วันนี้ขอเขียนอะไรเป็นวิชาการนิดๆนะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------
เพิ่งนั่งดู เก็นชิเค็น 2 ตอนที่ 9 จบไป ซึ่งเป็นตอนที่ซาซาฮาร่า (พระเอกของเรื่อง) ต้องตระเวณไปสัมภาษณ์งาน ซึ่งสาขาที่เขาเรียนคือ อักษรศาสตร์ เอกวรรณกรรม (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ) ซึ่งตามบริษัทที่เขาไปสัมภาษณ์งาน ก็เป็นสำนักพิมพ์ที่เด่นในด้านการพิมพ์การ์ตูนน่ะครับ ซึ่งในเรื่องนี่ เราจะรู้เลยว่า ซาซาฮาร่า ไม่ได้มีพรสวรรค์ระดับเทพอะไรเลยซักอย่าง เป็นแค่คนชอบการ์ตูนคนหนึ่ง ซึ่งเพราะไม่มีความโดดเด่น และ ผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ของชมรมเก็นชิเค็น นี่แหละ ที่ทำให้นายซาซาจึ๋งของเรา ไม่มีที่ไหนจะรับเขาไปทำงานเลย...

ดูอนิเมแล้วย้อนดูตัว...

ในประเทศไทย ผมเชื่อว่า คนที่ชื่นชอบการ์ตูนในระดับหนึ่ง มักจะมีอะไรต่างจากชาวบ้าน และ หลายคนคงคิดหาทางทำงานที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูนไม่มากก็น้อย แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องเรียนมหาวิทยาลัย น้องๆ ที่เคยเรียน ม.ปลาย ต้องสอบเอนท์ เข้าซักคณะหนึ่งเพื่อเรียนต่อใช่มั้ยครับ? แถมหนทางที่จะได้ทำงานกับการ์ตูนแบบจริงจัง ถือว่าน้อย เพราะในไทยไม่มีคณะไหนสอนสาขาเกี่ยวกับ การ์ตูนเลย (อันเนื่องมาจากบ้านเราไม่มีธุรกิจแบบการ์ตูนไทยแท้ๆ เลย ต่างจากญี่ปุ่นซึ่งการ์ตูนถูกยกไปสู่ระดับอุตสาหกรรมแล้ว) บริษัทที่ทำด้านนี้จริงจัง มีแบบนับนิ้วได้เลย (ไม่เกิน 20 ที่) และเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัด การ์ตูนซึ่งเป็นของฟุ่มเฟือย ก็โดนตัดออกจากชีวิตของใครหลายๆ คนเป็นอันดับแรกๆ ยิ่งทำให้ธุรกิจด้านนี้ค่อนข้างเสี่ยงพอตัว

เห็นอย่างนี้แล้ว ยังมีคนอยากเข้าบริษัทการ์ตูนมั้ย?

หลายคนอาจเบนเข็มไปทางอื่นให้มีชีวิตรอดได้ต่อไป หลายคนกลับเลือกที่จะเข้าทางสายนี้...

ถ้าจะแจกแจงว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ "การ์ตูน" นั้นมีกี่สายงานกัน ก็จะมีดังนี้ครับ

1. ธุรกิจด้านสิ่งพิมพ์ ธุรกิจที่คุ้นเคยและมีมานานที่สุด สำนักพิมพ์ที่พิมพ์แต่การ์ตูนก็มี สำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือพิมพ์ด้วยก็มี การจะเข้าทำงานในสายงานนี้ มองเผินๆ ค่อนข้างตรงตัว นั่นคือ คุณต้องจบ สาขา วารสาร / สิ่งพิมพ์ / นิเทศศาสตร์ / อักษรศาสตร์
เพื่อเข้าทำงาน แต่เอาเข้าจริงๆ อาชีพที่สายงานนี้ต้องการ คือ

1.1 "คนแปล" ครับ เพราะหนังสือการ์ตูนถ้าไม่แปลเสียก่อน ก็ไม่มีทางออกมาเป็นภาษาไทยได้ครับ ดังนั้น คุณต้องมีความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่น ซึ่งไม่ต้องจบมหาวิทยาลัยก็ได้ครับ คุณสามารถเรียนเอาตามสถาบัน และปลายปีก็ไปสอบวัดระดับความรู้ซะที ว่างๆ ก็ไปทดสอบการแปลที่สำนักพิมพ์ได้เลย (ถ้ามั่นใจในตัวเองนะ) แต่งานแปลส่วนมากก็ไม่อาจเลือกได้ด้วยตัวเอง เพราะกองบ.ก.จะเป็นคนป้อนงานให้ครับ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ เหรอ? อาจจะเป็นฝ่าย พิมพ์ตัวหนังสือ และ พิสูจน์อักษร ซึ่งเป็นงานที่ไม่มีความก้าวหน้าเลยครับ

