สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ บทที่ 3 (ส่วนที่ 1)
----แปล&เรียบเรียงเป็นภาษาไทย : สิบโทเคโรโระ ณ overtime blog

และแล้วก็ถึงวันเสาร์..

เรานัดเจอกันที่สถานี ผมมาถึงพร้อมกับอุปกรณ์ที่ผมยัดลงในเป้ใบใหญ่ที่สุดที่ผมหาได้ในบ้าน
แล้วก็เห็นทั้ง 4 คนมารอผมอยู่แล้ว พอมองไปที่ฮารูฮิที่ใส่ชุดไปรเวทของเธอ กับ คุณอาซาฮินะ
ที่มาพร้อมกับความน่ารักน่ามองเหมือนทุกทีแล้ว 2 คนนี้ดูเหมือนพี่น้องคนละฝาจริงๆ
ทั้งๆที่คุณอาซาฮินะเลือกใส่เสื้อผ้าแบบผู้ใหญ่ กลับดูเหมือนน้องสาวทั้งๆที่เธออายุมากกว่า

ท่ามกลางคนประหลาดอีก 3 คน พอคุณอาซาฮินะเห็นผม เธอก็ทำท่าทางโล่งอก
และพยักหน้าตอนที่โบกมือให้ผม อา…รู้สึกดีจัง
"มาสายนะ"

ถึงฮารูฮิจะด่าผม แต่ยัยนี่กลับดูมีความสุขยังไงไม่รู้ เหตุผลคงเพราะมือยัยนี่ว่าง
เพราะสมบัติที่เธอเคยหิ้วมาอย่างโทรโข่งกับเก้าอี้ผู้กำกับน่ะ มันอยู่ในเป้ของผมแล้วนี่
"ยังไม่ 9 โมงซะหน่อย"

ผมพูดทั้งหน้าบึ้งๆ ผมมองไปรอบๆเห็นนางาโต้แสดงสีหน้าแบบรูปหล่อเซรามิค
กับโคอิสึมิที่ยิ้มสบายๆ จะว่าไปวันนี้เป็นวันหยุดนะ ทำไมนางาโต้ยังใส่ชุดนักเรียนเหมือนทุกวันอีกล่ะเนี่ย?
แถมโคอิสึมิก็ยังใส่ชุดนักเรียนมาเหมือนกันอีกต่างหาก
"นี่เป็นชุดที่ผมใช้แสดงในหนังน่ะครับ" โคอิสึมิตอบ
"เธอบอกผมเมื่อวานน่ะครับ บทของผมคือ เอสเปอร์ที่แฝงตัวเป็นนักเรียน ม.ปลาย น่ะ"
แกก็เป็นอยู่แล้วนี่หว่า..

ผมวางเป้ที่ยัดกล้องกับอุปกรณ์การถ่ายทำลง และปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก
ฮารูฮิก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นแบบเด็กประถมที่พร้อมจะไปทัศนะศึกษาและพูดออกมาว่า
"เคียวน์นายต้องจ่ายค่าปรับ โทษฐานมาเป็นคนสุดท้าย แต่ตอนนี้ยังไม่ต้อง
เพราะเราต้องขึ้นรถเมล์กันก่อน ฉันจ่ายค่ารถเองเพราะมันเป็นค่าใช้จ่ายของชมรมอยู่แล้ว
แต่พอไปถึงนายต้องเลี้ยงข้าวทุกคนนะ"

หลังจากตัดสินใจตามอำเภอใจเสร็จ ฮารูฮิก็โบกไม้โบกมือ
"ทุกคน ป้ายรถเมล์อยู่ทางนี้ ตามฉันมา"
ตอนนี้ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ปลอกแขนของฮารูฮิเขียนคำว่า "สุดยอดผู้กำกับ"
ท่าทางฮารูฮิจะคิดว่า ตัวเองอยู่เหนือเหล่ายอดผู้กำกับไปแล้ว แน่ใจว่าตัวเองจะสร้างหนังเจ๋งๆได้จริงๆ ?

แต่ยังไงผมก็ขอบอกอีกที ผมคิดว่า การสร้าง "อาซาฮินะ มิคูรุ วิดีโอ สเปเชี่ยล" ต้องสนุกกว่าหนังของฮารูฮิแน่

หลังจากนั่งกระแทกไปกระแทกมาบนรถเมล์กว่า 30 นาที เราก็ลงจากรถที่ตีนเขา ,
แล้วก็ใช้เวลาอีก 30 นาที เพื่อที่จะเดินขึ้นเขาไปอีก…

แล้วเราก็มาถึงสวนสาธารณะบนเขาที่พบเห็นได้ทั่วไปตามชนบท
ซึ่งเป็นที่ๆผมคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยประถมแล้วล่ะ เพราะทุกปีทุกปีพอจะไปทัศนะศึกษาที
เราก็ต้องมาเดินขึ้นเขาที่ใกล้ที่สุดทุกที

