สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ บทที่ 3 (ส่วนที่ 2)
----แปล&เรียบเรียงเป็นภาษาไทย : สิบโทเคโรโระ ณ overtime blog

10 นาทีต่อมา เรามานั่งกินข้าวในร้านฟาสต์ฟู้ดที่พอดีผมต้องเป็นคนเลี้ยง
"ฉันอาจจะทำอะไรพลาดไปก็ได้นะ ฉันคิดอยู่ว่าถ้าเราไปตามลุงนักบวชนั่นมาเล่นเป็นตัวร้ายคงเจ๋งไม่ใช่เล่นนะ"
ไปก่อเรื่องแบบนั้นไว้ ใครเขาจะมาเล่นให้ฟะ?

หลังจากกินเส้นโซบะไป 3 เส้น คุณอาซาฮินะก็ฟุบลงบนโต๊ะ
"มิคูรุจัง เธอกินน้อยไปแล้วนะ กินแค่นี้เธอโตมาได้ไงเนี่ย? ถ้าเธอมีดีแค่หน้าอกหน้าใจ
เธอจะดึงดูดคนดูได้แค่กลุ่มเล็กๆเท่านั้นนะ เธอต้องเสริมส่วนท้ายด้วยสิ!"
ฮารูฮิพูดไปพร้อมกับฉกโซบะของคุณอาซาฮินะมาซัดเข้าปากตัวเอง..

ผมรู้ดีเลยล่ะ ถึงจะไม่รู้ว่าในอีกซักกี่ปีก็เถอะ แต่ผมมั่นใจว่าทั้งหน้าตาและร่างกาย
ของคุณอาซาฮินะจะเติบโตเข้าขั้นนางงามจักรวาลได้อยู่แล้ว แม้ว่าคุณอาซาฮินะจะไม่รู้เรื่องแบบนี้ของตัวเองก็ตามที

ทางด้านโคอิสึมิก็เอาแต่ยิ้มจนน่าสะอิดสะเอียน ส่วนนางาโต้ก็จับมิกซ์แซนวิชใส่ปากอย่าสงบเสงี่ยมแล้วก็เคี้ยวๆๆ..
ส่วนผมวางจานที่เหลือแต่มีทซอสติดอยู่นิดหน่อยของตัวเองไว้ข้างๆ และพูดกับฮารูฮิ
ที่กำลังโซ้ยมื้อเที่ยงของตัวเองหลังจากซัดโซบะของคุณอาซาฮินะจนเกลี้ยงไปแล้วต่อ

"เธอจะทำยังไง ถ้าลุงนั่นเขาเอาเรื่องนี้ไปโบ้ยกับทางโรงเรียน ความจะแตกก็เพราะเครื่องแบบของโคอิสึมินั่นแหละ"
"ไม่มีปัญหาหรอกน่า"
ฮารูฮินี่มองโลกแต่ในแง่ดีเท่านั้นสินะ
"พวกเรายืนห่างจากลุงนั่นพอสมควร แถมนายก็เห็นเสื้อเบลเซอร์(เสื้อนอกของชุดนักเรียนชาย)
ของโรงเรียนแบบนี้ได้ทั่วไปแหละน่า เราก็แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและปฏิเสธทุกข้อหาก็พอ
กระสุนBBน่ะเป็นหลักฐานมัดตัวเราไม่ได้หรอกน่า"

ผมมองไปที่กล้องวิดีโอที่บันทึกหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ และคิดว่า
เดี๋ยวพอหนังฉายความก็แตกหมดแล้วนี่หว่า
ผมว่าไม่มีใครเขาเชื่อหรอกว่าจะมีสาวเสิร์ฟ 2 คนอยู่ที่นั่นพร้อมกัน และ
ยังถูกนกพิราบล้อมหน้าศาลเจ้าเดียวกันอีกหรอกน่า..

"แล้วเราจะไปไหนต่อล่ะ?"
"เราต้องกลับไปที่พลาซ่า ฉันคิดมาซักพักแล้วล่ะ แค่สถานที่อย่างเดียว
มันไม่ดีพอจะสร้างฉากบู๊ที่ดีได้หรอก เพื่อที่จะจับใจผู้ชมให้ได้ เราต้องหาอะไรที่มันแรงกว่านี้
แหม ฉันน่ะมีไอเดียเพียบเลย เช่นให้มิคูรุจังวิ่งเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ในป่าเพราะถูกยูกิตามล่าอยู่
แล้วตอนนั้นมิคูรุจังก็เกือบตกหน้าผม แต่ก็ถูกโคอิสึมิที่บังเอิญเดินผ่านมาช่วยเอาไว้
เดินเรื่องแบบนี้เลยเป็นไง?"

เดินเรื่องอะไรแบบนี้เล่า? มันมีนักเรียนชายที่ไหนมาบังเอิญเดินอยู่ในป่าทั้งๆที่อยู่ในชุดนักเรียนล่ะ?
ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย..ด้วยความเถื่อนส่วนตัวของฮารูฮิ ยัยนี่อาจจะผลักคุณอาซาฮินะตกลง
จากหน้าผาจริงๆก็ได้ และถ้าจะทำอย่างนั้นทำไมเธอไม่โดดลงไปเองล่ะนะ
มาเป็นสตั้นท์ให้คุณอาซาฮินะแล้วใส่ชุดแบบเดียวกันเลยซี่
อืม ถึงขนาดหน้าอกจะต่างกันไปซักหน่อยก็เถอะนะ

แค่คิดถึงเรื่องที่ว่ามาเท่านั้น ฮารูฮิก็เลิ่กคิ้วและจ้องหน้าผม
"นายคิดอะไรอยู่ไม่ทราบ? อย่าบอกนะว่านายกำลังวาดภาพว่าฉันจะเป็นยังไงในชุดสาวเสิร์ฟอยู่"

ถูกต้องทุกประการครับ!!
"ฉันเป็นผู้กำกับนะ จะไปแสล๋นหน้ากล้องได้ไง? ถ้าฉันต้องวิ่งจับกระต่าย 2 ตัวพร้อมกัน
มีหวังสะดุดรากไม้ล้ม จมูกหักแน่"

ตอนนี้ก็ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ไปด้วยอยู่แล้วนี่
"คนเบื้องหลังน่ะจะควบกี่ตำแหน่งก็ได้ แล้วก็ไม่เลวหรอกที่จะแสดงเป็นตัวประกอบ
ที่โผล่มาเซอรไพรส์คนดูซักทีน่ะ เราน่ะต้องเพิ่มปัจจัยที่ทำให้แฟนๆตื่นเต้นซี่"

แล้วแฟนๆประเภทไหนที่เธอจะสร้างหนังให้ดูล่ะ? แฟนคลับคุณอาซาฮินะหรือไง?
ตั้งแต่ดูมาหนังทั้งเรื่องก็มีแต่คุณอาซาฮินะในชุดคอสเพลย์สเปเชี่ยลแต่ก็..ดีเกินพอแล้วล่ะนะ

โคอิสึมิบรรจงวางแก้วนมลงบนโต๊ะและถามว่า
"หนังเรื่องนี้มีพวกเราแสดงแค่ 3 คนเหรอครับ?"
เจ้าบ้าหยุดถามเรื่องที่ไม่จำเป็นได้มั้ยฟะ?