1.2 นักวาดการ์ตูน บางสำนักพิมพ์ก็มีการเปิดแผนกการ์ตูนไทย ซึ่งทำให้โอตาคุที่วาดรูปเก่งหน่อย วาดการ์ตูนได้สนุก มีงานทำในสาขานี้ครับ ซึ่งบอกตรงๆ ครับ ว่าไม่มีมหาวิทยาลัยไหน สอนเป็นเรื่องเป็นราวหรอก มีเพียงคอร์สพิเศษของบางมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่จัดขึ้นมา ต้องอาศัยความพยายามมากที่สุดในบรรดาสายงานการ์ตูนเลย

1.3 กองบรรณาธิการ แม้เราจะเห็นนิตยสาร ข่าวสารอนิเมบ้าง แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ในรูปแบบของบริษัทนะครับ เป็นงานกึ่งๆ จ้างตัวเอง ทำงาน และมีเพียงไม่กี่เจ้าหรอกครับ ส่วนใครอยากทำในสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ในด้านนี้จริงๆ คงต้องอาศัยความรู้ความสามารถหลากหลายครับ ลองหาทางสอบถามดูนะครับ เพราะแต่ละที่ รับคนไม่เหมือนกัน

2. ธุรกิจด้าน การทำภาพยนตร์การ์ตูน เป็นสายงานที่เด็กรุ่นใหม่ไฟแรง เห็นถึงความเท่ ความดูดี แห่กันไปเรียน สาขา Computer Graphic กันเป็นการใหญ่ ไม่ว่าใครก็หวังจะเป็นอนิเมเตอร์ทุกคน แต่อนิจจา วิชาที่มีเปิดสอนดันเป็น การสร้างโมเดล3D และ ทำ 3D animation ซึ่งหลังจากภาพยนตร์จำพวก Finding Nemo ดังซะเหลือคณา พี่น้องครับ ใครๆก็แห่กันไปเรียน โดยทางเข้ามันก็แสนแคบ ทางออกก็แคบเสียยิ่งกว่าแคบ เพราะในแต่ละปี น้อยนักที่จะมีหนังแนวนี้ออกมา แม้ในTV จะมีอนิเมชั่นคนไทยมากขึ้นก็ตามที แต่ธุรกิจนี้โตยากจริงๆ เพราะทุกบริษัทที่ทำนั้น คิดว่า แค่เคยทำอนิเมชั่นเป็น ใครๆก็ทำหนังของตัวเองได้ ทั้งที่จริง สิ่งที่อนิเมชั่นไทยยังขาดอยู่มาก คือ "ผู้กำกับ" และ "ผู้แต่งเรื่อง" ซึ่งหากจะถามว่า ทำไมโอตาคุไม่แลอนิเมไทย ก็เพราะ อนิเมไทย ยังขาด "เนื้อเรื่อง" นั่นเอง แต่น่าเศร้าที่แต่ละบริษัท ไม่มีใครเล็งเห็นจะพัฒนาบุคคลกรสายนี้เลย

3. ธุรกิจผลิต VCD/DVD การ์ตูนอนิเมชั่นจากญี่ปุ่น ที่ครองตลาดบ้านเรามานานกว่า 35 ปี หากขาดผู้ที่ทำงานด้านนี้แล้ว ย่อมไม่มีใครได้ดู ได้ซื้อมาเก็บ เป็นแน่...ช่วง 20 ปีแรก ไม่มีใครคิดว่า การ์ตูนจะขายออก ตลาดในไทยจึงออกไปในลักษณะของ "การเช่า" ซึ่งผู้ผลิตไม่ต้องมีต้นทุนในการผลิตมากไปกว่า การcopy เทป ส่งตามศูนย์เช่า แต่ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา การซื้อ-ขาย เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในปัจจุบัน ก็มีบริษัทที่ทำธุรกิจนี้หลายบริษัท (อ่านใน entry นี้เพิ่มเติมครับ) เชื่อหรือไม่ก็ตาม คนที่คุณเรียกว่า โอตาคุ นั้นแฝงตัวอยู่ตามบริษัทนี้มากกว่าที่ใดๆ แต่ถึงจะมากแต่... แต่ละบริษัทก็ไม่ได้คิดจะจ้างโอตาคุมากหรอกครับ ถึงพวกเขาจะมีความรู้ด้านอนิเมสูงส่ง แต่ถ้าทำงานที่ควรทำเป็นไม่ได้ ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ครับ ซึ่งมีโอตาคุขวาจัด-ซ้ายจัด หลายคน อ้างตัวว่า ตัวเอง "เทพ" ในด้านความรู้มาก แต่ถ้ารู้อย่างเดียว ทำเองไม่เป็น ก็ไม่มีใครจ้างครับ (แบบเดียวกับซาซาฮาร่าในเก็นชิเค็น) คนที่บริษัทเหล่านี้ต้องการ นั้นมีหลากหลายสาขา แต่สำหรับคนการ์ตูนแล้ว มีสาขาที่เกี่ยวข้องดังนี้