แต่มันก็เป็นแค่สวนสาธารณะแค่ในนาม เพราะสิ่งที่สภาเมืองทำก็แค่ถางทางเดินบนเนินเขา
แล้วก็สร้างน้ำพุชึ้นกลางทางแค่นั้นแหละ เป็นที่โล่งๆที่ทำให้ผมได้แต่สงสัยว่า
ทำไมเราต้องปีนขึ้นมาซะสูงแบบนี้ทุกทีด้วยนะ มันน่าจะมีแต่เด็กๆที่ไม่รู้ว่าสิ่งบันเทิงคืออะไรเท่านั้นแหละ
ที่รู้สึกสนุกที่จะมาที่นี่ และคนที่พามาไม่ใช่ใครก็พ่อแม่ของเด็กๆนั่นแหละ

เราใช้น้ำพุที่อยู่ใจกลางพลาซ่าเป้นจุดสตาร์ทพร้อมกับเป็นฐานสำหรับถ่ายทำในวันนี้
สำหรับฮารูฮิที่มามือเปล่าแล้ว ยัยนั่นคงมีพลังเหลือเฟือ ส่วนผมน่ะเหรอ..เกือบเดิน 4 ขาเป็นเจ้าบ๊อกแล้ว
นี่ถ้าไม่ได้แบ่งสมบัติในเป้ให้โคอิสึมิไปซักครึ่งล่ะก็ ผมคงเป็นศพตั้งแต่ทางขึ้นเขาแล้วล่ะ แล้วพอเรามาถึง
สวนสาธารณะ ผมก็นั่งพิงกระเป๋าอุปกรณ์ซึ่งจริงๆก็เป็นเป้หลังเดินทางไกล เพื่อขอสูดลมหายใจซักนิด

"ดื่มนี่หน่อยนะคะ"
มีแก้วพลาสติกอยู่ตรงหน้าผม และคนที่ถามผมก็คือ คุณอาซาฮินะ
"ฉันดื่มไปครึ่งนึงแล้วล่ะค่ะ ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็.."

ถ้าเป็นชาอู่หลงที่นางฟ้าประทานมา รสชาติคงหวานเหมือนมีน้ำอมฤตผสมอยู่อย่างแน่นอน
ไม่เกี่ยวกับว่าเธอจะดื่มมันไปบ้างแล้วหรือเปล่าหรอกนะ แต่ถ้าผมไม่รับไว้ผมคงมีตราบาปอยู่ในใจเป็นแน่
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้แตะต้องก็มีมือมารก็ปัดมือของนางฟ้าออกซะงั้น

ฮารูฮิแย่งชาอู่หลงจากคุณอาซาฮินะและพูดว่า
"ปล่อยหมอนี่ไว้แบบนี้แหละ มิคูรุจังนี่ไม่ใช่เวลามาให้น้ำเจ้าทาสรับใช้นี่ซะหน่อย
ถ้าเราไม่เริ่มถ่ายทำเร็วๆนี้ เดี๋ยวอากาศดีๆก็หมดหรอก เรารีบๆถ่ายทำกันเลยดีกว่า"
ดวงตาของคุณอาซาฮินะเบิกโพลง
"เอ๋ ? ที่นี่เหรอคะ?"
"ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นเราจะมาที่นี่ทำไม?"
"แต่ฉันต้องเปลี่ยนชุดนะคะ .. เราไม่มีห้องเปลี่ยนเสื้อด้วยนะคะ"
"ไม่มีปัญหาหรอกน่า ดูสิรอบๆตัวเรามีที่เพียบเลย"

นิ้วของฮารูฮิชี้ไปที่พุ่มไม้ทึบที่อยู่รอบๆสวนสาธารณะ
"ถ้าเธอไปเปลี่ยนชุดในป่าเนี่ยไม่มีใครเข้าไปดูหรอก นี่แหละห้องเปลี่ยนเสื้อตามธรรมชาติล่ะ รีบๆมาเลย"
"เอ๋---? กรี้ด---ช่วยด้วยค่า---!!"
ก่อนที่ใครจะได้ยื่นมือเข้าช่วย คุณอาซาฮินะก็โดนฮารูฮิลากหายไปในป่าเรียบร้อยแล้ว..

คุณอาซาฮินะกลับมาด้วยชุดสาวเสิร์ฟชุดเดิม มัผมเป็นหางม้าคู่อยู่ด้านหลังของศีรษะ
ดวงตาของเธอดูอายๆเหมือนดอกไม้ป่าที่ขึ้นข้างทาง สีของดวงตาข้างนึงของเธอแปลกๆแฮะ
โดยเฉพาะตาซ้ายสีฟ้าของเธอ เกิดอะไรขึ้นกับดวงตาของเธอล่ะเนี่ย?
"คอนแทกต์เลนส์สีไง"
ฮารูฮิอธิบาย
"การมีสีตาที่ไม่เหมือนกันนี่ล่ะจุดสำคัญ ดูที่เธอสิ ออร่าความลึกลับของเธอเพิ่มขึ้นเยอะเลยใช่มั้ย?
แค่ใช้ลูกเล่นนิดหน่อยก็ได้ผลดีแล้วล่ะ!"

