Volume 5 - The Rampage of Suzumiya Haruhi / 第五巻: 涼宮ハルヒの暴走
สึซึมิยะ ฮารูฮิ ซีรี่ส์ เล่ม 5 : เรื่องวุ่นๆ ของ สึซึมิยะ ฮารูฮิ

Snow Mountain Syndrome
คดีพิศวงบนภูเขาหิมะ / 雪山症候群

(ส่วนที่ 1)

"เซ็งชะมัด"
ฮารูฮิที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผม บ่นตามที่ตัวเองคิด

"มองอะไรไม่เห็นซักอย่าง"
ไม่ทราบว่าคุณอยากรู้มั้ย ว่าเรากำลังอยู่ที่ไหน? เราเคยติดอยู่ในเกาะโดดเดี่ยว
ตอนหน้าร้อนมาก่อน แล้วพอหน้าหนาวล่ะ? ลองเดาสิครับ

"มันแปลกๆอยู่นะครับ"
โคอิสึมิพูดจากทางด้านหลังของผม

"หลังจากเดินลงเขามาไกลขนาดนี้ เราน่าจะถึงตีนเขาแล้วนี่นา"
คำใบ้จากผมก็คือเราอยู่ในที่หนาวเย็นและเต็มไปด้วยหิมะ

"หนะ หนาวจัง โอ..อือ"
เสียงอันร้าวรานของคุณอาซาฮินะบ่งบอกความทนหนาวได้ดีจริงๆ
ผมหันไปเช็คสาวน้อยในชุดสกีที่เดินโคลงเคลงไปมาเหมือนลูกเป็ดน้อย
และพยักหน้าเพื่อให้กำลังใจเธอบ้าง และก็หันกลับไปยังข้างหน้าต่อไป

"."
บางทีผมคงคิดไปเอง แต่ผมรู้สึกว่านางาโต้ผู้ที่เดินนำเราอยู่ ท่าทางกำลังเดินลากขาตัวเองอยู่
เกล็ดหิมะติดอยู่ตามรองเท้าบู้ทของเธอ และยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกๆครั้งที่ย่างแต่ละก้าว
เราจะพบเจอเรื่องแบบนี้ได้ที่ไหนล่ะ?

ผมไม่ปล่อยให้คุณเดานานกว่านี้หรอกครับ นี่คือ คำตอบครับ :

ที่นี่คือโลกที่มองไปที่ไหนก็มีแต่สีขาวทอประกายสีเงิน สิ่งที่อยู่แถวๆนี้ก็มีแต่หิมะ หิมะ และ หิมะ
ถ้าไม่ใช่ภูเขาหิมะ แล้วจะเป็นที่ไหนไปได้ล่ะครับ?


แต่ที่แย่กว่าก็คือ ที่นี่เป็นภูเขาหิมะที่กำลังมีพายุหิมะเนี่ยสิ
และให้ชัดขึ้นไปอีกก็ ---ด้วยพระคุณของพายุหิมะ เราจึงเดินทางกลับไปยังบ้านพักไม่ได้ซะที ---
คำอธิบายนี้คงเหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้ 100% เลยทีเดียว

ขอย้อนกลับไปหัวข้อเดิมๆก่อนนะครับ ใครเป็นคนก่อเรื่องนี้ฟะ?

ตอนนี้ในหัวผมมีแต่เรื่องที่ว่าเราคงต้องมาจบกันที่นี่ และ พวกเรา 5 คนอาจจะไปไม่รอดก็ได้
บางทีกว่าจะได้เห็นแสงสว่างคงเป็นวันที่ศพแช่แข็งทั้ง 5 ปรากฏตัว
เมื่อเข้าอากาศของฤดูใบไม้ผลิมาละลายหิมะไปแล้วล่ะนะ

โคอิสึมิหาทางทำอะไรซักอย่างสิเฟ้ย!
"ผมนึกอะไรไม่ออกเลยครับ"

โคอิสึมิพูดพร้อมมองเข็มทิศ
"ทิศทางก็น่าจะถูกต้องแล้วนี่นา แถมการนำทางของคุณนางาโต้ก็ไม่มีทางพลาด
แต่เรากลับเดินมาเป็นชั่วโมงโดยไม่เห็นแม้แต่ตีนเขา คิดยังไงนี่เป็นรูปการที่แปลกเกินไปแล้ว"

แล้วไงต่อล่ะ? เราจะติดอยู่ในลานสกียักษ์นี่ไปตลอดกาลหรือไง?
"ข้อสรุปที่พอพูดได้ตอนนี้ เหตุการณ์พายุหิมะนี่เดาไม่ถูกเลย
ขนาดคุณนางาโต้ยังไม่เข้าใจสาเหตุ และรู้เพียงว่าตอนนี้เราเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามเข้าซะแล้ว"

นายไม่ต้องบอกเรื่องที่รู้อยู่แล้วก็ได้ เพราะขนาดนางาโต้นำทางแล้ว
หาทางกลับไม่ถูกเนี่ยมันก็แปลกพอตัวอยู่แล้ว

สงสัยเป็นฝีมือของยัยฮารูฮิอีกแหงๆเลย
"อย่าพึ่งด่วนสรุปแบบนั้นครับ จากลางสังหรณ์ของผม ผมว่างานนี้คุณสึซึมิยะ
เขาไม่มีทางตัดทางรอดของตัวเองหรอกครับ"

ไหงนายมั่นใจแบบนั้นล่ะ?
"เพราะคุณสึซึมิยะเขาตั้งตารอคดีฆาตกรรมปริศนาที่จะเกิดขึ้นในบ้านพักนี่ครับ
ก็คดีฆาตกรรมที่ผมเตรียมการอะไรบางอย่างและนึกมาอย่างดีนั่นล่ะครับ"

