นิยายแปลไทย The Sighs of Suzumiya Haruhi บทที่2 ส่วนที่ 3 (จบบท)
posted on 20 Sep 2006 14:28 by overtime in Novel, Suzumiya-Haruhiสึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ บทที่ 2 (ส่วนที่ 3/จบบท)
----แปล&เรียบเรียงเป็นภาษาไทย : สิบโทเคโรโระ ณ overtime blog
"จะ..เจ้าของร้านนี้ เอ่อ..เป็นคนกว้างขวางใจดี ร้านนี้เปิดโดยคุณปู่ของคุณเอจิโร่ เจ้าของร้านนี้
ร้านนี้ขายทุกอย่างตั้งแต่ถ่ายไฟฉายยันตู้เย็น เอ่อแล้วก็"
สาวเสิร์ฟยิ้มแห้งๆ และพยายามเต็มที่ที่จะอ่านบทพูด ส่วนนางาโต้ก็ยืนข้างๆคุณอาซาฮินะ
ในมือถือป้ายที่อ่านว่า "ร้านไฟฟ้าโอโมริ"
ส่วนผมก็กำลังมองภาพของทั้ง 2 คน ผ่านช่องมองบนตัวกล้องวิดีโอของผมอยู่
คุณอาซาฮินะยิ้มเซ่อๆซ่าๆ ยืนถือไมโครโฟนที่ไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ
โคอิสึมิยืนข้างผมพร้อมส่งรอยยิ้มน่าคลื่นไส้ พร้อมถือกระดาษแผ่นโตที่มีบทพูดเขียนอยู่บนนั้น
แผ่นกระดาษที่ว่าจริงๆก็คือ สมุดวาดเขียนที่ฮารูฮิเขียนบทขึ้นมาเมื่อซักพักก่อนนี้เอง
โคอิสึมิพลิกหน้ากระดาษวาดเขียนโดยสัมพันธ์กับความเร็วในการอ่านของคุณอาซาฮินะ
พวกเรายืนนอกร้านแถวๆหน้าประตูร้านเครื่องไฟฟ้า ซึ่งอยู่ใจกลางของย่านร้านค้าพอดิบพอดี
ฮารูฮินั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ผู้กำกับทำหน้าบึ้งในการแสดงของคุณอาซาฮินะ
"OK คัต"
ฮารูฮิฟาดโทรโข่งไปที่ฝ่ามือของตัวเองและพูดว่า
"เมื่อกี้มันไร้อารมณ์มากๆเลยนะ ทำไมเธอถึงแสดงไม่ได้เลยล่ะ? แค่พูดว่า "นี่แหล่ะ" ยังไม่ได้อารมณ์เลยนะ"
ฮารูฮิพูดไปกัดเล็บไป
ทุกคนอึ้งไปหมด ผมหยุดอัดเทป คุณอาซาฮินะที่กำไมโครโฟนก็หยุดสิ่งที่เธอทำอยู่
ส่วนนางาโต้ก็ไร้อารมณ์มาตั้งแต่แรกแล้ว พอๆกับโคอิสึมิที่ยิ้มไม่รู้จักหุบมาตั้งแต่ยังไม่เริ่มถ่าย
คนเดินถนนที่เดินอยู่ในย่านร้านค้าตอนนี้ ก็มามุงอยู่ข้างหลังเราตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"มิคูรุจัง การแสดงอารมณ์ของเธอมันทื่อมากๆ เธอต้องยิ้มเป็นธรรมชาติออกจากก้นบึ้งของหัวใจเลยสิ
นึกถึงเรื่องที่มีความสุขสิ ตอนนี้เธอไม่มีความสุขเลยหรือไง? เธอน่ะถูกเลือกให้เป็นนางเองนะ!
ในชีวิตไม่มีอะไรที่มีความสุขมากกว่านี้อีกแล้ว"
ผมอยากบอกยัยเบื้อกนี่จริงๆ หยุดบ้าได้แล้ว!
ถ้าให้ผมย่อบทสนนทนาระหว่างฮารูฮิกับเจ้าของร้านเมทื่อวันก่อนภายใน 2 บรรทัดล่ะก็
ผมคิดว่ามันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ
"ในระหว่างการถ่ายทำ เราจะถ่ายโฆษณา ให้ร้านนี้ด้วยค่ะ งั้นให้เรายืมกล้องหน่อยได้มั้ยคะ?"