"มันก็"
ตอนนี้ฮารูฮิกำลังเม้มปาก เหมือนทุกครั้งที่กำลังคิดอะไรซักอย่างอยู่
ไม่ใช่ว่าเธอเตรียมการเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าหรอกเรอะ?

" 3 คนเนี่ยก็ดูน้อยไปนิดน่ะนะ ใช่! น้อยเกินไป เราต้องหาพวกตัวประกอบมาเพื่อเสริมจิตวิญญาณ
ที่เร่าร้อนของพวกตัวเอกด้วย! ขอบใจที่เตือนนะโคอิสึมิคุง และเพื่อแสดงการขอบคุณ
ฉันจะเพิ่มเวลาที่นายปรากฏตัวในหนังให้นะ"
"เอ่อ..แหม ขอบคุณครับ"

รอยยิ้มบนหน้าของโคอิสึมิตอนนี้อ่านได้เลยว่า "ไม่น่าเลยเรา" สมน้ำหน้า
ฉันรู้อยู่แล้วว่าพูดไปก็ไม่มีอะไรดีแน่ดังนั้นเลยหุบปากเงียบแบบนี้ไง

แต่มาคิดอีกที ฮารูฮิจะไปหาตัวละครใหม่มาจากไหนล่ะ? คงมีโอกาสซัก 75%
ที่คนที่ยัยนี่สุ่มเลือกมาจะเป็นคนที่ดูไม่ค่อยปกติ ถ้าดูตามลำดับ คนต่อไปที่จะเข้ามาคงเป็น
"คนจากต่างมิติ=สไลเดอร์" แต่ผมมีความรู้สึกว่า คนแบบนั้นคงไม่อยากเข้ามาที่โลกนี้ซักเท่าไหร่หรอก

"ก่อนที่ตัวหัวหน้าจะถูกกำจัด เราต้องมีพวกลิ่วล้อมาหสู้กันก่อนสินะ ลิ่วล้อ, ลิ่วล้อ.."
ฮารูฮิวางนิ้วใต้ปากตัวเองและมองมาที่ผม
"เจ้าพวกนั้นคงมาใช่มั้ย?"

ผมเองก็เดาได้ว่าคนที่ฮารูฮิกำลังนึกถึงอยู่ก็คือ ทานิงูจิ กับ คุนิคิดะ
พวกนั้นเป็น 2 คนที่ถ้ามาแล้วคงไม่ก่อเรื่องซักเท่าไหร่ เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยมาก
สุดยอดลิ่วล้อที่ไม่มีอะไรโดดเด่นซะยิ่งกว่าตัวประกอบรายทาง แถมไร้พิษสงยิ่งกว่าผีเร่ร่อนพวกนั้นน่ะ

"ฉันก็คิดว่าอย่างนั้น"

ผมละสายตาจากผู้กำกับที่กำลังคิดว่าจะลากใครมาอีกดี และมองไปที่คุณอาซาฮินะ
ที่ฟุบอยู่บนโต๊ะพร้อมกับหลับตาพริ้ม แม้ในยามหลับเธอก็ยิ่งน่ารัก
แม้จะแกล้งหลับก็ยังน่าหลงใหลเลยทีเดียว แล้วผมก็มองไปทางนางาโต้ที่กำลังจิบน้ำอัดลมผ่านทางหลอด
เป็นการแสดงอามรณ์ทื่อมะลื่อได้น่าสรรเสริญจริงๆ แล้วผมก็ถามว่า

"แล้วเราจะถ่ายอะไรกันต่อ?"
ฮารูฮิซดน้ำบะหมี่ลงกระเพาะ กว่ายัยนี่จะกินเสร็จนี่นานพอดูเลยแฮะ

"จะทำยังไงก็ได้ ฉันอยากให้มิคูรุจังชอกช้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะธีมของเรื่องก็เกี่ยวกับเด็กสาวที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากนานัปการ
และต่อต้านเหล่าตัวร้าย จนสุดท้ายได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในตอนจบ
ยิ่งมิคูรจังเจ็บช้ำเท่าไหร่ เธอก็จะสามารถเรียกน้ำตาได้มากเท่านั้น
ไม่ต้องห่วงมิคูรุจัง ยังไงเรื่องนี้ก็จะจบแบบ "แฮปปี้ เอนดิ้ง" แน่"

มีแต่ตอนจบเท่านั้นที่แฮปปี้สินะ ก่อนจะถึงตอนนั้น
คุณอาซาฮินะคงทำได้แค่ก้มหน้ารับ การกดขี่ข่มเหงของฮารูฮิเท่านั้นสินะ
แล้วบทแบบไหนที่ฮารูฮิเตรียมไว้ล่ะ? ท่าทางผมคงเป็นคนที่ต้องมาเบรกพฤติกรรมนอกลู่นอกทางสินะ
ผมต้องระวังมากๆและจับตายัยนี่ตลอดเวลาเลย ว่าแต่ไอ้เรื่อง "เรียกน้ำตา" นี่มันยังไงกันนะ?

คุณอาซาฮินะที่หลับตาปี๋ลืมตาขึ้นมาครึ่งนึง เธอมองผมด้วยตาที่ไม่เหมือนใคร
ด้วยตาซ้ายที่เป็นสีฟ้าเหมือนจะบอกให้ผมช่วยเธอด้วย แต่เธอกลับถอนหายใจเบาๆและปิดตาลง
หมายความว่าไงเนี่ย? นี่ผมพึ่งพาไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?

