โอตาคุ กับ งานในสายการ์ตูน
posted on 07 Dec 2007 21:07 by overtime in Anime-Comic, Just-talk
วันนี้ขอเขียนอะไรเป็นวิชาการนิดๆนะครับ
--------------------------------------------------------------------------------------
เพิ่งนั่งดู เก็นชิเค็น 2 ตอนที่ 9 จบไป ซึ่งเป็นตอนที่ซาซาฮาร่า (พระเอกของเรื่อง) ต้องตระเวณไปสัมภาษณ์งาน ซึ่งสาขาที่เขาเรียนคือ อักษรศาสตร์ เอกวรรณกรรม (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ) ซึ่งตามบริษัทที่เขาไปสัมภาษณ์งาน ก็เป็นสำนักพิมพ์ที่เด่นในด้านการพิมพ์การ์ตูนน่ะครับ ซึ่งในเรื่องนี่ เราจะรู้เลยว่า ซาซาฮาร่า ไม่ได้มีพรสวรรค์ระดับเทพอะไรเลยซักอย่าง เป็นแค่คนชอบการ์ตูนคนหนึ่ง ซึ่งเพราะไม่มีความโดดเด่น และ ผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ของชมรมเก็นชิเค็น นี่แหละ ที่ทำให้นายซาซาจึ๋งของเรา ไม่มีที่ไหนจะรับเขาไปทำงานเลย...
ดูอนิเมแล้วย้อนดูตัว...
ในประเทศไทย ผมเชื่อว่า คนที่ชื่นชอบการ์ตูนในระดับหนึ่ง มักจะมีอะไรต่างจากชาวบ้าน และ หลายคนคงคิดหาทางทำงานที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูนไม่มากก็น้อย แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องเรียนมหาวิทยาลัย น้องๆ ที่เคยเรียน ม.ปลาย ต้องสอบเอนท์ เข้าซักคณะหนึ่งเพื่อเรียนต่อใช่มั้ยครับ? แถมหนทางที่จะได้ทำงานกับการ์ตูนแบบจริงจัง ถือว่าน้อย เพราะในไทยไม่มีคณะไหนสอนสาขาเกี่ยวกับ การ์ตูนเลย (อันเนื่องมาจากบ้านเราไม่มีธุรกิจแบบการ์ตูนไทยแท้ๆ เลย ต่างจากญี่ปุ่นซึ่งการ์ตูนถูกยกไปสู่ระดับอุตสาหกรรมแล้ว) บริษัทที่ทำด้านนี้จริงจัง มีแบบนับนิ้วได้เลย (ไม่เกิน 20 ที่) และเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัด การ์ตูนซึ่งเป็นของฟุ่มเฟือย ก็โดนตัดออกจากชีวิตของใครหลายๆ คนเป็นอันดับแรกๆ ยิ่งทำให้ธุรกิจด้านนี้ค่อนข้างเสี่ยงพอตัว
เห็นอย่างนี้แล้ว ยังมีคนอยากเข้าบริษัทการ์ตูนมั้ย?
หลายคนอาจเบนเข็มไปทางอื่นให้มีชีวิตรอดได้ต่อไป หลายคนกลับเลือกที่จะเข้าทางสายนี้...
