นิยายแปลไทย The Sighs of Suzumiya Haruhi บทที่ 4 ส่วนที่ 2
posted on 07 Dec 2006 00:52 by overtime in Novel, Suzumiya-HaruhiVolume.2 สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ บทที่ 4 (ส่วนที่ 2)
----แปล&เรียบเรียงเป็นภาษาไทย : สิบโทเคโรโระ ณ overtime blog
(ต่อจากส่วนที่แล้ว)
นางาโต้ก็ผลักคุณอาซาฮินะลงริมบึง พร้อมๆกับสะบัดผ้าคลุมดำที่บังเต็มหน้ากล้องของเธอ
ฉากของเมื่อวานเล่นซ้ำอีกรอบ เหมือนเปิดดูเทปที่อัดฉากนางาโต้เคลื่อนไหวเร็วสุดยอดซ้ำไปซ้ำมาแบบนั้นเลย
หันมาดูอีกที หลักฐานว่านางาโต้เคยยืนอยู่ตรงไหน ก็มีแต่หมวกของเธอเท่านั้นล่ะ
หมวกใบนั้นค่อยๆตกสู่พื้นช้าๆ ส่วนเจ้าของหมวกก็เคลื่อนไหวห่างเป็นกิโลในเวลาชั่วพริบตา
(ซัก 0.2 วินาทีมั้ง?) และกระโดดไปกดคุณอาซาฮินะพร้อมจับหน้าผากเธอด้วย
"คุ..คุณนางาโต้ กรี้ด!!!"
ด้วยความไร้อารมณ์ของนางาโต้ทำให้เธอเฉยเมยกับเสียงของคุณอาซาฮินะ
ผมสั้นๆของนางาโต้ขยับไปมาตอนทีนั่งบนลำตัวของคุณอาซาฮินะ
"เดี๋ยวสิ!" ฮารูฮิรีบโวยวายขึ้นมา
"ยูกิ เธอเป็นแม่มดนะ ตามบทแล้วเธอไม่ใช่พวกเก่งการต่อสู้แบบประชิดตัวซะหน่อย!
แล้วมาเล่นมวยปล้ำโคลนตอนนี้มันก็"
จู่ๆฮารูฮิก็หยุดพูด ยัยนั่นใช้เวลาคิดประมาณ 3 วิ และพูดว่า
"เอ่อ..เอาเถอะ ฉันว่านี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน มันอาจเป็นจุดขายอีกจุดได้นะเนี่ยเนอะ เคียวน์
ถ่ายซีนนี้ไว้ให้หมดนะ! นี่แหละ เหตุการณ์ที่หาได้ยากอันน่าภูมิใจของยูกิ"
ผมไม่คิดว่า มันจะเป็นช่วงเวลาน่าภูมิใจอะไรร้อก
นางาโต้แค่ทำไปตามสัญชาติญาณที่จะต้องหยุดสาเหตุของหายนะ
ที่ดันมาจากคอนแทกต์เลนส์ก็เท่านั้นเอง คุณอาซาฮินะก็คงเข้าใจแหละ แต่คงเพราะ
ช็อกก็เลยกรีดร้อง และขยับไปมาตามเคย ผมนี่คงจะป่วยจริงๆล่ะนะ
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามองอยู่เฉยๆนี่นะ
ตอนนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงอะไรซักอย่างตกลงมา นอกจากนักแสดงทั้ง 2 แล้ว
คนอื่นๆก็หันไปมองทางด้านหลัง
นั่นคือเสียงของรั้วริมบึงมันเปิดออกตรงที่ฮารูฮิข้ามมาและตรงที่เราเดินผ่านกันมา..
ช่องที่นางาโต้เปิด ตอนนี้มันกลายเป็นรูขนาดใหญ่ รั้วถูกตัดเป็นรูปตัว V และล้มลงบนถนน
ท่าทางมันคงโดนเลเซอร์ที่มองไม่เห็นยิงใส่เอาแน่
แล้วผมก็กลับมามองสถานที่เกิดเหตุ
และได้เห็นภาพนางาโต้กัดข้อมือคุณอาซาฮินะเหมือนแวมไพร์โลหิตจางกำลังดูดเลือดยังไงยังงั้น
"ฉันไม่ระวังเอง"
ผมล่ะตกใจที่เธอเป็นคนพูดเหมือนกับเธอทำความผิดเองเลย
"ฉันตั้งใจจะปล่อยให้เลเซอร์มันยิงออกมาโดยไม่ทำร้ายมนุษย์ แต่คราวนี้ลำแสง
ถูกยิงออกมาด้วย อนุภาคที่ผ่านการไฮเปอร์ ไวเบรชั่นมาแล้ว"
นางาโต้พูดประโยคทั้งหมดด้วยการหายใจครั้งเดียว
โคอิสึมิยืนหยิบหมวกที่ตกอยู่ของเธอขึ้นมาและพูดว่า
"ของที่คล้ายๆกับ ไฟเบอร์ออฟติกเหรอครับ? อนุภาคใบมีดคราวนี้
มันมองไม่เห็นและไม่มีน้ำหนักสินะครับ?"
นางาโต้รับหมวกและสวมมันลง พร้อมพูดว่า
"ฉันสัมผัสสสารเล็กๆได้ ประมาณติดลบ 41 กรัม"
"เล็กกว่านิวตรอนอีกหรือครับ?"