ในเวลาที่โคอิสึมิกับนางาโต้ไม่ได้เตรียมป้องกันคลื่นยักษ์สึนามิแบบเนี้ย
มีแต่ผมคนเดียวล่ะครับที่เข้าข้างคุณ

แต่ว่านะ.. 6 เดือนที่ผ่านมาไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ไม่เคยหยุดความบ้าคลั่งของยัยฮารูฮิได้เลย
ผมรู้ตัวดีว่าที่ผมทำน่ะมันเปล่าประโยชน์ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากให้คุณอาซาฮินะ
ชื่นชมในความกล้าหาญของผมบ้าง

พูดกันแบบเปิดอกนะ ผมไม่รู้สึกเลยว่าผมจะหยุดยัยนี่ได้
ถ้าครึ่งปีก่อนผมหยุดยัยนี่จากการตั้งชมรมSOSได้ล่ะก็ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้
ในขณะที่ผมยังงงๆอยู่ ฮารูฮิก็เตรียมห้องชมรมกับสมาชิกไว้แล้ว
สุดท้ายแม้แต่ผมก็ยังตกหลุมพรางมาเป็นสมาชิกกับเขาด้วย
นี่แหละผลของเรื่องในครั้งนั้น

แต่ถ้าตอนนั้นผมแพ่นกบาลยัยนี่ด้วยไม้เบสบอลล่ะก็ หรือหยุดยัยนี่ด้วยเซอร์ไพรส์แอ็ทแท็คล่ะก็
ผมคงไม่มีโอกาสได้เจอคุณอาซาฮินะ หรือ นางาโต้ หรือ โคอิสึมิ
บางทีผมอาจได้รู้จักพวกเขาจากทางอื่น แต่คงไม่มีทางได้รับรู้ตัวจริงของพวกเขาว่าเป็น
เอเลี่ยนหรือนักเดินทางข้ามเวลา ผมคงรู้จักพวกเขาแบบเพื่อนนักเรียนทั่วไป
แค่เดินผ่านกันตามทางเดินแค่นั้น

อย่าถามเลยนะว่าผมอยากเลือกทางไหน ตั้งแต่ผมได้รู้สถานภาพของทั้ง 3 คน
แล้วผมก็ได้เห็นพลังอันน่ากลัวของนางาโต้, คุณอาซาฮินะตอนที่เป็นสาวใหญ่ ,
และตาของโคอิสึมิที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ถ้าผมได้ข้ามไปโลกคู่ขนาน
บางทีผมอาจจะได้พบกับตัวผมอีกคนที่ไม่เคยได้เจอฮารูฮิ หรือสมาชิกอีก 3 คน
ดังนั้นถ้าคุณอยากถามจริงๆล่ะก็ เชิญถามหมอนั่นได้เลย เพราะผมไม่รู้จะตอบยังไงจริงๆ

ตอนนี้ผมอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
อืมสร้างหนังจากไม่มีอะไรเลย เพื่อฉายในงานโรงเรียนก็ไม่มีอะไรประหลาดหรอก
แต่ที่ประหลาดคือ ไอ้ที่อยู่ในหัวของฮารูฮิตะหาก
แต่พอชินแล้วก็คงไม่มีอะไรน่าแปลกใจต่อแล้วล่ะนะ
ไอ้การที่จู่ๆฮารูฮิจะลุกขึ้นมาสร้างหนังก็ดูธรรมดาไปแล้ว
สำหรับผมมันก็เป็นแค่งานออกแรงอีกงานหนึ่ง สิ่งที่ผมได้คงมีแค่ปล่อยไปตามน้ำ
กับเรื่องที่ยัยนั่นพล่ามและหวังว่ามันคงไปได้สวย

ผมคิดแบบที่ว่ามา เลยไม่คิดจะหยุดฮารูฮิจากการสร้างหนัง ผมไม่สนหรอกว่า
พี่แกจะเป็นผู้กำกับหรืออะไร อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ! บงการทุกคนรอบตัวด้วยพลังใจซะ
ถ้านั่นจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นล่ะก็ ผมจะได้เตรียมถอนหายใจแบบน็อนสต็อปอยู่เงียบๆแค่ในใจ
และตามเธอไปจนจบ
เพราะเรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะเจอคือ การไปติดอยู่ในมิติอื่นพร้อมๆกับเธอล่ะนะ

ผมคิดไปพลางมองฮารูฮิที่บ้าพลังขั้นเรื่อยๆ , คุณอาซาฮินะที่เริ่มเสียสติ ,
โคอิสึมิที่เอาแต่ยิ้มและนางาโต้ที่เอาแต่แสดงอารมณ์เหมือนใส่หน้ากากไปพลาง

แต่ผมไม่รู้เลยว่า วินาทีที่ผมต้องเสียใจที่ไม่หยุดฮารูฮิไว้จะมาถึงเร็วเพียงนี้


แล้วพวกเราก็กลับไปที่พลาซ่า..ว่าแต่จะไม่ทำอะไรกับการขาดการวางแผนแบบนี้ซะหน่อยเหรอ?
ถ้าพวกเรารู้เรื่องนี้ก่อนล่ะก็ จะได้ถ่ายแถวๆนี้ให้เสร็จแล้วค่อยไปที่ศาลเจ้ายังได้เลย
ปัญหาใหญ่สุดๆคือ บทน่ะมันสถิตเพียงแค่ในหัวของฮารูฮิ.. ผมว่าการเขียนความคิดในสมอง
บรรทุกลงกระดาษซะก่อน น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่านะ

"ฉันว่าเราเลิกใช้ปืนดีกว่า ฉันเคยคิดว่ากระสุนน่ะน่าจะเจ๋งนะ
แต่พอมันไม่มีประกายไฟกับซาวด์เอฟเฟ็คก็ดูไม่รุนแรงเอาซะเลย
ดูไปดูมาก็ไม่เห็นจะเวิร์กเลย ปืนของเล่นก็เงี้ย"

ท่าทางฮารูฮิจะปฏิบัติกับร้านของเล่นยามัตสึจิแต่สปอนเซอร์ธรรมดาๆ
แล้วยัยนั่นก็ใช้ปลายรองเท้าลากเส้นขนาดใหญ่มาไขว้กัน
คงจะทำเป็นมาร์กให้คุณอาซาฮินะกับนางาโต้ยืนสินะ

"มิคูรุจังยืนนี่ , ยูกิยืนตรงโน้น"
"อืม"