3.1 ฝ่ายผลิตงาน หรือ คือพวกทำ VCD/DVD ซึ่งคล้ายๆ กับการทำแฟนซับที่หลายๆคนรู้จักกันดี ซึ่งบางบริษัทอาจจะจ้าง Outsouce อย่างโรงงานปั้มป์แผ่นให้ทำให้ หน้าที่บางคนจะเหลือ แค่ ส่งงานป้อนโรงงานให้ทำแผ่นมาตรวจเช็คครับ ซึ่งเป็นงานที่มีรายละเอียดสูง โดยเฉพาะ DVD ที่ต้องมีซับไตเติ้ล คนที่เกี่ยวข้อง ถ้าฟังญี่ปุ่นออกก็ทำงานแบบไม่ลำบากนัก ถ้าถามว่า ต้องเรียนอะไรมาจึงจะทำได้... ไม่มีสาขาไหนที่ตรงเลยครับ (ดังนั้น ไม่ต้องจบมหาวิทยาลัย ยังพอหางานได้เลยครับ) อย่างที่บอก ถ้าพอรู้ญี่ปุ่นบ้างก็น่าจะทำได้ในระดับนึง เป็นงานที่อาศัยความอดทนไม่น้อย ใครอยากทำคงต้องลองสมัครเข้าไปทำดูครับ ในแต่ละบริษัทจะมีเกจิอาจารย์ของบริษัทอยู่แล้ว ต้องให้เขาสอนให้ครับ

3.2 ฝ่ายออกแบบปก ไม่ว่าVCD/DVD ของเจ้าใดๆ ย่อมต้องมีปกห่อหุ้มสินค้า ปกเองก็เป็นส่วนสำคัญมาก งานด้านนี้ค่อนข้างเปิดกว้างกว่า ฝ่ายผลิต เพราะไม่ต้องรู้ญี่ปุ่นก็ทำได้ แต่คนที่จะทำได้ จำเป็นต้องมี skill ด้านงานออกแบบมากพอตัว เพราะคงไม่มีบริษัทจะจ้างคุณไปนั่งเรียนหรอกครับ ต้องหัดมาให้ช่ำชองเลย ซึ่งที่น่าเศร้าก็คือ คนการ์ตูนมากกว่าครึ่งเป็นนักวาด ชอบวาดการ์ตูนมาก แต่วาดเป็น กับ จัดองค์ประกอบเป็น ต่างกันเยอะครับ ดังนั้นแทนที่คนเรียนศิลปศาตร์ จิตรกรรม จะได้ทำงานนี้ คนที่ได้ทำ กลับเป็นพวก นิเทศศิลป์ เสียมากกว่า เพราะปกอนิเมนั้น เป็นการนำภาพที่มาจากญี่ปุ่นมาจัดเรียงให้เกิดความสวยงาม หากไม่มีหัวทางออกแบบ คงทำงานด้านนี้ลำบากครับ เผลอๆ วาดรูปไม่เป็น แต่ใช้โปรแกรมที่เกี่ยวข้องเป็น ยังได้งานก่อนเลย โดยโปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ Photoshop กับ Illustrator กับหัวทางด้านออกแบบครับ

3.3 ฝ่ายแปล อันนี้ก็เหมือนกับ ฝั่งสำนักพิมพ์ แต่สิ่งที่ต่างคือ คุณต้องแปลบทพูดให้พอดีกับปากและเสียงญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยการสะสมประสบการณ์จริงๆครับ ถึงจะมาทำด้านนี้ได้ ดังนั้น จำนวนคนที่ทำได้จึงมีแค่หยิบมือ น้อยมากชนิดนับนิ้วได้เลยทีเดียว แต่โดยมาก พวกนี้จะทำงานแปลด้านอื่นๆควบคู่ไปด้วย เพราะหากทำเพียงงานเดียวในแต่ละเดือน คงไม่พอกินแน่ ส่วนมากตำแหน่งนี้ จึงเป็นการรับ Job มากกว่า รับเงินเดือนครับ เป็นงานที่อาศัยเส้นสายพอสมควร เพราะ หากไม่มีผลงานหรือ connection แล้ว หางานยากจริงๆครับ

