นิยายแปลไทย The Sighs of Suzumiya Haruhi บทที่ 3 (ส่วนที่ 2)
posted on 23 Oct 2006 17:04 by overtime in Novel
สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ บทที่ 3 (ส่วนที่ 2)
----แปล&เรียบเรียงเป็นภาษาไทย : สิบโทเคโรโระ ณ overtime blog
10 นาทีต่อมา เรามานั่งกินข้าวในร้านฟาสต์ฟู้ดที่พอดีผมต้องเป็นคนเลี้ยง
"ฉันอาจจะทำอะไรพลาดไปก็ได้นะ ฉันคิดอยู่ว่าถ้าเราไปตามลุงนักบวชนั่นมาเล่นเป็นตัวร้ายคงเจ๋งไม่ใช่เล่นนะ"
ไปก่อเรื่องแบบนั้นไว้ ใครเขาจะมาเล่นให้ฟะ?
หลังจากกินเส้นโซบะไป 3 เส้น คุณอาซาฮินะก็ฟุบลงบนโต๊ะ
"มิคูรุจัง เธอกินน้อยไปแล้วนะ กินแค่นี้เธอโตมาได้ไงเนี่ย? ถ้าเธอมีดีแค่หน้าอกหน้าใจ
เธอจะดึงดูดคนดูได้แค่กลุ่มเล็กๆเท่านั้นนะ เธอต้องเสริมส่วนท้ายด้วยสิ!"
ฮารูฮิพูดไปพร้อมกับฉกโซบะของคุณอาซาฮินะมาซัดเข้าปากตัวเอง..
ผมรู้ดีเลยล่ะ ถึงจะไม่รู้ว่าในอีกซักกี่ปีก็เถอะ แต่ผมมั่นใจว่าทั้งหน้าตาและร่างกาย
ของคุณอาซาฮินะจะเติบโตเข้าขั้นนางงามจักรวาลได้อยู่แล้ว แม้ว่าคุณอาซาฮินะจะไม่รู้เรื่องแบบนี้ของตัวเองก็ตามที
ทางด้านโคอิสึมิก็เอาแต่ยิ้มจนน่าสะอิดสะเอียน ส่วนนางาโต้ก็จับมิกซ์แซนวิชใส่ปากอย่าสงบเสงี่ยมแล้วก็เคี้ยวๆๆ..
ส่วนผมวางจานที่เหลือแต่มีทซอสติดอยู่นิดหน่อยของตัวเองไว้ข้างๆ และพูดกับฮารูฮิ
ที่กำลังโซ้ยมื้อเที่ยงของตัวเองหลังจากซัดโซบะของคุณอาซาฮินะจนเกลี้ยงไปแล้วต่อ
"เธอจะทำยังไง ถ้าลุงนั่นเขาเอาเรื่องนี้ไปโบ้ยกับทางโรงเรียน ความจะแตกก็เพราะเครื่องแบบของโคอิสึมินั่นแหละ"
"ไม่มีปัญหาหรอกน่า"
ฮารูฮินี่มองโลกแต่ในแง่ดีเท่านั้นสินะ
"พวกเรายืนห่างจากลุงนั่นพอสมควร แถมนายก็เห็นเสื้อเบลเซอร์(เสื้อนอกของชุดนักเรียนชาย)
ของโรงเรียนแบบนี้ได้ทั่วไปแหละน่า เราก็แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและปฏิเสธทุกข้อหาก็พอ
กระสุนBBน่ะเป็นหลักฐานมัดตัวเราไม่ได้หรอกน่า"
ผมมองไปที่กล้องวิดีโอที่บันทึกหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ และคิดว่า
เดี๋ยวพอหนังฉายความก็แตกหมดแล้วนี่หว่า
ผมว่าไม่มีใครเขาเชื่อหรอกว่าจะมีสาวเสิร์ฟ 2 คนอยู่ที่นั่นพร้อมกัน และ
ยังถูกนกพิราบล้อมหน้าศาลเจ้าเดียวกันอีกหรอกน่า..
"แล้วเราจะไปไหนต่อล่ะ?"
"เราต้องกลับไปที่พลาซ่า ฉันคิดมาซักพักแล้วล่ะ แค่สถานที่อย่างเดียว
มันไม่ดีพอจะสร้างฉากบู๊ที่ดีได้หรอก เพื่อที่จะจับใจผู้ชมให้ได้ เราต้องหาอะไรที่มันแรงกว่านี้
แหม ฉันน่ะมีไอเดียเพียบเลย เช่นให้มิคูรุจังวิ่งเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ในป่าเพราะถูกยูกิตามล่าอยู่
แล้วตอนนั้นมิคูรุจังก็เกือบตกหน้าผม แต่ก็ถูกโคอิสึมิที่บังเอิญเดินผ่านมาช่วยเอาไว้
เดินเรื่องแบบนี้เลยเป็นไง?"
เดินเรื่องอะไรแบบนี้เล่า? มันมีนักเรียนชายที่ไหนมาบังเอิญเดินอยู่ในป่าทั้งๆที่อยู่ในชุดนักเรียนล่ะ?
ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย..ด้วยความเถื่อนส่วนตัวของฮารูฮิ ยัยนี่อาจจะผลักคุณอาซาฮินะตกลง
จากหน้าผาจริงๆก็ได้ และถ้าจะทำอย่างนั้นทำไมเธอไม่โดดลงไปเองล่ะนะ
มาเป็นสตั้นท์ให้คุณอาซาฮินะแล้วใส่ชุดแบบเดียวกันเลยซี่
อืม ถึงขนาดหน้าอกจะต่างกันไปซักหน่อยก็เถอะนะ
แค่คิดถึงเรื่องที่ว่ามาเท่านั้น ฮารูฮิก็เลิ่กคิ้วและจ้องหน้าผม
"นายคิดอะไรอยู่ไม่ทราบ? อย่าบอกนะว่านายกำลังวาดภาพว่าฉันจะเป็นยังไงในชุดสาวเสิร์ฟอยู่"
ถูกต้องทุกประการครับ!!