ถ้าจะแจกแจงว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ "การ์ตูน" นั้นมีกี่สายงานกัน ก็จะมีดังนี้ครับ
1. ธุรกิจด้านสิ่งพิมพ์ ธุรกิจที่คุ้นเคยและมีมานานที่สุด สำนักพิมพ์ที่พิมพ์แต่การ์ตูนก็มี สำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือพิมพ์ด้วยก็มี การจะเข้าทำงานในสายงานนี้ มองเผินๆ ค่อนข้างตรงตัว นั่นคือ คุณต้องจบ สาขา วารสาร / สิ่งพิมพ์ / นิเทศศาสตร์ / อักษรศาสตร์
เพื่อเข้าทำงาน แต่เอาเข้าจริงๆ อาชีพที่สายงานนี้ต้องการ คือ
1.1 "คนแปล" ครับ เพราะหนังสือการ์ตูนถ้าไม่แปลเสียก่อน ก็ไม่มีทางออกมาเป็นภาษาไทยได้ครับ ดังนั้น คุณต้องมีความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่น ซึ่งไม่ต้องจบมหาวิทยาลัยก็ได้ครับ คุณสามารถเรียนเอาตามสถาบัน และปลายปีก็ไปสอบวัดระดับความรู้ซะที ว่างๆ ก็ไปทดสอบการแปลที่สำนักพิมพ์ได้เลย (ถ้ามั่นใจในตัวเองนะ) แต่งานแปลส่วนมากก็ไม่อาจเลือกได้ด้วยตัวเอง เพราะกองบ.ก.จะเป็นคนป้อนงานให้ครับ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ เหรอ? อาจจะเป็นฝ่าย พิมพ์ตัวหนังสือ และ พิสูจน์อักษร ซึ่งเป็นงานที่ไม่มีความก้าวหน้าเลยครับ
1.2 นักวาดการ์ตูน บางสำนักพิมพ์ก็มีการเปิดแผนกการ์ตูนไทย ซึ่งทำให้โอตาคุที่วาดรูปเก่งหน่อย วาดการ์ตูนได้สนุก มีงานทำในสาขานี้ครับ ซึ่งบอกตรงๆ ครับ ว่าไม่มีมหาวิทยาลัยไหน สอนเป็นเรื่องเป็นราวหรอก มีเพียงคอร์สพิเศษของบางมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่จัดขึ้นมา ต้องอาศัยความพยายามมากที่สุดในบรรดาสายงานการ์ตูนเลย
1.3 กองบรรณาธิการ แม้เราจะเห็นนิตยสาร ข่าวสารอนิเมบ้าง แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ในรูปแบบของบริษัทนะครับ เป็นงานกึ่งๆ จ้างตัวเอง ทำงาน และมีเพียงไม่กี่เจ้าหรอกครับ ส่วนใครอยากทำในสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ในด้านนี้จริงๆ คงต้องอาศัยความรู้ความสามารถหลากหลายครับ ลองหาทางสอบถามดูนะครับ เพราะแต่ละที่ รับคนไม่เหมือนกัน
2. ธุรกิจด้าน การทำภาพยนตร์การ์ตูน เป็นสายงานที่เด็กรุ่นใหม่ไฟแรง เห็นถึงความเท่ ความดูดี แห่กันไปเรียน สาขา Computer Graphic กันเป็นการใหญ่ ไม่ว่าใครก็หวังจะเป็นอนิเมเตอร์ทุกคน แต่อนิจจา วิชาที่มีเปิดสอนดันเป็น การสร้างโมเดล3D และ ทำ 3D animation ซึ่งหลังจากภาพยนตร์จำพวก Finding Nemo ดังซะเหลือคณา พี่น้องครับ ใครๆก็แห่กันไปเรียน โดยทางเข้ามันก็แสนแคบ ทางออกก็แคบเสียยิ่งกว่าแคบ เพราะในแต่ละปี น้อยนักที่จะมีหนังแนวนี้ออกมา แม้ในTV จะมีอนิเมชั่นคนไทยมากขึ้นก็ตามที แต่ธุรกิจนี้โตยากจริงๆ เพราะทุกบริษัทที่ทำนั้น คิดว่า แค่เคยทำอนิเมชั่นเป็น ใครๆก็ทำหนังของตัวเองได้ ทั้งที่จริง สิ่งที่อนิเมชั่นไทยยังขาดอยู่มาก คือ "ผู้กำกับ" และ "ผู้แต่งเรื่อง" ซึ่งหากจะถามว่า ทำไมโอตาคุไม่แลอนิเมไทย ก็เพราะ อนิเมไทย ยังขาด "เนื้อเรื่อง" นั่นเอง แต่น่าเศร้าที่แต่ละบริษัท ไม่มีใครเล็งเห็นจะพัฒนาบุคคลกรสายนี้เลย