หลังจากถูกปั่นหัวมาทั้งวัน คุณอาซาฮินะเดินทิ้งน้ำหนักเหมือนเธอได้ใช้แคลลอรี่ของวันนี้หมดไปแล้ว
เธอดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมาเดินสวยๆให้สมกับชุดสาวเสิร์ฟสุดเซ็กซี่ของเธอ
ตอนนี้เธอไม่มีความอายแล้ว เธอเคลื่อนที่เหมือนตุ๊กตาเวลาเด็กเขาจับให้เดินเลย

ส่วนนางาโต้ที่เหมือนตุ๊กตาอยู่แล้ว เดินมาที่จุดที่กำหนดไว้อย่างเงียบเชียบ
และยืนนิ่งโดยไม่ปริปากซักคำ ปล่อยให้ปลายผ้าคลุมดำของเธอปลิวไปตามสมโชยบนภูเขา

ฮารูฮิชี้นิ้วพร้อมถือปืนของเล่นที่ตบมาจากคุณอาซาฮินะ แล้วบอกว่า
"อย่ายืนนอกจุดนี้นะ ฉันอยากจะถ่ายทำเธอ 2 คน ยืนประจันหน้ากัน เตรียมรีเฟล็กที"
แล้วฮารูฮิก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ผู้กำกับ ยกปืนขึ้นชี้ฟ้าและลั่นไก
"ACTION!!"
ยัยนั่นตะโกนเสียงแหลม

ผมรีบถือกล้องขึ้นมา แต่คุณอาซาฮินะคงจะสับสนมากกว่าผมมั้ง? แอ็คชั่น?
ฮารูฮิแค่บอกให้พวกเธอยืนเฉยๆ แต่ไม่เห็นบอกให้ทำอะไรนอกจากยืนเลยนี่
""
นางาโต้กับคุณอาซาฮินะ ยืนเงียบๆและต่างคนต่างมองอารมณ์ฝ่ายตรงข้าม
"เอ่อ"
คุณอาซาฮินะเป็นคนแรกที่หลบสายตา
""
นางาโต้ยังจ้องคุณอาซาฮินะต่อ
""
คุณอาซาฮินะก็นิ่งเงียบเช่นกัน
แล้ว..ฉากยืนจ้องตาภายใต้สายลมบนภูเขาก็ดำเนินไปเรื่อยๆ
"พอได้แล้ว!!"
ฮารูฮิไม่สบอารมณ์เพราะอะไรซักอย่าง
"ยืนแบบนี้จะสู้กันยังไงเล่า?"
เพราะทั้งคู่ยืนเฉยๆนี่เอง

ฮารูฮิเปลี่ยนมาถือโทรโข่งแทนปืน ฮารูฮิเดินไปหาคุณอาซาฮินะและเขกหัวเธอ
"ฟังนะ มิคูรุจังไม่ว่าเธอจะน่ารักแค่ไหน เธอก็ไม่ควรลดการ์ดลงมา
สาวน้อยน่ารักน่ะหาได้ทุกที่แหละ! ถ้าเธอใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยเธอก็จะถูกคนที่เด็กกว่ามาแทนที่ทันทีเลยนะ

พี่จะบอกอะไรมิทราบครับ?
คุณอาซาฮินะเอามือลูบหัวตัวเองแบบซื่อๆ ส่วนฮารูฮิก็พูดด้วยน้ำเสียงสุขุมว่า
"นั่นก็คือ มิคูรุจัง เธอต้องยิงแสงเลเซอร์ออกจากตาของเธอซะ!"
"เอ๊ะ?"

คุณอาซาฮินะทำตาเบิกโพลงเพราะแปลกใจ

"แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ"
"นี่ล่ะเหตุผลที่ตาซ้ายต้องเป็นคนละสี! ฉันไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเพราะชอบหรอกนะ
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในตาข้างนั้นคือ พลังอันสุดยอดที่ยิงเลเซอร์ได้ด้วย
นั่นแหละ Mikuru Beamของเธอ"
"แต่..แต่ฉัน!"
"ลองดูซะ"

ฮารูฮิกอดหัวของคุณอาซาฮินะไว้ใต้วงแขน และตีหัวคุณอาซาฮินะด้วยโทรโข่งสีเหลือง
ภาพที่คุณอาซาฮินะตะโกนด้วยความเจ็บปวดมันดูรันทดยิ่งนัก
ผมส่งกล้องวิดีโอให้โคอิสึมิที่วางแผ่นรีเฟล็กลงทั้งๆที่ยังงงอยู่ แล้วผมก็จับคอเสื้อของฮารูฮิ

"หยุดได้แล้วยัยเพี้ยน"
ผมดึงสาวเสิร์ฟออกจากซูเปอร์ผู้กำกับป่าเถื่อน
"คนธรรมดาเขาจะยิงเลเซอร์ออกจากตาได้ไง ถามจริงใช้อะไรคิดเนี่ย?"

ลองดูคุณอาซาฮินะนวดหัวตัวเองสิ! ดูซิว่าเธอหงอลงไปขนาดไหน
แถมตอนนี้เธอก็เริ่มเช็ดน้ำตาที่เหมือนไข่มุกออกจากตาแล้ว
"หืม"
ฮารูฮิหันหน้าหนีทั้งๆที่ยังถูกผมจับคอเสื้ออยู่ และเริ่มบ่น
"ฉันรู้อยู่แล้วล่ะน่า"
ผมปล่อยเธอ ฮารูฮิตีคอตัวเองด้วยโทรโข่ง
"ฉันแค่อยากจะเพิ่มบรรยากาศของการยิงเลเซอร์ออกมาเอง
ก็เพราะมิคูรุจังน่ะไม่มีออร่าที่ตัวเอกควรจะมีเล้ย นายนี่มันไม่มีอารมณ์ขันเลย ให้ตายสิ"

นั่นเพราะอารมณ์ขันของหล่อนมันไม่ตลก แถมยังมีปัญหาอีกต่างหาก
เธอจะทำยังไงถ้าคุณอาซาฮินะเขายิงเลเซอร์ออกมาได้จริงๆน่ะ?
.มันคงเป็นไปไม่ได้ใช่มั้ย?

ผมหันไปมองคุณอาซาฮินะอย่างไม่สบายใจ และพยายามส่งสัญญาณให้เธอ
แต่คุณอาซาฮินะมองมาทางผมด้วยน้ำตาท่วมเบ้า เธอกระพริบตากลมโตพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย
ท่าทางผมคงจะสื่อสารทางสายตากับเธอไม่ได้สินะ

ในช่วงที่ผมคิดอยู่ โคอิสึมิเดินออกมาข้างหน้า และให้คำแนะนำอย่างหน้าไม่อายว่า
"ผมว่าเราไปจัดการเรื่องนี้ด้วยCGตอนตัดต่อก็ได้นี่ครับ?"

