สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ บทที่4 (ส่วนที่ 1)
----แปล&เรียบเรียงเป็นภาษาไทย : สิบโทเคโรโระ ณ overtime blog

วันต่อมา เราก็มายืนแบบเสียไม่ได้ที่หน้าสถานีอีกครั้ง
ยังไงก็ตาม คราวนี้แทนที่จะเป็นสมาชิกหน่วยSOS อีก 3 คน
ผมกลับมายืนอยู่กับพวกหน้าใหม่ที่ถูกฮารูฮิ เรียกว่า "ลิ่วล้อ" แทน

" เฮ้ย เคียวน์ นี่มันไม่เหมือนที่คุยไว้นี่เฟ้ย"
ทานิงูจิเริ่มประท้วง
" คุณอาซาฮินะคนสวยเขาอยู่ไหนฟะ? พวกเราตามมาเพราะแกบอกว่า
คุณอาซาฮินะจะมาด้วย แต่ไหงไม่เห็นแม้แต่เงาเลยฟะ?"

นั่นสินะ ตอนนี้เลยเวลานัดแล้ว แต่คุณอาซาฮินะก็ยังไม่มา ตอนนี้เธอคงซ่อนตัวอยู่ในบ้าน
และ คงโดดกิจกรรมวันนี้ล่ะมั้ง? หลังจากที่ทนทุกข์มาตลอด 2 วันแล้ว ก็คงไม่แปลกอะไร..

"ฉันมาเพราะอยากจะมองอาหารตาให้ตาแฉะแท้ๆ แล้วไหงเป็นงี้ฟะ?
ต้องมาเห็นยัยสึซึมิยะทำหน้าบูดเนี่ย เสียลูกตาชะมัด"
เลิกบ่นได้มั้ยฟะ? แล้วทำไมแกไม่ไปส่องนางาโต้แทนล่ะวะ?
"กำลังจะพูดอยู่พอดีเลย ชุดของนางาโต้นี่เหมาะกับเธอดีนะ"

คุนิคิดะพูดสบายๆ สไตล์ลิ่วล้อหมายเลข 2 ต่อจากทานิงูจิ
เมื่อคืนยัยฮารูฮิโทรมาหาผมตอนกำลังอาบน้ำอยู่พอดี คนที่ถือหูคือน้องผม
ผมก็สระผมไปด้วย แล้วก็ฟังฮารูฮิผ่านหูฟังว่า

"เจ้าโง่ทานิงูจิกับอีกคนนึงน่ะ ชื่ออะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ยังไงพวกนั้นก็เพื่อนนายนี่
พา 2 คนนั้นมาด้วย ฉันจะใช้ 2 คนนั้นเป็นลิ่วล้อ"

พอพูดจบ เจ๊แกก็วางสายไป อย่างน้อยก็น่าจะทักทาย "หวัดดี" ซะหน่อยก็ดี
และอีกอย่างเวลาขอให้คนอื่นช่วย น่าจะขอแบบสุภาพๆเซ่ ไม่ใช่สั่งชาวบ้านเขาแบบนี้
ทำแบบที่คุณอาซาฮินะเขาขอให้ช่วยสิ

ผมไม่รู้หรอกนะว่า ทานิงูจิกับคุนิคิดะมีแผนจะทำอะไรในวันหยุด
แต่ผมก็โทรเข้ามือถือเจ้าพวกนี้หลังอาบน้ำเสร็จ ตัวประกอบ 2 ตัวที่มีเวลาว่างเหลือเฟือ
ก็ตกลงในทันที ถามจริงเหอะ พวกนายใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ทำอะไรบ้างเนี่ย?

ท่าทางฮารูฮิคงคิดว่าผู้ชาย 2 คน ยังไม่พอ เพราะเจ๊แกพาตัวประกอบมาอีกคนด้วยเนี่ยสิ
ตัวประกอบคนนี้ก้มไปข้างหน้า และกำลังตรวจสอบนางาโต้ที่ซ่อนดวงตาภายใต้หมวกปีกกว้างอยู่
แล้วเธอคนนั้นก็สางผมย้าวยาวของเธอและส่งยิ้มมาให้ผม

"เคียวน์คุง มิคูรุล่ะ?"
สึรึยะ คือชื่อของสาวไฮเปอร์คนนี้ ที่บังเอิญเป็นเพื่อนร่วมชั้นของคุณอาซาฮินะ
จากคำบอกเล่าของคุณอาซาฮินะ เธอคนนี้คือ "เพื่อนที่ฉันมีในยุคนี้"
ผมเลยว่าเธอคงไม่มีเบื้องหลังพิลึกๆกับเขาหรอกนะ มาย้อนคิดดูเมื่อเดือนมิถุนาที่ผ่านมา
ตอนที่ฮารูฮิอยากจะเข้าแข่งในเบสบอลทัวนาเมนต์ คุณอาซาฮินะก็พานักเรียน ม.5 คนนี้
มาช่วยเติมให้ครบๆ ทีม เออ จะว่าไป ทานิงูจิกับคุนิคิดะก็เล่นด้วยนี่ แม้แต่น้องสาวผมเองก็เอากับเขาด้วย

คุณสึรึยะเผยฟันขาวอย่างมั่นใจและพูดว่า
"แล้ววันนี้เราจะทำอะไรกันล่ะ? คุณสึซึมิยะบอกว่าถ้าว่างก็ให้มาหน่อย ก็เลยมาน่ะ
แล้วปลอกแขนของคุณสึซึมิยะนั่นมันอะไรกันเหรอ? แล้วเอากล้องมาทำอะไร? แล้วชุดของยูกิล่ะ?"