หลังจากจบหน้าร้อน คดีฆาตกรรมปริศนาก็โดนวางแผนเพื่อตอนปิดเทอมฤดูหนาวมาแล้ว
ครั้งก่อนเหมือนเป็นเรื่องสยองขวัญซึ่งจบด้วยการอธิบายเป็นฉากๆ และคราวนี้ก็เป็นเกม
ที่พิจารณาจากกลุ่มคนที่เรารู้จักกันดีแล้ว อาทิ คุณอาราคาว่า พ่อบ้าน และ คุณโมริ เหมดคนเดิม
คุณทามารุเองก็มาเป็นแขกรับเชิญในบทเดิม ความสัมพันธ์เดิมและชื่อเดิมๆ

" ก็จริง.."

ฮารูฮิคงไม่มีทางอดทนรอเพื่อที่จะเผยตัวคนร้าย และ ลักษณะของฆาตกรแน่
ดังนั้นยัยนั่นคงไม่ทำอะไรไร้สติเพื่อจะขวางการกลับสู่บ้านพัก เพื่อถ่วงเวลาการเผยตัวคนร้ายแหง..

อ้อ จะว่าไป น้องสาวผม กับ คุณสึรึยะที่เป็นทัพเสริมที่เติมเข้ามากะทันหัน
กับชามิเซ็น ก็กำลังรอเราที่บ้านพักนี่นะ

พูดกันตามตรง บ้านพักที่เรายืมใช้น่ะเป็นทรัพย์สินของตระกูลสึรึยะ
รุ่นพี่สุดไฮเปอร์ที่เห็นดีเห็นงามทันทีที่ให้เรายืมใช้บ้านพักได้ตามใจ
พร้อมกับมาพักกับพวกเราด้วย. ส่วนที่ผมพาชามิเซ็นมาก็เป็นไปตามที่โคอิสึมิมันกำหนด
น้องสาวผมเองก็มาเป็นกระเป๋าเดินทางผมตามเคย ดังนั้น 2 คน กับ 1 ตัว
จึงไม่มีส่วนในทีมที่จะมาผจญกับหายนะครั้งนี้ด้วย ชามิเซ็นคงขดตัวเป็นลูกบอลอยู่ข้างเตาผิง
ส่วนคุณสึรึยะคงกำลังปั้นตุ๊กตาหิมะกับน้องผมที่เล่นสกีไม่เป็น นั่นเป็นภาพสุดท้ายที่ผมเห็นพวกเขา..

สำหรับฮารูฮิแล้ว ทั้ง 3 ถือเป็นสมาชิกสำรอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ฮารูฮิไม่ปฏิเสธการพบกับพวกนี้

ทำไมกันนะ ? ทำไมเราถึงกลับไปยังที่มั่นอันอบอุ่นของหน่วยSOSไม่ได้ซะทีนะ?

ถึงจะมีความช่วยเหลือจาก นางาโต้ ยูกิ เราก็หาทางกลับไม่เจอ มันเกิดบ้าอะไรขึ้นนะเนี่ย?
"เจอแต่พายุประหลาดทั้งหน้าร้อน ทั้งหน้าหนาวเลยแฮะ.."

สงสัยว่ามันมีกฎธรรมชาติจำพวกที่ดันต้องมาเกิดในช่วงปิดเทอมด้วยหรือไงนะ
หรือเราควรจะเชื่อในเรื่องเพี้ยนๆเหนือความเข้าใจของมนุษย์ด้วยดีล่ะ?

ผม รู้สึกอยากดื่มค๊อกเทลที่ผสมเรื่องกลุ้มใจกับเรื่องที่ไม่มั่นใจ เข้าไป เพื่อจะนึกเรื่องที่ผมยังงงออกมา

"ทำไมเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ?"

โหมดย้อนอดีตทำงาน
.
.
.

กิจกรรมช่วงปิดเทอมฤดูหนาว เกือบจะถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ถ้าเรารู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ล่ะก็
ถ้าเราทำแบบนั้นได้จริงๆล่ะก็ เราคงจะไม่มาหรอก

นอกจากนี้ หลังจากคดีฆาตกรรมบนเกาะร้างผ่านพ้นไป (พร้อมกับไต้ฝุ่น)
ใครบางคนป่าวประกาศว่าจะทำอะไรต่อไป จะมีใครล่ะนอกจากฮารูฮิ ?
ส่วนคนที่ต้องมารองรับความต้องการและอารมณ์ของยัยนั่นก็คือ
พวกผมทุกคนเว้นแต่ฮารูฮิ และแน่นอนไกด์กิติมาศักดิ์ของเราก็ เจ้าโคอิสึมินั่นแหละ

จริงๆผมแอบหวังว่าฮารูฮิน่าจะโดนฤดูหนาวทำให้เขวไปได้มั่ง.. แต่ขออภัย
ความทรงจำของท่านหัวหน้าไม่ยอมเลอะเลือนไปตามเวลา..