"ได้สิ ไม่มีปัญหา"
ท่าทางเจ้าของร้านจะหลงเชื่อคำหวานของฮารูฮิไปเรียบร้อยแล้ว
ฮารูฮิก็บ้าพอกันที่จะยัดโฆษณาใส่ลงในภาพยนตร์
ผมไม่เคยเห็นหนังเรื่องไหนมีนางเอกมาโฆษณาสินค้าในหนังเลย
ถ้ามันเป็นแค่ถ่ายร้านเป็นฉากหลังหรือวางสินค้าปะปนมาในหนังผมคงไม่มีปัญหาอะไร
แต่ตอนนี้เรากลับมานั่งถ่ายโฆษณาแทนที่จะถ่ายหนัง มันก็ออกจะ
"ฉันรู้น่า.."
จู่ๆ ฮารูฮิก็ตะโกน ว่าแต่เธอรู้อะไรมิทราบ?
"มันก็แค่รู้สึกแปลกๆที่จะเห็นสาวเสิร์ฟออกมาจากร้านเครื่องไฟฟ้า"
บางทีคงเป็นเพราะชุดที่เธอเลือกล่ะมั้ง?
"โคอิสึมิคุง ขอถุงหน่อย ใบที่เล็กที่สุดน่ะ"
ฮารูฮิรับถุงกระดาษจากโคอิสึมิ แล้วก็จับมือคุณอาซาฮินะลากไปที่หน้าร้าน
"ผู้จัดการคะ มีที่ไหนพอจะเปลี่ยนชุดได้มั้ยคะ? ที่ไหนก็ได้ค่ะ เอาห้องอาบน้ำก็ได้ค่ะ
จริงเหรอคะ? งั้นขอใช้ห้องเก็บสินค้านะคะ"
ไม่มีการรอช้า ฮารูฮิลากคุณอาซาฮินะหายเข้าไปในร้าน
คุณอาซาฮินะผู้น่าสงสารไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้าน ได้แต่ยอมปล่อยตามบุญตามกรรมตามแรงบ้าของฮารูฮิ
ไม่แน่นะคุณอาซาฮินะอาจพร้อมทำอะไรก็ได้ตามแต่ฮารูฮิสั่ง ขอแค่ให้ได้ถอดชุดนี้ก็พอ
โคอิสึมิ,นางาโต้ และผมถูกปล่อยให้รอเฉยๆหน้าร้าน
นางาโต้ยังใส่ชุดดำของเธอ และยังยกป้ายโฆษณาอยู่ พร้อมๆกับมองกล้องอยู่แบบนั้น
ผมทึ่งที่เธอไม่รู้สึกเมื่อยแขนแม้แต่นิดเดียว
โคอิสึมิยิ้มอ่อนโยนมาทางผม
"ท่าทาง จะยังไม่ถึงคิวแสดงของผมนะ ผมแค่ร่วมกับกิจกรรมของห้อง
เพราะเพื่อนๆโหวตเข้ามา , แค่จำบทพูดทั้งหมดก็เหนื่อยแล้วล่ะครับ
ผมก็เลยหวังนิดหน่อยว่าบทที่ผมเล่นในเรื่องนี้ คงไม่ต้องพูดเยอะ
เอางี้มั้ยครับ ทำไมคุณไม่ลองเล่นเป็นพระเอกดูบ้างล่ะครับ?"
ฮารูฮิเป็นคนคัดตัวแสดงนะ นายคงต้องไปถามยัยนั่นแล้วล่ะ
"คุณคิดว่าผมจะสามารถทำภารกิจเสี่ยงตายแบนนั้นได้เหรอครับ?