4. รายการทีวี ตอนนี้น่าเศร้าที่เหลือช่องการ์ตูนเพียงช่อง MODERN 9 แล้ว สำหรับ Free TV แต่ถ้าเป็นเคเบิ้ลยังพอมีหวังอยู่ครับ แต่เนื่องจากนี่เป็นงานประเภทเดียวกับงานผลิตรายการโทรทัศน์ บางคนที่ได้ทำจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเกจิอาจารย์อะไร แค่ทำงานเป็นก็พอแล้ว โดยฝ่ายที่ทางสถานีต้องการ ก็มีแผนกตัดต่อ และ แผนกบันทึกเสียง ซึ่งเป็นงานเบื้องหลัง และเปิดรับไม่มากในแต่ละปี สิ่งที่คุณต้องทำคือ เรียนมาทางสายนิเทศศาสตร์ ที่ได้ทำงานจริงสิครับ เวลาไปสมัครงาน วุฒิการศึกษามันโดนมองข้ามไปเลย เพราะเขาดูความสามารถที่คุณมีติดตัวต่างหาก เอาว่าจบเกียรตินิยมมา บางทีก็หางานไม่ได้ก็มีนะ จะบอกให้

5. โรงงานผลิตแผ่นVCD/DVD เป็นงานที่ได้เกี่ยวข้องกับหนังโดยตรง แต่จะได้ทำการ์ตูนหรือเปล่า คงแล้วแต่โรงงานที่คุณไปทำ งานส่วนมากจะเน้น Skill ตัดต่อ/อัดเสียง/ตรวจสอบคุณภาพ วุฒิการศึกษาไม่ต้องการสูงมากครับ แต่ขออย่างเดียว ทำงานได้จริง ส่วนมากโรงงานพวกนี้มักจะตั้งอยู่ตามปริมนฑลอย่าง นนทบุรี , มีนบุรี หรือเขตรอบนอกอย่าง บางนา อาจจะดูไม่เท่เท่าพวกออฟฟิศกลางเมืองครับ

6. งานในสตูดิโอ สตูดิโอ มีหลายแนว บางที่เป็นห้องอัดเสียง และ ผลิตงานสำเร็จรูปให้เลย , บางสตูดิโอ เป็นสายตัดต่อภาพยนตร์ , บางสตูดิโอก็จะซ้ำกับ ข้อ 2 เป็นสายงานที่เน้นการทำงานจริงมากกว่า เรียกว่า จบได้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็มาทำได้ แต่อาศัยใจรักอย่างเดียวคงยาก ต้องการฝีมือเช่นกัน แล้ว คนใหม่ๆล่ะจะไปทำได้ยังไง? ขั้นแรกคงต้องเข้าไปฝึกงานกันก่อนล่ะครับ ทำฟรี เงินไม่เอาเอาแต่ความรู้นี่ ที่ไหนๆเขาก็รับครับ

7. นักพากย์ งานที่ต้องมีพรสวรรค์ และ มีเสียงที่เหมาะกับการพากย์หนัง มาก่อนเงื่อนไขอื่นๆ เรียกว่า อยากทำแค่ไหน แต่ถ้าไม่เหมาะก็ทำไม่ได้ครับ เหมือนดาราล่ะครับ หน้าตาไม่ดีก็เป็นได้ยากมาก เป็นสาขาที่ยังไม่มีการเรียนการสอนแบบจริงจัง แต่รู้สึกว่าจะมี คอร์สของสมาคมนักพากย์ กับ คอร์สตามสถาบันเอกชนเปิดสอนอยู่ แต่พูดกันตามตรง เรียนจบมา ก็อาจไม่ได้ทำ เพราะคนที่สอนไม่ใช่คนที่ทำงาน ด้านการพากย์เยอะ เท่าคนที่พากย์จริงจัง เขาสอนได้ เพราะเขามีหลักการสอน แต่เหนืออื่นใด ต้องมีความอดทน และ มีความจำ เป็นเลิศ จึงจะทำได้ ใครที่สนใจและอยากทำจริงๆจังๆ ลองไปติดต่อ UBC (ตอนนี้คือ True Visions) ดูครับ เพราะที่นั่น เปิดรับเด็กใหม่ๆ ทุกวันอยู่แล้ว งานเขาเยอะ แต่กว่าจะได้รับค่าจ้าง คงต้องอาศัยความอดทนไม่น้อย ถ้าทำได้อยากให้ลองไปทำในช่วงปิดเทอมครับ อยู่กับเขาทุกวันเลย ถ้าได้ทำประจำก็เป็นอาชีพได้แน่นอนครับ ส่วนค่าตอบแทน ก็มาตามความขยันครับ และหากมีความสามารถติดตัวแล้ว จะลองไป audition กับ พวกที่ซื้อหนังฮอลลีวู้ดดูก็ได้นะครับ (แต่ต้องอาศัยช่องทางบ้าง) แล้วจะผันตัว เป็นนักพากย์อิสระ รับจ้างพากย์นอกช่อง ทีนี้ก็จะเป็นการรับเงินที่ไม่น้อยเลยล่ะครับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เท่าที่ผมนึกออกก็จะมีประมาณนี้ล่ะครับ จะเห็นว่ามีสาขาการทำงานที่หลากหลาย แต่ไม่ค่อยมีที่ให้เรียนเลย นั่นเพราะ นี่เป็นอาชีพปิด คนที่ได้ทำมีเพียงหยิบมือเดียว ค่าตอบแทนเองก็ไม่สูงนัก ถ้าเทียบกับงานที่คนทั่วไปเขาทำกัน ต้องอาศัยใจรัก และ ความอดทนมากพอดู ยังอยากทำอีกมั้ยครับ? คุณๆ โอตาคุทั้งหลย ไม่ใช่ว่าจำข้อมูลในการ์ตูนเก่งแล้วจะหางานได้หรอกนะครับ มันต้องมีทักษะอื่นๆด้วย พิจารณาตัวเองนิดหนึ่งนะครับ ผมว่าถึงทำงานอื่นๆ คุณก็ยังสนุกกับการ์ตูนได้ครับ แต่ถ้าจะทำทางสายนี้จริงๆ ไตร่ตรองดีๆนะครับ ในฐานะคนในวงการแล้ว พูดตรงๆ ไม่มีทางไหนโรยด้วยกลีบกุหลาบเลยแม้แต่นิด...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากจะเป็นอยู่เหมือนเดิม
นักพากย์ ที่อยากจะเป็น
ไม่เปลี่ยนใจที่จะไม่เป็น
เเละเป็นไปไม่ได้ - -
เพราะไม่ได้เรียนด้านเเนวนี้
พรสวรรค์ก็ไม่ค่อยมี