"ฉันเป็นผู้กำกับนะ จะไปแสล๋นหน้ากล้องได้ไง? ถ้าฉันต้องวิ่งจับกระต่าย 2 ตัวพร้อมกัน
มีหวังสะดุดรากไม้ล้ม จมูกหักแน่"
ตอนนี้ก็ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ไปด้วยอยู่แล้วนี่
"คนเบื้องหลังน่ะจะควบกี่ตำแหน่งก็ได้ แล้วก็ไม่เลวหรอกที่จะแสดงเป็นตัวประกอบ
ที่โผล่มาเซอรไพรส์คนดูซักทีน่ะ เราน่ะต้องเพิ่มปัจจัยที่ทำให้แฟนๆตื่นเต้นซี่"
แล้วแฟนๆประเภทไหนที่เธอจะสร้างหนังให้ดูล่ะ? แฟนคลับคุณอาซาฮินะหรือไง?
ตั้งแต่ดูมาหนังทั้งเรื่องก็มีแต่คุณอาซาฮินะในชุดคอสเพลย์สเปเชี่ยลแต่ก็..ดีเกินพอแล้วล่ะนะ
โคอิสึมิบรรจงวางแก้วนมลงบนโต๊ะและถามว่า
"หนังเรื่องนี้มีพวกเราแสดงแค่ 3 คนเหรอครับ?"
เจ้าบ้าหยุดถามเรื่องที่ไม่จำเป็นได้มั้ยฟะ?
"มันก็"
ตอนนี้ฮารูฮิกำลังเม้มปาก เหมือนทุกครั้งที่กำลังคิดอะไรซักอย่างอยู่
ไม่ใช่ว่าเธอเตรียมการเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าหรอกเรอะ?
" 3 คนเนี่ยก็ดูน้อยไปนิดน่ะนะ ใช่! น้อยเกินไป เราต้องหาพวกตัวประกอบมาเพื่อเสริมจิตวิญญาณ
ที่เร่าร้อนของพวกตัวเอกด้วย! ขอบใจที่เตือนนะโคอิสึมิคุง และเพื่อแสดงการขอบคุณ
ฉันจะเพิ่มเวลาที่นายปรากฏตัวในหนังให้นะ"
"เอ่อ..แหม ขอบคุณครับ"
รอยยิ้มบนหน้าของโคอิสึมิตอนนี้อ่านได้เลยว่า "ไม่น่าเลยเรา" สมน้ำหน้า
ฉันรู้อยู่แล้วว่าพูดไปก็ไม่มีอะไรดีแน่ดังนั้นเลยหุบปากเงียบแบบนี้ไง
แต่มาคิดอีกที ฮารูฮิจะไปหาตัวละครใหม่มาจากไหนล่ะ? คงมีโอกาสซัก 75%
ที่คนที่ยัยนี่สุ่มเลือกมาจะเป็นคนที่ดูไม่ค่อยปกติ ถ้าดูตามลำดับ คนต่อไปที่จะเข้ามาคงเป็น
"คนจากต่างมิติ=สไลเดอร์" แต่ผมมีความรู้สึกว่า คนแบบนั้นคงไม่อยากเข้ามาที่โลกนี้ซักเท่าไหร่หรอก
"ก่อนที่ตัวหัวหน้าจะถูกกำจัด เราต้องมีพวกลิ่วล้อมาหสู้กันก่อนสินะ ลิ่วล้อ, ลิ่วล้อ.."
ฮารูฮิวางนิ้วใต้ปากตัวเองและมองมาที่ผม
"เจ้าพวกนั้นคงมาใช่มั้ย?"
ผมเองก็เดาได้ว่าคนที่ฮารูฮิกำลังนึกถึงอยู่ก็คือ ทานิงูจิ กับ คุนิคิดะ
พวกนั้นเป็น 2 คนที่ถ้ามาแล้วคงไม่ก่อเรื่องซักเท่าไหร่ เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยมาก
สุดยอดลิ่วล้อที่ไม่มีอะไรโดดเด่นซะยิ่งกว่าตัวประกอบรายทาง แถมไร้พิษสงยิ่งกว่าผีเร่ร่อนพวกนั้นน่ะ
"ฉันก็คิดว่าอย่างนั้น"
ผมละสายตาจากผู้กำกับที่กำลังคิดว่าจะลากใครมาอีกดี และมองไปที่คุณอาซาฮินะ
ที่ฟุบอยู่บนโต๊ะพร้อมกับหลับตาพริ้ม แม้ในยามหลับเธอก็ยิ่งน่ารัก
แม้จะแกล้งหลับก็ยังน่าหลงใหลเลยทีเดียว แล้วผมก็มองไปทางนางาโต้ที่กำลังจิบน้ำอัดลมผ่านทางหลอด
เป็นการแสดงอามรณ์ทื่อมะลื่อได้น่าสรรเสริญจริงๆ แล้วผมก็ถามว่า
"แล้วเราจะถ่ายอะไรกันต่อ?"
