จริงแล้ว นี่เป็นช่องโหว่ใหญ่เลยทีเดียว เพราะถ้าสามารถลงทุนส่งตัวตรวจจับจำนวนมากได้ล่ะก็ หากตัวตรวจจับเสียการควบคุม หรือ สัญญาณดับไป ก็แสดงว่า พวกCBซักเครื่องหนึ่งต้องอยู่แถวนั้นแน่! และ ในที่สุดตัวตรวจจับก็สัญญาณดับจนได้ และ ที่น่าตกใจคือ ยานปโตเลไออสนั้น อยู่ใกล้กับ เท็นชู (ลิฟท์วงโคจร) ของ "กลุ่มปฎิรูป" เหลือเกิน....

- แต่โชคร้ายที่บนสะพานเดินเรือของCB ขาดเฟลท์ และ คริสติน่าไป เหลือเพียงพลขับผู้แสนประมาท "ริชเท็นดาล (ชื่อเล่น "ริชตี้")" เพียงคนเดียว จึงไม่สามารถเข้าใจได้ว่า สัญญาณเตือนบนหน้าจอของเฟลท์ หมายถึงอะไร... แล้วทั้ง 2 คนไปไหนหรือ? คริสติน่าที่จริงๆ ต้องเข้าเวรแทน เฟลท์นั้น ได้รับความปรารถนาดีของริชเท็นดาลว่าจะเฝ้าให้แทน และขอตัวไปทานอาหาร แต่ ที่ห้องอาหารเธอกลับต้องมานั่งร่วมโต๊ะ กับเซ็ตสึนะ และ ทีเอเรีย ที่ไม่ค่อยจะพูดกันอยู่แล้ว แถมยังระหองระแหงกันอีกต่างหาก บรรยากาศจึงไม่เจริญอาหารเอาซะเลย...



- ทางด้านเฟลท์ เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของพ่อ-แม่ เธอจึงแอบมายืนร้องไห้เพียงคนเดียว แต่ล็อคออนที่ปล่อยให้ฮาโร่ทั้ง 5 (ของเขาเอง 1 ตัว+อีก 4 ตัวในยาน) ไปซ่อมบำรุง ก็มีเวลาว่าง เข้ามาเจอเฟลท์พอดี ซึ่งในบทสนนทนาเราจะทราบว่า พ่อ-แม่ของเฟลท์ นั้นเป็น กันดั้ม ไมสเตอร์ รุ่นที่ 2 (อ่านนิยาย 00P หรือ ข้อมูลตัวละคร) และตอนนี้เฟลท์เองก็เจริญรอยตามพ่อ-แม่ คือ ร่วมกับCB ทำภารกิจต่อ.... ล็อคออนที่ได้รู้อดีตของเฟลท์ จึงบอกชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองบ้าง นั่นคือ นีล ดีแลนด์ (รายละเอียด--> หน้าตัวละคร) และสุดท้ายอาเลลูย่า ก็เข้ามาพอดีได้เห็นล็อคออน กำลังให้กำลังใจเฟลท์ ก็ดูเหมือนจะเข้าใจผิด 2 คนนี้เขาจีบกันอยู่ ก็เขินหน้าแดง (ฮา)


- พวกเซอร์เก้ที่รู้ตำแหน่งแล้ว ก็เริ่มทำตามขั้นที่ 2 นั่นคือ แยกกันดั้มออกจากกัน เพื่อจับกุม ซึ่งเป็นแผนที่ซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งแม้แต่สุเมรากิยังหลงกล ส่งคิวริออส กับ เวอร์ทูล ออกไปนอกยาน เพื่อกะมาตลบหลัง แต่ดูเหมือนว่า กองยานจำนวนมหาศาลของเซอร์เก้ จะกระจายกำลังออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนแรก ประจันหน้ากับปโตเลไมออส ส่วนที่ 2 และ 3 แยกไปประชิดตัวกับกันดั้มอีก 2 เครื่อง ซึ่งกองที่ 1 เปิดฉากโจมตีปโตเลไมออสอย่างหนัก ซึ่งน่าตกใจที่ว่ายานแม่อย่างปโตเลไมออส กลับไม่มีอาวุธต่อต้านอะไรเลย มีเพียง GN บาเรียเพียงอย่างเดียว




- ก่อนจะขึ้นไปขับ ไดนาเมส ล็อคออนให้กำลังใจกับเฟลท์ก่อนจะแยกกันว่า "ต้องมีชีวิตอยู่ต่อนะ".... น่าเสียดายที่การซ่อมบำรุงเพิ่งเริ่มไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ไดนาเมสไม่อยู่ในสภาพสมประกอบนัก จึงต้องอาศัย ขาหยั่งแทนขาซ้ายไปก่อน ไดนาเมสจึงไม่อาจไปป้องกันยานได้ ต้องยืนประจำที่บริเวณหน้ายานเท่านั้น ซึ่งทำให้พิสัยการรบแคบกว่าปกติ , ทางด้านเซ็ตสึนะ แม้จะซ่อมบำรุงเสร็จแล้ว แต่ เอ็คเซีย ที่เหมาะกับการรบแบบประชิดตัวไม่สามารถจะไล่ทำลายกองทัพสเปซ เทียเหล็งที่ปกติอุ้ยอ้ายได้เลย... คริสติน่า ที่ไม่มีประสบการณ์การรบ ได้แต่ตัวสั่นจนทำอะไรไม่ถูก จนเฟลท์ที่ปกติไม่พูดไม่จา ยังต้องตะคอกใส่ว่า "เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อนะ" แต่ถึงจะให้กำลังใจกัน แต่เสียเปรียบก็คือ เสียเปรียบ ทั้งคนทั้งหุ่น ทั้งยาน ต้องรับมือกับศึกหนักโดยไม่ได้ตั้งตัวเสียเล้ว และทั้งนี้ทั้งนั้น สุเมรากิพอจะนึกออกว่า คนที่ทำแบบนี้ได้มีไม่กี่คนหรอก (นั่นคือ เซอร์เก้)