นางาโต้ไม่ตอบอะไร และมองแต่ตาของคุณอาซาฮินะ ดวงตาสีเงินของสาวเสิร์ฟของเรา
"อืม"
คุณอาซาฮินะถูข้อมือที่โดนกัดและถามอย่างน่ากลัวว่า
"คุณฉีดอะไรใส่ตัวฉันคะ?"
ปลายหมวกถูกยกขึ้นมา 5 ซ.ม. สำหรับผม นั่นเป็นสัญญาณว่านางาโต้กำลังมีปัญหาอยู่
คงประมาณคิดว่าจะอธิบายยังไงดี แล้วนางาโต้ก็พูดตามคาดว่า
"เมื่อเปลี่ยนช่วงมิติของการสั่นไหว ฟิลด์แรงดึงดูดจะสามารถสร้างบนพื้นผิวของอนุภาคได้"
ท่าทางเธอคงพยายามเต็มที่ที่จะอธิบายเรื่องยากๆให้เข้าใจได้ ในขณะที่ผมเข้าใจแค่ว่า
นางาโต้คงลบลำแสงสังหารล่องหนไปแล้ว แต่ผมไม่เข้าใจเลยว่า อีก 2 คนเขาฟังรู้เรื่องได้ไง?
โคอิสึมิพูดว่า "แสดงว่าการสั่นสะเทือนนั่นเกิดจากแรงโน้มถ่วงหรือครับ?"
หมอนี่ถามคำถามที่ไม่ได้ช่วยทำอะไรให้กระจ่างขึ้นมาเล้ย นางาโต้ก็คงคิดแบบเดียวกัน
เพราะคุณเธอเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรต่อ
แล้วโคอิสึมิก็ยักไหล่ท่าประจำขึ้นมา
"แต่พวกเราก็ประมาทไป ผมว่าผมเองก็มีส่วนรับผิดชอบด้วย ผมคิดแค่ว่า
ดวงตานั่นปล่อยได้แต่เลเซอร์ ใครจะนึกว่า"จะปล่อยอะไรก็ได้" ตามที่คุณสึซึมิยะอธิบาย
อะไรก็ได้ในโลกใบนี้? ท่าทางการจะตามวิธีคิดของคุณสึซึมิยะนี่คงทำได้ยากนะครับ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะครับ.."
ไม่มีทางไล่ทันอยู่แล้วล่ะ ก็ยัยนั่นวิ่งนำหน้ามนุษยชาติบนโลกอยู่ตั้ง 3 รอบโลกแล้วนี่
ผมน่ะรู้สึกว่า ยัยนั่นน่าจะวิ่งน็อกรอบผมอยู่ข้างหลังแล้วด้วยซ้ำ และถ้ามาคิดดูดีๆก็รู้ได้เลยว่า
เราวิ่งกันอยู่บนลู่เดียวกัน ดูเผินๆเหมือนยัยนั่นไม่ได้วิ่งนำเราเลยซักนิด ทั้งๆที่เป็นเรื่องถนัด
ของยัยนั่นแท้ๆ ไม่ใช่แค่นั้นนะ คงมีแต่พวกเราที่โดนบังคับให้วิ่งในลู่เดียวกับฮารูฮิเท่านั้นแหละ
ถึงจะเข้าใจความรู้สึกของฮารูฮิล่ะนะ
เหตุผลที่ฮารูฮิวิ่งได้เร็วก็เพราะ ยัยนั่นไม่เคยสนใจว่าลู่จะเป็นแบบตัวเอสหรือจะเป็นทาง
ซิกแซกแบบ 3 มิติ ยัยนั่นได้แต่วิ่งปรี่เข้าไปโดยไม่สนใจอะไรเลย แถมด้วยเครื่องยนต์ส่วนตัว
ที่ทำให้ยัยนั่นวิ่งได้ตลอดกาลอีกล่ะ? ใครจะไปตามกฎที่ จู่ๆยัยนั่นก็ตั้งขึ้นมาได้เล่า? ถึงจะมีใคร
ลองทำตามดูก็เถอะ แถมตัวยัยนั่นเองยังมองไม่ออกอีกนะว่า นี่ไม่ใช่การวิ่งแข่งใช้ชีวิตนะ
เตลิดเปิดเปิงแบบนี้ใครจะรับไหว?
"ก็ไม่แย่ขนาดนั้นหรอกครับ" โคอิสึมิพูดต่อ "เราก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเขารับหน้า
เรื่องคุณภาพของรั้วไปก็ได้นี่ครับ ผมว่าคนทั่วไปเขาก็คิดอย่างนั้นนะ
ที่สำคัญก็คือ ไม่มีใครบาดเจ็บนี่ครับ"
ผมแอบมองหน้าซีดๆที่อยู่ใต้หมวกปีกกว้าง เมื่อครู่ก่อน ผมเห็นแผลเหวอะหวะบนฝ่ามือของนางาโต้
ท่าทางเธอคงขวางลำแสงด้วยมือเปล่าอีกแล้วสินะ ผมล่ะอยากเอาแผลนี่ไปให้ยัยตัวแสบดูจริงๆ
แต่รอยเหวอะหวะที่ว่า ตอนนี้ก็ถูกรักษาจนเนียนขาวเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นอีกจนได้
พอหันไปหาอีกกลุ่มที่ยืนไม่ห่างจากผมมาก ฮารูฮิกับตัวประกอบทั้ง 3 คน ตอนนี้กำลังดูวิดีโอที่ถ่ายเอาไว้
แล้วพวกเขาก็ร้องโหวกเหวก เอ่อ ไม่สิ มีแค่คุณสึรึยะเท่านั้นที่ร้อง
"เราจะทำยังไงดีล่ะ? ฉันว่าถ้าเราถ่ายทำต่อไป ท่าทางจะเกิดอะไรที่แย่กว่านี้อีกแหง"
"แต่เราหยุดตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ ถ้าเราไม่ทำต่อ คุณว่าคุณสึซึมิยะจะทำยังไงล่ะครับ?"
