BACCANO! : 1711 AD เรื่องราวเริ่มที่ Advina Avis
posted on 21 Oct 2007 11:48 by overtime in Anime-Comicนั่นคือ
第7幕「すべてはアドウェナ・アウィス号の船上からはじまる」
เรื่องทุกอย่างมันเริ่มขึ้นบนเรือแอดวีน่า อาวิส

เรื่องราวมันเกิดบนเรือ แอดวีน่า อาวิส ที่น่าแปลกที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ของเรือลำนี้ เป็นนักแปรธาตุ พวกเขาอยู่บนเรือ โดยไม่มีการบอกกล่าวผู้ชมว่า พวกเขาเป็นชนชาติใด มาจากที่ไหน แต่พวกเขามารวมตัวกัน เพราะ ชายที่ชื่อ ไมซ่า อาวาโร่ ผู้ที่ไฝ่หาสิ่งที่เรียกว่า "ความอมตะ" อันเนื่องจาก เขาได้รู้เรื่องของชายคนหนึ่งซึ่งมีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ 300 ปีแล้ว ก็ยังวนเวียนอยู่ในยุคปัจจุบันอีก ไมซ่าได้รู้ว่า สิ่งที่เขาจะสามารถถามหาความเป็นอมตะนั่นคือ ถามจาก "ปิศาจ" ซึ่งไมซ่าอาศัยส่วนหนึ่งของเรือทำพิธีเรียก "ปิศาจ" ออกมา แต่ดูเหมือนว่า แม้ไม่ต้องเชิญปิศาจก็ตามติดคนที่มันสนใจอยู่ก่อนแล้ว โดยคนที่มันถูกใจมันจะให้สิ่งที่หวังได้ แน่นอนว่าสิ่งที่ไมซ่าหวัง ก็คือ "Elixir" ซึ่งเพียงแค่ดื่ม ก็เป็นอมตะ ไม่แก่ และ ไม่ตายได้แล้ว โดยตอนที่มอบให้ไมซ่านั้น ปิศาจให้อ่างใบใหญ่ซึ่งใส่น้ำอมฤทธิ์ (Elixir) อยู่เต็ม พร้อมๆ กับมอบความรู้ในการปรุง Elixir นี้ฝังหัวไมซ่า โดยไม่ให้คนอื่นรู้ ซึ่งเซลาร์ด นักแปรธาตุชรา ผู้ต้องการพิสูจน์ว่าทุกอย่างเหลวไหลก็เข้ามาตักกินเป็นคนแรก และ เพื่อแสดงหลักฐาน "ปิศาจ" ทำการตัดคอเซลาร์ดทันที และ เพียงเวลาชั่วอึดใจ เลือดและคอของเซลาร์ดก็กลับมาต่อสนิทเหมือนเดิม พริบตานั้น เหล่านักแปรธาตุก็มะรุมมะตุ้มตัก Elixir อย่างโกลาหล ทุกคนดื่มโดยไม่สังเล มีเพียง น้องชายของไมซ่า "เกร็ท" กับแฟนสาว "ซิลวี่" เท่านั้นที่ลังเล

โดย ปิศาจออกกฎกับผู้ที่กินว่า
1. หากผู้ที่เป็นอมตะไปแล้ว เขาเบื่อชีวิตและอยากตายเสียที ให้ทำโดยการขอให้ผู้อื่น "กิน" ตนเอง โดยการกินที่ว่านี้ไม่ได้กินทางปาก แต่กินโดยการใช้มือขวาแตะที่หน้าผากของคนอื่น และคิดว่า "จะกิน" ฝ่ายตรงข้ามก็จะถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายของคนที่คิดจะกิน ซึ่งสิ่งที่ถูกกลืนเข้ามา นั้นจะมีความทรงจำของผู้ที่ถูกกินติดเข้ามาด้วย