"เราจะไปเคาท์ดาวน์กันกลางพายุหิมะ"
ฮารูฮิยื่นกองเอกสารกองแล้วกองเล่ามาให้พวกเรา หลังจากให้มาหมดแล้ว
ยัยนั่นก็ยิ้มยังกับพวกลักพาตัวโรคจิตซะงั้น

" ตามแผนเดิมนะ หน้าหนาวนี้เราจะไปบ้านพักที่โดนหิมะคลุม
เราจะได้ไปทัวร์พิศวงภาค 2 กันต่อไง"

ที่เราอยู่ตอนนั้นคือห้องชมรม ส่วนเวลาเหรอก็คงเป็นวันที่ 24 ธันวา
หลังจากจบพิธีจบภาคเรียน เรามีหม้อเซรามิกวางอยู่บนฮีทเตอร์แบบหิ้วซึ่งอยู่ที่ปลายโต๊ะ
ในหม้อนั่นเต็มไปด้วยเครื่องมากมายต้มปุดๆอยู่ ซึ่งเราจะกินหม้อไฟนี้เป็นมื้อกลางวันกัน

ฮารูฮิต้ม เนื้อ,ปลา และผัก ลงไปตามพอใจตัวเอง ส่วนคุณอาซาฮินะในชุดเหมดที่เสริมด้วยผ้าโพกหัว
แบ่งอาหารด้วยตะเกียบและส่งถ้วยซุปให้พวกเรา ส่วนนางาโต้,โคอิสึมิและผมก็กินอย่างเดียว
นอกจากสมาชิก 5 คนแล้ว วันนี้เรามีแขกมาร่วมงานด้วย

"ว้าว! เยี่ยมเลย! นี่อะไรอ่ะ? (อื้ม) ฮารูเนี้ยงเธอน่าจะไปแข่งเชฟกระทะเหล็กนะ
(ง่ำๆๆ) โยโฮ่ น้ำซุปนี่สุดยอด หร่อยมากๆ (แล้วคุณพี่เธอก็ยัดต่อ)"

แขกที่ว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุณสึรึยะ เจ้าของเสียงสุดร่าเริงที่เหมือนอยู่คนละขั้วโลก
กับนางาโต้ผู้สงบปากนั่งกินไปเงียบๆ พร้อมกับสปีดการคีบสุดยอด คอยเก็บกวาดอาหารบนจานตัวเองไปเรื่อยๆ

"หม้อไฟมันต้องกินกันหน้าหนาวเนี่ยล่ะนะ! เคียวน์คุงในชุดเรนเดียร์ก็เจ๋งเป้ง ฮ่าฮ่า วันนี้สะใจจริงๆ"

รู้สึกว่าคนที่จะชื่นชมผมจะมีแต่คุณสึรึยะ กับ คุณสึรึยะ เท่านั้นล่ะนะ
ฮารูฮิกับโคอิสึมิก็แกล้งยิ้มไปงั้นแหละ คุณอาซาฮินะเอาแต่ปิดหน้าและไหล่สั่น
ส่วนนางาโต้มองจากหัวจดเท้าก็ดูเหมือนเธอจะพยายามหาวิธีการหัวเราะอยู่...
ในขณะที่ผมอายโคตรๆ เหงื่อแตกซิ่ก เล่นเอาผมหมดความมั่นใจที่จะเข้าวงการบันเทิงไปเลย...
ช่างเหอะ แค่นี้น่ะยังดี

มันน่าจะมีสาเหตุอะไรซักอย่างที่เชิญคุณสึรึยะมาเป็นแขก คงไม่ใช่แค่มากินหม้อไฟ
หรือ แค่ติดสอยห้อยตามคุณอาซาฮินะแน่ มันน่าจะมีอะไรพิเศษกว่านั้น

" เรื่องบ้านพักกลางพายุน้ำแข็งน่ะ"
จู่ๆ ฮารูฮิก็อัพเกรดจากพายุหิมะเป็นพายุน้ำแข็งเฉยเลย

"ดีใจได้เลยเคียวน์ ใครจะนึกว่าคุณสึรึยะจะให้เรายืมบ้านพักกันฟรีๆแบบนี้
ตอนนี้ใจของฉันน่ะ มันร้อนรุ่มไปหมดแล้วนะเนี่ย!! มาๆๆ ไม่ต้องเกรงใจ กินเยอะๆ"
ฮารูฮิคีบหมูก้อนให้คุณสึรึยะ 2 ชิ้น พร้อมๆกับตักให้ตัวเองไปด้วย

"ปกติ ครอบครัวฉันจะไปที่นั่นในวันหยุดน่ะ"
คุณสึรึยะพูดทั้งๆที่อาหารเต็มปาก และพอกลืนเสร็จ

"แต่ปีนี้พ่อฉันเขาไปทำธุรกิจที่ยุโรปเลยไม่อยู่น่ะ แถมธุระของพ่อจะเสร็จใน 3 วัน
เราเลยตั้งใจจะไปทัวร์สกีกันที่สวิตเซอร์แลนด์น่ะ หลังจากนั้นจะไปที่บ้านพักกับพวกเธอด้วย!
มันต้องเจ๋งแน่ๆเลย"

ท่าทางคุณสึรึยะจะให้เรายืมบ้านพักในช่วงปิดเทอมหน้าหนาวเพราะคุณอาซาฮินะ
บอกเธอเรื่องกิจกรรมฤดูหนาวของเรา. โคอิสึมิก็สนับสนุนเต็มที่ สังเกตจากการที่หมอนี่
เอาแต่พยักหน้ามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ส่วนฮารูฮิก็ออกอาการตื่นเต้นเหมือนแมวที่เห็นจานข้าวตัวเอง
มีซาชิมิพูนจานแบบนั้นเลย...

" นี่สำหรับคุณนะ คุณสึรึยะ"
ฮารูฮิยื่นปลอกแขนสีม่วง ที่เขียน "ที่ปรึกษากิติมาศักดิ์" ให้เธอ --- นั่นเป็นบทสรุปของเรื่องนี้...