"คงอาละวาดแหง"
"ผมก็ว่างั้น ถึงเจ้าตัวจะไม่อาละวาดให้เห็นตรงๆ แต่ผมว่าพวก "ร่างอวตาร" คงมากันเต็มโลกมิติปิดล่ะครับ"
เลิกตอกย้ำเกี่ยวกับที่ที่น่าสยองแบบนั้นได้มั้ยฟะ? ฉันไม่อยากไปที่นั่นแล้วนะ
แถมไม่อยากไปทำเรื่องนั้นอีกครั้งด้วย!
"ผมว่าตอนนี้คุณสึซึมิยะคงกำลังแฮปปี้นะครับ เธอได้สร้างภาพยนตร์จากจินตนาการของเธอเอง
และทุกการเคลื่อนไหวที่เธอควบคุมได้ดั่งพระเจ้าแบบนี้ คุณก็คงรู้ดีนี่ครับ เธอน่ะหงุดหงิดกับการที่
ความเป็นจริงมันไม่เข้ากับสไตล์ความคิดของเธอ ถึงเธอจะไม่แสดงออกมาตรงๆ เพราะเธอไม่ได้รู้ว่า
ตัวเธอทำอะไรได้บ้าง แต่ผลลัพธ์มันก็เหมือนเดิมล่ะครับ ยังไงก็ดี ในโลกของภาพยนตร์ เนื้อเรื่อง
ก็เคลื่อนไปตามที่เธอต้องการ ทุกอย่างก็เป็นไปได้ คุณสึซึมิยะน่ะพยายามสร้างโลกอีกแห่ง
โดยใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อ"
คนที่เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางก็ประมาณนี้ล่ะนะ ยังดีที่ยัยนั่นยังมีข้อจำกัดทางด้านการเงินและอำนาจ
ไม่งั้นคงจะบงการให้ทุกอย่างเป็นไปตามทางของตัวเองแล้ว ดีไม่ดีคงมีซักวันที่ยัยนี่จะเบนเข็ม
ไปเป็นนักการเมืองก็ได้นะแบบนี้
หลังจากผมทำหน้านิ่วคิ้วขมวดหลายต่อหลายเวอร์ชั่น โคอิสึมิก็ยังยิ้มแย้มและพูดต่อไปว่า
"แน่นอนครับ คุณสึซึมิยะไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้เลย เพราะทีแรกที่เธอได้สร้างโลกเหนือจริงนี้ขึ้นมา
ซึ่งมันฟ้องตัวเองว่าเธอมีอยากให้มีสิ่งใดในภาพยนตร์บ้าง ผมว่าความต้องการของเธอมันมากไป
เหมือนกันนะ เพราะตอนนี้เธอก็ได้สร้างผลกระทบในโลกจริงเข้าให้แล้วล่ะครับ แม้จะไม่ได้ตั้งใจ
ก็ตามทีเถอะ"
ทำยังกับถือลูกเต๋าที่มีแต่แต้มติดลบไปได้ แบบนี้ไม่ว่าจะโยนกี่ทีก็มีแต่แพ้ ยิ่งทำหนังนี่ต่อไป
ก็ยิ่งจะคุมฮารูฮิไม่ได้ แต่การจะให้ยัยนี่เลิกทำหนังยิ่งเป็นเรื่องที่แย่กว่าเดิมซะอีก ผมเลยต้องเลือก
ที่จะแบ่งเบาภาระของปิศาจ 2 ตนนี้ไปด้วย
"ถ้าผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโยนเต๋าล่ะก็ ผมก็ต้องโยนต่อล่ะครับ"
ไหงงั้นล่ะ?
"เพราะว่าผมเบื่อหน่ายกับการทำลาย "ร่างอวตาร"แล้วน่ะสิครับล้อเล่นครับ..โทษทีนะครับ
ยังไงก็ตามแทนที่จะปล่อยให้โลกโดนสร้างใหม่ทั้งใบ การปล่อยให้สิ่งเล็กๆน้อยๆเปลี่ยนไปบ้าง
ก็ถือว่าดีกว่าเยอะนะครับ"
นายหมายถึงโลกที่คุณอาซาฮินะได้กลายเป็นซูเปอร์วูแมนหรือไง?
"ในครั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงมันเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับการปรากฏกายของพวก "ร่างอวตาร"
นะครับ และคุณนางาโต้ก็เป็นผู้แก้ไขเรื่องในคราวนี้ให้เรา ก็คงไม่มีปัญหามากนะครับ
หรือคุณคิดว่าการกู้โลกที่โดนสร้างใหม่ให้เหมือนเดิมน่ะมันง่ายกว่าการแก้หน้าสถานการณ์พิลึกๆ
ไปทีละเปลาะทีละเปลาะแบบนี้ล่ะครับ?"