ฮารูฮิจับคางของคุณอาซาฮินะจากทางด้านหลัง และ ใช้มือไต่ที่ใบหน้าของคุณอาซาฮินะต่ออีก
พอโดนฮารูฮิทำแบบนี้ ใบหน้าของคุณอาซาฮินะจึงแสดงออกได้แต่สีหน้ากระอักกระอ่วนเท่านั้นแหละ

"ตาสีฟ้านี้ยังมีความลับด้วยนะ" ฮารูฮิพูด
"เพราะถ้าเราไม่ได้เตรียมเรื่องแบบนี้เอาไว้ ก็คงไม่จำเป็นต้องมีสีตาต่างกันหรอก"

การเห็นคุณอาซาฮินะหอบตัวโยน ท่าทางจะสำคัญน่าดู
"งั้นความลับของคอนแทกต์เลนส์สีนั้นล่ะ?"
"ตอนนี้ยังเป็นความลับอยู่ย่ะ"
ฮารูฮิตอบแบบยิ้มๆ

"นี่มิคูรุจัง จะยืนเหม่อไปถึงไหน? เธอเป็นตัวเอกของเรื่องนะ ความสุดยอดของเธอ
ต้องใช้เพื่อผู้อำนวยการสร้าง และ ผู้กำกับสิ เอ้า! ยืดหลังให้ตรงซะ"
"กรี้ด---!!"
คุณอาซาฮินะส่งเสียงน่าขนลุกออกมา และถูกฮารูฮิบังคับให้ตั้งท่า ต่อมาฮารูฮิก็ให้คุณอาซาฮินะถือปืนของเล่น
"แสดงความรู้สึกของนักฆ่าหญิงซี่ ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเธอมาจากอนาคตจริงๆ"

ฮารูฮิเริ่มจะขอในสิ่งที่ไร้เหตุผลอีกแล้ว แถมคุณอาซาฮินะก็ตั้งใจโพสท์ทุกท่าต่อหน้าผม…
เอ่อ..ต่อหน้ากล้องน่ะแหละ ไม่เห็นจะต้องจริงจังขนาดนี้เลย

ทางด้านฮารูฮิก็แสดงความกระตือรือร้นกับเรื่องนี้มากเกินไปจริงๆ ผมเองก็เคยดูหนังหลายเรื่อง
ที่น่าเบื่อสุดๆ แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่า "ลองให้ทำสิ ฉันทำได้ดีกว่านี้แน่" จากนั้นก็พยายามสร้างหนัง
ด้วยตัวเองหรอก ที่สำคัญผมไม่รู้เลยว่าภาพยนตร์นี่เขาสร้างกันได้ไงด้วย ถึงจะให้ผมถ่ายหนัง
ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ดีกว่าชาวบ้านเขาหรอก

แต่ฮารูฮิเชื่อจริงๆว่า ตัวเองมีพรสวรรค์พอที่จะเป็นผู้กำกับ อย่างน้อยก็เชื่อว่าตัวเองสามารถทำหนัง
ที่ดีกว่าหนังทุนต่ำ เกรด B ที่ฉายหลังเที่ยงคืนแน่ ไปเอาความเชื่อมั่นแบบนั้นมาจากไหนนะ?

ฮารูฮิโบกโทรโข่งสีเหลืองของเธอและตะโกนว่า
"มิคูรุจัง! อย่าแต่เขินสิ ทำตัวสบายๆสิ แทนตัวเองเป็นตัวละครในบทสิ เดี๋ยวจะดีเอง!
ตอนนี้เธอคือนางเอกของเรื่อง..อาซาฮินะ Mikuru นะ!"

..แน่นอนไม่ต้องหาหลักฐานว่าฮารูฮิมั่นใจแค่ไหนหรอก เธอคงเกิดมาพร้อมกับความมั่นแบบสุดๆ
มั่นขนาดโลกยังถูกทำให้ยุ่งเหยิงยังได้เลย ไม่งั้นยัยนี่ไม่สวมปลอกแขนพิลึกๆนั่น พร้อมกับยิ้มอย่างอวดดีได้หรอก

ภายใต้การแนะนำของท่านผู้กำกับฮารูฮิ เราก็เริ่มถ่ายทำที่น่าจดจำ
" ซีน1"

ซีนนี้ก็มีชื่อตามนั้นล่ะ แต่ส่วนที่ผมเกี่ยวข้องก็คือ แบกกล้องและถ่ายหนังตามคุณอาซาฮินะ
ที่วิ่งตัดผ่านพลาซ่า ผมได้ยินว่านี่เป็นฉากเปิดตัวนะ แค่คิดว่าถ้ามีสคริปต์คงดี
แต่ฮารูฮิบอกว่า มันไม่จำเป็น..