โคอิสึมิยิ้มอย่างอ่อนโยนและยื่นกล่องทิชชู่ให้คุณอาซาฮินะ
"ไม่ใช่ว่าคุณสึซึมิยะ วางแผนไว้แบบนี้ตั้งแต่แรกเหรอครับ?"
"แน่นอน ฉันคิดไว้แล้ว" ฮารูฮิตอบ

คิดกับผีน่ะสิ ผมนึกในใจ
คุณอาซาฮินะเช็ดตาจนแห้งด้วยทิชชู่และสั่งน้ำมูกและมองผมกับฮารูฮิด้วยสายตาสงสัย
ส่วนนางาโต้ก็ยังยืนทื่อสู้ลมเป็นตุ๊กตาอยู่อย่างนั้น ว่าแต่ทำไมพระอาทิตย์ไม่ตกดินซะที?
ผมน่ะรอให้หยุดการถ่ายทำเพราะแสงหมดไม่ไหวแล้วนะ
"เราจะถ่ายฉากเมื่อกี้อีกครั้ง"

ฮารูฮิพูดและอธิบายว่าจะแสดงท่าโพสแสนสำคัญนี้ยังไง
"เธอต้องตะโกน'Mikuru Beam--!!' แล้วก็ตั้งท่านี้"
"แบบนี้เหรอคะ?"
"ไม่ใช่ ต้องแบบนี้ และปิดตาขวาลงด้วย!"
ท่าของฮารูฮิคือ วางมือซ้ายเหนือตาซ้าย ชู 2 นิ้วเป็นตัว V
และยิงลำแสงตอนที่กระพริบตา

"ลองพูดดูสิ มิคูรุจัง"
"Mi, Mi , Mikuru Beam"
"ดังอีก"
"Mikuru Beam!"
"ไม่ต้องอาย ดังอีก!!"
"เอ่อ Mikuru Beam----------m!!"
"เปล่งเสียงของเธอออกมาจากท้องน้อยซี่"
ท้องน้อยมันอยู่ตรงไหนล่ะ?


ยิ่งคุณอาซาฮินะตะโกนดังเท่าไหร่ หน้าเธอก็ยิ่งแดง
แถมยังโดนฮารูฮิบังคับให้เปล่งเสียงจากท้องน้อยอีก
ก็คงจะหลบสายตาของพวกเด็กๆที่มาเดินเล่นกับพ่อแม่ในพลาซ่าไม่ได้หรอกนะ
ผมล่ะอยากเดินไปบอกว่า ไม่มีอะไรให้ดูอยู่หรอก
แต่เรามาถ่ายหนังแบบนี้ก็เหมือนละครสัตว์พเนจรที่เด่นสะดุดตาอยู่แล้วล่ะนะ
จริงๆแล้วมันก็ไม่เลวหรอกที่จะถ่ายฉากที่เตรียมมาอย่างดีแล้ว
ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่จบลงอย่างมีความสุขมันจะสุขจริงๆซักแค่ไหน
แต่ถ้าทำแค่เพื่อโปรโมทคุณอาซาฮินะ มันก็คงเยอะไปล่ะนะ

ครู่ต่อมา คุณอาซาฮินะกับนางาโต้ก็กลับไปประจำตำแหน่ง โคอิสึมิยืนข้างๆ
และยกแผ่นรีเฟล็กด้วยท่าที่เตรียมจะร้องไชโยได้ตลอดเวลา
ส่วนฮารูฮินั่งยืดบนเก้าอี้ผู้กำกับ ตัวผมยืนหลังนางาโต้ซัก 2 เมตร
และถ่ายคุณอาซาฮินะข้ามไหล่นางาโต้ไป นี่เป็นมุมที่ฮารูฮิเขาสั่งมา

แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนแบบกะทันหันมาก
"OK เอาล่ะ ยิงแสงสิ"
ฮารูฮิตะโกน คุณอาซาฮินะตั้งท่าทั้งๆที่ไม่มั่นใจ
"Mi.. Mikuru Beam!"
กล้องถ่ายเสียงแห้งๆไม่เป็นธรรมชาติตอนที่เธอตะโกนอย่างสุดน่ารักและกระพริบตาลง

ในตอนนั้นเอง เลนส์ของกล้องที่ผมมองผ่านอยู่ จู่ๆก็ดำมืดลง
"เหอ?"
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมยังคิดเลยว่ากล้องผมเสียหรือเปล่า?
ผมละสายตาออกจากกล้อง และเห็นชุดดำและหมวกทรงแหลมยืนหน้าผม
".."
นางาโต้ยื่นมือเหมือนให้สัญญาณอยู่ตรงหน้าผม
แสดงว่าตัวการที่ทำให้เลนส์ของกล้องมืดลงเพราะเธอใช้มือขวาบังเลนส์กล้องเอาไว้

"เหอ" ฮารูฮิก็อ้าปากค้างด้วยความงง

กากบาทอันยักษ์ที่ฮารูฮิวาดน่ะอยู่ห่างจากผมตั้ง 2 เมตร
ตอนนั้นนางาโต้ยืนอยู่ตรงนั้นแน่ๆ ตอนที่ฮารูอิตะโกน "ACTION"
คุณอาซาฮินะก็กำลังตะโกนอย่างน่ารัก กล้องวิดีโอก็ถ่ายเห็นหลังนางาโต้
แล้วนางามายืนอยู่หน้าผมในเวลาไม่ถึงวินาทีได้ไงเนี่ย? แถมยังเอามือบังกล้องได้อีก
ผมคงอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างเดียวว่า เธอ "ย่นระยะ" มา!!

"เหอ?" ฮารูฮิยังงงๆ แต่ก็ถามว่า "ยูกิเธอวิ่งไปตอนไหนล่ะ?"
นางาโต้ไม่ตอบแค่ใช้ตาที่แวววาวแบบหินออปซีเดี้ยนมองไปที่คุณอาซาฮินะ
คุณอาซาฮินะเบิกตาของเธอให้โตขึ้น และแสดงสีหน้าหวาดกลัว แล้วค่อยๆปิดตาลงช้าๆ

มือของนางาโต้ขยับอีกครั้งด้วยความเร็วแสง และจับอะไรซักอย่างกลางอากาศเหมือนจับยุงที่กำลังบิน
ว่าแต่คทาติดดาวที่เธออยู่หายไปไหนแล้วล่ะ?