เธอทิ้งระเบิดถามผมเป็นชุดๆ แล้วพอผมจะอ้าปากตอบ คุณสึรึยะก็เดินไปทางโคอิสึมิเรียบร้อยแล้ว

"ว้าว อิตสึกิคุง วันนี้ก็ยังเท่ตามเคยนะ"
เป็นคนที่งานยุ่งจริงๆ
ส่วนฮารูฮิก็บ้าพลังตามเคย สังเกตได้จากการตะโกนใส่มือถือซะลั่นบ้านตั้งแต่เช้าๆแบบนี้


"อะไรนะ? เธอเป็นตัวเอกนะ! 30 % ของความสำเร็จขึ้นอยู่กับเธอนะ
แน่นอนฉันจะรับผิดชอบใน 70% ที่เหลือเอง แต่เอาไว้ก่อนนะ เธอพูดว่าไงนะ?
ปวดท้อง? อย่ามั่ว ขอร้อง มีแต่เด็กประถมเท่านั้นแหละที่จะอ้างสาเหตุแบบนี้
ฉันให้เวลา 30 วินาทีมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย"

ท่าทางคุณอาซาฮินะคงจะเริ่มขังตัวเองแบบพวกฮิคิโคโมริซะแล้วสิ แค่นึกว่า
ต้องไปทำอะไรแบบเมื่อวานอีกทีล่ะก็ มันก็คงธรรมดามากถ้าเธอจะปวดหัวจี้ดๆ
รวมไปถึง ปวดลงกระเพาะด้วยล่ะนะ ก็เธอเป็นคนใจเสาะอยู่แล้วนี่นะ

"ให้ตายสิ!"
แล้วฮารูฮิก็ตัดสายอย่างรุนแรง และเริ่มส่งสายตาขู่อาฆาตประมาณพ่อบ้านจะเฉ่งเด็กน้อยที่ไม่รู้มารยาทบนโต๊ะอาหาร
"อย่างนี้ต้องเจอลงโทษซะแล้ว"

เจ๊ไม่ควรพูดแบบนี้หรอกนะ คุณอาซาฮินะไม่เหมือนเจ๊ซะหน่อย
คุณอาซาฮินะก็แค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข หรืออย่างน้อยๆ ก็แค่ขอหยุดในวันอาทิตย์ที่ไม่ต้องไปเรียน
ผมเองก็คิดแบบนั้นแหละ

แน่นอน ฮารูฮิคงไม่มีทางยอมให้นางเอกของเราโดดถ่ายทำแน่
ผู้กำกับที่ต้องการให้นางเอกของเราแสดงซะเยอะ ทั้งๆที่ไม่มีค่าตอบแทน ก็พูดว่า
"ฉันจะไปรับยัยนั่นมา ส่งกระเป๋าใบนั้นมาซิ"

ฮารูฮิคว้ากระเป๋าใส่เสื้อผ้า แล้วก็รีบวิ่งไปหน้ารถแท็กซี่ แล้วก็เคาะกระจกหน้าแท็กซี่
ที่จอดอยู่ให้คนขับเปิดประตู ฮารูฮิรีบโจนขึ้นรถแล้วแท็กซี่ก็แล่นออกไปทันที

ผมมานึกๆดู ทั้งๆที่ผมไม่รู้ว่าบ้านคุณอาซาฮินะเขาอยู่ไหน แต่ผมกลับได้ไปห้องของนางาโต้ตั้งหลายครั้งแล้วซะได้

"ผมเข้าใจว่าคุณอาซาฮินะเขารู้สึกยังไง"
โคอิสึมิมายืนพูดอยู่ข้างผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ตอนนี้คุณสึรึยะกำลังทักทายเจ้า 2 หน่อ ห้องเดียวกับผม แบบน็อนสต๊อป
และพูดว่า "โย่ ไม่ได้เจอกันซะนาน" โคอิสึมิยิ้มขึ้นมาและพูดว่า

"ผมว่า ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป คุณอาซาฮินะคงกลายเป็นสาวน้อยเวทมนตร์เข้าแน่ๆ
แค่ตอนนี้ยิงเลเซอร์ออกมาได้ก็พิลึกพิลั่นมากพอแล้ว"
"จะมีอะไรพิลึกพิลั่นกว่านี้อีกล่ะ?"
"แหม แค่นึกว่า ถ้าเธอถูกสั่งให้ปล่อยไฟออกจากปากจะเป็นยังไงก็.."

คุณอาซาฮินะไม่ใช่สัตว์ประหลาดนะ แล้วก็ไม่ใช่นักแสดงละครสัตว์หรือ
พวกนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรมซะด้วย ถ้าเผาปากน่ารักๆของตัวเองเข้าจะทำยังไงเล่า?
ใครจะรับผิดชอบ? อย่าบอกนะว่านายจะรับผิดชอบน่ะ?