จะทางไหนก็มีปัญหาทั้งนั้นล่ะเฟ้ย เอางี้มะ เราซุ่มรุมโทรมเอ้ย ซุ่มเล่นงานยัยเบื๊อกนั่นให้สลบจนจบ
ช่วงงานโรงเรียนไปเลยน่าจะเวิร์กกว่านะ
"นั่นคงจะเป็นไปได้ยากนะครับ แต่ถ้าคุณจะอาสารับผิดชอบ "เรื่องที่ว่า" เอง
ผมก็คงไม่ห้ามหรอกครับ"
"แต่การแบกรับชะตากรรมของโลกมันหนักเกินกำลังฉันนี่หว่า"
ผมตอบไปแบบนั้นพร้อมกับมองคุณอาซาฮินะที่กำลังหยิบเศษดินออกจากชุดสาวเสิร์ฟ
ท่าทางเธอคงจะถอดใจไปแล้ว แต่พอเธอรู้ตัวว่าผมกำลังมองอยู่ เธอก็เอ่ยปากทันทีว่า
" เอ่อไม่ต้องห่วงฉันค่ะ ฉันไม่เป็นไร ฉันจะคิดหาทางแก้ด้วย.."
อะไรจะน่ารักปานนี้ ถึงเธอจะดูไม่ค่อยไหวแล้วก็ตามที ก็เพราะเธอคงต้องมาเจอ
นางาโต้กัดทุกครั้งที่มันเกิดปัญหานี่นะ ถึงปล่อยไว้สักพักรอยฟันจะหายไปเองก็เถอะ
แต่คงน่าอึดอัดที่โดนนางาโต้กัดล่ะนะ ก็เพราะถ้านางาโต้มาถือเคียวยมทูตแทนคทาเวทมนตร์ล่ะก็
ยัยนั่นคงเหมือนไพ่ทาโร่ต์ หมายเลข XIII The Death ไม่งั้นก็คงเป็นแวมไพน์อวกาศที่ไม่มีวันแก่
แค่คิดว่าโดนใครในชุดนั่นกัดเอา วิญญาณก็แทบจะจะลอยไปโลกหน้าแล้วล่ะมั้ง?
ถึงคุณอาซาฮินะจะโดนลากเข้ามาโดยไม่ได้เต็มใจ แต่ในฐานะผู้มาจากอนาคตแล้ว
คุณนี่ไม่ค่อยระวังตัวเลยนะครับ หรือ บางทีเพราะคุณไม่เคยบอกผมเลยว่า
คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้กันแน่? ทำไงได้ล่ะครับ ก็คุณมาจากโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่เป็นความลับนี่นะ..
ช่างเถอะ ผมมั่นใจว่าสักวัน คุณคงบอกผมเองแหละ ซึ่งเมื่อเธอบอกผม ผมก็คงจะได้ไปอยู่
ในมิติแคบๆ เหมือนวันนั้นอีกล่ะนะ (อ่าน Bamboo Leaf Rhapsody)
ในที่สุดก็ถึงตาของทานิงูจิ กับ คุนิคิดะ และแน่นอนคุณสึรึยะจะได้ออกโรง
ฮารูฮิประกาศบทที่ทั้ง 3 จะแสดงในหนัง ซึ่งกว่าจะประกาศก็เล่นเอาคิดว่า พาพวกนี้
มาเป็นญี่ปุ่นมุง ไปซะแล้ว บทก็คือ "มนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นผีดิบที่ไร้ความคิดด้วยฝีมือของ
แม่มดปิศาจจากต่างดาว"
"หรือพูดอีกอย่าง" ฮารูฮิพูดด้วยรอยยิ้มที่ชวนอึดอัดว่า "MIKURUซึ่งเป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรม
ไม่มีจะทำร้ายชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แน่ ซึ่งYUKIก็อาศัยจุดอ่อนนี้มาใช้ในการควบคุมมนุษย์
ด้วยคลื่นสะกดจิต และลงท้ายMIKURUก็เลยโดนเล่นงานจนยับเยิน
เพราะเธอไม่อาจโต้ตอบการจู่โจมของคนพวกนั้นได้"
ผมนึกในใจ "คุณพี่จะทรมานคุณอาซาฮินะไปถึงไหนค้าบ?" แล้วฮารูฮิพูดต่อว่า
"พวกนายเริ่มแสดงด้วยการผลัก MIKURUลงบึงไปซะ"
"หา?"
มีแค่คุณอาซาฮินะที่ร้องอย่างโหยหวน ในขณะที่คุณสึรึยะขำจนเบรกแตก ทานิงูจิ กับ คุนิคิดะ
มองหน้ากันเองและหันไปมองคุณอาซาฮินะด้วยสายตาที่ไม่น่าไว้ใจแบบสุดๆ
"นี่"
ทานิงูจิถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"ผลักเธอลงบึงเหรอ? อากาศอาจจะอุ่น แต่ตอนนี้มันฤดูใบไม้ร่วงแล้วนะ! แถมน้ำในบึงนั่นน่ะ
ดูยังไงมันก็ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่นะ"
"คุ-คุ-คุณสึซึมิยะ อย่างน้อยๆเราน่าจะไปหาสระในร่มที่มันอุ่นๆจะดีกว่ามั้ยคะ?"