แค่คิดว่านักแสดงไปบอกผู้อำนวยการสร้างกับผู้กำกับว่าควรจะทำยังไงถึงจะดี
ผมยังนึกไม่ออกเลย แถมคำสั่งของคุณสึซึมิยะยังเป็นประกาศิตซะอีก
ผมยังไม่อยากนึกเลยว่า คุณสึซึมิยะเธอจะแก้เผ็ดผมยังไงถ้าผมไปขอเธอจริงๆน่ะ
เออ ฉันก็ไม่อยากเฟ้ย นายจะบอกว่าเพราะฉันเป็นตากล้องเลยขอยัยนั่นได้หรือไง?
อีกอย่างนี่เรายังไม่ได้เริ่มถ่ายหนังเลยนะ เราแค่มาถ่ายโฆษณาร้านค้าในพื้นที่
จะทำอะไรทีมันก็ต้องมีข้อจำกัดบ้างล่ะนะ
ตอนนี้ผมเดาว่าที่หลังร้านก็กำลังแสดงฉากที่ไม่ควรดูอยู่แหง
ผมนึกสีหน้ายัยฮารูฮิตอนที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของคุณอาซาฮินะที่ไม่มีทางสู้ออกทันที
ผมล่ะอยากรู้จังว่า งวดนี้ฮารูฮิจะเอาอะไรให้คุณอาซาฮินะสวม แต่มาคิดดีๆอีกที
ทำไมยัยนี่ไม่ใส่ซะเองนะ? หุ่นของฮารูฮิก็น่ามองพอๆกับคุณอาซาฮินะอยู่แล้ว
ไหงยัยนั่นไม่เคยคิดว่าจะแสดงหนังด้วยตัวเองบ้างนะ?
"รอนานมั้ย?"
ถ้าจะให้พูดถึง 2 สาวที่พึ่งเดินออกมาจากร้าน ฮารูฮิก็ยังใส่ชุดนักเรียนอยู่
แต่พอมองไปที่อีกสาวแล้วก็ทำให้ความทรงจำของผมหวนคืนมาทันทีทันใด
นี่มันผ่านมา 6 เดือนแล้วเหรอเนี่ย? เวลาผ่านไปไวยังกับโกหก เรื่องต่างๆเกิดขึ้นมากมาย
ทัวร์นาเมนต์เบสบอลสมัครเล่น , แมนชั่นบนเกาะโดดเดี่ยว ..
พอนึกขึ้นมาตอนนี้มันมีแต่ความทรงจำที่ดี..มันเป็นแบบนี้ได้ยังไงน่ะเหรอ?
นั่นก็เพราะคุณอาซาฮินะได้ใส่ชุดเปิดตัวของเธอไงล่ะ ก็เจ้าชุดที่ทำให้คุณอาซาฮินะ กับฮารูฮิ
กลายเป็นที่โจษจันในโรงเรียนแทบจะทันที และก็เป็นชุดที่สร้างแผลใจกับคุณอาซาฮินะมากที่สุดอีกด้วย
เอ่อ..ถ้าคุณนึกไม่ออก ตอนนี้ก็มีบันนี่เกิร์ลหน้าแดงแป๊ดพร้อมกับมีน้ำในตา
เดินตามหลังฮารูฮิอย่างอายๆ ไปพร้อมกับหูกระต่ายที่ขยับไปมาบนศีรษะเธอ
"นี่ล่ะ เพอร์เฟ็คแล้ว ชุดบันนี่เกิร์ลเอามาใช้โฆษณาได้ดีกว่าจริงๆนะ"
ฮารูฮิพูดจากำกวมไปมองคุณอาซาฮินะไป แล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ
แต่คุณอาซาฮินะกลับดูชอกช้ำ เหมือนกับว่าครึ่งหนึ่งของวิญญาณเธอ
กำลังออกมาทางปากสีชมพูระเรื่อของเธออยู่งั้นแหละ
"มิคูรุจัง มาเริ่มใหม่อีกที ฉันเชื่อว่า เธอจำบทพูดได้แล้วล่ะ เคียวน์เดินเทปได้"
ใครจะไปมีอารมณ์นั่งฟังคุณอาซาฮินะที่ใส่ชุดแบบนี้กันล่ะ?