"ถ้าบทที่เราเขียนขึ้นหลุดออกไปก็แย่สิ"
นั่นคือ เหตุผลของคุณเธอ ท่าทางฮารูฮิจะเลียนแบบสไตล์การถ่ายหนังแอ็คชั่นของฮ่องกงมาสินะ
(ถ่ายทำไป เขียนบทไป) พูดกันตามตรงตอนนี้ผมเหนื่อยแล้วล่ะ แต่ถ้าเทียบกับคุณอาซาฮินะ
ที่ต้องวิ่งแบบไม่หายใจถือปืน 2 กระบอกในมือแล้ว ทางผมก็ยังไม่แย่เท่าไหร่

ตลอดช่วงที่ถ่ายทำคุณอาซาฮินะต้องวิ่งแกว่งแขนซ้ายขวาไปเรื่อยๆ จนถึง เทค 5 ฦ
พอผู้กำกับให้สัญญาณOK คุณอาซาฮินะก็ทรุดตัวลงนั่งหอบตรงนั้นเลยทีเดียว
"แฮ่ก แฮ่ก"

ฮารูฮิหันไปสั่งนางาโต้ที่ยืนรอมาตลอด โดยเมินคุณอาซาฮินะที่ใช้มือท้าวพื้น
ปรับลมหายใจอยู่เพียงลำพังไปอย่างหน้าตาเฉย

"เราจะถ่ายฉากต่อสู้ระหว่างยูกิกับมิคูรุจัง"
นางาโต้เดินเข้ากล้องในชุดผ้าคลุมดำตัวโปรดของเธอ แต่จริงๆเธอก็แค่ใส่เสื้อคลุมดำทับชุดนักเรียน
และก็ใส่หมวกแม่มดแค่ 2 ชิ้น เลยไม่ต้องโดนลากเข้าไปแต่งตัวในป่า เรียกได้ว่า โชคดีล่ะนะ
แต่ตัวนางาโต้เองก็ดูเป็ยคนที่ไม่ใส่ใจในสถานที่เปลี่ยนชุดอยู่แล้วล่ะนะ
ถ้า 2 คนนี้สลับบทกันเล่นจะเป็นยังไงนะ? ให้นางาโต้เป็นสาวเสิร์ฟ
ส่วนคุณอาซาฮินะเป็นแม่มด คงไม่มีทางเป็นจริงได้หรอก แต่ก็น่าจะดูดีนะ

ฮารูฮิให้คุณอาซาฮินะกับนางาโต้ยืนเผชิญหน้าห่างกัน 3 เมตร
"ฉันอยากให้มิคูรุจังยิงยูกิไม่ยั้งเลยนะ"
"เอ๋?" คุณอาซาฮินะตกใจไม่น้อย เธอสางปอยผมที่ยุ่งเหยิงเพราะวิ่งมาตลอด และพูดว่า
"แต่เราใช้เจ้านี่ยิงใส่คนอื่นไม่ได้นะคะ"
"ไม่ต้องห่วงหรอก ฝีมือระดับมิคูรุจังยิงยังไงก็ไม่โดน และถึงจะยิงเข้าเป้า ยูกิเขาก็หลบได้อยู่แล้ว"

นางาโต้ยืนนิ่งเงียบ ถือคทาที่มีดาวติดอยู่ตรงปลาย

ผมคิดว่า ถึงคุณอาซาฮินะจะยิงนางาโต้แบบปืนจ่อตัว
นางาโต้ก็ยังหลบได้ด้วยความว่องไวกว่าสายฟ้าของเธออยู่ดีแหละ

"งั้นก็…
คุณอาซาฮินะดูตื่นๆกับนางาโต้ เหมือนเด็กเสิร์ฟหน้าใหม่ที่กำลังรายงานเรื่อง
ที่ตัวเองทำจานแตกกับเชฟสุดโหดเลยทีเดียว

"พร้อมแล้ว" นางาโต้ตอบ และเริ่มวาดคทาในมือเป็นวงกลม "ยิงสิ"
"มิคูรุจัง ยูกิเขาบอกว่าพร้อมแล้ว เธอก็ยิงตามใจชอบได้เลย แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ
อย่ายิงปืนทั้ง 2 กระบอกพร้อมกัน ให้ยิงทีละกระบอกต่อๆกัน นั่นเป็นทักษะพื้นฐานนักแม่นปืนคู่นะ"

โคอิสึมิยกแผ่นรีเฟล็กส์ขึ้นเหนือหัว ผมไม่รู้ว่าฮารูฮิไปเอาไอ้นี่มาจากที่ไหน
ป่านนี้ชมรมภาพยนตร์คงไปแจ้งของหายกับตำรวจแล้วมั้ง?
แต่ว่านะ โคอิสึมินายรับบทเป็นพระเอกไม่ใช่เหรอ?

"ผมไม่ค่อยมั่นใจเรื่องการปรับตัวตามบท ตามการถ่ายทำหรอกครับ
งั้นแทนที่จะถูกถ่าย ให้ผมทำแบบนี้ดีกว่า ผมคิดตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะครับ ว่าให้ผมอยู่แค่เบื้องหลังจะได้มั้ยนะ?"
"เหอ?"