คุณอาซาฮินะพยายามปกป้องตนเองเต็มกำลัง น้ำตาของเธอใกล้จะไหลรอมร่อ
แม้แต่คุนิคิดะก็ยังเข้าข้างคุณอาซาฮินะ
"เธอพูดถูกแล้วล่ะ ถ้าบึงที่ไม่มีก้นล่ะจะทำไง? ถ้าตกลงไปคุณอาซาฮินะไม่มีทางลอยขึ้นมาได้แน่
แล้วดูนั่นสิในบึงมีปลาแบล็กบาสว่ายกันให้เพียบเลยนะ"
เลิกพูดเรื่องที่จะทำให้คุณอาซาฮินะเขาเป็นลมซะทีเซ่ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา
ยิ่งมีใครต่อต้าน ฮารูฮิยิ่งดื้อขึ้นเรื่อยๆ นั่นแหละวิธีตอบรับแบบฮารูฮิล่ะ
"เงียบแล้วฟัง! เพื่อความสมจริงมันต้องเสียสละกันบ้างสิ จริงๆแล้วฉันกะไปถ่ายฉากนี้
ร่วมกับสัตว์ประหลาดแห่งทะเลสาบ ล็อกเนสเลยด้วยซ้ำ แต่เราไม่มีทั้งเวลาและงบประมาณ
ที่จะทำแบบนั้น นี่เป็นภารกิจในฐานะมนุษย์ที่จะสรรสร้างสิ่งที่ดีที่สุด ภายใต้เวลาและอุปกรณ์
ที่จำกัด เราเลยไม่มีทางอื่นนอกจากใช้บึงนี้แทน
ใช้หลักการอะไรของเธอฟะ? ยังไงก็จะให้คุณอาซาฮินะจมน้ำให้ได้เลยใช่มั้ย? หาที่อื่นสู้ไม่ได้เลยใช่มั้ย?
พอผมจะเข้าไปร่วมวงสนทนา ก็มีใครจับบ่าผมจากข้างหลัง ผมหันไปเห็นโคอิสึมิยิ้ม
และส่ายหน้าเงียบๆ ฉันรู้น่า ฉันรู้ว่า ถ้าฮารูฮิไม่ได้ทำอย่างที่ตัวเองคิด เรื่องแย่ๆมันจะเกิดขึ้น
ถ้าสุดท้ายคุณอาซาฮินะต้องเลือดตกยางออกล่ะก็ กองกำลังป้องกันตนเอง(ของญี่ปุ่น)
คงต้องระบุว่า ยัยฮารูฮิเป็นศัตรูของชาติแน่
"ฉะ-ฉะ-ฉันจะทำค่ะ"
คุณอาซาฮินะ พูดออกมาด้วยอารมณ์เศร้าสลด เธอคงหมดหวังมานานแล้ว สาวน้อยผู้น่าสงสาร
ตัดสินใจสละตัวเองเพื่อความสงบสุขของโลก เวทีนี้มาจนถึงจุดที่ไม่อาจจะหยุดได้แล้ว แต่นี่คง
เป็นช่วงเวลาที่เป็นสุดยอดของหนังเรื่องนี้ใช่มะ? ผมน่าจะอัดลงเทปเอาไว้ให้หมดสินะ
ฮารูฮิก็แสดงอาการปลื้มสุดๆ
"ดีมาก มิคูรุจัง! เธอดูเท่มากๆ นี่ล่ะสมาชิกหน่วยSOSที่ฉันเลือกมาล่ะ เธอเติบโตขึ้นแล้วนะ!"
ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับการเติบโตอะไรหรอก มันก็แค่บทเรียนจากประสบการณ์น่ะ
"เอาล่ะ นาย 2 คนตรงโน้นจับแขนมิคูรุจัง คุณสึรึยะช่วยจับทางด้านขาที เตรียมตัวให้พร้อม
พอฉันให้สัญญาณ โยนเธอลงบึงแบบสุดแรงเกิดเลยนะ"
แล้วฉากต่อมาก็เริ่มภายใต้คำสั่งฮารูฮิ
ลิ่วล้อทั้ง 3 เริ่มด้วยการยืนเรียงกันเบื้องหน้านางาโต้ และพอแม่มดดำวาดคทา
ทั้ง 3 ก็ก้มหน้าลง เหมือนกำลังสวดมนตร์ในศาจเจ้าชินโต นางาโต้วาดคทาเหมือนนักบวช
กำลังปัดเป่าวิญญาณร้ายด้วยจิตอันว่างเปล่า ดูไปดูมา เธอก็คล้ายกับมิโกะก็ไม่ปาน..
หลังจากนั้น หลังได้รับคลื่นสะกดจิตของนางาโต้ ทั้ง 3 ก็เริ่มเดินเก้งก้างไปหาคุณอาซาฮินะ
เหมือนเหล่าผีดิบที่เดินตามหาเนื้อสดๆ
"ขอโทษนะมิคูรุ ฉันไม่อยากทำแบบนี้หรอก แต่ฉันคุมตัวเองไม่ได้ ขอโทษจริงๆนะ"
คุณสึรึยะพูดอย่างมีความสุขพร้อมๆกับเดินเข้าหาสาวเสิร์ฟ ส่วนทานิงูจิที่มักจะแหย
เวลาเกิดเรื่องก็ไม่มีปากมีเสียงอะไร ในขณะที่คุนิคิดะเดินเกาหัวไปหาคุณอาซาฮินะ
ที่หน้าซีดขึ้นเรื่อยๆ
"ไอ้โง่ 2 คนนั่นน่ะ เอาจริงหน่อยสิ!!"