คงต้องพยายามกันต่อไป *-*
#1 ครับ ลองไปสมัครที่ True Visions สิครับ ไม่ได้เรียนก็ไปเรียนกับเค้าที่โน่นเลยสิครับ ผมบอกแล้วว่าในหลายสายงาน เรียนมาก็อาจไม่ได้ทำ ต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงดูครับ
สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือ

ฝึกฝนฝีมือตัวเองให้ดีในสายงานนั้นและรอให้เวลาธุรกิจเติบโตเต็มที่มาถึง

#3 By pornoak on 2007-12-07 23:16

รายการทีวี คิดว่ายังมีทาง TITV อีกที่นา~

#4 By Sirius on 2007-12-07 23:17

TITV ปีหน้า จะไม่มีการ์ตูนแล้วครับ แต่ถ้าเป็นรายการปกติ ก็ยังได้ครับ
Hot! เข้ามาดู

#6 By ซูเนะโอะ on 2007-12-07 23:20

ในไทย คนที่มีความพยายามสูงมาก ๆ ล่ะครับ ถึงจะทำงานได้อย่างยั่งยืน
พอพูดคำว่า ธุรกิจ กับประเทศไทยขึ้นมา
ก็พาลนึกถึงสมัยทำงานในบริษัทธรรมดา ซึ่งก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมายหรอกนะครับ
โอกาสไม่ได้มีไว้ให้ทุกคนมาตั้งนานแล้วล่ะ
บางคนพยายามมาทั้งชีวิตก็ไม่ได้ดังหวังก็มี
แต่การเริ่มต้นที่ดีต่างหากครับ คือรากฐานต่อไปในการทำงาน..
กับผมนั้น... งาน..ไม่ใกล้เลย....มั้ง...

#7 By นิเกะ on 2007-12-07 23:22

ถามว่ายังอยากทำไหมก็จะตอบว่า "อยาก" แต่เราเองก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าตัวเองทำอะไรได้ไม่ได้ ก็คิดจะหาที่ฝึกงานอยู่เหมือนกัน..... แต่ที่บ้านบอกว่ายังไงก็ให้เรียนให้จบก่อน ที่จริงก็เห็นด้วยอยู่นะ ถ้าไม่คิดถึงเรื่องอายุของตัวเอง..... (แต่ไปๆมาๆเลยลังเลไม่ได้ทำอะไรซักที sad smile)

#8 By zoung on 2007-12-07 23:39

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

#9 By Kuro Noire on 2007-12-07 23:55

น่าเศร้า แต่มันคือเรื่องจริงในตอนนี้ครับ...

บางข้อ เป็นยิ่งกว่า ที่คุณคิดซะอีกครับ....