พอหนังเรื่องนี้ฉายผมว่าคนดูคงจะไปสนใจบันนี่เกิร์ลที่แสดงโดยคุณอาซาฮินะแหง
คงเป็นเรื่องดีถ้าจอหนังจะไม่ถูกเผาด้วยสายตาอันเร่าร้อนจากไฟราคะของผู้ชมไปซะก่อนล่ะนะ
" เอ้า เทค 2"
ฮารูฮิพูดเสียงดังและตบโทรโข่งลงอย่างแรง
ในที่สุดการถ่ายทำโฆษณาหน้าร้านเครื่องไฟฟ้า ที่แสดงนำโดยคุณอาซาฮินะผู้ยิ้มไปร้องไห้ไป
เพราะถูกยัยฮารูฮิปั่นหัวก็จบลง รวมๆแล้วผมรู้สึกเหมือนดูคู่มวยปล้ำ
ระหว่างนักมวยปล้ำต่างชาติโดนฝ่ายอธรรมกลั่นแกล้งที่เหมือนๆกันทุกเทปเลยล่ะนะ
แต่ดูเหมือนเรื่องมันจะยังไม่จบ ผมเพิ่งนึกออกว่า งวดก่อนเราก็ไปแวะอีกร้านด้วยนี่
แบบนี้ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่า ยัยฮารูฮิคงคิดเรื่องถ่ายโฆษณาของร้านนั้นด้วยแหงๆ
ในระหว่างที่โดนฮารูฮิลากไปตามย่านร้านค้า คุณอาซาฮินะก็ส่งเสียง
"อ๋า---" และ "ว้าย--!!" อย่างน่าเอ็นดูไปตลอดทาง
ส่วนนางาโต้ก็เดินตามหลังผมกับโคอิสึมิมาอย่างช้าๆ
เหมือนกับวิญญาณพยาบาทในสีหน้าเรียบเฉยประมาณนั้นเลยล่ะ
ผมวางเสื้อนอกของผมบนหลังอันเปลือยเปล่าของคุณอาซาฮินะเพื่อจะปลอบใจเธอ
แต่ไปๆมาๆก็ยิ่งเป็นการเพิ่มจำนวนคนดูไปซะงั้น ในที่สุดคนที่มีรสนิยมแปลกๆ
ก็มารวมตัวกันให้เพียบ แต่ขอออกตัวก่อนเลยนะ นี่ไม่ใช่รสนิยมผมซักนิด
และเราก็ไปร้านโมเดลเป็นร้านที่ 2 แล้วก็ทำซ้ำแบบร้านเมื่อกี้เด๊ะ
ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของญี่ปุ่นมุงแล้ว เมื่อผมมองผ่านเลนส์กล้องวิดีโอ
ก็เห็นคุณอาซาฮินะเขาดูฟูมฟายมากขึ้นไปอีก
"ระร้านขายโมเดลร้านนี้เปิดโดย คุณยามัตสึจิ เคจิอายุ 28 ปี
ผู้ที่ไม่สนใจคำทัดทานของคุณพ่อคุณแม่ และหยุดชีวิตของหนุ่มออฟฟิศ
เพื่อจะทำความฝันให้เป็นจริงแต่ว่ายอดขายไม่ได้พุ่งอย่างที่ตั้งใจไว้
ยอดขายของครึ่งปีแรกของปีนี้มีแค่ 80% ของปีที่แล้ว และกราฟยอดขาย
ก็หล่นลงไปทางมุมขวาล่างของชาร์ตแล้วล่ะค่ะ ช่วยมาที่ร้านและจับจ่ายกันบ้างเถอะค่ะ"
ที่คุณอาซาฮินะพูดๆมาเนี่ย ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเล้ย แน่ใจนะว่าคุณยามัตสึจิ เจ้าของร้าน
เขาเห็นดีเห็นงามกับโฆษณาตัวนี้? เพราะผมว่า เขาคงต้องสลดมากกว่านี้แน่
ก็ใครเขาจะทำตามที่เด็กม.ปลายพูดเรื่องแบบนี้กันเล่า?