" ไม่หรอกครับ ถ้ามีอะไรที่ผมจะรับผิดชอบล่ะก็ คงเป็นตอนที่พวก "ร่างอวตาร"
ออกอาละวาดนั่นแหละครับ แต่เท่าที่ดูสถานการณ์คงยังไม่แย่ถึงขนาดนั้นแน่
ที่ผ่านมามันก็เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวล่ะนะ ผมรู้สึกขอบคุณคุณมาก เพราะคุณ
เราถึงหลบเลี่ยงหายนะ และจำกัดวงลงมาได้"

ราวๆ ครึ่งปีก่อน โลกเกือบจะถูกทำลายด้วยฝีมือฮารูฮิ ต้องขอบคุณความเหนื่อยยาก
ทั้งกายใจเพื่อให้มนุษย์ยังอยู่รอดปลอดภัยได้ ผมคิดว่ามันคงไม่มากเกินไปที่พวกผู้นำทั่วโลก
จะส่งจดหมายขอบคุณผมบ้าง แต่ไปๆมาๆ ผมก็ยังไม่เห็นมีเอกอัครราชทูตต่างประเทศ
มาเยี่ยมบ้านผมเลยซักครั้ง

เฮ่อ..จะพูดไป ถ้าเข้ามากันจริงๆ ก็คงมีแต่เพิ่มความสลดให้ผมมากขึ้นไปอีก
ก็เลยจะไม่หวังว่าพวกนั้นจะมาหรอก รางวัลที่ผมได้ก็มีเพียงอ้อมกอดนองน้ำตาของคุณอาซาฮินะ

มาคิดอีกที สำหรับผมแค่นั้นก็พอแล้วล่ะนะ ผมเลยไม่เห็นจะปลื้มใจที่โคอิสึมิมาขอบคุณหรอก

"และเพื่อการนั้น มิคูรุก็คง"
เลิกเรียกเธอด้วยชื่อตัวจะได้มั้ย? ฟังแล้วหงุดหงิดว่ะ

"โทษทีครับ ตอนนี้เราต้องทำทุกอย่างเพื่อหยุดคุณอาซาฮินะจากการยิงแสงอีกสินะครับ"

แล้วจะทำยังไงล่ะ? นายจะมองโลกในแง่ดีแบบนี้ต่อไป
เพราะคราวนี้ยัยฮารูฮิไม่ด้เอาคอนแทกต์เลนส์สีมาด้วยหรือไง?

"เปล่าหรอกครับ เราทำลายปัจจัยที่ว่าเรียบร้อยแล้วล่ะ ผมขอให้คุณนางาโต้เขาช่วยนิดหน่อยน่ะครับ"

ผมเบนสายตาไปมองเด็กสาวที่ยืนนิ่ง และจ้องอยู่ที่ร้านค้าหน้าสถานี แล้วก็กลับมามองเจ้าโคอิสึมิอีกที

"แล้วนายทำยังไงกับคุณอาซาฮินะ?"
"อย่าพึ่งตื่นเต้นสิครับ พวกเราแค่ถอดความสามารถที่จะยิงเลเซอร์ออกเท่านั้นเอง
ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอก คุณนางาโต้เขาไม่เหมือน TFEI อินเตอร์เฟสคนอื่นๆ
เธอไม่พูดอะไรแน่ ผมเองก็แค่บอกเธอให้ช่วยลดความเป็นไปได้ของคุณอาซาฮินะให้เหลือ 0 น่ะครับ"

" TFEI นี่มันอะไร?"
"มันเป็นชื่อย่อที่พวกผมใช้กันน่ะครับ คุณไม่ต้องสนว่ามันย่อมาจากอะไรก็ได้นะครับ
ผมว่าคุณนางาโต้น่ะเป็นอันดับต้นๆ ของ "พวกนั้น" เลยผมชักสนใจว่า เธอรับผิดชอบ
หน้าที่อื่นๆ นอกจากการเป็นเครื่องมือสื่อสารแบบนี้อีกบ้างหรือเปล่า?"

หมอนี่พูดถึงอะไรเนี่ย? จะมีอะไรให้หนอนหนังสือผู้เงียบเชียบทำ
นอกเหนือจากการสังเกตการณ์ฮารูฮิอีกล่ะ? หลายคนเขายังเสียดายที่อาซากุระ เรียวโกะหายตัวไป
แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่รู้สึกเสียใจเลยซักนิด

30 นาทีต่อมา แท็กซี่ที่ฮารูฮิเรียกก็กลับมาพร้อมกับมีคุณอาซาฮินะในชุดสาวเสิร์ฟนั่งกลับมาด้วย
เธอมาพร้อมกับสีหน้ามืดมนเหมือนเมื่อวานเด๊ะ ฮารูฮิขอใบเสร็จจากคนขับแท็กซี่
ยัยนั่นคงต้องการให้มีใครชดใช้เงินตัวเองคืนทีหลังสินะ