หือ? ผมว่าผมได้ยินเสียงแปลกๆเหมือนเสียงไม้ขีดไฟที่จุดไฟติดและมอดลงไปเอง
"เอ๊ะ?"
คนที่แปลกใจกับเสียงนั้นไม่ใช่ใครนอกจากคุณอาซาฮินะ เธอคงไม่รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น
ผมเองก็ไม่รู้ว่านางาโต้ทำอะไรกันแน่?

คุณอาซาฮินะชายตาไปด้านข้างเพื่อขอความช่วยเหลือ และเสียงแปลกๆก็มาจากทางโคอิสึมิ
ผมฟังไม่ผิดแน่นั่นเป็นเสียงของยางรถยนต์ที่ลมรั่ว แผ่นรีเฟล็กที่โคอิสึมิถือ
จริงๆแล้วก็เป็นแค่แผ่นกระดานพลาสติกถูกๆ ตอนนี้โดนตัดขวางออกเป็น 2 ส่วน
ทำให้ผมได้เห็นโคอิสึมิที่เยือกเย็นหน้าซีด เมื่อได้เห็นแผ่นรีเฟล็กโดนตัด
แต่ผมไม่มีเวลามาชื่นชมของแปลกแบบนี้หรอก

นางาโต้ขยับตัวอีกครั้งและขยับตัวเพียงคนเดียว
สาวน้อยในชุดดำกระโจนและลงพื้นอย่างนิ่มนวลหน้าคุณอาซาฮินะ
นางาโต้ชักมือขวาออกมาจากใต้ผ้าคลุมไปจับหน้าคุณอาซาฮินะ
นิ้วเล็กๆของเธอกดตรงหน้าผากของคุณอาซาฮินะ และปิดตาของคุณอาซาฮินะซะมิด

"กรี้ด---คุณนางาโต้---!!"
นางาโต้เกี่ยวขาคุณอาซาฮินะและผลักนางเอกของเราติดพื้น
ยมฑูตตอนนี้นั่งอยู่บนหน้าอกอันเย้ายวนเหมือนกำลังขี่ม้า
คุณอาซาฮินะร้องโอดครวญและจับแขนขาวๆของนางาโต้ที่กำลังทำร้ายเธอทันที

"อ๋า"
ตอนนี้ผมยังงงๆ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?
ทีแรกผมนึกว่านางาโต้แค่มาขวางการถ่ายทำในชั่วอึดใจ
แต่ผมไม่รู้ตัวเลยว่าแผ่นรีเฟล็กของโคอิสึมิถูกตัดออกเป็น 2 ส่วน
แล้วนักเดินทางข้ามเวลาของเราก็ถูกจู่โจมโดยเอเลี่ยน
ถึงฮารูฮิจะสั่งให้พวกนั้นสู้กันก็เถอะ แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือน
เพราะขนาดผู้กำกับของเรายังยืนงงเหมือนที่โคอิสึมิกับผมเป็น
ว่าแต่จะไม่มีใครทำอะไรกับฉากต่อสู้สุดยอดของ 2 คนนั้นเลยเหรอเนี่ย?

"คัต"
ฮารูฮิยืนตีโทรโข่งกับเก้าอี้
"เดี๋ยวสิยูกิ เธอทำอะไรของเธอน่ะ มันไม่มีในสคริปต์ซะหน่อย"

นางาโต้นั่งนิ่งบนตัวคุณอาซาฮินะที่แหกแข้งแหกขาขาวๆของเธอดิ้นไปมา
เพื่อให้หลุดจากนางาโต้ที่จับใบหน้าของเธออยู่

ผมได้ยินใครบางคนกำลังบ่นพึมพำอยู่หลังผม
ผมหันไปเห็นโคอิสึมิที่กำลังขยับปากพร้อมจ้องแผ่นรีเฟล็กที่ถูกตัดไปด้วย
และพอหมอนั่นรู้ตัวว่าผมมองอยู่ เขาก็มองผมแบบแปลกๆ อะไรของหมอนั่นหว่า?

ช่างเหอะ ผมไม่สนสายตาเร่าร้อนของโคอิสึมิซักนิด ที่ต้องทำเป็นอันดับแรกในตอนนี้คือ
หยุดนางาโต้ที่จู่ๆก็บ้าเลือดเล่นงานชาวบ้านเขาหน้าตาเฉยก่อน
ผมหยุดกล้อง แล้ววิ่งไปที่สาวเสิร์ฟกับแม่มดผ้าคลุมดำที่ตัวติดกันเป็นก้อนซะแล้วในตอนนี้

"นี่นางาโต้ เธอทำอะไรของเธอ?"

หมวกแม่มดของเธอหันมาทางผม นางาโต้มองผมด้วยดวงตาที่ดำมืดเหมือนแบล็กโฮล
ริมฝีปากเล็กๆของเธอดูเหมือนกำลังจะเปิด
"."
ผมคิดว่าเธอจะพูดอะไรบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรซักคำ
นางาโต้ดูเหมือนไม่รู้จะใช้คำอะไรมาอธิบาย แล้วก็ปิดปากของเธอลง
และยืนขึ้นช้าๆ ผ้าคลุมทางซีกขวาของเธอขยับเล็กน้อย
เพราะนางาโต้สอดแขนของเธอกลับเข้าไปในผ้าคลุม

"ฮึก ฮึก"
คุณอาซาฮินะนอนอยู่บนพื้น ดูท่าทางทรมานๆ เธอคงทรมานแน่ล่ะ
ถ้าจู่ๆนางาโต้วิ่งทางผมอย่างไร้อารมณ์แล้วก็ผลักผมลงกับพื้น
ผมว่าผมคงเหวอแบบเดียวกันแน่ เพราะตอนนี้นางาโต้เหมือนกับแม่มดผู้ชั่วร้าย
ที่ผู้คนที่ออกมาเดินยามค่ำคืนอยากพบเป็นสิ่งสุดท้าย ผมว่าถ้าเด็กอนุบาลมาเห็นเธอตอนนี้
คงฉี่รดกางเกงไปเรียบร้อยแล้วล่ะ

""
นางาโต้จับปลายหมวกมาจดที่หน้าผากและยืนนิ่งมองมาทางผม
ผมยกตัวคุณอาซาฮินะที่ใจหายใจคว่ำขึ้นมา คุณอาซาฮินะสะอึกสะอื้นพร้อมกับน้ำตาไหลรินลงบนหน้า
ดวงตาของเธอที่ถูกปิดด้วยขนตายาวๆก็ชุ่มไปด้วยน้ำตาที่ยิงเพิ่มเสน่ห์ขึ้นไปอีก..หือ?