ไอ้โง่ที่อยู่แถวนี้ก็มีแต่เธอแหละ แต่ผมก็ตัดสินใจหุบปากและถ่ายหนังต่อไป
ส่วนคุณอาซาฮินะก็ค่อยๆเขยิบ ไปยังบึงด้วยสีหน้าหวาดกลัว
"เตรียมตัวตาย----"
คุณสึรึยะผลักคุณอาซาฮินะอย่างมีความสุข และจับขาเรียวสวยข้างหนึ่งของคุณอาซาฮินะเอาไว้
จะว่าไงดี มุมนี้ดูวาบหวิวยังไงไม่รู้
"กรี้ด!!!"
คุณอาซาฮินะดูท่าทางกลัวมากเมื่อทานิงูจิกับคุนิคิดะจับแขนของเธอได้
"ดะ..เดี๋ยวสิคะ ฉันยัง เอ่อ เอาจริงเหรอคะเนี่ย?"
ฮารูฮิพยักหน้าโดยไม่สนใจเสียงร้องของคุณอาซาฮินะ และพูดว่า
"นี่เพื่อการถ่ายฉากดีๆ นี่ล่ะศิลปะ"
ฟังดูดีนะ แต่ไอ้หนังเส็งเคร็งนี่มันเป็นศิลปะ ตรงไหนมิทราบ?
แล้วฮารูฮิก็สั่ง
"เอาล่ะ ตอนนี้แหละ!"
"ตูม!!!" เสียงน้ำพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ เหล่าสัตว์น้ำตกใจกันใหญ่
"อ๋าช่วยด้วย------ค่า----"
ลีลาการจมนี่จะดูเหมือนจริงไปหน่อยมั้ง? คุณอาซาฮินะ เอ๊ะ? เดี๋ยวนะ
ทำไมมันดูเหมือนคุณกำลังจมน้ำจริงๆล่ะนั่น?
"ขาฉันยืนไม่ถึง กรี้ด-----!!"
เอ่อ ตีน้ำแรงขนาดนั้นมันก็..ที่นี่ไม่ใช่แม่น้ำอเมซอน หรือ มีใครปล่อยพิรันย่าในบึงซะหน่อย
ลงทุนขนาดนั้นมันมากไปมั้งครับ? หรือปลาแบล็กบาสจะเล่นงานคนด้วย?
ผมมองผ่านเลนส์กล้องไปและนึกแบบนั้น
"อ๊า--- ดันกินน้ำเข้าไปแล้วด้วย!!"
ทานิงูจิดันจมน้ำด้วย สงสัยเจ้านั่นคงผลักคุณอาซาฮินะเต็มแรงและตกลงในบึงเองซะงั้น
ผมเลยขี้เกียจสนใจเจ้านั่นทันที
"เจ้าเบื้อกนั่นทำอะไรของมัน ? "
ฮารูฮิก็สรุปแบบเดียวกับผม แล้วเมินเจ้าโง่นั่น พร้อมชี้โทรโข่งไปทางโคอิสึมิ
"โคอิสึมิคุง ตานายออกโรงแล้ว ไปช่วยMIKURUซะ"
พระเอกของเรา ผู้รับผิดชอบด้านแสงมาตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ เผยรอยยิ้มสุดเท่และ
ส่งแผ่นรีเฟล็กให้นางาโต้
แล้วหมอนั่นก็เดินไปที่ริมบึงและยื่นมือออกไป
"จับมือผมไว้ ใจเย็นๆครับ อย่าเผลอดึงผมลงไปด้วยล่ะครับ"
คุณอาซาฮินะจับแขนโคอิสึมิอย่างเต็มแรงเหมือนคนที่เรือแตกที่พยายามคว้าแม้แต่เศษไม้
ที่ลอยกลางทะเล โคอิสึมิค่อยๆดึงตัวสาวเสิร์ฟที่ตัวเปียกโชกขึ้นมาจากน้ำ แล้วเจ้านั่นก็อุ้มเธอ
ขึ้นมาอย่างแข็งแรง เฮ้ย! มันจะแนบแน่นเกินไปแล้วเฟ้ย
"เป็นยังไงบ้างครับ?"
"อือหนาวค่ะ"
ผลของการเปียกไปด้วยน้ำ ชุดเครื่องแบบที่แทบจะแนบเนื้ออยู่แล้ว ก็ยังแนบแน่นขึ้นไปอีก
ถ้าผมเป็นคนชมรมภาพยนตร์ ผมว่าผมให้เรทเรื่องนี้ที่ R-15 แน่ บอกตามตรง ถ้าฉากนี้ได้ฉาย
ผมมีหวังโดนจับแน่
"ดี เพอร์เฟ็คเลย"
ฮารูฮิตีโทรโข่งซะเสียงดังพร้อมกับทำสีหน้าพอใจสุดๆ โดยไม่ได้สนใจเจ้าทานิงูจิ
ที่ยังดีน้ำกระจายอยู่แบบนั้น ส่วนผมเหรอ? ก็กดปุ่ม STOP บนกล้องก็เท่านั้น
เรามีสมบัติที่หอบหิ้วมามากพอจะไปเปิดแผงแบกะดินขายของเก่า
แต่ไหงกลับไม่มีผ้าเช็ดตัวซักผืนเลยล่ะเนี่ย ใครเป็นคนเตรียมของฟะ?