ทานิงูจิ กับ คุนิคิดะ มองพวกเธอและซุบซิบกัน
"คืนหนึ่งที่กลับบ้านจากร้านสะดวกซื้อ ฉันมาด้วยแท็กซี่"
"และ?"
"แทนที่จะติดไฟ [ให้เช่า] บนหลังคา ฉันเห็นไฟบนแท็กซี่เขียนว่า [รถแห่งรัก] "
"นายไม่ตกใจเลยเหรอ?"
"ก่อนที่จะได้ดูให้แน่ใจ แท็กซี่ก็ขับออกไปแล้ว และตอนนั้นผมก็นึกออก ไม่ใช่รักหรอกเหรอที่ฉันยังขาดมันไป ? "
" แท็กซี่นั่นมีไฟ [รถแห่งรัก] ติดอยู่จริงๆเหรอ? งั้นคงเป็นรถแท็กซี่สั่งทำพิเศษงั้นสิ"

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่า นั่นเป็นบทสนทนาของเจ้าบ้า 2 ตัวนั่น และพรสวรรค์
ที่ดันขาดหายไปน่ะเป็นเรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย? ถ้าทานิงูจิกับคุนิคิดะเป็นไททาเนี่ยม อัลลอยด์
คุณสึรึยะก็คงเป็นแค่พลาสติก ความแตกต่างคงประมาณ ดอกไม้ไฟ กับ ยานอวกาศอพอลโล่ 11 เลยทีเดียว

"ว้าว เซ็กซี่มาก! แล้วมิคูรุทำงานที่ไหน? อย่างน้อยเธอต้องอายุ 18 ไม่ใช่เหรอ?
เหอ? ไม่ใช่เธอเพิ่ง 17 เหรอ? โอ้ ไม่ต้องห่วง พวกเราไม่ใช่ลูกค้าอยู่แล้ว"

ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา 2 ดวงนั้นเป็นสีธรรมชาติ ท่าทางคงไม่ได้ใส่คอนแทกต์เลนส์สีสินะ
แล้วฮารูฮิก็ลากสาวเสิร์ฟร่างน้อยๆออกจากรถ

"เธอพูดว่าป่วยได้ไง? ฉันไม่ให้เธอใช้เป็นข้ออ้างหรอก! เราจะถ่ายหนังกันต่อ
ต่อไปเราจะถ่ายฉากที่น่าตื่นเต้นของมิคูรุจัง! นี่เพื่อสมาชิกหน่วย SOS ทุกคน!
มันไม่เกี่ยวกับยุคสมัยไหน ผู้ชมจะต้องตื่นตาตื่นใจ กับฉากที่ต้องเสียสละตนเอง"

งั้นคุณพี่ก็เสียสละเองสิเฟ้ย!
"ในโลกนี้มีนางเอกเพียงคนเดียว พูดกันแบบเปิดอก ฉันล่ะอยากเป็นนางเอกเองด้วยซ้ำ
แต่คราวนี้ฉันจะปล่อยให้เธอแสดงบทนั้น อย่างน้อยๆก็จนถึงงานโรงเรียนจบล่ะนะ!"

ในโลกนี้ ไม่มีใครเขารู้สึกหรอกว่าเธอเป็นนางเอกน่ะ

คุณสึรึยะตบบ่าของคุณอาซาฮินะจนเธอแทบสำลัก
"แล้วนั่นมันชุดอะไร? สาวนักแข่ง? เธอเล่นบทอะไรล่ะ?
ใช่แล้ว! เธอน่าจะใส่ชุดของร้านร้านยากิโซบะตลอดช่วงงานโรงเรียนนะ
ฉันว่ามันคงได้ใจของลูกค้าเพียบแน่ๆ"

ผมเข้าใจว่าทำไมคุณอาซาฮินะถึงอยากเก็บตัวอยู่กับบ้าน ถ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเสี่ยงๆ
ไม่มีใครเขาอยากจะเป็นพิชเชอร์บนฐานขว้างหรอกนะ

คุณอาซาฮินะค่อยๆเงยหน้าขึ้น แล้วก็มองหาใครที่จะช่วยเธอให้รอดได้
แล้วเธอมองผมและขอให้ช่วย แต่ก็เบือนหน้าหนี เธอถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ยังพยายามฝืนยิ้มและเดินตรงมาที่ผม
"โทษนะคะ ฉันมาสาย"

ผมมองด้านบนของศีรษะของเธอที่กำลังก้มลงและพูดว่า
"ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ว่าหรอกครับ"
"เดี๋ยวฉันเลี้ยงมื้อเที่ยงเองค่ะ"
"ไม่ต้องหรอกครับ อย่าคิดมากเลย"
"ฉันขอโทษเรื่องเมื่อวานด้วยนะคะ ท่าทางฉันจะยิงอาวุธออกจากดวงตาด้วยไม่ได้ตั้งใจ"
"ก็ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้รับบาดเจ็บที่ไหนเลย"

ผมแอบมองรอบๆ ข้าง นางาโต้ยืนมองอยู่เฉยๆ และถือคทาที่มีดาวตรงปลาย
คุณอาซาฮินะมองมาทางผม และกระซิบด้วยเสียงที่แผ่วเบาของเธออยู่แล้วว่า