"นี่มันแปลกๆนะ พวกเธอทำอะไรกันเนี่ย? เลิกทำอะไรที่ไม่ได้เขียนในสคริปต์ซะทีสิ"

ผู้กำกับที่ไม่ได้เขียนบท แม้ซักบรรทัดโพล่งขึ้นมา
แล้วผมกับฮารูฮิก็อุทานออกมาพร้อมกัน "เอ๊ะ?"

"มิคูรุจัง คอนแทกต์เลนส์ของเธอล่ะ?"
"อ๊ะ?"

เป็นธรรมดาที่เรา 3 คนต้องงกัน คงต้องถามคนที่รู้รายละเอียดกันหน่อยแล้ว

"นางาโต้ เธอเห็นคอนแทกต์เลนส์ของคุณอาซาฮินะมั้ย?"
"ไม่เห็น"
นางาโต้ตอบโดยไม่มีอาการอะไร แต่ผมรู้สึกว่าเธอกำลังโกหก
"ไม่ใช่มันตกไปตอนกำลังนัวเนียหรือไง?"

ฮารูฮิก็เดาไปเรื่อย และ เดินหาตามพื้น
"เคียวน์นายก็มาช่วยหาด้วยสิ เลนส์นั่นของแพงนะรู้ป่ะ แพงที่สุดในร้านเลย"

ผมลงคลานกับพื้นช่วยหา ถึงจะรู้ว่าเสียเวลาเปล่าก็ตามที
เพราะผมเห็นนางาโต้กำอะไรซักอย่างในมือขวาตอนที่ฟัดกับคุณอาซาฮินะและซ่อนมันเอาไว้
ตอนนั้นนางาโต้ดันหน้าคุณอาซาฮินะลงกับพื้นและจับหน้าเธอด้วย

"หาไม่เจอซะที"

ฮารูฮิกัดรีมฝีปากตัวเอง ผมไม่ได้ตั้งใจหา ก็เลยรู้สึกผิดนิดหน่อย
ผมหันหลังกลับไปมองโคอิสึมิที่กำลังเล่นกับแผ่นรีเฟล็กที่ถูกตัดออกเป็น 2 ส่วนอยู่
หมอนั่นเอาแต่ประกบแล้วก็แยก 2 แผ่นนั่นออก นายน่าจะมาช่วยทางนี้มากกว่านะ

โคอิสึมิยิ้มและพูดว่า
"สงสัยคงโดนลมพัดไปแล้วล่ะครับ ก็มันเบามากเลยนี่ครับ"

โคอิสึมิพูดมั่วซั่วออกมา แล้วก็เอาแผ่นรีเฟล็กที่ขาดให้ผมดู
ฮารูฮิลุกขึ้นจากพื้นและคว้าแผ่นรีเฟล็ก

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? พังแล้วเหรอ? ของถูกๆก็อย่างนี้ล่ะนะ
เฮ่อ ชมรมภาพยนตร์เก่งเรื่องซื้อของห่วยๆ จริงๆนะ
โคอิสึมิคุงลองติดเจ้า 2 ส่วนนี่กลับด้วยสก็อตเทปดูทีนะ"

ฮารูฮิพูดแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่ แล้วก็ใช้แววตาจระเข้หันไปทางคุณอาซาฮินะที่น้ำตาหยุดไหลแล้ว
"เราถ่ายต่อทั้งๆที่ไม่มีคอนแทกต์เลนส์สีไม่ได้ จะทำไงดีล่ะ?"

รู้สึกว่าฮารูฮิจะซีเรียสกับเรื่องนี้ แล้วก็ดีดนิ้วเหมือนในที่สุดก็นึกอะไรออก
"นี่ไง เราก็เปลี่ยนเนื้อหาว่า ตาจะเปลี่ยนสีหลังจากการแปลงร่าง"
"ปะ..แปลงร่าง?" คุณอาซาฮินะถาม
"ถูกต้อง จะให้เธอสวมชุดสาวเสิร์ฟตลอดเวลามันก็ไม่เหมาะใช่มั้ยล่ะ?
เราก็ปรับเป็นว่า นี่เป็นชุดที่ใส่หลังแปลงร่าง
ในเวลาปกติเธอก็จะใส่ชุดที่เป็นธรรมชาติมากกว่านี้แทน"

ผมว่ามันยิ่งทะแม่งๆสำหรับคนที่มองหาความเป็นจริงในโลกที่แต่งขึ้นล่ะนะ..
ฮารูฮิพูดอย่างกับว่า ตัวเธอเองก็ยอมรับว่า ชุดสาวเสิร์ฟมันดูไม่เหมาะไม่ควรเหมือนกัน
คุณอาซาฮินะก็รีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที

"น่ะ..นั่นสิคะ ฉันก็อยากใส่ชุดที่มันธรรมดากว่านี้เหมือนกันค่ะ"
"งั้นในเวลาปกติ มิคูรุจังจะใส่ชุดบันนี่เกิร์ลแทน"
"เอ๋--? ทะ..ทำไม?"
"ก็เรามีแต่ชุดนั้นนี่ เธอใส่ชุดธรรมดาจริงๆ มันก็ดูไม่น่าดึงดูดน่ะสิ
เดี๋ยวนะเรามากำหนดแบบนี้ละกัน ปกติ Mikuru จะเป็นบันนี่เกิร์ลคอยเชียร์สินค้าในย่านร้านค้า
แต่พอถึงเวลาอันตราย เธอก็จะแปลงร่างเป็นสาวเสิร์ฟนักสู้!! คิดว่าไง? เพอร์เฟ็คเลยใช่ม้า?"