2. แต่ถ้าจะแค่ถ่ายทอดความรู้อันใดให้ฝ่ายตรงข้ามก็ทำคล้ายกันเพียงแต่คิดว่า "รับสิ่งนี้ไป" ความทรงจำก็จะถ่ายทอดให้อีกฝ่ายได้ โดยไม่มีผลกับความอมตะ
3. ผู้ที่เป็นอมตะ แม้เวลาจะผ่านเลยเป็นร้อยปี ก็ห้ามเปลี่ยนชื่อของตนเอง เพื่อจะได้รู้กันว่า คนๆนั้นเป็น "ผู้ที่ฆ่าไม่ตาย" และเพื่อให้คนแบบเดียวกันรู้เรื่องนี้ด้วย

แต่ยังไม่ทันจะลงจากเรือ เซลาร์ด ที่ต้องการรู้สูตรยานี้ จึงโวยวายกับไมซ่า ที่คิดจะผนึกองค์ความรู้นี้กันไว้แค่นี้ ไม่ทำการเผยแพร่ให้คนอื่นได้มีความเป็นอมตะต่ออีก ซึ่งอาจดูผิดหลักของนักแปรธาตุที่ค้นพบอะไรใหม่ๆ แล้วต้องเผยแพร่ โดยคนส่วนมากเห็นแบบเดียวกับไมซ่า เพราะตัวเองยังไม่รู้ว่า ชีวิตของตัวเองจะเป็นยังไงเมื่อต้องอยู่โดยไม่แก่แบบนี้ต่อไป และไม่เห็นความจำเป็นว่า ต้องให้คนอื่นรู้เลย มีเพียงเอลเมอร์ , ฮิวอี้ ลาฟอเล็ต ที่ไม่คิดจะให้คำตอบว่า เห็นด้วยกับไมซ่าหรือเปล่า แต่ก็ทำให้เสียงส่วนใหญ่ ค้านความคิดของเซลาร์ด...ซึ่งแน่นอนทำให้เซลร์ดผู้เต็มไปด้วยความโลภตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

คืนนั้น ไมซ่า ถ่ายทอดความรู้ในการทำElixir ครึ่งนึง ให้แก่เกร็ท ผู้ที่ไมซ่าคิดว่ามีความบริสุทธิ์ใจมากที่สุดบนเรือลำนี้ (แม้เกร็ทจะไม่เต็มใจก็ตาม) แต่ยังไม่ทันที่จะพ้นคืน เซลาร์ดที่จ้องสูบความรู้ของไมซ่า พร้อมกับกำจัดทิ้งอยู่แล้ว ก็มาที่ห้องของเกร์ท และเริ่ม "กิน" เกร็ทผู้แสนอ่อนแอแทบจะในทันที และเป้าหมายต่อไปของเซลาร์ดก็คือ ซิลวี่ อันเนื่องจากเซลาร์ดที่ได้รับความรู้และประสบการณ์ของเกร็ทมาแล้ว ก็เกิดความคึกและความกระหายแบบคนหนุ่ม จนอยากสูบซิลวี่เพื่อรับประสบการณ์รักๆใคร่ๆที่ซิลวี่มีกับเกร็ท แต่เซลาร์ดก็ต้องชะงัก เมื่อซิลวี่กลับไม่ได้กินElixir เข้าไปด้วย และในที่สุด ไนล์ ก็มาขวางเซลาร์ดเอาไว้ และตามมาด้วยไมซ่า กับ เอลเมอร์ เซลาร์ดที่ไม่คิดว่าตัวเองจะสู้ได้ จึงหนีไปที่ดาดฟ้าเรือ ซึ่งไมซ่ากับไนล์นั้น ตั้งใจจะกำจัดเซลาร์ดแก้แค้นแทนเกร็ทอยู่แล้ว มีเพียงเอลเมอร์เท่านั้นที่ยังคิดจะเจรจากับเซลาร์ด ซึ่งทำให้ซิลวี่ที่เกือบต้องตายถึงกับรับไม่ได้ ที่ดาดฟ้าเรือ ในขณะที่เซลาร์ดกำลังโดนเล่นงาน เอลเมอร์ก็ดึงความสนใจจากไนล์ และ ไมซ่า แต่ยังไงก็ตาม เซลาร์ดโดนเล่นงานจนตัวขาดตกลงไปในทะเลจนสาบสูญไป และ เอลเมอร์เองก็ตกลงไปเช่นกัน (แต่เป็นคนละฝั่งของเรือ) ที่ใต้น้ำ "ปิศาจ" ที่น่าจะกลับไปแล้วถูกใจในความประหลาดของเอลเมอร์ จึงกลับมายื่นข้อเสนอพิเศษให้เอลเมอร์อีก 1 ข้อ แต่คำขอที่เอลเมอร์ขอนั้นคงมีแต่เจ้าตัวกับปิศาจเท่านั้นที่รู้ และต่อมาปิศาจก็มาคุยกับฮิวอี้เพราะสนใจในตัวของฮิวอี้เช่นกัน เพียงแต่เรื่องนี้ไม่มีใครทราบว่า ปิศาจมีการบอกไว้ว่า ต่อไปอาจจะได้พบกันอีก...มันหมายความว่ายังไงกันแน่
และดูเหมือนว่า คำติดปากของปิศาจที่เหมือนถูกเน้นนั้นก็คือ "แต่ก็เอาเถอะ" กับไปเหมือนกับคำพูดของ โรนี่ เลขาของมัลตีโจ้ แฟมิลี่ในปี 1931 ล่ะ? หรือว่า....
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวละครในตอนนี้ล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวพันกับความวุ่นวายในปี 220 ปีข้างหน้า อยู่หลายต่อหลายคน และเนื่องด้วย ตัวละครหลายตัวเพิ่งจะออกมา แถมยังไม่มีชื่อให้เรียกอีก ผมจึงทำตารางตัวละครที่ปรากฎในตอนนี้ให้ดูกัน และ ถ้าใครมีบทบาทต่อในปี 1930 - 1932 อีก ผมจะใส่โน้ตลงไปด้วยครับ
|
ชื่อและหน้าตาตัวละคร |
บทบาทในปี 1711 |
เกี่ยวพันถึงปี 1930 -1932 ? |
|
นักเล่นแร่แปรธาตุ ผู้มีเอกลักษณ์คือ มักจะ |
1930 - เป็นสมาชิกของ มัลตีโจ้ แฟมิลี่ ถนัดการใช้มีด เป็นเหมือนพี่เลี้ยงของฟีโร่ ซึ่งแน่นอนว่า ไมซ่าเอ็นดูฟีโร่เหมือนเป็นน้อง |
|
|
นักแปรธาตุชราไม้ใกล้ฝั่ง ทั้งๆที่ไม่เชื่อทฤษฎี ของไมซ่า แต่ก็ตามมาบนเรือ แอดวีน่า อาวิส หลังจากได้รับความเป็นอมตะ ก็โลภที่จะเอา ความรู้ในการสร้าง Elixir แต่เพียงผู้เดียว จึงออกอาละวาดดูดกลืนคนในเรือไปเรื่อยๆ และกินเกร็ทผู้มีความรู้ในเรื่องของการทำ Elixir (สุราอมตะ) เข้าไป จึงทำให้เขาได้ ความรู้มาในที่สุด แต่นั่นเป็นเพียงครึ่งเดียวที่ ไมซ่ารู้...หลังจากตกเรือไป ก็ไม่มีใครพบเห็น อีก |
1930 - ก่อตั้งสมาคมทางวิทยาศาสตร์ขึ้นมา เพื่อรวมทุนในการสร้างสรุาอมตะ ในยุคนั้น เขาสามารถสร้าง "มนุษย์เทียม= ฮอมูนคุส" ขึ้นได้สำเร็จ นั่นคือ "เอนนิส" และให้เบิร์นส์ ทดลองปรุงสรุาอมตะขึ้นมาจนสำเร็จ แต่ดู เหมือนว่า สุรา นี้จะเป็นชนวนความวุ่นวาย ของเรื่องไปซะแล้วสิ... ---> ท้ายที่สุดถูก ฟีโร่ "กิน" ในปี 1930 --> ความรู้ที่เพิ่มเติมมาในช่วง 200 ปีถูกถ่ายทอดเข้าหัวของฟีโร่ |
|
|
