Volume.2 สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ บทส่งท้าย (จบเล่ม)
----แปล&เรียบเรียงเป็นภาษาไทย : สิบโทเคโรโระ ณ overtime blog
 

(ต่อจากส่วนที่แล้ว)


บทส่งท้าย

พองานโรงเรียนเริ่มขึ้น พวกเราก็ไม่ยุ่งอีกต่อไปแล้วจริงๆแล้ว ผมว่าส่วนที่สนุกที่สุดของงานเทศกาลคือ
ตอนเตรียมงานนี่ล่ะครับ พองานมันเริ่มไปแล้ว ทุกคนก็จะยุ่งจนลืมเวลาไปเลย พอรู้สึกตัวอีกทีงานก็จบและ
ต้องมาเก็บกวาดกัน ดังนั้นก่อนที่มันจะเป็นแบบนั้น เรามาสนุกกับเวลาว่างดีกว่า อย่างน้อยๆ
ผมก็จะว่างทั้งวันนี้และวันพรุ่งนี้ หวังว่าคงไม่มีใครมาตะโกนใส่หูผมตอนผมกำลังรีแลกซ์นะ

ส่วนฮารูฮิน่ะ ยัยนั่นคงเป็นคนเดียวที่จะบ่นกับช่วงเวลาอันแสนสุขแบบนี้ ยัยนั่นไปใส่ชุดบันนี่เกิร์ล ยืนแจกใบปลิวหน้าประตูโรงเรียนอีกแล้ว ผมล่ะอยากรู้จริงจริ้งว่ายัยนี่จะแจกได้กี่ใบก่อนที่จะโดนอาจารย์ กับ
พวกกรรมการนักเรียนมาลากตัวไปน่ะ

ผมออกจากห้องชมรม และเดินอาดๆไปหาโรงเรียนที่แสนจะคึกคัก
ใจผมที่ไม่เคยอยู่สุขจนถึงเมื่อกี้ ในที่สุดก็ดูจะสงบลงได้แล้วล่ะ โคอิสึมก็เชื่อแบบนั้น และนางาโต้เอง
ก็ให้สัญญาว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีกในตอนนี้ เพราะชามิเซ็นพูดไม่ได้แล้ว นี่ล่ะคือ สิ่งที่ผมจะอยาก
จะยืนยันว่าทุกอย่างกลับเป็นปกติแล้ว ชามิเซ็นตอนนี้เงียบยังกับนางาโต้ ผมว่าการไล่หมอนั่นออกจากบ้านไป
คงจะใจร้ายไปซักหน่อย ผมเลยว่าจะเลี้ยงหมอนี่เป็นสัตว์เลี้ยงที่บ้าน และน้องผมเองก็ตื่นเต้นที่จะมีตุ๊กตาขน
สัตว์ที่เคลื่อนไหวเองได้อยู่ในบ้าน ผมเลยบอกที่บ้านว่า "เจ้าของเดิมเขาย้ายบ้านไปแล้ว"

เจ้าแมวตัวผู้ตัวนี้บางทีก็ร้องเหมียวออกมาบ้าง แต่เสียงที่หูผมได้ยินมัน เหมือนกับหมอนั่นยังพูด
กับผมอยู่ เอ่อ..แต่ช่างมันเหอะ

พูดถึงอีกอย่างที่หายไป ก็พวกที่แต่งชุดประหลาดๆ เมื่อ 2-3 วันก่อนไง ผมไม่ยักจะเห็นพวกนั้นใน
งานโรงเรียนส่วนไหนเลย ผมมองแผ่นพับที่พวกจัดงานแจก แต่ไม่เห็นมีพวกนั้นเลย ผมลองด้อมๆมองๆ
ไปที่ชมรมที่พวกนั้นน่าจะอยู่ (อย่างชมรมภาพยนตร์) แต่ไม่เห็นเจออะไรเลย พวกนั้นเขาเป็นใครกันแน่นะ?
"หืม.."
ผมบ่นพึมพำกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว ตอนที่เดินเรื่อยเปื่อยไปตามตึกเรียน
ถ้ายังมีพวกพลังเหนือธรรมชาติเดินปะปนอยู่ในงานโรงเรียนล่ะ? แล้วถ้าพวกนั้นก็แต่งตัวผิดยุคผิด
สมัยล่ะ? ใช่..แบบที่นางาโต้ใส่น่ะ

ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง งั้นคุณนางาโต้ก็แต่งตัวแบบนั้นเพื่อปิดบังสถานะที่แท้จริงไม่ให้ฮารูฮิรู้ และ
ให้แค่ได้บรรยากาศเหมือนพวกที่มาออกงานโรงเรียนเท่านั้นล่ะ นางาโต้น่ะเอาแต่ปิดปากเงียบ ผมก็เลยไม่มีทางรู้ว่าอันไหนเป็นเรื่องจริงกันแน่ แต่คงเป็นเรื่องขัดแย้งอะไรซักอย่างที่อยู่นอกเหนือความรู้
ของผมอีกแหง บางทีก็เกิดขึ้นในตอนที่เผลอๆแบบนี้ล่ะ เพราะถึงโลกกำลังจะสลายอยู่ตรงหน้า
ผมก็เชื่อว่านางาโต้คงยังปิดปากเงียบอยู่แหงๆ ถ้าผมไปถามเธอตรงๆ เธอก็คงตอบผมหรอก
แต่ก็ตอบด้วยภาษาที่มนุษย์ไม่มีทางเข้าใจได้ตามเคยแหละ และผมเองก็มั่นใจว่าตัวเองคงไม่ฉลาด
พอจะเข้าใจเรื่องที่เธออธิบายแหงๆ

บางทีนะ ผมน่าจะเลือกที่จะอยู่เฉยๆดีกว่า โดยเฉพาะกับฮารูฮิผมว่าผมควรจะหุบปากเรื่องนี้ไปเลย

ขอเปลี่ยนเรื่องนะครับ ตอนนี้หนังของพวกเรากำลังฉายในห้องฉายหนัง รู้สึกว่าจะมีแค่หนังของ
ชมรมเรากับชมรมวิจัยภาพยนตร์เท่านั้นล่ะนะที่เอาหนังมาฉาย นี่ก็เพราะฮารูฮิไปเม้งกับชมรมที่ว่าซะยกใหญ่
พวกนั้นก็เลยยอมให้เราฉายหนังของเราสลับกับหนังของพวกเขา เฮ้ มันช่วยไม่ได้นี่นา ก็มีแค่ห้องนั้นนี่ที่มี
โปรเจ็คเตอร์ ผมต้องยอมรับนะว่าพวกนั้นดูลำบากใจมาก...แต่ทำไงได้ล่ะ? จะพวกนั้น หรือ ใครอื่นในโลกนี้ ก็คง
ไม่มีใครสามารถปฏิเสธการตัดสินใจของฮารูฮิได้หรอก สุดท้ายพวกนั้นเลยจำต้องฉายหนังคุณภาพต่ำแถมมี
โฆษณาแทรกกลางของเราจนได้แหละ

พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเลยว่าผมน่าจะพวกคุณรู้อีกว่า ตามเอกสารของกรรมการนักเรียนแล้ว
หน่วยSOS ยังไม่ได้เป็นชมรมอย่างเป็นทางการ ดังนั้น "การผจญภัยของอาซาฮินะ Mikuru Episode : 00"
เลยไม่อยู่ในรายการที่เป็นทางการของงานโรงเรียน อีแบบนี้ยังไงเราคงไม่มีทางชนะเลิศได้หรอก ผมว่าคะแนน
ที่เราควรจะได้คงถูกรวมเป็นคะแนนของชมรมวิจัยภาพยนตร์แทนล่ะมั้ง?

เอ้อ ใช่ ยังจำไอ้หนังที่ฉายรอบเที่ยงคืนที่ให้แรงบันดาลใจฮารูฮิให้สร้างหนังได้หรือเปล่าครับ? หลัง
จากค้นๆดู ผมก็รู้ว่าหนังเรื่องที่ว่าไม่ได้รางวัลGolden Globe Award หรอกครับ มันเป็นแค่หนังโปรโมท
ขาว-ดำที่เปิดในเทศกาลหนังเมืองคานน์ที่ชื่อ "Only" เท่านั้นล่ะครับ ยัยนั่นคงเพี้ยนพอที่ไปเข้าใจว่าหนังแบบ
นั้นไปชนะรางวัลจากสถาบันไหนๆได้ เพื่อยืนยันเรื่องนี้ผมถึงขนาดไปเช่ามาดูเลยนะ ผลก็คือ ผมหลับไปตั้งแต่
ครึ่งแรกของหนัง ผมก็เลยไม่รู้ว่าตกลงหนังเรื่องนั้นมันสนุกหรือน่าเบื่อกันแน่? ผมว่าผมน่าจะลองฝืนนั่งดูมันอีก
ก่อนจะคืนนร้านล่ะนะ