โคอิสึมิเผยรอยยิ้มเวลาที่เจ้านั่นมอง ฮารูฮิ , นางาโต้ และ คุณสึรึยะ กำลังยัดอาหาร
เหมือน 3 คนนั้นเขาแข่งกินจุอยู่ และท่าทางจะรู้ว่าผมมองอยู่ หมอนั่นเลยขยับปาก

"ไม่ต้องห่วงครับ คราวนี้เราจะไม่มีการทำให้ตกใจกันอีกแล้ว
มันจะเป็นแค่เกมวิเคราะห์ที่เตรียมเอาไว้แล้ว แถมยังมาด้วยสมาชิกหน้าเดิมๆด้วยครับ"

ถ้าพูดตามลำดับก็จะเป็น พ่อบ้านอาราคาว่า , คุณโมริ เหมดสาว และพี่น้องทามารุ
จะไปปรากฏตัวในการแสดงครั้งนี้ แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะที่สำคัญจริงๆก็คือ
ปกติพวกนี้เขาทำอะไรกันแน่? เป็นคณะผู้บริหารของ "องค์กร" หรือไง?

" พวกเขาเป็นนักแสดงจากค่ายเล็กๆ ที่ผมไปรู้จักเข้าน่ะครับ...ช่วยรับนั่นเป็นคำอธิบายได้มั้ยครับ?"
ตราบใดที่ฮารูฮิยังโอเค ผมก็ไม่คิดมากหรอก

"จุดหลักของคุณสึซึมิยะก็คือ เรื่องที่เกิดขึ้นน่าสนใจหรือไม่ เท่านั้นล่ะครับ
แต่นั่นก็เป็นปัญหาที่ยากที่สุดที่จะทำได้ ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะรู้สึกว่าเรื่องที่ผมเตรียม
มันน่าสนใจแค่ไหน งานนี้เล่นเอาผมแสบกระเพาะเลยล่ะ.."

โคอิสึมิกดท้องตัวเอง แกล้งทำเป็นเสียวคอกับหน้าอก แต่ยังดันยิ้มออก เป็นนักแสดงที่ไม่เอาไหนซะเลย

ผมที่ยังมีความเป็นคนมากกว่าฮารูฮิก็รู้สึกได้เลยว่าไม่มีอะไรน่าสนุก
จึงไม่อยากจะสนใจอะไรที่หมอนั่นพูดเลย แล้วผมมองไปรอบๆหาอะไรที่จะหย่อนใจแทน
ที่ๆผมหยุดตาที่แรกก็คือ สาวน้อยไร้อารมณ์นางาโต้ สาวน้อยหน้าตายนางาโต้
,ก็นางาโต้ตามปกติที่ผมรู้จักคนนั้นก็กำลังทานเครื่องหม้อไฟเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

"...."

ยังไงก็เถอะ ผมคิดในใจ

หวังว่าคราวนี้คงไม่มีเรื่องร้ายแรงพอที่จะให้ท่านนางาโต้ผู้ยิ่งใหญ่ของเราออกโรงอีกนะ
ไม่สิ ไม่ว่าเรื่องแบบไหนก็ไม่ควรเกิดขึ้นอีก มาดูตามรายการแล้วคราวนี้เราคงผ่านพ้น
ไปได้ด้วยดีล่ะนะ เมื่อตอนปิดเทอมหน้าร้อนนางาโต้ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยมากนัก
ผมเลยหวังว่าปิดเทอมครั้งนี้ก็คงเป็นแบบนั้นด้วย ปล่อยให้โคอิสึมิกับพวกของหมอนั่นจัดการแหล่ะดีแล้ว

ผมอ่านแผ่นพับไปพลางคิดเรื่องนี้ไปพลาง
ถ้าดูตามตารางนะ เราจะออกเดินทางในวันที่ 30 ธันวาคม , 1 วันก่อนวันสิ้นปี
ภูเขาหิมะนั้นไม่ได้ไกลจากที่นี่นัก แค่นั่งรถทัวร์ไป 2 ชั่วโมงเอง เราคงถึงที่ในวันนั้นเลย

พอเราไปถึง สิ่งที่ต้องทำในวันนั้นคือ สกี สกี แล้วก็ สกี ส่วนปาร์ตี้ก็จะจัดในเย็นวันนั้น
(แน่นอนไม่มีแอลกอฮอล์) อาหารค่ำปรุงโดย คุณอาราคาว่า พ่อบ้านจากที่เกาะโดดเดี่ยวนั่น
(ถึงจะเป็นพ่อบ้านตัวปลอมก็เถอะ แต่เขาเป็นคนที่ไม่มีที่ติเลย แถมยังดูน่าเชื่อถือ
กว่าพ่อบ้านตัวจริงซะอีก ผมเลยไม่ต้องบ่น)
เช่นเดียวกับคุณโมริ (เหมดตัวปลอมอีกนั่นแหละ)
ส่วนพี่น้องทามารุก็จะปรากฏตัวในวันรุ่งขึ้นในฐานะแขกรับเชิญพิเศษ
และหลังจากนั้นม่านของเกมนักสืบก็จะถูกเปิดออก

ถ้าทำตามรายการนี้ วันสิ้นปีก็คงจะใช้เวลาไปกับการนั่งวิเคราะห์ละคร และกุลอุบายที่ซ่อนอยู่
แต่ละกลุ่มก็จะมาเจอกันตอนพระอาทิตย์ตกดิน ต่างคนต่างต้องมาเดาคนร้ายใน
"คดี ช็อกโกแลตใส่ยาพิษ" จากนั้นโคอิสึมิคนต้นคิดก็จะเปิดเผยความจริงอย่างไม่ใยดี
ตามที่ตกลงไว้แต่แรก จากนั้นทุกคนก็มาร่วมกันส่งท้ายปีเก่า ทิ้งความเศร้าในปีนี้ออกไป
และต้อนรับปีใหม่ด้วยใจแช่มชื่น สวัสดีปีใหม่ครับ!