ตอนนี้บันนี่เกิร์ลถูกยัดเยียดให้ถือปืนไรเฟิ่ลของเล่น และชี้ปืนไปด้านหน้า
"กรุณาอย่าเล็งเจ้านี่ใส่คนอื่นนะคะ ช่วยลองยิงกับกระป๋องเปล่าแทนนะคะ"
นางาโต้ยืนหน้าตาเฉยอยู่ด้านหลัง ถือป้ายพลาสติกที่เขียนว่า "ร้านของเล่นยามัตสึจิ"
ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเอาซะเลย ทั้งๆที่อาซาฮินะ เรียวโกะดูมีอารมณ์เหมือนคนธรรมดาแท้ๆ
นี่คงหมายความว่า พวกฮิวมานอยด์ อินเตอร์เฟสที่เอเลี่ยนสร้างน่ะ ไม่ได้เหมือนหุ่นยนต์ไปซะทั้งหมดสินะ
ผมคิดว่านางาโต้คงแค่ปฏิบัติตัวไปแบบทื่อๆ เพราะเธอคงถูก Set ให้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วมากกว่า
ตอนนี้คุณอาซาฮินะเล็งปืนไรเฟิ่ลไปที่กระป๋องเปล่าที่วางบนพื้นและยิงใส่มัน
"อ๊า..ฉันคิดว่าถ้าโดนยิงคงเจ็บนะคะ อ๋า----!!"
คุณอาซาฮินะตะโกนอย่างอายๆ ก็เพราะไอ้ที่เธอเล็งยิงไปที่กระป๋องอะลูมิเนียมน่ะ
กว่าจะยิงโดน ทิศทางกระสุนก็เล่นเอาคนดูแตกตื่นกันไปทั่ว
ผมว่าเปอร์เซ็นต์ยิงถูกของเธอคงมีแค่ 1 % ล่ะมั้งเนี่ย?
ดูไปดูมา ผมรู้สึกว่าการถ่ายทำทุกฉากลงในกล้องDV นี่มันเสียของจริงๆ
ผมน่ะรู้สึกเสียใจกับทั้งคุณอาซาฮินะ และก็คนที่ออกแบบกล้องจริงๆ
ก็กล้องนี่คงไม่ได้ออกแบบมาให้ถ่ายฉากงี่เง่าๆแบบนี้ซะหน่อย
แล้ววันนี้ก็จบลงที่การถ่ายทำโฆษณาโง่ๆนี่จนเสร็จล่ะนะ
พวกเราก็เลยกลับไปที่โรงเรียนก่อน เพื่อจะฟังประกาศจากฮารูฮิถึงกำหนดการถ่ายทำต่อไป
"ในฐานที่วันพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด ทุกคนควรจะมาให้เช้าๆเลย
เราจะเจอกันที่สถานีคิตางูจิตอน 9 โมงเช้า ได้ยินแล้วนะ"
เอ่อแค่โฆษณาตัวเดียวยังยาวตั้ง 15 นาที แล้วหนังมันจะยาวแค่ไหนกันล่ะเนี่ย?
คงไม่มีใครยอมดูหนังยาว 3 ชั่วโมงได้จบในวันงานโรงเรียนหรอกนะ
และผมก็ไม่รู้สึกยินดีกับการนั่งขายตั๋วทั้งวันเหมือนกันแหละ
ผมลองมานึกดู คุณอาซาฮินะเขาจะเศร้าแค่ไหนนะ?
เธอขึ้นรถไฟมาในชุดสาวเสิร์ฟและกลับด้วยชุดบันนี่เกิร์ล
ตอนนี้ก็เปลี่ยนกลับไปใส่ชุดนักเรียนตามเดิมแล้วก็ฟุบที่โต๊ะยาวท่าทางเพลียสุดๆ
พูดง่ายๆนางเอกของเราหลับระหว่างการถ่ายทำซะแล้ว
ผมดื่มชาเก็นไมที่โคอิสึมิชงให้แทนคุณอาซาฮินะที่ยังฟุบอยู่จนหมดถ้วยแล้วก็พูดว่า
"ฮารูฮิ เธอไม่คิดจะหาชุดอื่นให้คุณอาซาฮินะใส่เหรอ?