ฮารูฮิซดน้ำบะหมี่ลงกระเพาะ กว่ายัยนี่จะกินเสร็จนี่นานพอดูเลยแฮะ
"จะทำยังไงก็ได้ ฉันอยากให้มิคูรุจังชอกช้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะธีมของเรื่องก็เกี่ยวกับเด็กสาวที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากนานัปการ
และต่อต้านเหล่าตัวร้าย จนสุดท้ายได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในตอนจบ
ยิ่งมิคูรจังเจ็บช้ำเท่าไหร่ เธอก็จะสามารถเรียกน้ำตาได้มากเท่านั้น
ไม่ต้องห่วงมิคูรุจัง ยังไงเรื่องนี้ก็จะจบแบบ "แฮปปี้ เอนดิ้ง" แน่"
มีแต่ตอนจบเท่านั้นที่แฮปปี้สินะ ก่อนจะถึงตอนนั้น
คุณอาซาฮินะคงทำได้แค่ก้มหน้ารับ การกดขี่ข่มเหงของฮารูฮิเท่านั้นสินะ
แล้วบทแบบไหนที่ฮารูฮิเตรียมไว้ล่ะ? ท่าทางผมคงเป็นคนที่ต้องมาเบรกพฤติกรรมนอกลู่นอกทางสินะ
ผมต้องระวังมากๆและจับตายัยนี่ตลอดเวลาเลย ว่าแต่ไอ้เรื่อง "เรียกน้ำตา" นี่มันยังไงกันนะ?
คุณอาซาฮินะที่หลับตาปี๋ลืมตาขึ้นมาครึ่งนึง เธอมองผมด้วยตาที่ไม่เหมือนใคร
ด้วยตาซ้ายที่เป็นสีฟ้าเหมือนจะบอกให้ผมช่วยเธอด้วย แต่เธอกลับถอนหายใจเบาๆและปิดตาลง
หมายความว่าไงเนี่ย? นี่ผมพึ่งพาไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?
ในเวลาที่โคอิสึมิกับนางาโต้ไม่ได้เตรียมป้องกันคลื่นยักษ์สึนามิแบบเนี้ย
มีแต่ผมคนเดียวล่ะครับที่เข้าข้างคุณ
แต่ว่านะ.. 6 เดือนที่ผ่านมาไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ไม่เคยหยุดความบ้าคลั่งของยัยฮารูฮิได้เลย
ผมรู้ตัวดีว่าที่ผมทำน่ะมันเปล่าประโยชน์ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากให้คุณอาซาฮินะ
ชื่นชมในความกล้าหาญของผมบ้าง
พูดกันแบบเปิดอกนะ ผมไม่รู้สึกเลยว่าผมจะหยุดยัยนี่ได้
ถ้าครึ่งปีก่อนผมหยุดยัยนี่จากการตั้งชมรมSOSได้ล่ะก็ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้
ในขณะที่ผมยังงงๆอยู่ ฮารูฮิก็เตรียมห้องชมรมกับสมาชิกไว้แล้ว
สุดท้ายแม้แต่ผมก็ยังตกหลุมพรางมาเป็นสมาชิกกับเขาด้วย
นี่แหละผลของเรื่องในครั้งนั้น
แต่ถ้าตอนนั้นผมแพ่นกบาลยัยนี่ด้วยไม้เบสบอลล่ะก็ หรือหยุดยัยนี่ด้วยเซอร์ไพรส์แอ็ทแท็คล่ะก็
ผมคงไม่มีโอกาสได้เจอคุณอาซาฮินะ หรือ นางาโต้ หรือ โคอิสึมิ
บางทีผมอาจได้รู้จักพวกเขาจากทางอื่น แต่คงไม่มีทางได้รับรู้ตัวจริงของพวกเขาว่าเป็น
เอเลี่ยนหรือนักเดินทางข้ามเวลา ผมคงรู้จักพวกเขาแบบเพื่อนนักเรียนทั่วไป
แค่เดินผ่านกันตามทางเดินแค่นั้น
อย่าถามเลยนะว่าผมอยากเลือกทางไหน ตั้งแต่ผมได้รู้สถานภาพของทั้ง 3 คน
แล้วผมก็ได้เห็นพลังอันน่ากลัวของนางาโต้, คุณอาซาฮินะตอนที่เป็นสาวใหญ่ ,
และตาของโคอิสึมิที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ถ้าผมได้ข้ามไปโลกคู่ขนาน
บางทีผมอาจจะได้พบกับตัวผมอีกคนที่ไม่เคยได้เจอฮารูฮิ หรือสมาชิกอีก 3 คน
ดังนั้นถ้าคุณอยากถามจริงๆล่ะก็ เชิญถามหมอนั่นได้เลย เพราะผมไม่รู้จะตอบยังไงจริงๆ
ตอนนี้ผมอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
อืมสร้างหนังจากไม่มีอะไรเลย เพื่อฉายในงานโรงเรียนก็ไม่มีอะไรประหลาดหรอก
แต่ที่ประหลาดคือ ไอ้ที่อยู่ในหัวของฮารูฮิตะหาก
แต่พอชินแล้วก็คงไม่มีอะไรน่าแปลกใจต่อแล้วล่ะนะ
ไอ้การที่จู่ๆฮารูฮิจะลุกขึ้นมาสร้างหนังก็ดูธรรมดาไปแล้ว
สำหรับผมมันก็เป็นแค่งานออกแรงอีกงานหนึ่ง สิ่งที่ผมได้คงมีแค่ปล่อยไปตามน้ำ
กับเรื่องที่ยัยนั่นพล่ามและหวังว่ามันคงไปได้สวย
ผมคิดแบบที่ว่ามา เลยไม่คิดจะหยุดฮารูฮิจากการสร้างหนัง ผมไม่สนหรอกว่า
พี่แกจะเป็นผู้กำกับหรืออะไร อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ! บงการทุกคนรอบตัวด้วยพลังใจซะ
ถ้านั่นจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นล่ะก็ ผมจะได้เตรียมถอนหายใจแบบน็อนสต็อปอยู่เงียบๆแค่ในใจ
และตามเธอไปจนจบ
เพราะเรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะเจอคือ การไปติดอยู่ในมิติอื่นพร้อมๆกับเธอล่ะนะ
ผมคิดไปพลางมองฮารูฮิที่บ้าพลังขั้นเรื่อยๆ , คุณอาซาฮินะที่เริ่มเสียสติ ,
โคอิสึมิที่เอาแต่ยิ้มและนางาโต้ที่เอาแต่แสดงอารมณ์เหมือนใส่หน้ากากไปพลาง
แต่ผมไม่รู้เลยว่า วินาทีที่ผมต้องเสียใจที่ไม่หยุดฮารูฮิไว้จะมาถึงเร็วเพียงนี้
แล้วพวกเราก็กลับไปที่พลาซ่า..ว่าแต่จะไม่ทำอะไรกับการขาดการวางแผนแบบนี้ซะหน่อยเหรอ?