คุณอาซาฮินะถือปืนกลจำลองกระบอกหนาๆ และหลับหูหลับตายิงไปเรื่อยๆ
ผมยืนข้างๆถ่ายฉากนี้ลงกล้อง ผมไม่เห็นไม่ค่อยถนัดว่ากระสุนBBพุ่งไปทางไหน
แต่เห็นจากทางนางาโต้ที่ยืนนิ่งโดยไม่มีการหลบหรือป้องกัน ก็แสดงว่ากระสุนไม่เฉียดเธอซักนิด..
หรือนั่นเป็นเวทมนตร์ของเธอ..พอผมจะนึกสงสัยในเรื่องนี้ นางาโต้ก็ยกคทาของเธอช้าๆ
และโบกไปมาอย่างว่องไว ลูกกระสุนก็ตกลงพื้นพร้อมเสียงกรุ้งกริ้ง เธอไม่ได้ใส่แว่น
แต่ความไวของดวงตาเธอเล่นเอาผมทึ่งเลยล่ะ

นางาโต้ไม่เคยละสายตาออกจากปืน ซึ่งปกติเธอไม่ทำอย่างนั้น
สงสัยเธอคงลืมคิดไปว่า "ไม่กระพริบตามันก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ" เพราะเท่าที่เธอทำก็คือ
การเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับผมแล้วถ้านางาโต้จะเดินไม่กระพริบตา
หรือ กระโดดทะลุเพดาน หรือ เคลื่อนไหวในชั่วพริบตาก็ไม่มีอะไรน่าตกใจหรอก

นางาโต้ทำตัวเหมือนที่ปัดน้ำฝนพังๆ วาดคทาของเธอไปเรื่อยๆ
ทุกๆครั้งที่เธอวาดคทาของเธอ กระสุนBBก็จะส่งเสียงกรุ้งกริ้งเมื่อมันตกลงสู่พื้น

แต่ว่านะ..มันดูเป็นฉากต่อสู้ที่พิลึกจริงๆ นางาโต้ก็เอาแต่ยุ่งกับคทาของเธอ
ส่วนคุณอาซาฮินะก็หลับหูหลับตายิงปืนทั้ง 2 กระบอก โดยไม่มีกระสุนโดนฝ่ายตรงข้ามเลยซักนัด
ก็เพราะฮารูฮิสั่งเธอให้ "ยิงไปตามใจชอบ" 2 คนนี้เขาสู้กันแน่หรือเปล่าเนี่ย?
ยัยฮารูฮิก็แสบพอกันไม่เตรียมบทหนังมาเลย

ประโยคที่ผมได้ยินจึงมีแต่เสียงคุณอาซาฮินะร้อง "อ๋า---! ย้าก----! น่ากลัวจังเลย" เท่านั้น…

พอคุณอาซาฮินะยิงกระสุนหมดแมกกาซีน ฮารูฮิก็เอาแต่ใช้โทรโข่งตีไหล่ตัวเอง
ผมเลยลดกล้องในมือลง และเดินไปหาฮารูฮิที่นั่งบนเก้าอี้ผู้กำกับ

"นี่ ฮารูฮิ นี่มันหนังแนวไหนกันแน่? ฉันไม่เห็นเนื้อเรื่องในฉากนี้เลยนะ"
ซูเปอร์ผู้กำกับเหล่มาทางผมและพูดว่า
"ไม่เห็นเป็นไรเลย เพราะฉันตั้งใจจะเอาไปตัดต่อในช่วง Post-Production อยู่แล้วนี่"

แล้วใครจะทำฟะ? ผมหมายถึง ส่วนตัดต่อน่ะ แน่นอนผมพอจำได้ว่า 1 ในหน้าที่ของผมก็มีตัดต่อด้วย

"อย่างน้อยก็มีบทพูดซะหน่อยซี่"
"พอมีปัญหา เราก็แค่ลบเสียงแบ็กกราวด์ และพากย์ทับไปในช่วงตัดต่อสิ
ยังไงเราก็ต้องใส่ซาวด์เอฟเฟ็คกับเพลงประกอบเข้าไปอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องห่วงเอาตอนนี้เลย"

คราวนี้ผมต้องนึกนานหน่อยแล้ว เพราะเรื่องมันอยู่แต่ในหัวเธอนี่หว่า
พวกเราไม่มีช่องให้คิดอะไรอยู่แล้ว.. แต่อย่างน้อยๆต้องมั่นใจว่าการคุกคามทางเพศ
ที่ฮารูฮิทำกับคุณอาซาฮินะจะลดลง พอๆกับที่ไม่ให้ชายอื่นนอกจาผมได้แตะต้องตัวหล่อน
นั่นเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจไว้ และมั่นใจได้ว่าไม่มีใครคัดค้าน ใช่มั้ยทุกคน?