มันไม่มีชุดที่ใช้ในการต่อสู้ที่เหมาะกว่านี้หรือไง? อย่างชุดทหารหรือชุดพรางพวกนั้นน่ะ"
ฮารูฮิวาดไม้คอนดักต์ที่มีดาวติดตรงปลายและพูดว่า
"จะสวมชุดพวกนั้นไปทำไม? การที่ให้ใส่ชุดสาวเสิร์ฟก็แค่ทำให้คนดูร้อง
"โอ้---!!" จุดสำคัญคือการจับใจคนดูต่างหากล่ะ นี่ล่ะที่เขาเรียกว่า "คอนเซ็ปต์" ล่ะ
ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่ายัยนี่เข้าใจไอ้สิ่งที่เรียกว่า คอนเซ็ปต์กับเขาจริงๆหรือเปล่า?
สิ่งที่ผมทำได้คงมีการถอนหายใจล่ะนะ
"ช่างเหอะ..เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ทำไมตัวเอกหญิงของเราต้องกำหนดให้มาจากอนาคตด้วยล่ะ?
ฉันไม่เห็นว่ามันจะทำให้เนื้อเรื่องมันแตกต่างกันตรงไหนเลย"
คุณอาซาฮินะที่นั่งฟุบที่โต๊ะสะดุ้งเล็กน้อย แต่ฮารูฮิไม่สังเกตเห็นหรอก เพราะยัยนั่นกำลังจะเถียงผมต่อ..
"เราค่อยมาคุยเรื่องนั้นทีหลังน่า เอาไว้มีคนโวยวายแล้วค่อยเดือดร้อนก็ได้"
เออ..ก็ตูนี่แหละคนโวยวาย ตอบมาสิเฟ้ย
"ถ้าคนดูหาคำตอบเองไม่ได้ก็ปล่อยเอาไว้แบบนั้นสิ ไม่ใช่สาระสำคัญซะหน่อย
สิ่งที่สำคัญคือ มันน่าสนใจตะหากล่ะ"
ถึงจะบอกว่าเพื่อให้น่าสนใจก็เถอะ แล้วเธอจะทำยังไงให้หนังน่าดูมิทราบ?
จะสร้างหนังไปทำไมถ้ามันสนองนี้ดผู้กำกับคนเดียว? เธออยากจะส่งหนังเข้าประกวดใน
Golden Raspberry Awardหรือไง?
"อะไรของนาย? ฉันตั้งใจแค่อย่างเดียวก็คือ ได้รับโหวตเป็นกิจกรรมยอดเยี่ยมในงานโรงเรียน!
ถ้าเราทำตามเป้าหมายได้ ถึงจะได้ไอ้รางวัลGolden Globe อะไรนั่นมาฉันก็ไม่แคร์หรอก
ที่สำคัญที่สุดคือ การให้มิคูรุจังได้ใส่ชุดที่เหมาะสมต่างหากล่ะ"
ผมว่าไม่มีใครเขาหัวเสียกับเรื่องพวกนั้นหรอก จะว่าไปผมว่าไอ้เรื่องที่ฮารูฮิอยากมาทำหนังก็เพราะ
เผลอไปนั่งดูหนังที่ชนะรางวัลยอดแย่พวกนั้นมานี่นะ
ผมถอนหายใจอีกครั้ง และหันไปมองทางด้านข้าง นางาโต้ในชุดดำกลับไปนั่งอยู่ที่มุมของเธอในห้องชมรม
แล้วก็นั่งอ่านหนังสือของเธอไปตามปกติ สงสัยจริงๆถ้าไม่ได้นั่งอ่านหนังสือในห้องนี้ ยัยนี่จะถึงตายมั้ยเนี่ย?