3. ธุรกิจผลิต VCD/DVD การ์ตูนอนิเมชั่นจากญี่ปุ่น ที่ครองตลาดบ้านเรามานานกว่า 35 ปี หากขาดผู้ที่ทำงานด้านนี้แล้ว ย่อมไม่มีใครได้ดู ได้ซื้อมาเก็บ เป็นแน่...ช่วง 20 ปีแรก ไม่มีใครคิดว่า การ์ตูนจะขายออก ตลาดในไทยจึงออกไปในลักษณะของ "การเช่า" ซึ่งผู้ผลิตไม่ต้องมีต้นทุนในการผลิตมากไปกว่า การcopy เทป ส่งตามศูนย์เช่า แต่ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา การซื้อ-ขาย เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในปัจจุบัน ก็มีบริษัทที่ทำธุรกิจนี้หลายบริษัท (อ่านใน entry นี้เพิ่มเติมครับ) เชื่อหรือไม่ก็ตาม คนที่คุณเรียกว่า โอตาคุ นั้นแฝงตัวอยู่ตามบริษัทนี้มากกว่าที่ใดๆ แต่ถึงจะมากแต่... แต่ละบริษัทก็ไม่ได้คิดจะจ้างโอตาคุมากหรอกครับ ถึงพวกเขาจะมีความรู้ด้านอนิเมสูงส่ง แต่ถ้าทำงานที่ควรทำเป็นไม่ได้ ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ครับ ซึ่งมีโอตาคุขวาจัด-ซ้ายจัด หลายคน อ้างตัวว่า ตัวเอง "เทพ" ในด้านความรู้มาก แต่ถ้ารู้อย่างเดียว ทำเองไม่เป็น ก็ไม่มีใครจ้างครับ (แบบเดียวกับซาซาฮาร่าในเก็นชิเค็น) คนที่บริษัทเหล่านี้ต้องการ นั้นมีหลากหลายสาขา แต่สำหรับคนการ์ตูนแล้ว มีสาขาที่เกี่ยวข้องดังนี้
3.1 ฝ่ายผลิตงาน หรือ คือพวกทำ VCD/DVD ซึ่งคล้ายๆ กับการทำแฟนซับที่หลายๆคนรู้จักกันดี ซึ่งบางบริษัทอาจจะจ้าง Outsouce อย่างโรงงานปั้มป์แผ่นให้ทำให้ หน้าที่บางคนจะเหลือ แค่ ส่งงานป้อนโรงงานให้ทำแผ่นมาตรวจเช็คครับ ซึ่งเป็นงานที่มีรายละเอียดสูง โดยเฉพาะ DVD ที่ต้องมีซับไตเติ้ล คนที่เกี่ยวข้อง ถ้าฟังญี่ปุ่นออกก็ทำงานแบบไม่ลำบากนัก ถ้าถามว่า ต้องเรียนอะไรมาจึงจะทำได้... ไม่มีสาขาไหนที่ตรงเลยครับ (ดังนั้น ไม่ต้องจบมหาวิทยาลัย ยังพอหางานได้เลยครับ) อย่างที่บอก ถ้าพอรู้ญี่ปุ่นบ้างก็น่าจะทำได้ในระดับนึง เป็นงานที่อาศัยความอดทนไม่น้อย ใครอยากทำคงต้องลองสมัครเข้าไปทำดูครับ ในแต่ละบริษัทจะมีเกจิอาจารย์ของบริษัทอยู่แล้ว ต้องให้เขาสอนให้ครับ