--- ที่ว่ามาก็คือแผนที่เตรียมเอาไว้

พอผมเงยหน้าขึ้น ผมก็วิ่งใส่ฮารูฮิที่กำลังทำหน้าพึงพอใจ แต่พอยัยนั่นมองผม
ก็กลับไม่มีท่าทางตกใจเลยซักนิด

"เราควรจะไปฉลองปีใหม่กันจริงๆนะ"
ฮารูฮิคีบผักขึ้นมาด้วยตะเกียบ
" จากนั้นก็ไปขอบคุณปีใหม่ดีๆล่ะ เพื่อปีใหม่จะได้เป็นปีที่ดีอีกปี
ฉันเชื่อว่าปีหน้าจะปีที่หน่วยSOS จะรุ่งโรจน์ยิ่งขึ้น"

คุณเจ๊ครับ ไอ้การที่เจ๊สมมติว่า ปีเนี่ยเป็นสิ่งมีชีวิตมันก็ดีอยู่หรอกนะ
แต่เชื่อเหอะ ผมไม่คิดหรอกคนอื่นเขาจะนิยามปีใหม่แบบเดียวกับเจ๊น่ะ

"เหรอ? ฉันน่ะคิดว่าปีนี้น่ะเป็นปีที่สนุกไม่เลวนะ ฉันก็เลยหวังว่าปีหน้าก็จะเหมือนกับปีนี้อีกน่ะ
นี่ มิคูรุจัง หม้อมันเริ่มแห้งแล้ว รีบๆเติมน้ำเข้าไปอีกสิ"
"ค่ะ มาแล้วค่ะ"
คุณอาซาฮินะรีบตรงดิ่งไปที่กาน้ำชา
"เอ้าฮึบ"

เธอค่อยๆรินน้ำจากกาต้มน้ำที่ดูหนักๆนั่นลงหม้อไฟ
แค่มองสีหน้าเอาเย้ายวนใจของคุณอาซาฮินะ ก็พาให้ผมได้ย้อนกลับไปหาความทรงจำ
ที่ไม่เหนื่อยยากของปีนี้ได้เลย แถมอารมณ์ของเคลิบเคลิ้มเล็กน้อย ฮารูฮิบอกว่าปีนี้เป็นที่สนุกไม่เลวสินะ
ถ้าถามผมว่าปีนี้เป็นยังไง

ผมก็คงตอบว่า สนุกเหมือนกันล่ะนะ

ที่จริงตอนผมยังเด็ก ผมเคยนึกฝันว่าผมจะได้พบกับผู้มาเยือน เพื่อที่จะเอาไปอวดใครต่อใครได้
ทั้งการพบตัวมนุษย์ต่างดาว หรืออะไรทำนองเดียวกัน ผมล่ะอยากให้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ
เพื่อที่ชีวิตสมัยเด็กของผมจะได้มีแต่เรื่องตื่นเต้น ซึ่งถ้าเป็นจริงได้ ไม่ว่าใครก็ต้องปลาบปลื้มไปกับมัน

แต่มาตอนนี้เรื่องราวของชีวิตบทใหม่ๆก็เข้ามาในชีวิตผมแบบไม่หยุดหย่อน
จนเกินกว่าที่ผมเคยคิดเอาไว้ซะอีก...มีคนเคยบอกว่า ชีวิตมันต้องมีรสชาติกันบ้าง

แล้วผมรู้สึกยังไงน่ะเหรอ?
ครับ มีรสชาติมาก

แต่ผมคงจะยอมพูดประโยคนี้ดังๆ เมื่อเรื่องวุ่นๆตอนนี้มันจบลงไปก่อนล่ะนะ
ซึ่งกว่าผมจะทำใจมาถึงขั้นนี้ได้ก็ใช้เวลาไปโขเลย ยังไงก็ตาม หากผมมีโอกาส
ที่จะบอกเรื่องที่ผมรู้สึกมากกว่านี้อีกล่ะก็ ผมคงพูดว่าผมอยากได้วันที่สงบสุขกว่านี้
แต่อีกใจนึง ผมก็อยากจะใช้เวลาเรื่อยเปื่อยในห้องชมรมให้มากกว่านี้อีก

" พูดอะไรของนาย?"
แก้มของฮารูฮิตุ่ยเพราะเพิ่งจะยัดเนื้อปลาใส่ปาก ยัยนี่จึงพูดไปเคี้ยวไปอยู่

" นายนี่เอาแต่วิ่งวุ่นไปทั่ว ไม่ต้องมาบอกฉันเลยว่านายยังสนุกไม่พอน่ะ
ถ้านายอยากสนุกมากกว่านี้ล่ะก็ ใช้เวลาที่เหลือก่อนจะขึ้นปีใหม่ให้เต็มที่สิ
และก็ปาร์ตี้ให้สุดเหวี่ยงจนวินาทีสุดท้ายไปเลย"
"เอ่อ ไม่ดีกว่า"