"ฉันโดนกัดด้วยค่ะ"
เธอลูบข้อมือซ้ายของเธอ
"โดนอะไรกัดครับ?"
"คุณนางาโต้ค่ะ ฉันได้ยินว่าเป็นการฉีดนาโนแมชชีนเข้ามาน่ะค่ะ
ดวงตาของฉันท่าทางจะยิงอะไรออกมาไม่ได้อีก ฉันก็โล่งใจแล้วล่ะค่ะ"

แหมทีนี้ ผมก็ไม่ต้องกังวลเรื่องจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วสินะ จะว่าไป
ผมนึกภาพที่นางาโต้กัดคุณอาซาฮินะไม่ออกเลยแฮะ แล้วฉีดอะไรเข้าไปล่ะเนี่ย?

"เมื่อคืน เธอมาพร้อมที่บ้านฉันพร้อมกับโคอิสึมิคุง"

ผมมองไปที่เจ้าหน้าที่ดูแลอุปกรณ์โคอิสึมิ ที่กำลังคุยกับฮารูฮิ เมื่อคืนผมก็อยากไปด้วยนะเฟ้ย
หมอนั่นน่าจะชวนผมไปด้วยกันแท้ๆ ไปเที่ยวบ้านคุณอาซาฮินะ
ยังไงก็คงสนุกกว่าโดนหลอกให้ไปเที่ยวในโลกมิติปิดเป็นไหนๆ

"ทั้ง 2 คน คุยอะไรกันอยู่?"
คุณสึรึยะใช้แขนเล็กนุ่มของเธอคล้องคอคุณอาซาฮินะ

"มิคูรุนี่น่ารักจริงๆ น่ารักจนอยากจะเลี้ยงไว้ที่บ้านเลย! เคียวน์คุงพวกเธอ 2 คนไปกันด้วยดีป่ะ?"
เอ่อมันก็

เจ้าเบื๊อกทานิงูจิกับคุนิคิดะต้องคุณอาซาฮินะพร้อมกับอ้าปากค้าง
เฮ้ย หยุดจ้องได้แล้วเว้ย ถ้าผ้าเธอหลุดไปซักชิ้น พวกแกไม่ขาดใจตายเลยหรือไง?

ทันใดนั้นฮารูฮิก็ตะโกนขึ้นมา
"ตัดสินใจเรื่องที่ได้แล้ว"
ที่?
"โลเกชั่นไง"

จริงด้วยเนอะ ผมพยายามลืมว่าเรากำลังถ่ายหนังกันอยู่ ไม่รู้ทำไมนะ
แต่ผมล่ะอยากลืมเรื่องนี้จริงๆ แล้วด้วยสาเหตุบางอย่าง
ผมรู้สึกว่าพวกเรามันช่างเหมือนกองถ่ายทำ DVD โปรโมท นักร้องเพลงป๊อบแบบทุนต่ำซะจริงๆ

"มันมีบึงใหญ่ๆใกล้บ้านโคอิสึมิคุง เราจะเริ่มถ่ายทำกันที่นั่นแหละ"

ยังไม่ทันที่ผมจะกระพริบตา ฮารูฮิก็หยิบธงพลาสติกที่เขียนว่า "ทีมงาน & นักแสดง"
ขึ้นอย่างว่องไวและเดินนำไปแล้ว

ผมตะโกนเรียกทานิงูจิกับคุนิคิดะที่ยังจ้องคุณอาซาฮินะด้วยสายตาหื่นๆแบบไม่วางตา
และแบ่งกระเป๋ากับอุปกรณ์ที่ผมหิ้วมาให้กับพวกนั้นอย่างเท่าเทียม

เราเดินราว 30 นาทีกว่าจะถึงที่หมาย โลเกชั่นเป็นที่ๆอยู่กลางเนินเขา
ประมาณใจกลางของย่านอยู่อาศัย ถึงจะเรียกว่ามันเป็นบึง แต่มันก็เป็นบึงที่ใหญ่มาก
ใหญ่จนคิดได้ว่า พวกนกอพยพฤดูหนาว คงจะแวะลงมาหากินกันได้ทั้งฝูง
ได้ยินจากโคอิสึมิบอกว่า บางทีอาจจะมีเป็ดและนกนางแอ่นบินผ่านมาก็ได้

บึงถูกล้อมด้วยรั้วเหล็กก็คงจะบอกว่าห้ามข้ามรั้วไป มันก็เป็นสามัญสำนึกอยู่แล้ว
ถูกมั้ย? มันก็แล้วแต่กรณีล่ะนะ พักหลังๆ แม้แต่เด็กประถมก็ไม่มาเล่นแถวนี้แล้ว
จะยกเว้นก็มีแต่พวกจิตไม่ปกติเท่านั้นแหละ

"นายยืนบื้ออะไรอยู่เล่า รีบๆปีนข้ามมาสิ"

ผมลืมไปเลยว่าฮารูฮิเขาไม่ปกติ พูดตามตรงไม่ปกติมากๆ
เพราะยัยนี่ยืนบนรั้วแล้วโบกมือหยอยๆ คุณอาซาฮินะเอามือจับชายกระโปรงซูเปอร์สั้นของเธอ
และทำท่าอยากจะร้องไห้ ส่วนคุณสึรึยะยืนข้างๆและหัวเราะคิกคัก