3.2 ฝ่ายออกแบบปก ไม่ว่าVCD/DVD ของเจ้าใดๆ ย่อมต้องมีปกห่อหุ้มสินค้า ปกเองก็เป็นส่วนสำคัญมาก งานด้านนี้ค่อนข้างเปิดกว้างกว่า ฝ่ายผลิต เพราะไม่ต้องรู้ญี่ปุ่นก็ทำได้ แต่คนที่จะทำได้ จำเป็นต้องมี skill ด้านงานออกแบบมากพอตัว เพราะคงไม่มีบริษัทจะจ้างคุณไปนั่งเรียนหรอกครับ ต้องหัดมาให้ช่ำชองเลย ซึ่งที่น่าเศร้าก็คือ คนการ์ตูนมากกว่าครึ่งเป็นนักวาด ชอบวาดการ์ตูนมาก แต่วาดเป็น กับ จัดองค์ประกอบเป็น ต่างกันเยอะครับ ดังนั้นแทนที่คนเรียนศิลปศาตร์ จิตรกรรม จะได้ทำงานนี้ คนที่ได้ทำ กลับเป็นพวก นิเทศศิลป์ เสียมากกว่า เพราะปกอนิเมนั้น เป็นการนำภาพที่มาจากญี่ปุ่นมาจัดเรียงให้เกิดความสวยงาม หากไม่มีหัวทางออกแบบ คงทำงานด้านนี้ลำบากครับ เผลอๆ วาดรูปไม่เป็น แต่ใช้โปรแกรมที่เกี่ยวข้องเป็น ยังได้งานก่อนเลย โดยโปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ Photoshop กับ Illustrator กับหัวทางด้านออกแบบครับ
3.3 ฝ่ายแปล อันนี้ก็เหมือนกับ ฝั่งสำนักพิมพ์ แต่สิ่งที่ต่างคือ คุณต้องแปลบทพูดให้พอดีกับปากและเสียงญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยการสะสมประสบการณ์จริงๆครับ ถึงจะมาทำด้านนี้ได้ ดังนั้น จำนวนคนที่ทำได้จึงมีแค่หยิบมือ น้อยมากชนิดนับนิ้วได้เลยทีเดียว แต่โดยมาก พวกนี้จะทำงานแปลด้านอื่นๆควบคู่ไปด้วย เพราะหากทำเพียงงานเดียวในแต่ละเดือน คงไม่พอกินแน่ ส่วนมากตำแหน่งนี้ จึงเป็นการรับ Job มากกว่า รับเงินเดือนครับ เป็นงานที่อาศัยเส้นสายพอสมควร เพราะ หากไม่มีผลงานหรือ connection แล้ว หางานยากจริงๆครับ
4. รายการทีวี ตอนนี้น่าเศร้าที่เหลือช่องการ์ตูนเพียงช่อง MODERN 9 แล้ว สำหรับ Free TV แต่ถ้าเป็นเคเบิ้ลยังพอมีหวังอยู่ครับ แต่เนื่องจากนี่เป็นงานประเภทเดียวกับงานผลิตรายการโทรทัศน์ บางคนที่ได้ทำจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเกจิอาจารย์อะไร แค่ทำงานเป็นก็พอแล้ว โดยฝ่ายที่ทางสถานีต้องการ ก็มีแผนกตัดต่อ และ แผนกบันทึกเสียง ซึ่งเป็นงานเบื้องหลัง และเปิดรับไม่มากในแต่ละปี สิ่งที่คุณต้องทำคือ เรียนมาทางสายนิเทศศาสตร์ ที่ได้ทำงานจริงสิครับ เวลาไปสมัครงาน วุฒิการศึกษามันโดนมองข้ามไปเลย เพราะเขาดูความสามารถที่คุณมีติดตัวต่างหาก เอาว่าจบเกียรตินิยมมา บางทีก็หางานไม่ได้ก็มีนะ จะบอกให้
5. โรงงานผลิตแผ่นVCD/DVD เป็นงานที่ได้เกี่ยวข้องกับหนังโดยตรง แต่จะได้ทำการ์ตูนหรือเปล่า คงแล้วแต่โรงงานที่คุณไปทำ งานส่วนมากจะเน้น Skill ตัดต่อ/อัดเสียง/ตรวจสอบคุณภาพ วุฒิการศึกษาไม่ต้องการสูงมากครับ แต่ขออย่างเดียว ทำงานได้จริง ส่วนมากโรงงานพวกนี้มักจะตั้งอยู่ตามปริมนฑลอย่าง นนทบุรี , มีนบุรี หรือเขตรอบนอกอย่าง บางนา อาจจะดูไม่เท่เท่าพวกออฟฟิศกลางเมืองครับ