ไหนๆ ก็เป็นโอกาสที่ไม่ค่อยมี ผมเลยลองแว่บไปดูละครของห้อง 4/9
เจ้าโคอิสึมิเอาแต่ยิ้มตลอดทั้งเรื่อง บทที่หมอนั่นรับก็เป็นคนที่ตายได้งี่เง่าสุดๆในตอนจบของเรื่อง
งี่เง่าได้ทัดเทียมกับหนังของฮารูฮิเลย แต่ไม่รู้ทำไมถึงมีคนชื่นชมก็ไม่รู้ บางทีนะผมอาจจะไม่ได้ใส่ใจเนื้อเรื่อง
เพราะพระเอกคือ โคอิสึมิก็ได้ การแสดงของหมอนั่นจะเรียกเป็นการแสดงได้ยังไงนะ? มันเหมือนกับตอนที่
หมอนั่นยกยอตัวเองตามปกติไม่มีผิดเลย นี่คงเป็นอีกเหตุที่ผมไม่เห็นว่าละครเรื่องนี้มันจะดีเด่ตรงไหนด้วยล่ะนะ

หลังจากโค้งคำนับรับเสียงปรบมือ โคอิสึมิกระพริบตาให้ผมแทนคำทักทาย แน่นอนผมเผ่นไอ้กระพริบตา
ของหมอนั่นก่อนมันจะมาถึงตัวผมแทบไม่ทัน ส่วนห้องของนางาโต้ ผมว่าผมจะไปแหย่เธอเล่นซะหน่อย
แต่ว่า ไหงมีคนต่อคิวดูดวงกันเยอะอย่างนี้ล่ะ? ผมแอบมองเข้าไปด้านในนิดหน่อย ภายใต้การแต่งห้องด้วยสีดำ
ที่กลางห้องนั้นมีเด็กผู้หญิง 2-3 คนสวมชุดดำอยู่ ผมเห็นหน้าขาวๆไร้อารมณ์ของนางาโต้ด้วย เธอวางมือของ
เธอบนลูกแก้วคริสตัล คุยกับลูกค้าด้วยโทนเสียงทื่อมะลื่อ นางาโต้ ขอร้องเถอะ ช่วยพวกนั้นแค่หาของที่ทำหาย
ไปก็พอนะ ไม่ต้องไปแนะนำเรื่องอื่นเลยนะ

ส่วนเรื่องผิดปกติซึ่งเกิดจากภาพยนตร์นั้น รู้สึกว่าทุกอย่างจะคืนสภาพเพราะการใส่ประโยคที่ว่า
" เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น" ลงตอนท้ายเรื่อง แต่โลกของเราน่ะคงไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประโยคพื้นๆ
แบบนั้นหรอกครับ ฮารูฮิ , คุณอาซาฮินะ , นางาโต้ โคอิสึมิ และผมยังอยู่ที่นี่ใช่มั้ยล่ะครับ? แล้วมันจะเป็นไป
ตามประโยคว่า "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีอยู่จริง" ได้ยังไง? บางทีซักวัน พวกเราทั้งหมดก็ต้องใช้ชีวิตไป
ตามทางของตัวเอง แต่อย่างน้อยๆตอนนี้ หน่วยSOS ก็ยังมีอยู่ ทั้งหัวหน้าหน่วยและลูกหน่วยนั่นล่ะนะ

อา...จะว่ายังไงดี? บางทีผมก็มาคิดนะ ที่เราว่ามาทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องโกหกที่ใหญ่โตเกินเหตุ
และฮารูฮิก็ไม่ได้มีพลังจริงๆ ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องขำๆที่ คุณอาซาฮินะ , นางาโต้ และ โคอิสึมิรวมหัวกันเมกขึ้น
มา ซึ่งถ้าคิดแนวนี้นะ ที่เจ้าชามิเซ็นมันพูดได้มันก็แค่การแปลงเสียง ไม่ก็มีไมโครโฟนซ่อนอยู่ก็ได้นา ส่วน
กลีบดอกซากุระในฤดูใบไม้ร่วง กับลำแสงมิคูรุบีมมันก็เป็นแค่สเปเชี่ยล เอฟเฟ็ค