คุณอาซาฮินะหลับตา ให้คุณสึรึยะเช็ดหน้าเธอด้วยผ้าเช็ดหน้า
ส่วนผมกำลังกลั้นใจยืนข้างฮารูฮิที่กำลังเช็คเทปอย่างซีเรียส
"อืม ไม่เลว"
หลังจากดูฉากคุณอาซาฮินะตกน้ำไป 3 รอบ ฮารูฮิพยักหน้าและพูดต่อ
" เป็นฉากที่ไม่เลวเลยสำหรับฉากที่พระเอกกับนางเอกได้มาพบกันครั้งแรก ITSUKI กับ MIKURU
แสดงท่าทีเขินอายได้ดี แถมยังงุ่มง่าม เยี่ยมมาก"
จริงเร้อ? ผมว่าโคอิสึมิก็ดูธรรมด้าธรรมดาในฉากนั้นนะ..
"เราจะถ่ายฉากต่อไปกันเลย หลังจากช่วย MIKURUแล้ว ITSUKIก็ตัดสินใจซ่อนเธอในบ้านของเขาเอง
ฉากต่อไปจะเริ่มจากตรงนั้น"
มันจะไม่โดดข้ามไปหน่อยเร้อ แล้วฉากที่นางาโต้หลบหนีไปหลังจากควบคุมพวกทานิงูจิล่ะ?
แล้วพวกผดิบล่ะ? พวกนั้นถูกกำจัดยังไง ถึงจะเป็นแค่พวกลิ่วล้อ แต่ถ้าไม่มีที่ไปที่มาให้พวกนั้น
คนดูเขาก็ไม่ชอบหรอกนะ
"นายนี่น่ารำคาญจริงๆ คนดูเขาก็เดาว่า ฉากที่ไม่ได้ถ่ายเป็นยังไงได้น่า
เราก็แค่ข้ามฉากที่ไม่สำคัญไปเท่านั้นเองนี่"
ยัยนี่มันตกลงเธอแค่อยากถ่ายฉากคุณอาซาฮินะโดนผลักตกน้ำสิเนี่ย?
พอผมจะสวน คุณสึรึยะก็ยกมือขึ้นและพูดว่า
"เอ่อ มิคูรุอาจจะเป็นหวัดได้นะเนี่ย ให้ฉันพามิคูรุไปที่บ้านเพื่อเปลี่ยนชุดได้มั้ย? บ้านฉันอยู่ใกล้ๆนี่เอง"
"งั้นก็เยี่ยมเลย!" ฮารูฮิพูดกับคุณสึรึยะด้วยตาเป็นประกาย
"ฉันยืมห้องของคุณสึรึยะได้มั้ย? ฉันอยากจะถ่ายฉากที่ ITSUKI กับ MIKURU
ได้สนิมสนมกันมากขึ้น นี่มันพอดีอะไรอย่างนี้ หนังเรื่องนี้ต้องเวิร์กสุดๆแน่"
สำหรับคนที่คิดว่าโลกนี้มันสะดวกตามใจฉันแบบฮารูฮินี่ก็คงพอเหมาะพอเจาะล่ะนะ
แต่ผมยังอดคิดไม่ได้ว่า ท่าทางคุณสึรึยะจะรู้ว่าฮารูฮิต้องการจะถ่ายฉากแบบไหนก่อน
ที่ตัวเธอจะถามซะอีกมั้ง? ตอนที่ฮารูฮิคัดคุณสึรึยะมาเป็นลิ่วล้อ ผมก็ว่าคุณสึรึยะคงเป็น
คนธรรมดาเหมือนพวกเราน่ะนะ แต่ว่า
"แล้วพวกเราล่ะ?"
คุริคิดะถาม ส่วนทานิงูจิยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆพร้อมกับยืนกอดตัวเองในเสื้อแจ็กเก็ตเปียกโชก
"พวกนายกลับบ้านได้แล้ว"
ฮารูฮิตอบอย่างเย็นชา
"ขอบใจมาก แล้วเจอกันใหม่ หวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีกนะ"
และแล้ว ชื่อและตัวตนของเพื่อนร่วมชั้นทั้ง 2 ก็หายไปจากสมองของฮารูฮิ เพราะคุณเธอ
เมินเจ้าคุนิคิดะที่กำลังช็อก กับทานิงูจิที่กำลังสะบัดผมเหมือนหมาเปียกน้ำ แล้วก็ขอให้
คุณสึรึยะนำทางพวกเราไปที่อื่นต่อ นาย 2 คนน่ะโชคดีแล้ว ที่ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับหายนะ
อีก สำหรับฮารูฮิแล้ว พวกนายคงมีค่าแค่กระสุนBBใช้แล้ว ไม่มีทางดีกว่านี้หรอก
แล้วไม่รู้ทำไม คุณสึรึยะก็ตะโกนอย่างมีความสุขว่า
"เอาล่ะ---! ทุกคนมาทางนี้เลย"
แล้วเธอก็โบกธงนำลูกทัวร์ไปออกเดินสาย
พฤติกรรมระรานชาวบ้านของฮารูฮิไม่ใช่เพิ่งมากำเริบเมื่อวาน ผมว่ายัยนั่นเกิดมาก็เป็นแบบนั้นแล้ว
บางทีในรอบ 500 ปีคงมีตำนานเกี่ยวกับฮารูฮิที่ว่าเป็นเกียรติของโลกและสวรรค์
เมื่อยัยนั่นได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยล่ะมั้ง? แต่คงไม่เกี่ยวกับเรื่องของเราหรอก..
ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่คุณสึรึยะดูสนิทสนมกับฮารูฮิมากเลย เพราะทั้งคู่เดินคู่กันอยู่หัวแถว
ร้องเพลง "18 Till I die" ของ ไบรอัน อดัมส์ไปด้วยกัน ผมที่เดินตามหลังมา
รู้สึกอายแทน 2 คนนั้นจริงๆ
นางาโต้แม่มดดำ เดินตามพวกนั้นไปเงียบๆ ตามมาด้วยโคอิสึมิผู้ช่วยฝ่ายแสง
ที่ควบตำแหน่งพระเอกของเรา 2 คนนั้นดูไม่ยี่หระเลยซักนิด นาย 2 คน น่าจะดู
คุณอาซาฮินะเขาบ้างนะก้มหน้าก้มตาเดิน แถมยังช่วยผมถืออุปกรณ์นิดหน่อยด้วย
เราเดินขึ้นเนินตลอดทาง ผมชักจะเข้าใจความรู้สึกของม้าแข่งที่ฝึกวิ่งบนเขาแล้วสิเนี่ย
"แล้วเราก็มาถึง นี่แหละบ้านฉัน"
คุณสึรึยะตะโกนและหยุดอยู่หน้าบ้าน เสียงของเธอเว่อร์มาก บ้านเธอก็เว่อร์ไม่แพ้กัน
โทษที ผมหมายถึง รวยเว่อร์น่ะ ผมมองบ้านทั้งหลังจากหน้าบ้านได้ไม่ทั่ว ผมก็เลยไม่รู้ว่า
มันใหญ่แค่ไหน แต่ก็มากพอที่จะเรียกว่าคฤหาสน์ได้ล่ะนะ ผมไม่ค่อยเห็นบ้านหลังอื่นๆ
ใกล้ประตูหน้าเลย นั่นก็คือบ้านข้างๆต้องอยู่ห่างพอสมควรแน่ ผมมองไปรอบๆและเข้าใจว่า
บ้านนี้ต้องล้อมด้วยรั้วขนาดใหญ่ เหมือนคฤหาสน์ซามูไรแน่ ไม่ทราบว่าบ้านพี่ไปเกี่ยวกับ
ธุรกิจเถื่อนแบบไหนถึงได้อยู่บ้านใหญ่ขนาดนี้ครับพี่?
"เข้ามาสิ"
ฮารูฮิกับนางาโต้นี่ไม่ค่อยมีสามัญสำนึกเลยนะ ถึงขนาดเดินเข้าบ้านคนอื่นยังกับบ้านตัวเองแบบเนี้ย?
ส่วนคุณอาซาฮินะท่าทางจะเคยมาบ้านนี้มาก่อน เพราะดูเฉยมาก เมื่อโดนคุณสึรึยะผลักเข้าบ้านไป
"เป็นบ้านที่มองแล้วคิดถึงความหลัง เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างได้อย่างดีเยี่ยม
เหมือนที่เขาเรียกว่า มีเซนส์ด้านสถาปัตยกรรมสินะครับ เป็นสิ่งก่อสร้างที่ร่วมสมัยจริงๆ"
โคอิสึมิพูดอย่างตื่นเต้นแต่ดันไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้าซักนิด
แกเป็นเซลแมนขายอุปกรณ์ประกอบฉากหรือไงฟะ?
เราเดินผ่านลานกว้างๆ ที่ใหญ่พอจะเล่นเบสบอลได้ไป แล้วก็มาถึงโถงทางเข้า
หลังจากพาคุณอาซาฮินะไปห้องอาบน้ำ คุณสึรึยะก็พาเราไปที่ห้องของเธอ
ห้องของเธอใหญ่ซะจนห้องนอนผมแคบเป็นที่นอนแมวไปเลย เราเดินมาถึงห้องนอน
แบบญี่ปุ่นขนาดใหญ่ ห้องมันกว้างซะจน ผมไม่รู้จะนั่งตรงไหนดี แต่ดูท่าทางจะมีแต่ผมคนเดียว
ที่ทำตัวไม่ถูก นางาโต้,โคอิสึมิ แม้แต่ฮารูฮิก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย
"เป็นห้องที่ยอดมาก เราแทบจะถ่ายหนังแบบเอาท์ดอร์จากที่นี่ยังได้เลย ดีล่ะ
ที่นี่จะเซ็ตให้เป็นห้องของโคอิสึมิคุงละกัน เราจะถ่านฉากที่โคอิสึมิคุง กับ มิคูรุจัง
ใกล้ชิดสนิทสนมกันที่นี่ล่ะ"
(จบเล่ม 2 บทที่ 4 ส่วนที่ 2)
ย้อนกลับไปอ่าน บทนำ | บทที่ 1(ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) | บทที่ 2 (ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3) |
บทที่ 3 (ส่วนที่ 1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3) | บทที่ 4 (ส่วนที่ 1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3)
-----------------------------------------------------------------------------------------------
สารจากสิบโท
ใครที่เพิ่งเข้ามาคงงงๆ ว่าไม่เห็นมันจะต่อกับภูเขาหิมะเลย ก็แจ้งแล้วนะครับว่า ผมจะสลับลงไปพลางๆ เพราะบางทีแปลแล้วติด ก็จะขยับไปแปลอีกตอน ใครรออ่านภูเขาหิมะ รอนิดนึงนะครับ

จะว่าไป หนังที่พระเจ้าทำนี้ เอฟเฟ็คตระการตาจริงๆนะ ^^" (นี้ถ้าเผลอขึ้นมา อาจมีสัตว์ประหลาดโผล่มาจากบึงได้นะเนี่ย เหอๆๆ
#1 By zoung on 2006-12-07 01:36