สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ บทที่ 2 (ส่วนที่ 2)
----แปล&เรียบเรียงเป็นภาษาไทย : สิบโทเคโรโระ ณ overtime blog

(ต่อจากส่วนที่แล้ว)
ผมอึ้งจนพูดไม่ออกพักหนึ่ง จนมารู้สึกตัวเพราะได้ยินเสียงใครหัวเราะคิกคักข้างๆผม ไม่ใช่ใครอื่น เจ้าโคอิสึมิ
"อย่างนี้นี่เอง"

ทำไมหมอนี่ดูสงบจังฟะ ผมล่ะอิจฉาหมอนี่จริงๆ
"จะพูดยังไงดีล่ะครับ อาจเป็นความต้องการของคุณสึซึมิยะก็ได้นะครับ
คงมีแต่คุณสึซึมิยะล่ะครับ ที่คิดตัวละครพวกนี้ขึ้นมาได้ น่าตกใจไม่เบาเหมือนกันนะครับ"

อย่าหันมายิ้มทางนี้ได้มั้ย? ฉันรู้สึกพะอืดพะอมว่ะ..

คุณอาซาฮินะกำกระดาษ A4 และมือไม้สั่นเหมือนตอนที่เธออ่านข้อความ
"คือว่า"
คุณอาซาฮินะพูดอย่างนุ่มนวลพร้อมมองมาทางผม และแสดงออกชัดเจนว่า
อยากให้ใครตอบคำถามนี้ที ผมตั้งใจมองตาเธอและสังเกตเห็นว่า
ดวงตาของเธอฉายแววของความเศร้าสุดๆ พร้อมๆกับ สายตาตำหนิเล็กน้อยเหมือนกับพี่สาวใจดี
ที่จะต่อว่าน้องชายผู้ไปมีเรื่องกับเด็กเกเร

อ๋าผมนึกออกแล้ว เมื่อ 6 เดือนก่อน ผมบอกสถานภาพที่แท้จริงของพวกเขาไป!!

อึ๋ยเอ่อ แบบว่า ผมเป็นต้นเหตุเหรอเนี่ย?
ผมเลิ่กลั่กหันไปทางนางาโต้ และเห็นฮิวมานอยด์อินเตอร์เฟสคนที่สวมผ้าคลุมดำกับหมวกแม่มดคนนั้น
"."
ก็ยังอ่านหนังสือของเธอไปอย่างเงียบๆ

"ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ"
โคอิสึมิพูดปลอบใจผม แต่ผมไม่มีอารมณ์จะหัวเราะกลบเกลื่อนเลย

"ผมทราบว่าคุณคงขำไม่ออก แต่มันไม่แย่อย่างที่คิดหรอกครับ"
"นายรู้ได้ไง?"
"เพราะมันก็แค่ตัวละครที่ใช้ในภาพยนตร์ คุณสึซึมิยะไม่ได้เชื่อว่าผมเป็นเอสเปอร์ตัวจริงหรอกครับ
มันก็แค่โลกในภาพยนตร์ที่ถูกแต่งขึ้นมา พอดีว่า ตัวละครที่ชื่อ โคอิสึมิ Itsuki
ที่ผมมารับบท เป็นเอสเปอร์ก็แค่นั้นเอง"

โคอิสึมิพูดยังกับเป็นอาจารย์สอนสร้างบุคลิกภาพกำลังสอนนักเรียนความจำสั้นเลย

"โคอิสึมิ อิตสึกิ กับ โคอิสึมิ Itsuki ในบท เป็นคนละคนกันครับ
ผมไม่ได้อยากให้คุณสับสนระหว่างผมกับตัวละครที่ผมแสดง และถ้าจะมีใครสับสนระหว่าง
ผมกับตัวละครในบท คนๆนั้นคงไม่ใช่คุณสึซึมิยะหรอกครับ"

"จะให้วางใจได้ไงเล่า? ไม่มีใครรับรองได้นี่ว่าที่นายพูดมันถูกหรือเปล่า?"
"ถ้าคุณสึซึมิยะเอาโลกจริงมาปนกับโลกในนิยายล่ะก็
โลกที่เราอยู่คงกลายเป็นโลกกึ่งนิยายวิทยาศาสตร์ไปนานแล้ว
ผมเคยพูดแล้วนะครับ
ถึงจะดูไม่น่าจะใช่ แต่เธอเองก็มีความคิดยึดติดกับสามัญสำนึกของโลกใบนี้อยู่"

เออ..เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้ว แต่เพราะวิธีคิดของฮารูฮิมักจะกึ่งๆแฟนตาซีมาตลอด
นั่นแหละที่ทำให้ผมต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประหลาดๆหลายๆเรื่อง
แต่เหนืออื่นใด ยัยตัวจุดชนวนอย่างฮารูฮิกลับไม่รู้สึกตัวเลยเนี่ยสิ