ยัยเบื้อกนี่ไม่รู้เลยว่า ที่ผ่านมาผมน่ะต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน แล้วผมพ้นทุกข์ไปได้ยังไง.
ทั้งต้อง
หาทางชนะในการแข่งเบสบอล , ทั้งหาทางจบปิดเทอมฤดูร้อน,
ทั้งหาทางฟื้นสภาพของความเป็นจริงที่กำลังออกนอกกรอบตั้งแต่เริ่มถ่ายหนังอีกล่ะ
แถมยังต้องไปๆมาๆระหว่างอดีตกับอนาคต แถมยังต้องไปหาแก้ไขอดีตอีกรอบเนี่ย
โอเคเรื่องทั้งหมดเนี่ยผมจัดการตามที่ตัวเองเห็นควร ก็คงไปโวยวายกับคนอื่นเขาไม่ได้หรอก
ถ้าทำได้ผมก็คงไม่หาเรื่องใส่ตัวมากไปกว่านี้หรอก

แต่ก็ช่างเถอะ ถึงจะบ่นไปก็ ทำอะไรยัยนี่ไม่ได้อยู่ดี
" เดี๋ยวพอไปถึงภูเขาแล้วก็ไปเล่นให้เต็มที่ก็แล้วกัน"

ผมใช้ตะเกียบยาวของฮารูฮิคีบกระหล่ำปลีในหม้อ นี่มันเป็นอาหารหากินยากจากน้ำมือของฮารูฮิ
ผมน่าจะตักอาหารมาใส่กระเพาะซะก่อนที่เหล่าผีปอบ (ยกเว้น คุณอาซาฮินะ)
จะสวาปามจนหมดหม้อ จนผมสงสัยว่านี่เรามีอาหารจานเด็ดกินกับเขาด้วยเหรอ?

"เรายังกินไม่เสร็จนะ"
ฮารูฮิเทเนื้อลงบนจานตัวเอง

"แค่ปาร์ตี้น่ะยังไม่พอหรอก เราต้องทำให้มันลุกพรึ่บๆไปเลยซี่
ฟังนะ วันสิ้นปีน่ะมีแค่ปีละครั้งเท่านั้น คิดดูนะ วันสิ้นปีของปีนี้น่ะมีแค่หนเดียวในชีวิต
แบบวันนี้ไง เมื่อจบวันนี้ไปแล้ว มันจะไม่ย้อนกลับมาอีก ดังนั้น นายคงไม่ได้มีชิวตอยู่จนถึงวันนี้
หากนายไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ นี่แหละที่ฉันตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตตลอดวันให้เต็มที่
และถ้ายิ่งจำมันได้ก็ยิ่งดีใหญ่"

หลังจากได้ยินแนวคิดประหลาดๆนี่แล้ว คุณสึรึยะก็เปิดปากโชว์ไก่ที่เคี้ยวครึ่งๆกลางๆให้เราเห็น

"ว้าว ฮารูเนี้ยง เธอจำทั้ง 365 วันของปีได้เลยเหรอ? เจ๋งไปเลย!นี่ มิคูรุ ขอชาหน่อยจ้า"
"ได้ค่า มาแล้วค่า"

คุณอาซาฮินะถือกาดินเผา และรินชาร้อนๆลงในถ้วยชาของคุณสึรึยะอย่างระมัดระวัง
แม้จะต้องทำหน้าที่เหมือนเด็กเสิร์ฟ แต่คุณอาซาฮินะกลับดูมีความสุขที่ได้ทำงานนี้
ส่วนเชฟฮารูฮิก็หย่อนทุกอย่างที่คว้าได้ลงไปในหม้อมาซักพักแล้ว
โคอิสึมิก็มองหม้อไฟไป พร้อมส่งรอยยิ้มไป ส่วนนางาโต้ผู้เงียบสงัดก็ตั้งตารอไปอย่างเงียบๆ
, คุณสึรึยะที่ปรึกษากิติมาศักดิ์ของเรามาที่นี่แค่เป็นสมาชิกสำรองแท้ๆ
แต่ดูไม่มีผลกับอารมณ์ร่วมของพวกเราเลย แถมยังเนียนเหมือนกับสมาชิกตัวจริงของหน่วยSOSยังไงยังงั้น

ผมพึ่งจะรู้สึกถึงความสำคัญของช่วงเวลานี้ และผมที่เลือกอยู่ในโลกแบบนี้
เรื่องราวอีกมากมายรอบตัวฮารูฮิก็คงเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ กว่าผมจะเลิกจากที่นี่ไป
ผมว่าผมคงจะได้เจอเรื่องชวนปวดหัวอีกซักครั้ง 2 ครั้งล่ะมั้ง?

แต่จะว่าไป คนจากต่างมิติ(สไลเดอร์) ก็ยังไม่มาซะทีนี่นะ

"รีบๆโผล่มาเร็วๆสิ! "

ผมเผลอหลุดปากไป โชคดีที่ฮารูฮิกับคุณสึรึยะกำลังแย่งชิงเห็ดในหม้ออยู่
จึงไม่มีใครสังเกตว่าผมพูดอะไรกับตัวเองไปแต่ถึงอย่างนั้น
ผมก็รู้สึกว่าขนตาของนางาโต้มีการขยับเล็กน้อย

ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าใสๆนั่นทำให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากนั่งดูหิมะตกไปเรื่อยๆ
โคอิสึมิสังเกตุว่าผมมองไปที่ไหนอยู่และพูดว่า

"ที่หมายที่เราจะไปนั้น คงทำให้คุณเบื่อหิมะไปเลยล่ะครับ จะว่าไปคุณชอบเล่นสกี
หรือ สโนว์บอร์ด ล่ะครับ? หน้าที่ของผมคือจัดหาอุปกรณ์น่ะครับ"
" ฉันไม่เคยเล่นสโนว์บอร์ดว่ะ"

ผมตอบคำถามน้ำท่วมทุ่งไปห้วนๆ และก็มองไปยังท้องฟ้าฤดูหนาวต่อ
ส่วนโคอิสึมิก็ยังยิ้มต่อไป แต่ปากสอดรู้สอดเห็นนั่นถามผมว่า