"สำหรับฉากต่อไป! ยูกิโจมตีกลับ ยูกิใช้เวทมนตร์ของเธอ โจมตีมิคูรุจังด้วยพลังทั้งหมดเลย"
นางาโต้ไม่ได้ขยับตัว เพียงแต่ชำเลืองตามองผมจากใต้หมวกแม่มด
และขยับหัวในองศาที่มีแต่ผมเท่านั้นจึงจะสังเกต ผมว่านางาโต้คงอยากจะถามผมว่า "ทำได้แน่นะ?"

คำตอบคือ "ไม่" อยู่แล้วล่ะ ผมไม่มีทางยอมให้ใครมาทำร้ายคุณอาซาฮินะอยู่แล้วล่ะ
ช่างหัวเวทมนตร์เหอะ ดูคุณอาซาฮินะสิตัวสั่นจนหน้าซีดอยู่ตั้งนานแล้วนา

ท่าทางผมจะสื่อสารกับนางาโต้รู้เรื่องนะ เธอไม่ได้พูดอะไรและยกคทาขึ้นมาแล้วก็วาดมันไปมา
เหมือนคนดูเขย่าแท่งฟูลออเรสเซนส์ตอนดูคอนเสิร์ตยังไงยังงั้น

"ช่างมันเถอะ" ฮารูฮิพูด "เดี๋ยวฉันไปเพิ่มเอฟเฟ็คเอาทีหลังก็ได้
เคียวน์นายช่วยจำว่าในช่วงตัดต่อ ต้องสร้างเอฟเฟ็คประมาณมีแสงพุ่งออกมาจากคทาของยูกิด้วยนะ"

แล้วฉันจะรู้วิธีทำเอฟเฟ็คพวกนั้นได้ไงฟะ? ถ้าเรายืมตัวผู้ช่วยมาจากILM (ทีมสร้างอฟเฟ็คของ จอร์จ ลูคัส)ได้
ก็ว่าไปอย่าง

"มิคูรุจังร้องแบบกำลังเจ็บปวด และก็ล้มอย่างทุรนทุรายซิ"
คุณอาซาฮินะลังเลอยู่แป๊บนึง แล้วเธอก็ร้อง "อ๋า" แล้วก็ล้มไปข้างหน้าเอาลงหน้าลง
พร้อมๆกับยกแขนขึ้น นางาโต้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆเธอ ดูเหมือนยมทูตที่จะมารับวิญญาณของคุณอาซาฮินะไป
ผมถ่ายซีนนี้ได้ในขณะที่โคอิสึมิยืนยกรีเฟล็กซ์อยู่ข้างๆผมเป็นจังหวะที่ดีมาก
แต่สายตาของพวกญี่ปุ่นมุงที่ล้อมๆพวกเราเนี่ย มันเจ็บจี้ดเหมือนเอาเข็มทิ่มหลังผมเลยนะเนี่ย..

แล้วฮารูฮิก็กรุณาให้พวกเราได้พักกันบ้าง พวกเราทุกคนก็เลยนั่งพักเหนื่อยบนพื้นด้วยกัน
ฮารูฮิกรอเทปที่ผมพึ่งถ่ายและเล่นดูอีกที บ่นอะไรซักอย่างกับตัวเองหร้อมทำหน้าลำบากใจไปด้วย

มีเด็ก 2-3 คนวิ่งเข้ามาที่คุณอาซาฮินะกับนางาโต้แล้วก็ถามว่า "พี่ๆถ่ายรายการอะไรอยู่อ่ะ?"
คุณอาซาฮินะทำได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ และพยักหน้านิดหน่อย ส่วนนางาโต้เมินเด็กๆ
และทำตัวกลมกลืนไปสภาพแวดล้อมซะงั้น

ตั้งแต่ต้นจนจบฮารูฮิไม่เคยอธิบายว่า ซีนที่จะถ่าย มันจะเริ่มยังไง จบตรงไหนเลยซักนิด
ผมเลยยิ่งมึนตึ้บ เมื่อได้ยินคุณซูเปอร์ผู้กำกับบอกว่า ฉากที่เราจะถ่ายต่อไปคือ ศาลเจ้าใกล้ๆ
เวลาพักหมดแล้วเหรอเนี่ย?

"ที่นั่นมีนกพิราบน่ะ"
ฮารูฮิบอกแบบนั้น
"เราต้องใช้ฉากที่มิคูรุจังวิ่งแล้วมีนกพิราบบินเป็นฉากหลัง
ถ้าทำได้ฉันอยากให้นกพิราบเป็นสีขาว แต่คงจะเลือกมากไม่ได้ล่ะนะ"

ก็คือ ไปเดินหานกพิราบแถวๆนี้สินะ ฮารูฮิคล้องแขนตัวเองเข้ากับแขนของคุณอาซาฮินะ
ที่เหนิ่อยจนจะหมดแรงอยู่แล้ว (สงสัยกันคุณอาซาฮินะหนีสินะ) แล้วก็เดินผ่านสวนสาธารณะ
ไปยังถนนหลัก ผมกับโคอิสึมิขนอุปกรณ์เดินตามพวกฮารูฮิไปเหมือนกับพวกลูกหาบ
ที่เขาจ้างให้แบกของตามทีมถ่ายทำสารคดีประมาณนั้นเลย