#10 By Monkiji321 on 2007-12-08 01:45

สำหรับผมจะพยายามไม่เอาสิ่งที่ชอบมาเป็นงาน ไม่งั้นก็ไม่ได้พักผ่อนกันพอดี - -

น่าเศร้า สำหรับคนที่ทำงานวิจารณ์หนังหรือเกมส์ ที่ไม่สามารถปล่อยใจไปกับความสนุกของหนังหรือเกมส์ได้

#11 By เปเปอร์ on 2007-12-08 03:06

เป็นคนนึงที่เรียนมหาลัยคณะอนิเมชั่น
เท่าที่พี่พูดมาถูกต้องที่สุดเลยค่ะ
เราหวังเข้าไปเรียนเพราะอยากเป็นอนิเมเตอร์
แต่ที่เรียนอยุ่ตอนนี้มันไม่ใช่เลย
ทุกวันนี้ไม่ได้จับปากกาวาดรุป ไม่ได้ทำ3d
แต่วันๆนั่งเรียนเขียนโปรแกรม20-30บรรทัด เพื่อให้ได้วงกลม1รุป...
ตอนนี้รุสึกทางเดินแคบจนเหมือนทางตันแล้วค่ะ

#12 By HKhisaki on 2007-12-08 03:28

อืม...โลกความจริงนี่มันโหดร้ายเน่อ

#13 By hollow on 2007-12-08 03:46

#10 รบกวนช่วยเพิ่มรายละเอียด ที่ผมตกหล่นให้ด้วยจะเป็นพระคุณครับ
ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก กับ ทำงานในสิ่งที่ตัวเองถนัด
คิดดูดีๆนะครับ Hot!

#15 By mastermune on 2007-12-08 08:01

เขียนบทความชี้แนะได้ดีมากเลยค่ะ

อยากทำงานด้านนี้ อยากทำอนิเมะ แต่มองถึงความเป็นจริงมันเลี้ยงปากท้องครอบครัวไม่ได้ค่ะ เลยคิดว่าทำเป็นงานอดิเรกดีกว่า

อนิเมะ+ไทย = ไม่รุ่ง

อยากเห็นประเทศไทยให้ความสนใจด้าการ์ตูนบ้าง(คงยากส์)

#16 By kresiana -Love Yu ukE- on 2007-12-08 09:01

...อ่านแล้วจี๊ดเรยค่ะ..

ไม่ชอบเรย ประเทศไทยตอนนี้.. กำลังเอากาตูนออกไปเรื่อยๆ เท่าที่รุ้สึกนะคะ..T^T

แต่ที่จิง อยากทำนักกพากย์ อยุ่เหมือนกัล.. แต่คงไม่ได้เรย T T
ไม่มีใครหนับหนุนเลยงะ

ตอนนี้ก้อแค่รอต่อไปแหละค่ะว่าประเทศไทย
จะทำอะไรให้ผิดหวังอีก?

ถึงจะชอบอนิเมะ จิงๆ มากด้วยแต่คงทำงานแบบนี้ไม่ได้แน่ เอาให้รุ่ง ก้อต้องเรียนต่ยุ่นเรย = =' ซึ่งเราก้อทำมะได้ โฮๆๆ...

เอาใจช่วยทุกคนที่อยากทำจิงๆจังๆ นะค่ะ
ขอบคุนสำหรับเนื้อหานี่ค่ะ คิดอะไรได้เยอะจิงๆ^^''
เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเรียนในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่สุดท้ายก็เลือกอย่างอื่นแทน - -' เพราะถึงจะได้เรียนสิ่งที่ชอบแต่ถ้าไม่อดทนพอคงไปไม่รอดแน่
เป็นบทความที่ดีมากๆเลยค่ะ รู้สึกได้เห็นมุมมองใหม่ๆมากขึ้นเยอะเลย ^^b Hot!

#18 By Pukpik : Nameless Monster on 2007-12-08 18:04

นักพากย์
เราก็อยากเป็นนักพากย์อยู่นิดๆ
เพราะว่า เสียงเราเล็ก sad smile เป็นเสียงการ์ตูนกันไปเลย

อ่าน #5 TITV ปีหน้า จะไม่มีการ์ตูนแล้วครับ
ห๊ะ !! ทำไมอะไรที่เกี่ยวกับการ์ตูนต้องหายไปทีละนิดด้วย

#19 By ชิเมะ ★ on 2007-12-08 19:06

Hot! ความจริงอันโหดร้าย

แต่ยังไงผมก็คิดอยู่แล้วว่าคงจะไม่ทำงานด้านทำนองนี้ เพราะดูแล้วยังไงก็ไม่น่ารอด อ่านเอนทรี่นี้แล้วยิ่งเข้าถึงความจริง