"คุณมองหิมะ(ยูกิ)แบบไหนอยู่ล่ะครับ? หิมะที่ตกลงมาจากท้องฟ้า หรือชื่อของ"

จะถลึงตาด่าโคอิสึมิไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ผมเลยยกไหล่และไปเข้าร่วมสงครามชิงเห็ดหม้อไฟดีกว่า

ปาร์ตี้หม้อไฟดูเหมือนจะไม่ถูกพวกอาจารย์เห็น แถมยังไม่มีใครคาบข่าวไปฟ้องอีกต่างหาก
ไม่แน่นะ พวกอาจารย์อาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้ แต่กลับทำเป็นมองไม่เห็นซะงั้น
จะยังไงก็เหอะ พอเราซัดกันอิ่มแปล้แล้ว เราก็ล้างถ้วยชามและเก็บหลักฐานการฆาตกรรม
ออกไปจากห้องชมรม และตอนที่เราเดินออกไปที่ระเบียง หิมะเองก็หยุดตก

หลังจากแยกกับคุณสึรึยะที่ต้องรีบเผ่นไปงานคริสมาสต์ของที่บ้านแล้ว
สมาชิกหน่วยSOSก็ยังไปต่อที่ร้านเบเกอรี่ หลังจากรับเค้กขนาดใหญ่พิเศษ
ที่ฮารูฮิสั่งไว้แล้ว เราก็ไปต่อกันที่ห้องของนางาโต้

ไม่ใช่ว่าเราสงสารนางาโต้ที่ต้องฉลองคริสมาสต์คนเดียวหรอกนะ
แต่เพราะห้องของนางาโต้น่ะเหมาะสุดๆที่เราจะได้อิ่มเอมกับเค้กด้วยกัน
และเล่นจนเละแค่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องมีใครบ่นต่างหากล่ะ

ผมอยากรู้จังว่าในหมู่พวกเราใครโชคดีกว่ากัน ระหว่างโคอิสึมิกับเกมทวิสเตอร์ กับผมที่ได้กินเค้ก
ฮารูฮิที่เป็นคนออกคำสั่งข้ามไปข้ามมาดูเป็นสุขมาก ไม่ต้องสงสัยว่าคุณอาซาฮินะ
(ที่ต้องท้าวแขนแถมยังสั่นไปทั้งตัว) กับ นางาโต้ผู้เงียบสงัดค่อยๆขยับไปเรื่อยๆ
ท่าทางจะถูกอารมณ์คึกของฮารูฮิเล่นงานเข้าซะแล้ว

เท่าที่ดูสถานการณ์ตอนนี้ผมว่าไอ้เรื่องที่ซานตาคลอสมาแทนหิมะตอนนี้ไม่ควรเกิดขึ้นล่ะนะ
ฮารูฮิที่มีประสบการณ์แบบคนธรรมดาในการสนุกสุดเหวี่ยงในคืนคริสมาสต์อีฟ
แถมยังดูสนุกเต็มที่ด้วย ซึ่งเทียบเคียงมาแบบน้องสาวผมเด๊ะ แหม น่าจับ 2 คนนี่มาชนกันเป็นบ้า

และเพราะอะไรก็ไม่รู้ ผมว่าช่วงนี้ผมยอมได้ทุกอย่างล่ะนะ ไม่ว่าฮารูฮิอยากออกไปตามล่าซานต้า
หรือ ไปเสียเวลาเดินไล่ตามใครซักคนกลางถนนในอากาศนานแบบนี้
ผมว่าผมคงยอมๆยัยนั่นไปทั้งๆที่ยิ้มเจื่อนๆแหง

แล้วเราก็ยังเล่นเกมที่โคอิสึมิติดมือมาอีกนับไม่ถ้วน พวกเราทุกคนเอนจอยกันมากๆ
นางาโต้ได้เล่น The Day of Sagittarius 3 ถล่มคู่ต่อสู้ผ่านโน้ตบุ๊คที่ออนไลน์ 2 เครื่อง
ส่วนผมกับฮารูฮิไปเล่นเกมทวิสเตอร์กัน นี่เป็นคืนที่สุดเหวี่ยงที่ไม่ว่าใครก็ต้องอยากมาจอยกับเราแน่

คริสมาสต์อีฟของพวกเรานี่สนุกสุดเหวี่ยงจริงๆ..
(จบส่วนที่ 1 โปรดติดตามอ่านส่วนต่อไปเร็วๆนี้)



อัพซะที หลังจากตะบี้ตะบันแปลมาได้นิดหน่อย ขออภัยที่เรื่องในตอนนี้อาจต้องแบ่งเป็นหลายส่วนหน่อย เพราะแปลยากขึ้นยังไงก็ไม่ทราบ ยังไงก็จะทยอยลงให้อ่านกันครับ อาจจะสลับกับเล่ม 2 บ้าง คงไม่ว่ากันนะครับ บางทีแปลแล้วตันก็อยากเปลี่ยนบรรยกาศบ้างน่ะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถล่มห้องของยูกิเรอะ!!!!!!...