ถ้าพวกเรารู้เรื่องนี้ก่อนล่ะก็ จะได้ถ่ายแถวๆนี้ให้เสร็จแล้วค่อยไปที่ศาลเจ้ายังได้เลย
ปัญหาใหญ่สุดๆคือ บทน่ะมันสถิตเพียงแค่ในหัวของฮารูฮิ.. ผมว่าการเขียนความคิดในสมอง
บรรทุกลงกระดาษซะก่อน น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่านะ
"ฉันว่าเราเลิกใช้ปืนดีกว่า ฉันเคยคิดว่ากระสุนน่ะน่าจะเจ๋งนะ
แต่พอมันไม่มีประกายไฟกับซาวด์เอฟเฟ็คก็ดูไม่รุนแรงเอาซะเลย
ดูไปดูมาก็ไม่เห็นจะเวิร์กเลย ปืนของเล่นก็เงี้ย"
ท่าทางฮารูฮิจะปฏิบัติกับร้านของเล่นยามัตสึจิแต่สปอนเซอร์ธรรมดาๆ
แล้วยัยนั่นก็ใช้ปลายรองเท้าลากเส้นขนาดใหญ่มาไขว้กัน
คงจะทำเป็นมาร์กให้คุณอาซาฮินะกับนางาโต้ยืนสินะ
"มิคูรุจังยืนนี่ , ยูกิยืนตรงโน้น"
"อืม"
หลังจากถูกปั่นหัวมาทั้งวัน คุณอาซาฮินะเดินทิ้งน้ำหนักเหมือนเธอได้ใช้แคลลอรี่ของวันนี้หมดไปแล้ว
เธอดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมาเดินสวยๆให้สมกับชุดสาวเสิร์ฟสุดเซ็กซี่ของเธอ
ตอนนี้เธอไม่มีความอายแล้ว เธอเคลื่อนที่เหมือนตุ๊กตาเวลาเด็กเขาจับให้เดินเลย
ส่วนนางาโต้ที่เหมือนตุ๊กตาอยู่แล้ว เดินมาที่จุดที่กำหนดไว้อย่างเงียบเชียบ
และยืนนิ่งโดยไม่ปริปากซักคำ ปล่อยให้ปลายผ้าคลุมดำของเธอปลิวไปตามสมโชยบนภูเขา
ฮารูฮิชี้นิ้วพร้อมถือปืนของเล่นที่ตบมาจากคุณอาซาฮินะ แล้วบอกว่า
"อย่ายืนนอกจุดนี้นะ ฉันอยากจะถ่ายทำเธอ 2 คน ยืนประจันหน้ากัน เตรียมรีเฟล็กที"
แล้วฮารูฮิก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ผู้กำกับ ยกปืนขึ้นชี้ฟ้าและลั่นไก
"ACTION!!"
ยัยนั่นตะโกนเสียงแหลม
ผมรีบถือกล้องขึ้นมา แต่คุณอาซาฮินะคงจะสับสนมากกว่าผมมั้ง? แอ็คชั่น?
ฮารูฮิแค่บอกให้พวกเธอยืนเฉยๆ แต่ไม่เห็นบอกให้ทำอะไรนอกจากยืนเลยนี่
""
นางาโต้กับคุณอาซาฮินะ ยืนเงียบๆและต่างคนต่างมองอารมณ์ฝ่ายตรงข้าม
"เอ่อ"
คุณอาซาฮินะเป็นคนแรกที่หลบสายตา
""
นางาโต้ยังจ้องคุณอาซาฮินะต่อ
""
คุณอาซาฮินะก็นิ่งเงียบเช่นกัน
แล้ว..ฉากยืนจ้องตาภายใต้สายลมบนภูเขาก็ดำเนินไปเรื่อยๆ
"พอได้แล้ว!!"
ฮารูฮิไม่สบอารมณ์เพราะอะไรซักอย่าง
"ยืนแบบนี้จะสู้กันยังไงเล่า?"
เพราะทั้งคู่ยืนเฉยๆนี่เอง
ฮารูฮิเปลี่ยนมาถือโทรโข่งแทนปืน ฮารูฮิเดินไปหาคุณอาซาฮินะและเขกหัวเธอ
"ฟังนะ มิคูรุจังไม่ว่าเธอจะน่ารักแค่ไหน เธอก็ไม่ควรลดการ์ดลงมา
สาวน้อยน่ารักน่ะหาได้ทุกที่แหละ! ถ้าเธอใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยเธอก็จะถูกคนที่เด็กกว่ามาแทนที่ทันทีเลยนะ
พี่จะบอกอะไรมิทราบครับ?
คุณอาซาฮินะเอามือลูบหัวตัวเองแบบซื่อๆ ส่วนฮารูฮิก็พูดด้วยน้ำเสียงสุขุมว่า
"นั่นก็คือ มิคูรุจัง เธอต้องยิงแสงเลเซอร์ออกจากตาของเธอซะ!"
"เอ๊ะ?"
คุณอาซาฮินะทำตาเบิกโพลงเพราะแปลกใจ
"แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ"
"นี่ล่ะเหตุผลที่ตาซ้ายต้องเป็นคนละสี! ฉันไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเพราะชอบหรอกนะ
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในตาข้างนั้นคือ พลังอันสุดยอดที่ยิงเลเซอร์ได้ด้วย
นั่นแหละ Mikuru Beamของเธอ"
"แต่..แต่ฉัน!"