"เดี๋ยวสิ"
พอมองไปที่หนอนหนังสือต่างดาวแล้ว ผมก็พึ่งนึกออก
"เฮ้ย ฉันยังไม่เห็นบทหนังเลยนี่นา"
ไม่ใช่แค่นั้นนะ เนื้อเรื่องเป็นยังไงผมก็ยังไม่รู้เลย ที่ผมรู้ก็แค่
คุณอาซาฮินะเป็นสาวเสิร์ฟจากอนาคต , โคอิสึมิเป็นไอ้หนุ่มพลังจิต
แล้วนางาโต้ก็เป็นแม่มดผู้ชั่วร้ายจากต่างดาว
"ไม่เห็นต้องมี"
ยัยเบื้อกนี่คิดอะไรอยู่? จู่ๆฮารูฮิก็หลับตาลงและใช้ไม้คอนดักต์ติดดาวชี้ไปที่หน้าผาก
"เพราะทู้ก---อย่างอยู่ในนี้แล้ว ทั้งสคริปต์ทั้งสตอรี่บอร์ด
นายไม่ต้องห่วงน่า ฉันจะคิดฉากที่ต้องถ่ายให้เอง"
..พูดมาได้ อย่างนี้ผมว่าคุณพี่ไปนั่งเหม่อข้างหน้าต่างมองท้องฟ้าไปเฉยๆก็ไม่มีใครว่าหรอกนะ
แล้วถ้าคุณพี่ทำตัวเรียบร้อยให้ผมดูจริงๆล่ะก็ ป่านนี้คุณพี่คงป๊อบพอๆกับคุณอาซาฮินะไปแล้วนะครับ จะบอกให้
"พรุ่งนี้ทุกคนจงก้าวไปอย่างกล้าหาญ ในการที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น
เราต้องเตรียมใจให้พร้อมซะก่อน มันเป็นวิธีที่เร็วที่สุดเพื่อที่บรรลุเป้าหมายโดยไม่เสียเงินแม้แต่เยนเดียว!
เมื่อพวกเธอปล่อยใจให้เป็นอิสระ เธอก็จะสามารถใช้พรสวรรค์ที่หลับใหลจนตัวเองยังไม่รู้ออกมาได้
จงทำแบบนั้นซะ"
พูดเป็นการ์ตูนแอ็คชั่นไปได้ ถึงหล่อนจะพล่ามเรื่องควบคุมจิตใจหรือ
เรื่องความสามัคคีภายในชาติแค่ไหน มันก็คงอีกยาวไกลกว่าที่ทีมชาติญี่ปุ่น
จะเป็นแชมป์บอลโลกอยู่ดีนั่นแหละ
"วันนี้พอแค่นี้ มองไปที่วันพรุ่งนี้ดีกว่า เคียวน์นายอย่าลืมกล้อง,
อุปกรณ์และชุดล่ะ ทุกคนมาให้ตรงเวลาด้วย!!"
แล้วฮารูฮิก็หยิบกระเป๋าตัวเอง พร้อมเผ่นออกจากห้องอย่างว่องไว
รู้สึกตัวอีกทีผมก็ได้ยินยัยเบื้อกนั่นฮัมเพลงธีมเรื่อง Rocky อยู่เบาๆที่ระเบียงแล้ว
ผมหันไปมองภูเขาอุปกรณ์ที่ผมต้องแบกไป
แล้วก็อยากบ่นกับกรมแรงงานเรื่องยัยผู้กำกับจอมเผด็จการซะตอนนี้เลย
ชีวิตวัยรุ่นของพวกเราดำเนินเป็นปกติมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ผมถูกแต่งเติม
ด้วยความกระตือรือล้นเกินพิกัดในการที่จะถ่ายหนังของฮารูฮิจนไม่มีอะไรในชีวิต
เหลือให้ควบคุมแล้ว ถ้ามีการสอบถามเด็ก ม.ปลายทั่วประเทศล่ะก็
ผมเชื่อว่าคงมีแต่คนที่อยู่คนละโลกกับพวกเราแน่ หรือ พูดง่ายๆพกวนั้นเขาใช้ชีวิตแบบธรรมดาไง
ถ้าผมไม่โดนทำร้ายโดยคนของนางาโต้, ถ้าผมไม่ไปเดินทางข้ามเวลากับคุณอาซาฮินะ
และถ้าผมไม่ได้ไปเผชิญหน้ากับยักษ์ที่ส่องแสงเป็นสีน้ำเงินในโลกสีเทาล่ะก็..
และสุดท้ายถ้าผมไม่ได้ไปมีส่วนร่วมในคดีฆาตกรรมปริศนาที่มีความจริงที่น่าขันซ่อนอยู่ล่ะก็
นั่นแหล่ะชีวิตปกติของคนธรรมดา
แล้วพองานโรงเรียนใกล้เข้ามา ความตื่นเต้นของฮารูฮิก็เหมือนจะทะลุจุดเดือด
เอนโดรฟินในสมองฮารูฮิสูบฉีดเร็วพอๆกับหนูแฮมสเตอร์เมายา
ที่ถูกเฆี่ยนให้วิ่งเร็วพอๆกับความเร็วของเสียง
จนกระทั่งถึงวันนี้.