#20 By SanokI on 2007-12-08 20:22

ผมเองก็อยากเป็นนักเขียนการ์ตูนนะ ผมว่าช่องทางตรงนี้มันจะค่อยข้างเเคบอยู่สักหน่อยผู้ที่สนับสนุนทางด้านนี้อย่างจริงๆจังก็แทบจะไม่มี บางมหาลัยเปิดสอนเป็นวิชาเลือกเเละจัดพิมพ์ออกมาเป็นเล่มได้เเต่ก็ต้องเป็นเงินของพวกเขาเองอยู่ดี สำนักพิมพ์ที่ทำทางด้านการ์ตูนไทยนี่ก็มีอยู่นับนิ้วได้เลยเหมือนกัน แถมทำออกมาบางรายก็อยู่ได้ไม่นานอีกต่างหาก ...ในไทยเราไม่ส่งเสริมทางด้านนี้ไม่เท่าไหร่เเต่ตอนนี้มันเริ่ใจเข้ามากีดกันเเล้วนี่สิangry smile ...

#21 By Mr.gg on 2007-12-08 21:13

อยากเป็นนักเขียนการ์ตูนครับ...
แต่ความเป็นจริง... มันน่าจะบีบให้ออกไปทางด้านโฆษณา
เมืองไทยไม่ได้ทุ่มทางด้านการ์ตูนแบบสุดโต่งอย่างที่กล่าวเอาไว้น่ะครับ

ก็คงต้องเลือกระหว่างจิตวิญญาณกับการเอาตัวรอด
(ทำไมเหมือนดนตรีเลยว้า)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ คงช่วยประกอบการตัดสินใจในการเลือกอาชีพของผมได้ไม่มากก็น้อย

จริงๆก็เรียนในสายที่เกี่ยวข้องกับพวกนี้อยู่บ้างแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ สุดท้ายก็จบออกมาได้แบบครึ่งๆกลางๆ อยากทำก็อยากทำแต่ไม่รู้ว่าถ้าไปทำแล้วจะอดตายรึปล่าว ( พอดีไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ) สุดท้ายกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะเอาความฝันหรือเอาความมั่นคงของชีวิต ( ทำงานที่เกี่ยวข้องกับสายการ์ตูน - รับราชการ ) ต่างกันสุดๆเลยนะนั่น เหอๆ

#23 By คนคิดคัก (125.26.145.47) on 2007-12-09 14:23

เห็นด้วยอย่างยิ่ง หนังไทย อนิเมชั่นไทย การ์ตูนไทย ยังขาด "เนื้อเรื่อง"

#24 By iCannabiz :: on 2007-12-16 13:50

อยากทำงานพากย์การ์ตูนมากๆค่ะ
ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กแล้ว

ตอนนี้ก็ได้แต่พยายามฝึกฝนอยู่ค่ะ ฮะๆ
พรสวรรค์ไม่มี พรแสวงล้วนๆแต่ก็ไม่รู้จะไปได้ถึงไหนกัน

อยากไปฝึกงานที่ UBC(True Visions)เหมือนกันค่ะ แต่ตอนนี้ทำงานแล้ว หาเวลาไปฝึกงานไม่ได้เลย จริงๆอยากจะลองเดิมพัน ลาออกแล้วไปฝึกงานที่นั่น เอาให้เป็นนักพากย์ให้ได้เลยค่ะ ฮะๆ
แต่เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนี่คะ มันก็ต้องมองความจริงอยู่ดีเนาะ ฮะๆ

จะสู้ต่อไปค่ะ แหะๆ
เมนท์ซะเยอะเลย ขอโทษนะคะที่ออกแนวระบายนิดๆ
แต่เห็นเอนทรีนี้ของคุณจ่ากบแล้ว อดไม่ได้จริงๆ

ขอบคุณที่รับฟังนะคะ big smile
ใครอยากทำอนิเมชั่นจริงๆก็เรียนนอกล่ะครับ ในไทยที่สอนจริงๆมันแทบจะไม่มี(บอกชื่อสถานที่ไม่ดีเดี๋ยวเค้าหาว่าโฆษณา...ในด้านที่เสีย)

ส่วนใหญ่ที่เปิดสอนจะมีแค่ 3D ซึ่งก็จะสอนกันแค่กานทำตัวโมเดล แปะแทกเจอร์ จัดแสง ส่วนลิคกิ้ง(สะกดไงแล้วหว่า - -)
จะสอนพื้นฐานให้ถ้าดีหน่อยเค้าจะสอนวิธีที่คนสอนคนนั้นใช้อยู่
แต่พอไปทำงานจริง แต่ละ บ.เค้าจะมีวิธีทำแบบของเค้าเอง
เพราะตัวคอนโทรลมันต้องส่งไปให้ฝ่ายอนิเมทใช้วิธีเฉพาะตัวลิคฯไป จะโดนด่ากลับมาได้ เหอๆ
ส่วนการอนิเมท ไม่ค่อยเห็นมีสอนจริงๆจังๆเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ต้องใช้ประสบการ์ณ ในการสังเกตุรอบๆตัวมากกว่า
อย่างการอนิเมทคนให้ยืนเฉยๆ (เหมือนจะง่ายแต่ยากนะเอ้อ)
ใครเป็นพวกชอบอยู่ติดบ้านก็ลำบากหน่อย ไม่ก็ไปหาพวกสารคดีมาดู และที่สำคัญต้องจินตนาการสูง อย่างสัตว์บางชนิดที่มันไม่มีจริง แต่เราต้องอนิเมทมันออกมา เช่น มังกร