"ลองดูซะ"
ฮารูฮิกอดหัวของคุณอาซาฮินะไว้ใต้วงแขน และตีหัวคุณอาซาฮินะด้วยโทรโข่งสีเหลือง
ภาพที่คุณอาซาฮินะตะโกนด้วยความเจ็บปวดมันดูรันทดยิ่งนัก
ผมส่งกล้องวิดีโอให้โคอิสึมิที่วางแผ่นรีเฟล็กลงทั้งๆที่ยังงงอยู่ แล้วผมก็จับคอเสื้อของฮารูฮิ
"หยุดได้แล้วยัยเพี้ยน"
ผมดึงสาวเสิร์ฟออกจากซูเปอร์ผู้กำกับป่าเถื่อน
"คนธรรมดาเขาจะยิงเลเซอร์ออกจากตาได้ไง ถามจริงใช้อะไรคิดเนี่ย?"
ลองดูคุณอาซาฮินะนวดหัวตัวเองสิ! ดูซิว่าเธอหงอลงไปขนาดไหน
แถมตอนนี้เธอก็เริ่มเช็ดน้ำตาที่เหมือนไข่มุกออกจากตาแล้ว
"หืม"
ฮารูฮิหันหน้าหนีทั้งๆที่ยังถูกผมจับคอเสื้ออยู่ และเริ่มบ่น
"ฉันรู้อยู่แล้วล่ะน่า"
ผมปล่อยเธอ ฮารูฮิตีคอตัวเองด้วยโทรโข่ง
"ฉันแค่อยากจะเพิ่มบรรยากาศของการยิงเลเซอร์ออกมาเอง
ก็เพราะมิคูรุจังน่ะไม่มีออร่าที่ตัวเอกควรจะมีเล้ย นายนี่มันไม่มีอารมณ์ขันเลย ให้ตายสิ"
นั่นเพราะอารมณ์ขันของหล่อนมันไม่ตลก แถมยังมีปัญหาอีกต่างหาก
เธอจะทำยังไงถ้าคุณอาซาฮินะเขายิงเลเซอร์ออกมาได้จริงๆน่ะ?
.มันคงเป็นไปไม่ได้ใช่มั้ย?
ผมหันไปมองคุณอาซาฮินะอย่างไม่สบายใจ และพยายามส่งสัญญาณให้เธอ
แต่คุณอาซาฮินะมองมาทางผมด้วยน้ำตาท่วมเบ้า เธอกระพริบตากลมโตพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย
ท่าทางผมคงจะสื่อสารทางสายตากับเธอไม่ได้สินะ
ในช่วงที่ผมคิดอยู่ โคอิสึมิเดินออกมาข้างหน้า และให้คำแนะนำอย่างหน้าไม่อายว่า
"ผมว่าเราไปจัดการเรื่องนี้ด้วยCGตอนตัดต่อก็ได้นี่ครับ?"
โคอิสึมิยิ้มอย่างอ่อนโยนและยื่นกล่องทิชชู่ให้คุณอาซาฮินะ
"ไม่ใช่ว่าคุณสึซึมิยะ วางแผนไว้แบบนี้ตั้งแต่แรกเหรอครับ?"
"แน่นอน ฉันคิดไว้แล้ว" ฮารูฮิตอบ
คิดกับผีน่ะสิ ผมนึกในใจ
คุณอาซาฮินะเช็ดตาจนแห้งด้วยทิชชู่และสั่งน้ำมูกและมองผมกับฮารูฮิด้วยสายตาสงสัย
ส่วนนางาโต้ก็ยังยืนทื่อสู้ลมเป็นตุ๊กตาอยู่อย่างนั้น ว่าแต่ทำไมพระอาทิตย์ไม่ตกดินซะที?
ผมน่ะรอให้หยุดการถ่ายทำเพราะแสงหมดไม่ไหวแล้วนะ
"เราจะถ่ายฉากเมื่อกี้อีกครั้ง"
| ฮารูฮิพูดและอธิบายว่าจะแสดงท่าโพสแสนสำคัญนี้ยังไง "เธอต้องตะโกน'Mikuru Beam--!!' แล้วก็ตั้งท่านี้" "แบบนี้เหรอคะ?" "ไม่ใช่ ต้องแบบนี้ และปิดตาขวาลงด้วย!" ท่าของฮารูฮิคือ วางมือซ้ายเหนือตาซ้าย ชู 2 นิ้วเป็นตัว V และยิงลำแสงตอนที่กระพริบตา "ลองพูดดูสิ มิคูรุจัง" "Mi, Mi , Mikuru Beam" "ดังอีก" "Mikuru Beam!" "ไม่ต้องอาย ดังอีก!!" "เอ่อ Mikuru Beam----------m!!" "เปล่งเสียงของเธอออกมาจากท้องน้อยซี่" ท้องน้อยมันอยู่ตรงไหนล่ะ? | ![]() |
ยิ่งคุณอาซาฮินะตะโกนดังเท่าไหร่ หน้าเธอก็ยิ่งแดง
แถมยังโดนฮารูฮิบังคับให้เปล่งเสียงจากท้องน้อยอีก
ก็คงจะหลบสายตาของพวกเด็กๆที่มาเดินเล่นกับพ่อแม่ในพลาซ่าไม่ได้หรอกนะ
ผมล่ะอยากเดินไปบอกว่า ไม่มีอะไรให้ดูอยู่หรอก
แต่เรามาถ่ายหนังแบบนี้ก็เหมือนละครสัตว์พเนจรที่เด่นสะดุดตาอยู่แล้วล่ะนะ
จริงๆแล้วมันก็ไม่เลวหรอกที่จะถ่ายฉากที่เตรียมมาอย่างดีแล้ว
ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่จบลงอย่างมีความสุขมันจะสุขจริงๆซักแค่ไหน
แต่ถ้าทำแค่เพื่อโปรโมทคุณอาซาฮินะ มันก็คงเยอะไปล่ะนะ
ครู่ต่อมา คุณอาซาฮินะกับนางาโต้ก็กลับไปประจำตำแหน่ง โคอิสึมิยืนข้างๆ
และยกแผ่นรีเฟล็กด้วยท่าที่เตรียมจะร้องไชโยได้ตลอดเวลา
ส่วนฮารูฮินั่งยืดบนเก้าอี้ผู้กำกับ ตัวผมยืนหลังนางาโต้ซัก 2 เมตร
และถ่ายคุณอาซาฮินะข้ามไหล่นางาโต้ไป นี่เป็นมุมที่ฮารูฮิเขาสั่งมา
แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนแบบกะทันหันมาก
"OK เอาล่ะ ยิงแสงสิ"
ฮารูฮิตะโกน คุณอาซาฮินะตั้งท่าทั้งๆที่ไม่มั่นใจ
"Mi.. Mikuru Beam!"