6. งานในสตูดิโอ สตูดิโอ มีหลายแนว บางที่เป็นห้องอัดเสียง และ ผลิตงานสำเร็จรูปให้เลย , บางสตูดิโอ เป็นสายตัดต่อภาพยนตร์ , บางสตูดิโอก็จะซ้ำกับ ข้อ 2 เป็นสายงานที่เน้นการทำงานจริงมากกว่า เรียกว่า จบได้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็มาทำได้ แต่อาศัยใจรักอย่างเดียวคงยาก ต้องการฝีมือเช่นกัน แล้ว คนใหม่ๆล่ะจะไปทำได้ยังไง? ขั้นแรกคงต้องเข้าไปฝึกงานกันก่อนล่ะครับ ทำฟรี เงินไม่เอาเอาแต่ความรู้นี่ ที่ไหนๆเขาก็รับครับ
7. นักพากย์ งานที่ต้องมีพรสวรรค์ และ มีเสียงที่เหมาะกับการพากย์หนัง มาก่อนเงื่อนไขอื่นๆ เรียกว่า อยากทำแค่ไหน แต่ถ้าไม่เหมาะก็ทำไม่ได้ครับ เหมือนดาราล่ะครับ หน้าตาไม่ดีก็เป็นได้ยากมาก เป็นสาขาที่ยังไม่มีการเรียนการสอนแบบจริงจัง แต่รู้สึกว่าจะมี คอร์สของสมาคมนักพากย์ กับ คอร์สตามสถาบันเอกชนเปิดสอนอยู่ แต่พูดกันตามตรง เรียนจบมา ก็อาจไม่ได้ทำ เพราะคนที่สอนไม่ใช่คนที่ทำงาน ด้านการพากย์เยอะ เท่าคนที่พากย์จริงจัง เขาสอนได้ เพราะเขามีหลักการสอน แต่เหนืออื่นใด ต้องมีความอดทน และ มีความจำ เป็นเลิศ จึงจะทำได้ ใครที่สนใจและอยากทำจริงๆจังๆ ลองไปติดต่อ UBC (ตอนนี้คือ True Visions) ดูครับ เพราะที่นั่น เปิดรับเด็กใหม่ๆ ทุกวันอยู่แล้ว งานเขาเยอะ แต่กว่าจะได้รับค่าจ้าง คงต้องอาศัยความอดทนไม่น้อย ถ้าทำได้อยากให้ลองไปทำในช่วงปิดเทอมครับ อยู่กับเขาทุกวันเลย ถ้าได้ทำประจำก็เป็นอาชีพได้แน่นอนครับ ส่วนค่าตอบแทน ก็มาตามความขยันครับ และหากมีความสามารถติดตัวแล้ว จะลองไป audition กับ พวกที่ซื้อหนังฮอลลีวู้ดดูก็ได้นะครับ (แต่ต้องอาศัยช่องทางบ้าง) แล้วจะผันตัว เป็นนักพากย์อิสระ รับจ้างพากย์นอกช่อง ทีนี้ก็จะเป็นการรับเงินที่ไม่น้อยเลยล่ะครับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เท่าที่ผมนึกออกก็จะมีประมาณนี้ล่ะครับ จะเห็นว่ามีสาขาการทำงานที่หลากหลาย แต่ไม่ค่อยมีที่ให้เรียนเลย นั่นเพราะ นี่เป็นอาชีพปิด คนที่ได้ทำมีเพียงหยิบมือเดียว ค่าตอบแทนเองก็ไม่สูงนัก ถ้าเทียบกับงานที่คนทั่วไปเขาทำกัน ต้องอาศัยใจรัก และ ความอดทนมากพอดู ยังอยากทำอีกมั้ยครับ? คุณๆ โอตาคุทั้งหลย ไม่ใช่ว่าจำข้อมูลในการ์ตูนเก่งแล้วจะหางานได้หรอกนะครับ มันต้องมีทักษะอื่นๆด้วย พิจารณาตัวเองนิดหนึ่งนะครับ ผมว่าถึงทำงานอื่นๆ คุณก็ยังสนุกกับการ์ตูนได้ครับ แต่ถ้าจะทำทางสายนี้จริงๆ ไตร่ตรองดีๆนะครับ ในฐานะคนในวงการแล้ว พูดตรงๆ ไม่มีทางไหนโรยด้วยกลีบกุหลาบเลยแม้แต่นิด...
เข้ามาดู
)
...
นักพากย์ ที่อยากจะเป็น
ไม่เปลี่ยนใจที่จะไม่เป็น
เเละเป็นไปไม่ได้ - -
เพราะไม่ได้เรียนด้านเเนวนี้
พรสวรรค์ก็ไม่ค่อยมี
คงต้องพยายามกันต่อไป *-*
#1 By เฟงลุยไฟ! on 2007-12-07 23:06