ส่วน 2D หมดหวังมาก ที่สอนทำจริงๆหาไม่ได้เลย แต่ก็มี่สอนในบางวิชาของมหาลัยนะ แต่มันน้อยมาก มันยังไม่เพียงพอกับที่จะไปทำจริงๆได้ ต้องไปหาศึกษาหรือฝึกต่อเองถ้าชอบจริงๆ
งานด้านนี้ต้องอาศัยความมือนิ่งและพลังอึดอย่างมหาศาลชนิดว่าวาดกันข้ามคืนเลยทีเดียว เฉพาะพวกที่วาดภาพเคลื่อนไหวนะ ฉากประกอปจะมีอีกฝ่ายทำให้
ของไทยก็มียังอยู่ในระหว่างพัฒนาคิดว่าต่อไปคงดีกว่านี้ถ้ามีคนอยากทำมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะหนีไปเรียนต่างประเทศหมด แล้วก็ทำต่อที่นั่นเลย จะเห็นชื่อ เครดิตคนไทยอยู่หลายๆที่ ไปสร้างชื่อว่าเก่งมากที่เมืองนอกกันหมด - -*

สุดท้ายคิดให้ดีๆว่า ชอบทำหรือชอบดู ไม่งั้นไปทำด้าน อนิเมชั่นจริงๆ แล้วมันจะทนทำไม่ไหว

หมดนี่ ความเห็นส่วนตัวนะเอ้อ...

#26 By Azu (124.121.201.142) on 2007-12-23 16:32

นักพากมีสอนนะครับ ตามห้องพาก เช่นอินทรี ตอนนี้ก็ 14 รุ่นเข้าไปแล้ว

ลองติดต่อดูครับ

#27 By Night_Angel (203.144.145.74) on 2008-02-08 16:42

เรื่องจริงที่รู้มาตั้งนานแล้ว แต่พอมาอ่านที่นี้ก็สะอึกเลยเหมือนกัน เหมือนต้องเลือกระหว่างความฝันความจริงซะเลย แม้จะได้เป็นนักเขียนการ์ตูนจริง มีฝีมือแต่ถ้าตลาดไม่อำนวย สำนักพิมพ์ก็เล่นปิดไปซะดื้อๆๆ ส่วนใหญ่แล้วคนที่มาอ่านการ์ตูนไทย ก็เป็นพวกหมู่เฮ่าที่อยากเป็นนักเขียน แล้วมันก็มีอยุ่แค่นั้น.....

#28 By sosei (58.136.60.44) on 2008-02-19 05:07

ในฐานะที่เคยผ่านจุดนี้มาก่อน ขอแนะนำว่าถ้าคุณคิดว่าถ้าจะทำงานด้านนี้เอาสนุกละก็ \\\"อย่า\\\" คิดมาทางนี้เลยคับ เป็นผู้บริโภคอย่างเดียวมีความสุขกว่ากันเยอะคับ เส้นทางสายนี้มีแต่อุปสรรค บางทีถึงขั้นโหดร้ายมากไม่แพ้ทางสายอื่น แต่ผลตอบแทนกลับน้อยกว่าอย่างน่าใจหาย ต้องทำใจแกร่งๆเข้าไว้ ไม่งั้นจะเขว

ส่วนคนที่ตัดสินใจโยนตัวเองลงสนามแล้ว(เหมือนผม) ก็คงสายเกินจะเตือนแล้ว ขอแนะนำว่าอย่ารอให้ใครมาป้อนให้เรา วิชาถ้าอยากได้เราต้องไขว่คว้ามาด้วยกำลังของเราเอง ค้นคว้าให้มากๆ ฝึกฝนเป็นประจำ ทำงานหนักให้ชินเป็นนิสัย โลกทำงานไม่มีใครเค้ายอมเอางานมาให้เราลอง เราต้องเป็นอยู่แล้ว เจ๋งอยู่แล้ว เค้าถึงจะเปิดโอกาสให้เรา

ที่จะพูดก็แค่นี้ล่ะ - -

#29 By standalone (58.9.190.233) on 2008-03-21 11:09