นักแปรธาตุ ผู้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม้จะกิน Elixir เข้าไปแล้ว ก็ยังมีท่าทางเป็นกลาง และไม่อยากให้ใครต้องบาดหมางกัน จึงคิด จะเจราจาก่อนจะลงมือ เป็นต้นเหตุที่ทำให้ |
ปรากฎตัวในนิยายตอนพิเศษ 193X-A man in the killer ที่แถมมากับ DVD "BACCANO!" ที่วางจำหน่ายครั้งแรกเท่านั้น |
|
|
นักแปรธาตุ ผู้ที่ชอบมองคนอื่นจากที่ๆสูงกว่า หลังจากได้รับความอมตะมาแล้ว ก็ไม่มีความ คิดที่จะเผยแพร่ หรือ ผนึก ความรู้ของไมซ่า เลย เพราะเขาอยากจะใช้เวลาอันนิรันดร์นี้ ทำตามใจตนเอง เพราะฉะนั้น ใครจะเป็น จะตายเขาไม่สน... |
ก่อนปี 1931 ฮิวอี้ ตั้งแก๊งค์เรมูเลส ขึ้นมา เขาไม่ปิดบังว่าตนเองเป็นอมตะต่อคนในแก๊งค์เลย |
|
|
น้องชายของไมซ่า และเป็นแฟนของซิลวี่ หลังจากได้รับความรู้จากไมซ่า ก็โดนเซลาร์ด กินเข้าไป ความรู้นั้นจึงถ่ายทอดไปที่เซลาร์ด แล้ว (ตาย) |
โดนกินไปแล้วไม่มีตัวตนอีกต่อไป |
|
|
แฟนสาวของเกร็ท เธอลังเลที่จะดื่ม Elixir จึงเก็บเอาไว้ในขวดน้ำหอม เคยตกเป็นเหยื่อ ของเซลาร์ด แต่ก็รอดชีวิตมาได้ ไม่รู้ว่า สุดท้ายเธอจะกิน Elixir เข้าไปหรือเปล่า? |
ไม่ยืนยัน |
|
|
ติดตามเฟลเมตมาที่แอดวีน่า อาวิส และได้กิน Elixir เข้าไป |
ปี 1931 เดินทางออกจากชิคาโก้ไป นิวยอร์ค ด้วยการโดยสาร Flying Pussy Foot เพื่อพบกับไมซ่า และไปพัวพันความวุ่นวาย |
|
| เห็นด้วยกับการปิดผนึกความรู้ของไมซ่า จริงๆเป็นคนโรคจิตที่ชอบทรมานเหยื่ออย่าง ซาดิสม์ โดยเหยื่อของเขาคือ เชสลอฟ |
ก่อนปี 1931 ถูกเชสลอฟ "กิน" เพราะเชสลอฟ ทนที่จะถูกเขาทรมานต่อไปไม่ได้อีกแล้ว |
|
|
เพื่อนของไมซ่า ขัดขวางเซลาร์ดไม่ให้กิน ซิลวี่ |
ไม่มีข้อมูล |
|
|
เพื่อนของไมซ่า เป็นเภสัชกร |
(ในฉบับนิยาย) ปี 1932 เขาเป็นคนสร้าง ยาเสพ ติดชนิดใหม่ ทำให้พัวพันกับ ลูโนลาต้า แฟมิลี่ แต่ในฉบับอนิเม โดนตัดบททิ้งไป |
|
|
เพื่อนของไมซ่า พกดาบญี่ปุ่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นชาวเอเชียเพียงคนเดียว ในเรือ แอดวีน่า อาวิส |
ไม่มีข้อมูล |
----------------------------------------------------------------------------------------------
ต่อไปจะพยายามนำเสนอเรื่องราวตามปีนะครับ ขอเวลาไปนึกก่อนว่าผมจะเรียงข้อมูลยังไงดี












ยังไงว่างๆก็แวะมาทักทายกันบ้างน่ะ
#1 By การเดินทางของคน 2 คน กับหัวใจ 2 ดวง on 2007-10-21 16:24