กล้องถ่ายเสียงแห้งๆไม่เป็นธรรมชาติตอนที่เธอตะโกนอย่างสุดน่ารักและกระพริบตาลง
ในตอนนั้นเอง เลนส์ของกล้องที่ผมมองผ่านอยู่ จู่ๆก็ดำมืดลง
"เหอ?"
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมยังคิดเลยว่ากล้องผมเสียหรือเปล่า?
ผมละสายตาออกจากกล้อง และเห็นชุดดำและหมวกทรงแหลมยืนหน้าผม
".."
นางาโต้ยื่นมือเหมือนให้สัญญาณอยู่ตรงหน้าผม
แสดงว่าตัวการที่ทำให้เลนส์ของกล้องมืดลงเพราะเธอใช้มือขวาบังเลนส์กล้องเอาไว้
"เหอ" ฮารูฮิก็อ้าปากค้างด้วยความงง
กากบาทอันยักษ์ที่ฮารูฮิวาดน่ะอยู่ห่างจากผมตั้ง 2 เมตร
ตอนนั้นนางาโต้ยืนอยู่ตรงนั้นแน่ๆ ตอนที่ฮารูอิตะโกน "ACTION"
คุณอาซาฮินะก็กำลังตะโกนอย่างน่ารัก กล้องวิดีโอก็ถ่ายเห็นหลังนางาโต้
แล้วนางามายืนอยู่หน้าผมในเวลาไม่ถึงวินาทีได้ไงเนี่ย? แถมยังเอามือบังกล้องได้อีก
ผมคงอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างเดียวว่า เธอ "ย่นระยะ" มา!!
"เหอ?" ฮารูฮิยังงงๆ แต่ก็ถามว่า "ยูกิเธอวิ่งไปตอนไหนล่ะ?"
นางาโต้ไม่ตอบแค่ใช้ตาที่แวววาวแบบหินออปซีเดี้ยนมองไปที่คุณอาซาฮินะ
คุณอาซาฮินะเบิกตาของเธอให้โตขึ้น และแสดงสีหน้าหวาดกลัว แล้วค่อยๆปิดตาลงช้าๆ
มือของนางาโต้ขยับอีกครั้งด้วยความเร็วแสง และจับอะไรซักอย่างกลางอากาศเหมือนจับยุงที่กำลังบิน
ว่าแต่คทาติดดาวที่เธออยู่หายไปไหนแล้วล่ะ?
หือ? ผมว่าผมได้ยินเสียงแปลกๆเหมือนเสียงไม้ขีดไฟที่จุดไฟติดและมอดลงไปเอง
"เอ๊ะ?"
คนที่แปลกใจกับเสียงนั้นไม่ใช่ใครนอกจากคุณอาซาฮินะ เธอคงไม่รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น
ผมเองก็ไม่รู้ว่านางาโต้ทำอะไรกันแน่?
คุณอาซาฮินะชายตาไปด้านข้างเพื่อขอความช่วยเหลือ และเสียงแปลกๆก็มาจากทางโคอิสึมิ
ผมฟังไม่ผิดแน่นั่นเป็นเสียงของยางรถยนต์ที่ลมรั่ว แผ่นรีเฟล็กที่โคอิสึมิถือ
จริงๆแล้วก็เป็นแค่แผ่นกระดานพลาสติกถูกๆ ตอนนี้โดนตัดขวางออกเป็น 2 ส่วน
ทำให้ผมได้เห็นโคอิสึมิที่เยือกเย็นหน้าซีด เมื่อได้เห็นแผ่นรีเฟล็กโดนตัด
แต่ผมไม่มีเวลามาชื่นชมของแปลกแบบนี้หรอก
นางาโต้ขยับตัวอีกครั้งและขยับตัวเพียงคนเดียว
สาวน้อยในชุดดำกระโจนและลงพื้นอย่างนิ่มนวลหน้าคุณอาซาฮินะ
นางาโต้ชักมือขวาออกมาจากใต้ผ้าคลุมไปจับหน้าคุณอาซาฮินะ
นิ้วเล็กๆของเธอกดตรงหน้าผากของคุณอาซาฮินะ และปิดตาของคุณอาซาฮินะซะมิด
"กรี้ด---คุณนางาโต้---!!"
นางาโต้เกี่ยวขาคุณอาซาฮินะและผลักนางเอกของเราติดพื้น
ยมฑูตตอนนี้นั่งอยู่บนหน้าอกอันเย้ายวนเหมือนกำลังขี่ม้า
คุณอาซาฮินะร้องโอดครวญและจับแขนขาวๆของนางาโต้ที่กำลังทำร้ายเธอทันที
"อ๋า"
ตอนนี้ผมยังงงๆ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?