- ทางด้านทีเอเรีย แม้จะโดนแยก และถูกศัตรูเข้าโจมตีก็ตาม แต่เขายังสุขุมเยือกเย็น กำจัดเฉพาะศัตรูตรงหน้าตัวเองไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้สนใจทางปโตเลไมออสนัก


- แต่ทางด้าน อาเลลูย่าที่ปลีกตัวออกมา และไม่อาจติดต่อกับยานได้ ได้แต่ไล่ทำลายยานที่มาทางเขาเรื่อยๆ จึงคิดว่านี่มันแค่การถ่วงเวลา เขาจึงรีบบินกลับไปที่ยาน แต่ระหว่างทาง เขากลับได้พบกับกองทัพเทียเหล็ง และ ในหัวของเขาเกิดคลื่นรบกวนจนทรมาน ซึ่งที่มาของคลื่นนั้น หาใช่ใครอื่น แต่เป็น โซม่า พีริส ซูเปอร์โซลเจอร์ของกลุ่มปฏิรูปนั่นเอง วันนี้เธอก็ยังมาในเทียเหล็ง เต๋าซื่อ สีชมพูตามเคย แต่ภายในของค็อกพิทได้รับการพัฒนาไปไกล จนถึงระดับมองได้รอบตัวแล้ว (จากที่แต่ก่อนต้องใส่หมวกประหลาดๆ ที่มีจอภาพเฉพาะในหมวก) และยังมีหมวกป้องกันคลื่นสมองที่เคยรบกวนเธอไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าหมวดที่ว่านั้นจะป้องกันเฉพาะคลื่นที่เข้ามา แต่ยังสามารถส่งคลื่นสมองออกไปกวนอาเลลูย่าได้ ซึ่งทำให้อาเลลูย่าถึงกับทำอะไรไม่ถูกทีเดียว ชะตากรรมของเขาจะเป็นยังไงต่อ?

- และบนโลกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนร้ายในอวกาศ ในที่สุด UN ก็ส่งความช่วยเหลือแบบให้เปล่าแก่ องค์หญิงมารีน่า และประเทศอาซาดิสถานเสียที ซึ่งที่น่าตกใจกว่าคือ เอกอัครราชฑูตของUN กลับเป็น นาย อเล็กฮานโดร คอร์นเนอร์ ผู้เป็น 1 ในผู้ลงทุนของ CB เสียอีก จุดประสงค์ที่อเล็กฮานโดรช่วยเหลือมารีน่าคืออะไรกันแน่นะ?

เรตติ้งของสัปดาห์นี้ คือ 5.0% ครับ --- > ตอนต่อไป [แผนจับกุมกันดั้ม]
------------------------------------------------------------------------------
ถ้าเทียบกับตอนที่ 8 แล้ว ตอนนี้ถือว่าสถานกาณ์ค่อนข้างจำกัดวง แค่ทัพของเซอร์เก้ กับ CB เท่านั้น แต่ที่สุดๆก็คือ แผนการจับกุมกันดั้มของเซอร์เก้ที่สุดๆไปเลย เพราะที่ผ่านมา ทหารของทัพอื่นๆ แค่สู้ๆไป แถมโดยมากก็มีการเมืองอยู่เบื้องหลังอีกต่างหาก แต่คราวนี้เป็นการรบแบบชิงไหวชิงพริบ ซึ่งทำให้CB ที่ดูเก่งยังกะไม่ใช่คนมาตลอด ต้องถูกต้อนเข้ามุมเลยทีเดียว ร้ายจริงๆ ตาลุงสุดเท่คนนั้นน่ะ ซึ่งแผนการจริงๆ เป็นยังไงต้องรอดูตอนที่ 10 ต่อไปครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาตามอ่านค่ะ ยิ่งดูยิ่งชอบลุงเซอร์เก้ เท่ เก่ง ฉลาด สุดยอดมาก

#1 By ruk21us on 2007-12-09 20:47

ชุดนักบินของโซม่านี้ต่างจากทหารปกติไปคนละเรื่องเชียว แต่ก็นะ จะให้คุณลุงมาใส่แบบนี้มันก็...

ตอนนี้ลุงเท่มาก

#2 By OriginalBlueSin on 2007-12-10 00:54

ดูตอนนี้แล้วชอบเฟลท์ขึ้นมาเลยค่ะ cry cry

#3 By ::Materia Hunter::^^ on 2007-12-10 11:25

ตอนนี้เริ่มเข้มข้นดีแฮะ เฟลท์ได้ใจไปเต็มๆcry

#4 By iCannabiz :: on 2007-12-10 23:42