"เหอ? เรามาที่นี่ทำไมกันเหรอ? หรือมิคูรุจะว่ายน้ำที่นี่"

คุณอาซาฮินะส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว, ถอนหายใจ และมองไปที่บึงสีเขียวๆ
เหมือนเธอกำลังเห็นเลือดไหลโจ้กๆยังไงยังงั้น

"ไม่คิดว่ารั้วมันสูงเกินปีนเหรอครับ?"
โคอิสึมิไม่ได้พูดกับผม แต่กับนางาโต้ การจะไปเริ่มบทสนทนาแบบธรรมดาๆ
กับนางาโต้มันเสียเวลาเปล่าน่า นางาโต้ก็คงจะตอบสั้นๆว่า "ใช่" กับ "ไม่ใช่" เท่านั้นแหละ
ไม่งั้นเธอก็จะร่ายยาวพวกศัพท์เฉพาะที่ฟังแล้วงงอีกแหง
" ."

ถึงนางาโต้จะยังไม่ส่งเสียงอะไร แต่เธอก็ทำอะไรน่ากลัวๆอีกแล้ว
เธอวางนิ้วบนด้านบนของรั้ว แล้วค่อยๆถอนนิ้วออก ไม่รู้ทำไมรั้วเหล็กที่น่าจะยึดกับพื้นอย่างแข็งแรงกลับย้วยลงช้าๆ
เหมือนท๊อฟฟี่ที่ละลายเพราะแสงแดด แล้วก็ค่อยๆแข็งตัวในสภาพที่ย้วยลงมาแล้ว..

นางาโต้สุดยอดตามเคย ผมรีบหันไปมองปฏิกิริยาของคนอื่นๆ แต่ท่าทางผมจะห่วงมากไปเอง
"เหอ? รั้วนั่นท่าทางจะเก่าไม่เบาเลยนะ?"
คุนิคิดะพูดเหมือนรู้ดี

"จะให้ฉันเล่นอะไรเนี่ย? คงไม่ได้ให้ฉันเล่นเป็นกัปปะหรอกนะ?"
ทานิงูจิบ่นพึมพำไปพร้อมกับเดินผ่านรั้วที่ย้วยลงมา และตรงไปที่บึง

คุณสึรึยะก็เดินตามไป พร้อมกับจูงมือคุณอาซาฮินะที่ดูไม่ค่อยเต็มใจซักเท่าไหร่ไปหาฮารูฮิที่ยืนรออยู่
ผมล่ะโล่งใจที่ตัวประกอบ 3 คนนี่ไม่ค่อยฉลาดซักเท่าไหร่


โคอิสึมิยิ้มให้ผมกับนางาโต้ แล้วก็เอาตัวลอดรั้วที่เปิดออก
ในขณะที่นางาโต้แม่มดดำก็เดินผ่านผมไปอย่างเงียบเชียบ
เอาเถอะ รีบๆไปถ่ายทำให้เสร็จๆไปก่อนที่ชาวบ้านเขาจะรู้ตัวว่าทรัพย์สินสาธารณะ
ถูกทำจนเละแบบนี้กันดีกว่านะ

คุณอาซาฮินะกับนางาโต้ยืนประจันหน้ากันอีกครั้ง ท่าทางคงจะเป็นฉากบู๊กันอีกแล้วสิท่า
ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่ายัยฮารูฮิเขียนอะไรลงในบทบ้าง เมื่อไหร่โคอิสึมิจะออกโรงล่ะ?
หมอนี่ก็ยังใส่ชุดนักเรียนอยู่ แถมยังอยู่หลังผมและทำหน้าที่เด็กยกรีเฟล็กตามเคย

ฮารูฮิวางเก้าอี้ผู้กำกับบนพื้นดินและเขียนอะไรขยุกขยิกบนสมุดวาดรูป สงสัยคงเป็นบทพูดล่ะมั้ง?
"ซีนนี้จะเป็นตัวบอกว่า Mikuru อยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมแค่ไหน
เมื่อลำแสงจากตาสีฟ้าของเธอถูกลบล้างไปแล้ว"

ฮารูฮิหยุดเขียนพร้อมกับยิ้ม ดูท่าทางจะพอใจม้ากมาก

" แบบนี้แหละ นายคนนั้นน่ะ ถือนี่แล้วไปยืนตรงนั้นที"
แล้วทานิงูจิก็รับหน้าที่ถือป้ายบทพูดไปซะงั้น นักแสดงทั้ง 2 เริ่มอ่านบทที่ถือโดยทานิงูจิที่กำลังเคือง

"ถึงจะแพ้ ฉันก็ไม่ยอมถอยหรอก! กะ..แก เจ้าปิศาจ YUKI
ระ..รีบ รีบออกจากโลกไปซะ! เอ่อ..ขอโทษค่ะ"

หลังจากอ่านบทพูดของเธอ คุณอาซาฮินะก็ขอโทษโดยไม่มีสาเหตุ
แล้วนางาโต้ YUKI แม่มดผู้ชั่วร้ายก็พูดว่า
"อย่างนั้นหรือ?"