ทีแรกผมนึกว่านางาโต้แค่มาขวางการถ่ายทำในชั่วอึดใจ
แต่ผมไม่รู้ตัวเลยว่าแผ่นรีเฟล็กของโคอิสึมิถูกตัดออกเป็น 2 ส่วน
แล้วนักเดินทางข้ามเวลาของเราก็ถูกจู่โจมโดยเอเลี่ยน
ถึงฮารูฮิจะสั่งให้พวกนั้นสู้กันก็เถอะ แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือน
เพราะขนาดผู้กำกับของเรายังยืนงงเหมือนที่โคอิสึมิกับผมเป็น
ว่าแต่จะไม่มีใครทำอะไรกับฉากต่อสู้สุดยอดของ 2 คนนั้นเลยเหรอเนี่ย?
"คัต"
ฮารูฮิยืนตีโทรโข่งกับเก้าอี้
"เดี๋ยวสิยูกิ เธอทำอะไรของเธอน่ะ มันไม่มีในสคริปต์ซะหน่อย"
นางาโต้นั่งนิ่งบนตัวคุณอาซาฮินะที่แหกแข้งแหกขาขาวๆของเธอดิ้นไปมา
เพื่อให้หลุดจากนางาโต้ที่จับใบหน้าของเธออยู่
ผมได้ยินใครบางคนกำลังบ่นพึมพำอยู่หลังผม
ผมหันไปเห็นโคอิสึมิที่กำลังขยับปากพร้อมจ้องแผ่นรีเฟล็กที่ถูกตัดไปด้วย
และพอหมอนั่นรู้ตัวว่าผมมองอยู่ เขาก็มองผมแบบแปลกๆ อะไรของหมอนั่นหว่า?
ช่างเหอะ ผมไม่สนสายตาเร่าร้อนของโคอิสึมิซักนิด ที่ต้องทำเป็นอันดับแรกในตอนนี้คือ
หยุดนางาโต้ที่จู่ๆก็บ้าเลือดเล่นงานชาวบ้านเขาหน้าตาเฉยก่อน
ผมหยุดกล้อง แล้ววิ่งไปที่สาวเสิร์ฟกับแม่มดผ้าคลุมดำที่ตัวติดกันเป็นก้อนซะแล้วในตอนนี้
"นี่นางาโต้ เธอทำอะไรของเธอ?"
หมวกแม่มดของเธอหันมาทางผม นางาโต้มองผมด้วยดวงตาที่ดำมืดเหมือนแบล็กโฮล
ริมฝีปากเล็กๆของเธอดูเหมือนกำลังจะเปิด
"."
ผมคิดว่าเธอจะพูดอะไรบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรซักคำ
นางาโต้ดูเหมือนไม่รู้จะใช้คำอะไรมาอธิบาย แล้วก็ปิดปากของเธอลง
และยืนขึ้นช้าๆ ผ้าคลุมทางซีกขวาของเธอขยับเล็กน้อย
เพราะนางาโต้สอดแขนของเธอกลับเข้าไปในผ้าคลุม
"ฮึก ฮึก"
คุณอาซาฮินะนอนอยู่บนพื้น ดูท่าทางทรมานๆ เธอคงทรมานแน่ล่ะ
ถ้าจู่ๆนางาโต้วิ่งทางผมอย่างไร้อารมณ์แล้วก็ผลักผมลงกับพื้น
ผมว่าผมคงเหวอแบบเดียวกันแน่ เพราะตอนนี้นางาโต้เหมือนกับแม่มดผู้ชั่วร้าย
ที่ผู้คนที่ออกมาเดินยามค่ำคืนอยากพบเป็นสิ่งสุดท้าย ผมว่าถ้าเด็กอนุบาลมาเห็นเธอตอนนี้
คงฉี่รดกางเกงไปเรียบร้อยแล้วล่ะ
""
นางาโต้จับปลายหมวกมาจดที่หน้าผากและยืนนิ่งมองมาทางผม
ผมยกตัวคุณอาซาฮินะที่ใจหายใจคว่ำขึ้นมา คุณอาซาฮินะสะอึกสะอื้นพร้อมกับน้ำตาไหลรินลงบนหน้า
ดวงตาของเธอที่ถูกปิดด้วยขนตายาวๆก็ชุ่มไปด้วยน้ำตาที่ยิงเพิ่มเสน่ห์ขึ้นไปอีก..หือ?
"นี่มันแปลกๆนะ พวกเธอทำอะไรกันเนี่ย? เลิกทำอะไรที่ไม่ได้เขียนในสคริปต์ซะทีสิ"
ผู้กำกับที่ไม่ได้เขียนบท แม้ซักบรรทัดโพล่งขึ้นมา
แล้วผมกับฮารูฮิก็อุทานออกมาพร้อมกัน "เอ๊ะ?"
"มิคูรุจัง คอนแทกต์เลนส์ของเธอล่ะ?"
"อ๊ะ?"
เป็นธรรมดาที่เรา 3 คนต้องงกัน คงต้องถามคนที่รู้รายละเอียดกันหน่อยแล้ว
"นางาโต้ เธอเห็นคอนแทกต์เลนส์ของคุณอาซาฮินะมั้ย?"
"ไม่เห็น"
นางาโต้ตอบโดยไม่มีอาการอะไร แต่ผมรู้สึกว่าเธอกำลังโกหก
"ไม่ใช่มันตกไปตอนกำลังนัวเนียหรือไง?"