เรามาถึงศาลเจ้าใหญ่โตที่ตั้งอยู่กลางภูเขา ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ผมมาก็ตอนทัศนะศึกษาสมัยประถมโน่น

ฮารูฮิยืนหน้าป้าย "ห้ามให้อาหารนกพิราบ" แล้วก็เริ่มโยนขนมปังกรอบไปรอบๆ
เหมือนคุณลุงดอกไม้บานที่โปรยผงอะไรซักอย่างอะไรซักอย่างให้ต้นไม้เหี่ยวเฉา
มีดอกไม้บานอีกครั้ง…ผมพูดได้อย่างเดียว สงสัยยัยนี่จะอ่านหนังสือไม่ออก

หลังจากโปรยจนแทบจะกลบพื้นดิน นกพิราบฝูงใหญ่ก็ลงมารุมทึ้งขนมปังกันยกใหญ่
ศาลเจ้าก็เลยเต็มไปด้วยขนนก ซึ่งรู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ คุณอาซาฮินะเดินตามคำแนะนำ
และยืนกลางทะเลนกพิราบ ส่วนผมที่ยืนอยู่หน้าสาวเสิร์ฟคนนี้ก็ถ่ายเห็นขาของเธอ
โดนจิกจากกองทัพจะงอยปากนก ปากของคุณอาซาฮินะเลยขยับไปมาแบบน็อนสต็อปไปด้วย
ผมควรจะทำยังไงดีเนี่ย?

ฮารูฮิยืนอยู่นอกกล้องถือปืนที่คุณอาซาฮินะใช้ และปิดเซฟตี้ของปืน ก่อนที่ผมจะรู้ตัว
จู่ๆ ฮารูฮิก็ยิงไปแถวๆรอบขาคุณอาซาฮินะซะงั้น
"ว้าย----"

สีหน้าหวาดกลัวของคุณอาซาฮินะสมจริงมาก ผมไม่เคยเห็นเธอแสดงสีหน้าแบบนี้เลยแฮะ
แล้วก็การกระทำไร้สติของฮารูฮิก็แรงพอจะทำให้องค์กรคุ้มครองสัตว์โลกต้องร้อนก้นแน่
สัญลักษณ์แห่งสันติภาพตอนนี้เลยตาถลนและบินหนีออกไปด้วยความกลัว

"นี่ล่ะ! นี่แหละฉากที่ฉันอยากได้ เคียวน์เก็บภาพไว้ให้ได้นะ!!"
กล้องยังทำงานอยู่ แบบนี้ก็น่าจะโอเคสินะ ส่วนคุณอาซาฮินะนั่งยองๆ
และเอามือปิดหัวตัวเองอยู่ท่ามกลางกองทัพของเหล่าพิราบเวหา

"มิคูรุจัง จะนั่งทำอะไรเล่า? เธอต้องใช้พวกนกพิราบบินเป็นฉากหลัง
และวิ่งมาทางนี้ รีบลุกขึ้นเร็วๆเข้า!!"

ท่าทางไม่ใช่เวลามาอ้อยอิ่งถ่ายหนังแล้ว แทนที่จะเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรฯ
ตาลุงคนนึงที่น่าจะเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าวิ่งปรี่ออกมาจากหลังศาลเจ้า เขาใส่ชุดฮากามะที่ทำให้ดูออกว่า
น่าจะเป็นพวกนักบวชน่ะนะ ผมน่ะเตรียมโดนลุงนั่นด่าแล้ว แต่ตอนนั้นเอง ฮารูฮิก็งัดอาวุธลับขึ้นมาโดยไม่ลังเล

ยัยนั่นยิงปืนCZ (หรือ SIG ก็ไม่รู้)ของเล่นใส่ลุงคนนั้น แล้วผมก็ได้เห็นภาพของนักบวช (ล่ะมั้ง?)
คนนั้นเต้นแบบน็อนสต็อปบนพื้นร้อนวูบวาบ คราวนี้เราโดนสมาคมพิทักษ์คนชราเฉ่งเอาแทนแน่

"ถอนตัว!"

ฮารูฮิตะโกนพร้อมกับวิ่งโลด ส่วนนางาโต้ไม่รู้ว่าเธอเผ่นไปตอนไหน แต่ตอนนี้เธอไปรอเรา
หน้าเสาโทริอิหน้าศาลเจ้าเรียบร้อยแล้ว ส่วนคุณอาซาฮินะนี่คงหนีไม่ทันแน่
โคอิสึมิกับผมหิ้วแขนเธอคนละข้าง และ กระเตงเธอหนีไปพร้อมกับอุปกรณ์
ขนาดผู้กำกับยังเผ่นแน่บไปแล้ว จะปล่อยให้นางเอกของเราเป็นแพะรับบาปก็คงไม่เหมาะล่ะนะ

(จบบทที่ 3 ส่วนที่ 1)
------------------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปอ่าน บทนำ | บทที่ 1(ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) | บทที่ 2 (ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3)