ถึงมันจะเป็นแบบนั้นจริง ผมก็พูดอะไรถึงมันไม่ได้มากร้อก
"ไม่มีทางที่จะเป็นจริงได้หรอก"
เรื่องราวจะเป็นมาไงก็เถอะ แต่สถานการณ์แบบที่ผ่านมาก็ไม่พูดได้ไม่เต็มปากร้อกว่า มีความสุขน่ะ ผมว่ามีทุกคนอยู่ด้วยกันมันผ่อนคลายมากกว่าอยู่ตามลำพังกับฮารูฮิล่ะนะ ผมล่ะดีใจ้ดีใจที่ไม่ได้เป็นสมาชิก
เพียงคนเดียวของหน่วยSOS
ถึงผมจะเป็นคนธรรมดาเพียงคนเดียวก็เถอะ

อ่าใช่ๆ นี่ไม่ใช่เวลามายืนเหม่อนะ มันใกล้เวลาแล้ว เรื่องอะไรผมจะยอมพลาดการใช้คูปองลด
ราคาอันนี้ล่ะ? แถมไม่ต้องถามเลยว่า ผมน่ะอยากเห็นชุดที่พวกเธอจะใส่จริงจริ้ง
ผมรีบเผ่นไปยังที่นัดเจอกับทานิงูจิกับคุนิคิดะ แน่นอนว่าพวกเราน่ะจะไปกินยากิโซบะที่ร้านของ
คุณอาซาฮินะไงล่ะครับ

(จบเล่ม 2)


คำปิดท้ายจาก นักแปล

ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านการแปลที่ทิ้งช่วงนานมากๆของผมจนจบ สำหรับผู้ที่เพิ่งมาอ่าน และอยากอ่านตั้งแต่ต้นใหม่ รบกวนช่วยมองดูแถบเมนูทางด้านซ้ายมือของคุณ และ กด index of Suzumiya Haruhi ดูนะครับ ในส่วนของนิยาย ผมจะใส่ Link ของเล่ม 2 และเล่มอื่นๆ เอาไว้อย่างครบถ้วนครับ เล่มต่อไปผมจะแปลเล่มไหน ลองเดา หรือ ลองให้คอมเม้นท์ดูนะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หืม?...ให้เดาหรอ ส่วนตัวอยากให้แปล7กะ8 เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องของ2เล่มนี้(โดยเฉพาะ8)

ส่วนเล่ม2นี้แสดงให้เห็นความขัดแย้งของทั้ง3กลุ่มแหะ แถมยังมีการต่อสู้ในโลกเบื้องหลังอีก สงสัยสักวันคงมีไอ้ตัวลอง"กี้ๆ"โผล่มาแน่ๆเลย

#1 By TorRus (125.25.202.135) on 2007-06-03 10:29

ถ้าให้เดาคงเล่ม 6 มั้งครับ

การต่อสู้ของโลกเบื้องหลัง ถ้าไอ้ตัวร้อง กี๊ๆ มันโผ่ลออกมาจริงๆสงสัยหน่วย SOS คงกลายเป็นขบวนการเซ็นไทแหงๆ

#2 By yurina (58.9.173.253) on 2007-06-03 10:55

แล้วสรุปใครตัดต่อหนังละนั่น

#3 By Jack (58.8.23.131) on 2007-06-03 11:56

อืม คงเป็นเล่ม 6 มั้ง

แต่อยากอ่านเล่ม 7 เล่ม 6 ก็อยากอ่านน่ะ อยากอ่าน ตอนที่ไม่มีในanime

#4 By ตูน (222.123.25.68) on 2007-06-03 12:52

จบแล้วๆ ขอบคุณในความพยายามครับ
ส่วนใครใส่เอฟเฟคลงในหนังนั้น ผมเดาว่าน่าจะเป็นเพราะฮารุฮินะ เพราว่าฮารุฮิอยากจะให้สิ่งที่ตนคิดเป็นจริง แล้วมันก็เป็นจริงขึ้นมา บางทีอาจเป็นเพราะความคาดหวังของฮารุฮิที่อยากจะให้หนังที่ตนสร้างขึ้นออกมาดี ทำให้พลังของฮารุฮิมีผลต่อหนังเรื่องนี้ด้วย แต่มันก็เป็นแค่การเดาอ่ะนะ ใครรู้มั่งว่าจริงๆแล้วใครเป็นคนช่วยกันแน่ ก็ช่วยบอกทีนะครับ