ฮารูฮิก็เดาไปเรื่อย และ เดินหาตามพื้น
"เคียวน์นายก็มาช่วยหาด้วยสิ เลนส์นั่นของแพงนะรู้ป่ะ แพงที่สุดในร้านเลย"
ผมลงคลานกับพื้นช่วยหา ถึงจะรู้ว่าเสียเวลาเปล่าก็ตามที
เพราะผมเห็นนางาโต้กำอะไรซักอย่างในมือขวาตอนที่ฟัดกับคุณอาซาฮินะและซ่อนมันเอาไว้
ตอนนั้นนางาโต้ดันหน้าคุณอาซาฮินะลงกับพื้นและจับหน้าเธอด้วย
"หาไม่เจอซะที"
ฮารูฮิกัดรีมฝีปากตัวเอง ผมไม่ได้ตั้งใจหา ก็เลยรู้สึกผิดนิดหน่อย
ผมหันหลังกลับไปมองโคอิสึมิที่กำลังเล่นกับแผ่นรีเฟล็กที่ถูกตัดออกเป็น 2 ส่วนอยู่
หมอนั่นเอาแต่ประกบแล้วก็แยก 2 แผ่นนั่นออก นายน่าจะมาช่วยทางนี้มากกว่านะ
โคอิสึมิยิ้มและพูดว่า
"สงสัยคงโดนลมพัดไปแล้วล่ะครับ ก็มันเบามากเลยนี่ครับ"
โคอิสึมิพูดมั่วซั่วออกมา แล้วก็เอาแผ่นรีเฟล็กที่ขาดให้ผมดู
ฮารูฮิลุกขึ้นจากพื้นและคว้าแผ่นรีเฟล็ก
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? พังแล้วเหรอ? ของถูกๆก็อย่างนี้ล่ะนะ
เฮ่อ ชมรมภาพยนตร์เก่งเรื่องซื้อของห่วยๆ จริงๆนะ
โคอิสึมิคุงลองติดเจ้า 2 ส่วนนี่กลับด้วยสก็อตเทปดูทีนะ"
ฮารูฮิพูดแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่ แล้วก็ใช้แววตาจระเข้หันไปทางคุณอาซาฮินะที่น้ำตาหยุดไหลแล้ว
"เราถ่ายต่อทั้งๆที่ไม่มีคอนแทกต์เลนส์สีไม่ได้ จะทำไงดีล่ะ?"
รู้สึกว่าฮารูฮิจะซีเรียสกับเรื่องนี้ แล้วก็ดีดนิ้วเหมือนในที่สุดก็นึกอะไรออก
"นี่ไง เราก็เปลี่ยนเนื้อหาว่า ตาจะเปลี่ยนสีหลังจากการแปลงร่าง"
"ปะ..แปลงร่าง?" คุณอาซาฮินะถาม
"ถูกต้อง จะให้เธอสวมชุดสาวเสิร์ฟตลอดเวลามันก็ไม่เหมาะใช่มั้ยล่ะ?
เราก็ปรับเป็นว่า นี่เป็นชุดที่ใส่หลังแปลงร่าง
ในเวลาปกติเธอก็จะใส่ชุดที่เป็นธรรมชาติมากกว่านี้แทน"
ผมว่ามันยิ่งทะแม่งๆสำหรับคนที่มองหาความเป็นจริงในโลกที่แต่งขึ้นล่ะนะ..
ฮารูฮิพูดอย่างกับว่า ตัวเธอเองก็ยอมรับว่า ชุดสาวเสิร์ฟมันดูไม่เหมาะไม่ควรเหมือนกัน
คุณอาซาฮินะก็รีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที
"น่ะ..นั่นสิคะ ฉันก็อยากใส่ชุดที่มันธรรมดากว่านี้เหมือนกันค่ะ"
"งั้นในเวลาปกติ มิคูรุจังจะใส่ชุดบันนี่เกิร์ลแทน"
"เอ๋--? ทะ..ทำไม?"
"ก็เรามีแต่ชุดนั้นนี่ เธอใส่ชุดธรรมดาจริงๆ มันก็ดูไม่น่าดึงดูดน่ะสิ
เดี๋ยวนะเรามากำหนดแบบนี้ละกัน ปกติ Mikuru จะเป็นบันนี่เกิร์ลคอยเชียร์สินค้าในย่านร้านค้า
แต่พอถึงเวลาอันตราย เธอก็จะแปลงร่างเป็นสาวเสิร์ฟนักสู้!! คิดว่าไง? เพอร์เฟ็คเลยใช่ม้า?"
เธอเพิ่งพูดว่า มันไม่เหมาะเองไม่ใช่เหรอ?
"OK งั้นไปเถอะ"
แล้วฮารูฮิก็เผยสีหน้าสุดสยองออกมาพร้อมกับรอยยิ้มรูปร่างจันทร์เสี้ยว
ฮารูฮิจับแขนคุณอาซาฮินะแล้วลากเธอไปทางด้านหลัง "เอ๋ ? เดี๋ยวสิคะ อ๋า---!!"
สาวเสิร์ฟของเรากรีดร้องโวยวายตลอดทางที่โดนลากเข้ารกเข้าพง
หืม
อือ ก็ยังดีน่ะนะ ผมเองก็ทำได้แค่ประสานมือเข้าด้วยกัน
และแสดงความเสียใจให้คุณอาซาฮินะ เพราะผมเองก็รอให้ฮารูฮิไปห่างๆมาซักพักแล้วล่ะ
ผมจะรอดูชุดบันนี่เกิร์ลของคุณนะครับ ผมจะไม่ให้คุณลงทุนเสียเปล่าแน่
(โปรดติดตาม ส่วนที่ 3 ของบทที่ 3 เร็วๆนี้ครับ)
------------------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปอ่าน บทนำ | บทที่ 1(ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) | บทที่ 2 (ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3) |
บทที่ 3 (ส่วนที่ 1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3)
-----------------------------------------------------------------------------------------------
สารจากสิบโท
อีกนิดเดียวจะจบบทที่ 3 แล้วครับ พิมพ์จวนเสร็จแล้ว แต่เห็นว่ามันยาวมากๆเลยตัดตอนมาให้อ่านกันก่อนครับ


ขอรับไปอ่านล่ะเด่ออ...ขอบคุณมากที่มาแปล >_<
#1 By ☆mimi(e) - chan on 2006-10-23 17:58