เธอเพิ่งพูดว่า มันไม่เหมาะเองไม่ใช่เหรอ?
"OK งั้นไปเถอะ"
แล้วฮารูฮิก็เผยสีหน้าสุดสยองออกมาพร้อมกับรอยยิ้มรูปร่างจันทร์เสี้ยว
ฮารูฮิจับแขนคุณอาซาฮินะแล้วลากเธอไปทางด้านหลัง "เอ๋ ? เดี๋ยวสิคะ อ๋า---!!"
สาวเสิร์ฟของเรากรีดร้องโวยวายตลอดทางที่โดนลากเข้ารกเข้าพง

หืม
อือ ก็ยังดีน่ะนะ ผมเองก็ทำได้แค่ประสานมือเข้าด้วยกัน
และแสดงความเสียใจให้คุณอาซาฮินะ เพราะผมเองก็รอให้ฮารูฮิไปห่างๆมาซักพักแล้วล่ะ
ผมจะรอดูชุดบันนี่เกิร์ลของคุณนะครับ ผมจะไม่ให้คุณลงทุนเสียเปล่าแน่

(โปรดติดตาม ส่วนที่ 3 ของบทที่ 3 เร็วๆนี้ครับ)

------------------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปอ่าน
บทนำ | บทที่ 1(ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) | บทที่ 2 (ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3) |
บทที่ 3 (
ส่วนที่ 1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3)

-----------------------------------------------------------------------------------------------
สารจากสิบโท
อีกนิดเดียวจะจบบทที่ 3 แล้วครับ พิมพ์จวนเสร็จแล้ว แต่เห็นว่ามันยาวมากๆเลยตัดตอนมาให้อ่านกันก่อนครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาแล้วๆๆๆๆ อิอิ

ขอรับไปอ่านล่ะเด่ออ...ขอบคุณมากที่มาแปล >_<

#1 By ☆mimi(e) - chan on 2006-10-23 17:58

ยูกิต้องรู้อะไรแน่ๆ เพราะยูกิเป็นคนที่จะไม่เคลื่อนไหวถ้าไม่จำเป็นจริงๆ(ชนิดว่าการรวมตัวของข้อมูลทางชีวะภาพ สามารถหยุดหายใจได้เธอคงหยุดหายใจไปแล้วละ) แต่อย่างว่าผมเป็นสาวกสายยูกินี่นาก็ต้องมองเป็นแบบนี้ละนะ

ว่าแต่เคียวออนนายนินทาเพื่อนในใจแบบไม่ไว้หน้าเลยนะ สรุปเล่ม 3 ชื่อเล่มน่าจะตั้งได้อีกอย่างว่า ช่วงเวลาที่ย่ำแย่ของ อาซาฮินะ มิคุรุ นะ

#2 By wingaura (125.25.146.103) on 2006-10-23 19:37

ว่าแต่ คนจากต่างมิติ=สไลเดอร์ จะบอกอะไรถึงสึริยะซังรึเปล่าเนี่ย คุณสิบโท

#3 By wingaura (125.25.146.103) on 2006-10-23 19:39

"ลงทุนเสียเปล่า" หรือ "ขาดทุนเสียเปล่า" กันแน่ฮึ เจ้าเคียวน์

#4 By กระรอกโฉด on 2006-10-23 20:47

555 แกได้ไปโลกคู่ขนานแน่เจ้าเคียวน์ คิดจนเป็นจริงเลยเห็นไหมล่ะ (ไม่น่าคิดเลยจริงๆ)

#5 By Jack149 (158.108.211.234) on 2006-10-23 22:23

ในที่สุดตอนใหม่ก็มา (คารวะ คุณสิบโท) หลังจากนี้กำลังจะเข้าความสนุกที่แท้จริงของเล่มนี้แล้วสินะ ^^ (แต่เป็นความทุกข์ของตัวละครในเรื่อง ^^") ความจริง kyon มันคิดอะไรหลายอย่างได้ตรงประเด็นดีอยู่แล้วนินะ แต่ไม่อยากจะคิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงเอง เหอๆๆ

คุณ wingaura นี้เล่ม 2 นะ ^^" ถ้าชื่อตอนแนวๆนั้นละก็ มันจะมีตอนนึงในเล่ม 6 ที่ชื่อ ตอน ความสลดหดหู่ของ อาซาฮินะ มิคุรุ (asahina mikuru no yuuutsu) แต่รู้สึกว่าเรื่องตอนนั้น มิคุรุจัง ไม่ได้ถูกแกล้งย่ำแย่เหมือนตอนนี้นะ ยกเว้น.... ตอนจบตอนมั้ง

#6 By zoung (124.120.7.40) on 2006-10-23 23:04

อืม เราว่า นอกจากที่เธอเป็นคนไฮเปอร์เป็นพิเศษแล้ว เราคิดว่า ทสึรุยะซัง เป็นคนธรรมดาแน่นอนนะ เพราะว่าเรื่องนี้คนที่จะ"ไม่ธรรมดา"มีแต่คนที่มีชื่อและนามสกุลครบเท่านั้นละ (พระเอกยังมีแต่ชื่อเล่นเลย ชื่อจริงมันชื่ออะไรกันแน่???)

#7 By zoung (124.120.7.40) on 2006-10-23 23:13

อ้าว...กดตัวเลขผิดครับ ขอบคุณที่เตือนครับคุณ zoung จะกดเลข 2 ไงเป็นเลข 3 ไปได้(คงเพราะมันอยู่ใกล้กันมั้ง เลยพลาด)

#8 By wingaura (125.25.146.103) on 2006-10-23 23:14

โอ๋ว -*- ยาวมากเลย
ขอเวลาสำรวจให้ทั่วหน่อยนะคะ

#9 By Yumi382 [Mei] on 2006-10-24 00:25

สงสัยตั้งแต่ดูอนิเมแล้วว่า จริงๆแล้วยูกิวิ่งเข้าไปกดมิคุรุแบบนั้นเพราะว่าอะไร ตอนนี้รู้อย่างนึงละว่าเพื่อเอาคอนแท๊คออก แต่มันต้องมีเหตุผลอื่นมากกว่านี้สินะ แล้วมันคืออะไรหว่า

แปลสนุกดีคับ รอตอนหน้าอย่างใจจดใจจ่อ

#10 By Adam_Walker : 定めの戦士 on 2006-10-25 11:42

ขอบคุณคับรอมานานละ........งิงิ

#11 By motosuva (203.114.103.106) on 2006-10-25 13:22

ฮุฮุ มันเกี่ยวอะไร กับ คอทเทคเลน น้า

#12 By PQza (58.9.108.89) on 2006-10-25 14:58

ไม่ใช่ว่า คูรูมิ ยิงแสงเรเซอร์ ออกมาจากตาจริงๆหรือ
เพราะคอนเทค กลายเป็นอาวุธไปจริงๆแล้วอะ

#13 By Nozomi (124.121.108.168) on 2007-05-16 17:49