ถ้าคิดดูดีๆ ผมมั่นใจว่าฮารูฮิคงจะควบคุมตัวเองในแบบส่วนตัวอยู่
และถ้านึกให้ไกลออกไปอีก ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่า เรายังไม่ได้ถ่ายหนังของเราซักฉากเลยนี่
สิ่งที่ถูกอัดลงเทปดิจิตอลก็มีแค่ วิดีโอคลิปที่คุณอาซาฮินะแต่งตัวเป็นบันนี่เกิร์ล
ยืนโฆษณาร้านเครื่องไฟฟ้ากับร้านขายของเล่นท้องถิ่น หนังของหน่วยSOSที่กำกับโดยฮารูฮิ
ไม่มีแม้แต่โครงเรื่อง แม้แต่เนื้อเรื่องก็ยังเป็นปริศนา
บางทีถ้าปล่อยให้มันเป็นปริศนาต่อไปก็คงดี
ถ้าเราต้องลงเอยด้วยการถ่ายทำสารคดีที่คุณอาซาฮินะแนะนำร้านรวงในย่านร้านค้า
ก็คงไม่มีปัญหาหรอกนะ อันที่จริงหนังแบบที่ผมว่ามา มันน่าจะดึงดูดคนดูได้มากกว่านา
แถมยังช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจแถบย่านร้านค้าดีขึ้นอีกด้วย เรียกว่ายิงนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลย
อ่า ใช่ๆ เรามาถ่ายหนัง "อาซาฮินะ มิคูรุ โปรโมชั่น วิดีโอคลิป" กันดีกว่า
ผมว่าแบบนี้ดีกว่าเยอะ ในฐานะตากล้องของเธอผมคิดแบบนั้นจริงๆ
แต่ด้วยความที่รู้จักฮารูฮิดีกว่าใคร ยัยนั่นคงไม่พอใจกับไอเดียที่ว่า
แล้วก็ทำอย่างที่ตัวเองบอกว่าจะทำ ฮารูฮิไม่ใช่คนที่จะล้มเลิกกลางทาง
ช่างเป็นคนที่ก่อแต่เรื่องจริงๆ
แล้วก็มาถึงวันที่ 2 กว่าจะรู้สึกตัว เราก็มาอยู่ในที่แปลกๆและโหดๆอีกแล้ว
ผมก็ไม่รู้จะสาธยายยังไงดี เอ่อ..ก็คงแบบที่ฮารูฮิว่าไว้มั้ง?
เมื่อพวกเธอปล่อยใจให้เป็นอิสระ เธอก็จะสามารถใช้พรสวรรค์ที่หลับใหลจนตัวเองยังไม่รู้ออกมาได้
.ประมาณนี้ล่ะมั้ง?
แบบนี้เองสินะ
แต่ว่านะฮารูฮิ ทำไมมีเธอแค่คนเดียวล่ะที่เจอพรสวรรค์ที่ว่านั่นก่อน
แถมเธอยังไม่รู้ตัวอีกต่างหากด้วย.
(จบบทที่ 2)
------------------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปอ่าน บทนำ | บทที่ 1(ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) | บทที่ 2 (ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3)
-----------------------------------------------------------------------------------------------
สารจากสิบโท
จบบทที่ 2 ซะที กว่าจะพิมพ์จบนี่ใช้เวลามากเกินไปแล้ว ขอโทษคนที่รออ่านทุกท่านด้วยนะครับ
ต่อไปบทที่ 3 จะเริ่มถ่ายทำตัวหนังแล้วครับ พรสวรรค์ที่เคียวน์พูดถึงคืออะไร
ต้องรอติดตามอ่านดูนะครับ

...ว่าแต่ไอ้รางวัลราสเบอร์รี่นั่นปกติมีคำว่าโกลเด้นพ่วงอยู่ด้วยรึ...
#1 By กระรอกโฉด on 2006-09-20 16:15