แล้วก็พยักหน้าแบบเฉยเมยตามเคย พร้อมกับอ่านบทพูดที่ฮารูฮิเขียน

" เธอต่างหากที่ควรจะเป็นคนที่ต้องหายไปจากช่วงเวลานี้
เขาเป็นของพวกเรา นั่นแหละคุณค่าของเขาที่เราเห็น ถึงเขาจะยังไม่รู้เรื่อง
พลังจิตของตัวเองก็ตามที แต่นั่นก็เป็นพลังที่มีค่ามาก เราต้องการพลังนั้นเพื่อรุกรานโลก"


แล้วนางาโต้ก็วาดคทาติดดาวของเธอตามที่ฮารูฮิชี้โทรโข่ง ตอนนี้คทาชี้ไปที่หน้าของคุณอาซาฮินะ

"ฉะ..ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก ถึงจะต้องเอาชีวิตเขาแลกก็ตาม"
"ถ้าพูดอย่างนั้น ก็เตรียมตัวตายได้แล้ว"


"คัต!!" ฮารูฮิตะโกนและยืนขึ้น และวิ่งไปขวางทั้งคู่และพูดว่า
"เธอ 2 คนต้องสร้างบรรยากาศให้มากกว่านี้สิ ใช่ บรรยากาศแบบตอนนี้ล่ะ
แต่อย่าพูดนอกบทนะ ส่วนมิคูรุจังมานี่เลย"

แล้วผู้กำกับและนางเอกของเราก็ทิ้งกองถ่ายไป ผมวางกล้องลงและเกาคอ 2 คนนั้นเขาคุยอะไรกันนะ?

ทางคุณสึรึยะทนไม่ไหวและพ่นหัวเราะออกมาดังมาก
"นี่หนังแนวไหนเนี่ย? แบบนี้เขาเรียกว่าหนังได้เหรอ? เนี้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขำชะมัดเลย"
นอกจากคุณแล้ว คนที่สนุกก็มีแต่ฮารูฮิล่ะนะ

ทานิงูจิกับคุนิคิดะยืนเหม่อพร้อมทำสีหน้า "เรียกพวกเรามาทำไมฟะเนี่ย?"
นางาโต้ยังยืนเฉยๆเหมือนไม่มีอะไรจะทำ ในขณะที่โคอิสึมิยืนสบายๆและมองไปที่ริมบึง
ผมเอาเทปที่ใกล้จะหมดม้วนออก และก็ใส่ม้วนใหม่เข้าไป
แล้วก็รู้สึกเหมือนผมสร้างขยะไร้ค่าออกมาซะแล้ว 1 ม้วนเทป

คุณสึรึยะจ้องมองอุปกรณ์ที่ผมแบกมาด้วยความสนใจ
"หืมเดี๋ยวนี้เขาถ่ายหนังกันแบบนี้เหรอ? คงมีรูปตลกๆของมิคูรุเพียบเลยสินะ
วันหลังให้ฉันดูบ้างได้มั้ย? ฉันว่ามันต้องสนุกมากๆแน่เลย!"

ไม่มีอะไรสนุกหรอกครับ จริงๆนะ แค่ใส่ชุดบันนี่เกิร์ลแล้วแจกใบปลิวก็ปาไปวันนึงแล้ว
แล้วต้องมาถ่ายหนังพิลึกๆจนถึง 1 วัน ก่อนเริ่มงานโรงเรียนเนี่ย อีกซักพักคงโดดไปซักวิชา
ไปๆมาๆคงโดดทั้งวัน กันแบบยกทีม ซึ่งทำให้ผมเคืองมาก
เพราะผมจะไม่ได้ดื่มชาดีๆของคุณอาซาฮินะ ชาของนางาโต้คงไร้รสชาติ
ส่วนชาของฮารูฮิคงขมตามหลักฟิสิกส์ ชาของโคอิสึมิก็ช่างหัวมันเถอะ
แล้วถ้าจะให้ผมไปชงชาดื่มเอง ผมดื่มน้ำเปล่าดีกว่า

"โทษทีที่ให้รอนาน"
ใช่สิ เรารอกันมาพักหนึ่งแล้ว ก็น่าจะกลับมาได้ตั้งนานแล้ว
เพราะผมไม่อยากจะป่วนภาพธรรมชาติรวมๆของบึงนี้ต่อแล้วล่ะ

"ไคล์แมกส์ของจริงจะเริ่มแล้ว ดูให้ดีล่ะทุกคน"

ฮารูฮิผลักคุณอาซาฮินะไปข้างหน้า ถึงคุณไม่ได้ขอ แต่ผมก็จะมองคุณทุกวันด้วยดวงตาเบิกกว้างอยู่แล้ว!
เข้าใจนะครับ? คุณอาซาฮินะก็ยังน่ารักงดงามตามเคย แถม

"เหอ?"

ตาข้างหนึ่งของเธอเปลี่ยนสี คราวนี้เป็นตาขวา ตาสีเงินดวงนั้นมองผมด้วยความรู้สึกผิด
และเดินมาทางผมเพื่อไปยืนที่เดิม

"เอาล่ะ มิคูรุจัง ยิงสุดยอดแสงมิคูรุบีม Rและยิงอะไรเหลือเชื่อซักอย่างออกมา โจมตีซะ!"