-----------------------------------------------------------------------------------------------
สารจากสิบโท
เริ่มบทที่ 3 เหมือนเริ่มภารกิจใหม่ ขอให้สนุกกับเบื้องหลังการถ่ายทำวันแรกได้แล้วครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอก็อบไปอ่านนะครับ

#1 By ۞ RECCA۞ on 2006-10-01 23:43

อ่านตอนนี้จบแล้วทำเอาผมอยากดูอนิเมตอน0ขึ้นมาอีกรอบแฮะ
เบี้องหลังการถ่ายทำมันดูน่าสนุกกว่าตัวหนังจริงๆด้วยสินะ

#2 By Adam_Walker : 定めの戦士 on 2006-10-02 02:34

ฮารุอิโหดฉิบ ยิงพระ(?)เฉยเลย

ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะครับ

#3 By TorRus (61.47.116.188) on 2006-10-02 09:11

ตอน 3 ก็ยังฮาเช่นเดิม นางาโต้ซัง มีหันมายืนยันเรื่องคำสั่งของ ฮารุฮิ กับ kyon ด้วย เหอๆๆ (นางาโต้ซัง ถ้าเธอลุยใส่ มิคุรุจัง ด้วยพลังที่แท้จริงละก็ มิคุรุจัง จะเอาอะไรไปสู้กับเธอละ )

ความจริงแล้ว หนังเรื่องนี้อาจจะทำเอฟเฟค(ส่วนที่นอกเหนือจากที่พระเจ้าของพวกเราจัดการไปแล้ว )ออกมาได้ดีกว่านี้ ถ้าให้ นางาโต้ซัง มาเป็นฝ่ายสเปเชียลเอฟเฟค อาจจะสมจริงกว่าทีมงานของ จอร์จ ลูคัส เลยก็ได้ เหอๆๆ

(ฉากสุดท้ายของตอนนี้.... ไม่รู้จะพูดไงดีเฮะ) อืมม ฮารุฮิ เธอยิงปืนแม่นนะ..... อย่างน้อยก็ตั้งใจเล็งไปที่พื้นใช่ไหม

#4 By zoung (124.120.12.185) on 2006-10-02 10:19

ที่เคียวออนพูดว่า ผมไม่ยอมให้ใครแตะต้องตัวคุณอาซาฮินะเป็นคนแรกนอกจากผม คงไม่มีใครค้านใช่มั้ยครับ

ฉันว่าอย่างน้อยคนอ่านมากกว่าครึ่ง คงค้านละนะเคียวออน(ถ้าไม่ใช่ยูกิกับสึริยะ อยากทำอะไรก็ทำไปเหอะเคียวออน)

แต่พระเจ้าของเรานี่ทำได้ทุกอย่างจริงๆแฮะ ปืน(ถึงจะของเล่น)แต่จะยิงแม่นขนาดแค่พื้นรอบๆที่นักบวชยืนอยู่นี่ก็ต้องใช้ฝีมือเหมือนกันนะ ถ้าเป็นเคียวออนก็สอยโดนนักบวชไปแล้วละ

เคียวออนเอย ไม่ต้องห่วงหรอกที่พวกนายทำน่ะมันแจ้งตำรวจจับได้แล้วละ(ถ้าจะมีตำรวจกล้ามาหาเรื่องกับพระเจ้าของเรานะ)

#5 By wingaura (61.47.88.189) on 2006-10-02 12:56

ฮารุฮิยิงพระผิดศีลมั้ยครับเนี่ย
แต่คงไม่เป็นไรเนอะเพราะเป็นพระเจ้านี่นา

#6 By |-KID-| on 2006-10-02 15:21

พระเจ้า...........ยิงพระเลยึเนี่ย.....แต่ก็พระเจ้านี่นะ...งิงิ

#7 By motosuva (125.25.6.34) on 2006-10-02 16:54

พระเจ้าฮารุฮิก็ยังเป็นเหมือนเช่นทุกวันทำอะไรไม่เคยสนใจสายตาชาวบ้านตามเคย สุดท้ายคนที่ซวยก็ไม่พ้นเคียว์กะมิคุรุจังซักครั้ง เกี่ยวกับตอนศูนย์ ตอนแรกที่ดูก็รู้สึกแปลกๆจิงๆนั้นแหละแต่พอตอนท้ายของตอนถึงได้รู้ว่าเป็นหนังของชมรม(?)ว่าแต่อีกนานม่ะครับเคียวถึงจะไปเก็บชามิเซ็นมาน่ะอยากรู้จิงๆ
ขอบคุณมากครับ

#8 By OricaOswold (71.103.76.220) on 2006-10-12 09:47

หนุกนาน น มาก แต่ ตอน หลัง ๆ อ่น แบบ eng แปลแล้ว งง

ไม่ได้ เร่งนะ นะ แต่ อยาก อ่น เร็ว ๆ จัง T_T เป็น กำลังใจให้ คน แปล นะ ค๊ะ

#9 By ชอบจัง (202.28.27.3 /202.28.25.71) on 2006-10-14 11:26