ไม่ว่าครับ ตามอ่านอยู่ แปลตันเป็นเรื่องธรรมชาติ~

#1 By กระรอกโฉด on 2006-12-02 01:47

มาให้กำลังใจเช่นเคย พยายามเข้าน้า คุณสิบโท ^^

ตอนนี้เป็นตอนหลังเหตุการ์ณในเล่ม 4 มันก็คงไม่แปลกที่ kyon มันจะคิดได้แล้วละนะ หึๆๆ (เริ่มรำคาญมันน้อยลง ^^) นางาโต้ซัง ท่าทางมีความสุขดีด้วย

#2 By zoung (124.120.7.130) on 2006-12-02 01:53

มาให้กำลังใจเช่นเคย พยายามเข้าน้า คุณสิบโท ^^

ตอนนี้เป็นตอนหลังเหตุการ์ณในเล่ม 4 มันก็คงไม่แปลกที่ kyon มันจะคิดได้แล้วละนะ หึๆๆ (เริ่มรำคาญมันน้อยลง ^^) นางาโต้ซัง ท่าทางมีความสุขดีด้วย แต่เพราะเรื่องหลังจากนี้........ อยากรู้จริงๆว่าตัวการมันเป็นใคร

#3 By zoung (124.120.7.130) on 2006-12-02 01:54

อ่านแล้วเพิ่งคิดได้ ว่ายูกิเคยทำความสะอาดห้องตัวเองหรือเปล่า นึกภาพไม่ออกแหะ

#4 By TorRus (61.47.103.175) on 2006-12-02 12:24

คุณสิบโทแปลอ่านลื่นอ่านสะบายเหมือนเดิม ตามอ่านอยู่เรื่อย ๆ นะครับ

รู้สึกเจ้าเคียวน์มันจะมีความสุขเหลือเกินนะ (พูดว่าในที่สุดมันก็มีซะที ก็ได้มั้ง)

#5 By tanbee (210.86.135.12) on 2006-12-02 12:51

สู้ๆ แปรแล้วอ่านเข้าใจง่ายดีจัง

เคียวน์ มีความสุขจริงนะ

#6 By Chai - worldchai on 2006-12-02 12:52

su su kub ^^

very good sud sud

#7 By l3oat (221.128.108.46) on 2006-12-02 19:15

เพิ่งจะเคยเห็นเจ้าเคียวน์มันพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่อ่ะนะ

#8 By フェイト on 2006-12-03 00:02

ในที่สุดเคียวออนพระเอกพูดน้อย(แต่บ่นเยอะ)ของเรา ก็ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ได้อย่างสนิทใจแล้วสินะ

ห้องของยูกิเหรอ จะว่าไปมันก็เหมาะที่สุดละนะ(แต่โคอิซึมิมันแอบจับความผิดปกติได้ด้วยเหรอเนี่ย ถึงแกล้งพูดถึงหิมะ(ยูกิ)เพื่อเทียบกับชื่อของยูกิ)

#9 By wingaura (125.25.68.236) on 2006-12-03 00:26

สุดยอดครับ สมเป็นสิบโทจริงๆ
กิโระ กิโระ กิโระ กิโระ

#10 By |-KID-| on 2006-12-03 21:54

อ่านตอนนี้แล้ว จะว่าไปยังขาด Dimension Slider อยู่อีกคนจริงๆด้วย ชักสงสัยแล้วสิว่าถ้างานนี้เป็นฝีมือของสไลเดอร์ล่ะก็ แปลว่าเจ้าคิยอนเป็นคนเรียกมาสินะ เพราะฮารุฮิยังไม่ได้คิดถึงคนนี้เลย

#11 By AlexW (124.120.175.52) on 2006-12-04 11:23

^
^
^
เห็นบางคนก็เชื่อว่าไอ้sliderนี่มันก็คนบ่นให้ออกมาเองนี่แหละ

#12 By nYk (58.8.107.233) on 2006-12-05 10:59

ฮารุฮิเคยพูดเรื่องสไลเดอร์ด้วยเหรอครับ
เห็น Kyon นึกถึงสไลเดอร์อย่างน้อย 2 ครั้งแล้ว ?

#13 By Vortex (125.24.42.151) on 2006-12-05 17:18

เธอก็พูดถึงตั้งแต่ตอนเปิดเทอมวันแรกที่แนะนำตัวไง เพียงแต่ดูเหมือนว่าเนื่องจากไม่ยอมโผล่มาแบบเห็นๆซะที เลยทำให้คนส่วนใหญ่ลืมไปซะแล้ว

#14 By zoung on 2006-12-05 20:04

เพล้ง!! (หน้าแตกยับเยิน)

เมื่อก่อนอ่านซับผ่านๆ นึกว่าพูดแค่ 3 กลุ่มซะอีก ดันอยู่ชื่อลำดับที่ 3 เลยไม่ได้สังเกต อายๆๆ
If anyone here is an alien, a time traveler, slider, or an esper.

#15 By Vortex (125.24.42.225) on 2006-12-06 00:04

ย้อนไปดูอีกรอบ ผมสับสนกับตอนที่ Kyon นึก
เพราะไม่มี Slider อยู่ในกลุ่มที่กล่าวถึง

I still wanted those aliens, time-travellers, ghosts, monsters, espers and evil organizations to suddenly appear.

#16 By Vortex (125.24.42.225) on 2006-12-06 00:15

ไอ้ Dimension Sliderน่ะ... ย้งคุงเอ๋ย นายนี่ผ่านเหตุการณ์ในเล่ม 4 มาก็น่าจะคิดได้แล้วนะว่า ไอ้DSนั่นน่ะ มันคือใคร?
...แน่ะ ยังไม่รู้ตัวอีก
พยายามเข้านะครับคุณสิบโท ผมก็ติดตามอ่านอยู่เช่นกัน

ยูกิ บันซาย!!!

#18 By MAKOUTO on 2006-12-10 12:31

#19 By (58.8.47.102) on 2007-03-09 15:08


สุดยอดครับคุณสิบโท สนุกมากกกกกกก !

#20 By NID (58.8.172.45) on 2007-04-11 09:56