คราวนี้ผมไม่มีทางจะหยุดได้แล้ว ถึงจะทำได้ผมก็คงโดนหั่นเป็นชิ้นๆไปแล้วล่ะ
ว่าแต่ว่า นี่มันเกิดกะทันหันเกินไปแล้ว ฮารูฮิสั่งอะไรแย่ๆออกมา
ส่วนคุณอาซาฮินะก็กระพริบตาอย่างน่ากลัว

และ

(จบบทที่ 4 ส่วนที่ 1)

------------------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปอ่าน
บทนำ | บทที่ 1(ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) | บทที่ 2 (ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3) |
บทที่ 3 (
ส่วนที่ 1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3) | บทที่ 4 (ส่วนที่ 1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3)

-----------------------------------------------------------------------------------------------
สารจากสิบโท
ด้วยความรู้สึกเสียดายเหมือนเด็กน้อยโดนแย่งของเล่นไป บทที่ 4 ที่ดองๆก็เลยมีให้อ่านกัน แต่เดือนนี้คงไม่จบบทหรอกครับ เพราะผมกำลังเตรียมตัวสอบวัดระดับอยู่ เวลาที่เหลือคงต้องทุ่มเทแล้ว... เฮ่อ มองล่วงหน้าไปถึงเดือนธันวาคม ผมจะแปลจบเล่ม 2 ซะทีมั้ยนะ? กว่าจะถึงตอนนั้น สงสัยเจอเด็กไฟแรงแซงแปลเล่มอื่นๆ จนไม่มีอะไรให้แปลแหงเลย หึ หึ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมไม่รู้ใครจะแปลที่ไหนบ้างหรอก

แต่มาตามอ่านอยู่ที่นี่ที่เดียวล่ะนะ

#1 By gogogo!!!! (203.188.11.18) on 2006-11-19 17:42

ยาวไป ขอก็อบไปอ่านน่อ

#2 By ۞ RECCA۞ on 2006-11-19 20:36

เย้ๆบทที่4มาแล้ว เป็นกำลังใจให้คุณสิบโทต่อไปครับ

#3 By (203.113.39.9) on 2006-11-19 23:10

ขอบคุณคร้าบ

ท่านสิบโท แปลได้เยี่ยม ที่สุด

#4 By PQza (58.9.110.188) on 2006-11-19 23:59

บทพูดมันช่าง...... ไม่แปลกเลยที่ มิคุรุจัง จะเผลอขอโทษออกมา ความจริงกองถ่ายนี้ออกจะมีสเปเชี่ยลเอฟเฟคสม(ของ)จริงจะตายไป เหอๆๆ

รอตอนต่อๆไปน้อ เอ พูดถึงสอบวัดระดับ เราก็จะสอบเหมือนกันนิ (กุมขมับ)

#5 By zoung (124.120.13.105) on 2006-11-20 00:07

ผมว่าการแปลคุณสิบโทแปลดีกว่านะ(แต่ถ้าเทียบกับผม ทั้ง 2 ก็เป็นพระเจ้า ผมเป็นแค่มนุษย์เท่านั้นแหละ) แต่ของเค้าก็เรียกว่าใช้ได้เลยผิดแค่ประโยคแทนตัวเท่านั้น อย่าง

โคอิซึมิเรียกเคียวออนว่า นาย ของคุณสิบโทใช่คุณ นี่ฟังดูดีกว่า

แล้วอย่างเรียกแทนตัวว่าเราถ้าใช้ฉันจะดีกว่ามากเลย(ของคุณสิบโทใช้ฉันครับ)

ขอบคุณมากครับ

#6 By wingaura (125.25.154.220) on 2006-11-20 00:26

อ้าว ปกติผมก็เห็นหลายที่แปลอะไรซ้ำกันเป็นปกตินี่ครับ ^^' ฮารุฮิฉบับแรกตอนแรกก็มีตั้งหลายเวอร์ชั่น ไม่เห็นเป็นไรเลย

#7 By กระรอกโฉด on 2006-11-20 18:58

ผมชอบสไตล์แปลของจ่ากบนะ อ่านแล้วลื่นไหล เริ่มอ่านแล้วต้องอ่านจนจบ
บทนี้เหมือนเจ้าเคียวน์จะบ่นเยอะเป็นพิเศษแฮะ หรือว่ามันบ่นอย่างนี้จนเป็นปกติแล้วหว่า

ตอนหน้ามิคุรุจะโดน.........สินะ(พูดซะทำให้ใครคิดลึก)

#8 By Adam_Walker : 定めの戦士 on 2006-11-20 21:16

มาให้กำลังใจครับ

#9 By ม่อน on 2006-12-14 11:23


ผมก็รอของจ่า ผมว่าจ่าแปลลื่นกว่าที่อื่นนะครับ
อ่านแล้วเหมือนอ่านหนังสือแปลน่ะครับ

#10 By รอที่นี่ (58.8.170.5) on 2007-05-15 16:30