#5 By Alvis (124.121.16.163) on 2007-06-03 12:59

ขอบคุณครับ ที่ช่วยแปล จะติดตามผลงานตลอดไปครับ

#6 By Cosmo1412 (58.64.109.158) on 2007-06-03 13:53

เชียร์เล่ม4หรือเล่ม5 สุดใจ ^^

#7 By dramer (124.120.196.161) on 2007-06-03 15:07

โอ้ววว มาติด ๆ กันเลย ขอบคุณครับ

#8 By กระรอกโฉด on 2007-06-03 18:09

ตกลงใครใส่เอฟเฟ็กกันแน่ครับก็เป็นไปได้ที่ฮารูฮิ
คิดว่ามันควรเป็นอย่างนี้ก็เลยเปลี่ยนตามความคิดของฮารูฮิ

#9 By madrigal (124.121.79.194) on 2007-06-03 19:24

อ่านมาเล่ม 2 รู้สึกสงสารเจ้าเคียวน์มันขึ้นมาเลยแฮะ ทำทุกอย่างสมตำแหน่งหน้าที่เจ้าหน้าที่ธุรการทำหนังจริงๆ(แต่ยัดหนัง 30 นาทีลงไปได้ก่อนหลับก็เทพแล้ว โชคดีนะที่เจ็แกเข้าใจว่า ไมโครแบล็คโฮล กับอื่นๆอีกมากมายนั่นเป็นสเปเชี่ยลเอฟเฟค)

#10 By wingaura (125.25.86.99) on 2007-06-03 19:26

จบแล้วอีกเล่มสำหรับ คุณสิบโท............ อ่านจนเหนื่อยหมดแรงคิดคอมเม้นท์....... = ="


เล่ม 2 นี้เป็นตอนยาวๆตอนเดียว แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นตอนวางโครงเรื่องไปเล่มอื่นมากกว่า..... แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนั้นละเพราะมันจะเกี่ยวโยงไปได้อีกหลายเล่มเลย ^^"

#11 By zoung on 2007-06-03 23:50

ตามอ่านมาอย่างยาวนานสมกับที่รอคอยจริง ๆ ครับ ไอ้สถานะภาพของ พวกโคอิสึมิกับมิคุรุนี่เหมือนเรื่องสองคนสองคมจริง ๆ ให้ตายสิ

#12 By tanbee (124.120.185.115 /10.5.50.27) on 2007-06-04 00:43

โอ้ววววว o[]o""""
มาทีเดียวสองตอนรวด

ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านกันคร้าบ (-/\-)

#13 By LiTTLe on 2007-06-04 09:24

ขอบคุณคร้าบบบบ

เล่ม 6 มีคนแปลแล้ว ดังนั้นขอเดาว่า น่าจะแปลเล่ม 7 ขึ้นไป

#14 By ม่อน on 2007-06-04 13:42


ขอบคุณครับที่อุตส่าห์แปลให้อ่าน ส่วนเล่มต่อไป ผมว่าจ่าคงคิดจะแปลเล่ม 8 มังครับ ?
เล่ม 7 มีคนแปลแล้ว อย่าเหนื่อยแปลซ้ำเลยครับ
(แต่ที่จริงผมชอบสำนวนจ่ามากกว่า)

#15 By นิด (58.8.167.124) on 2007-06-04 15:46

ถ้าแปล Sound Around ด้วยก็ดีนะ

#16 By Shami (158.108.134.169) on 2007-06-04 16:54

มาโหวตให้เล่ม 8 ครับ

อ่านจบแล้วรู้สึกเหมือนในหมู่สมาชิก SOS นี่ต่างคนต่างซ่อนคมเป็นศัตรูกันอยู่อย่างลับๆนะ โดยเฉพาะที่มิคุรุพูดนี่เล่นเอาอึ้งไปพักนึง ที่พูดว่า

"อย่าเอาฉันไปเทียบกับโคอิสุมิ"

รู้สึกเหมือนมิคุรุจะดูถูกโคอิสุมิเอามากๆ แถมในเล่มอื่นๆ แม้แต่ยูกิก็ดูจะไม่ค่อยชอบมิคุรุ และมิคุรุเองก็ดูเหมือนจะทนอยู่กับยูกิตามลำพังไม่ได้ มันยังไงกันเนี่ย

อ่านๆไปบางทีชักเริ่มสงสัยว่าถ้าคิยอนไม่ได้อยู่กับพวกนี้ด้วยสงสัยอาจจะมีการฆ่ากันเองแหงมๆ แบบที่โคอิสุมิเคยพูดเอาไว้ถึงเรื่องโลกเบื้องหลัง

#17 By AlexW (124.120.172.43) on 2007-06-05 07:53

อ่านมายหวัยปวดตาแล้ว

#18 By (61.19.233.94 /192.168.1.42) on 2007-08-23 10:03