"นั่นเพราะเราไม่มีหลักฐาน"
โคอิสึมิพูดอย่างใจเย็น

"บางทีในวันนึง ทุกอย่างอาจจะเทไปในจุดที่แก้ไขไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่ตอนนี้ครับ
โชคดีที่หน่วยงานของคุณอาซาฮินะ กับ คุณนางาโต้ก็คิดแบบเดียวกัน
ผมเลยคิดว่า คงจะไม่เป็นไร ถ้าเรายังรักษาสภาพการณ์แบบนี้ต่อไปได้"

ผมก็คิดแบบนั้นแหละ เพราะผมเองก็ไม่ได้อยากให้โลกมันยุ่งเหยิงกว่านี้หรอก
มันคงน่าเศร้าถ้าโลกจะจบลงก่อนที่ผมจะได้เคลียร์เกมที่จะออกอาทิตย์หน้านี้น่ะ

โคอิสึมิยังแจกยิ้มต่อ
"แทนที่จะมานั่งห่วงความเป็นไปของโลก คุณน่าจะเป็นห่วงตัวเองมากกว่านะ
มันเป็นเรื่องง่ายที่จะหาคนมาแทนตัวผม หรือ นางาโต้ แต่สำหรับคุณมันไม่ใช่"

ผมไม่อยากให้เจ้าโคอิสึมิมาสังเกตเห็นหน้าที่สับสนของผม
ผมก็เลยต้องแกล้งทำเป็นยุ่งกับปืนของเล่นไปซะงั้น


วันนี้ฮารูฮิใช้เวลาทั้งวันเพื่อยัดเยียดให้คุณอาซาฮินะลองชุด,
ประกาศรายชื่อตัวละครให้แก่เหล่านักแสดง และก็แค่นั้น จริงๆแล้วฮารูฮิวางแผนจะลากคุณอาซาฮินะ
ในชุดสาวเสิร์ฟเดินให้ทั่วโรงเรียน และเปิดแถลงข่าวเพื่อโปรโมทหนังของชมรม
แต่พอเห็นคุณอาซาฮินะตั้งท่าจะร้องไห้ ผมเลยต้องงัดทุกวิธีการที่จะหยุดฮารูฮิเอาไว้
ผมบอกยัยนี่ว่าในโรงเรียนเรา ไม่มีชมรมข่าว หรือ ชมรมหนังสือพิมพ์
และแน่นอนไม่มีชมรมการโฆษณาชัวร์ๆ ฮารูฮิมองหน้าผม
ปากของเธอปิดสนิทเหมือนจะงอยปากนก ดูท่าทางเศร้าๆ และพูดว่า

"ใช่ นายพูดถูก"
ผมไม่นึกเลยว่า ฮารูฮิจะหยุดง่ายแบบนี้

"เราน่าจะเก็บเป็นความลับจนถึงนาทีสุดท้าย เคียวน์นายนี่ฉลาดไม่เบาเลยนะ
ถ้าเทียบกับ IQ ที่ควรจะมีแล้ว ถ้าเราปล่อยข่าวรั่วไปก่อน คงมีปัญหาตามมาแน่"

ที่นี่ไม่ใช่ฮอลลีวู้ด หรือ วงการหนังฮ่องกงซะหน่อย ไม่มีใครเขามาขโมยไอเดียเธอหรอกน่า

"งั้นเคียวน์ นายรับผิดชอบเรื่องปืนให้มันใช้ได้ภายในวันนี้นะ ,
เพราะเราจะเริ่มถ่ายทำพรุ่งนี้เลย นายควรจะจำวิธีใช้กล้องไว้ด้วยล่ะ
เออใช่ นายช่วยเช็คเรื่องซอฟท์แวร์ที่เราใช้อัพโหลดวิดีโอคลิปเข้าคอมฯ
จะได้ใช้คอมฯ ตัดต่อไง และก็"

จากนั้น ฮารูฮิก็โยนงานเป็นกระตักให้ผม และก็เดินกลับบ้านพร้อมฮัมเพลง
"The Great Escape" ไปอย่างสบายใจ

ยัยนี่เก่งเรื่องสร้างภาระให้กับชาวบ้านเขาจริงๆนะ

สุดท้ายผมกับโคอิสึมิก็ต้องง่วนอยู่กับคู่มือ และนั่งหาวิธียิงกระสุนBBออกจากปืนของเล่นกันเอง

หลังจากเปลี่ยนชุด คุณอาซาฮินะก็กลับบ้านไปพร้อมกับไหล่ห่อๆ
นางาโต้เองก็หายตัวไป ทั้งๆที่ยังไม่ได้เอากระเป๋ากลับไป
สงสัยจะโดนเชิญไปร่วมพิธีซับบาธมั้งเนี่ย?
ดูไปดูมารู้สึกว่านางาโต้จะแค่มาโชว์ชุดให้พวกเราดูเท่านั้น
ดูจากที่ผ่านๆมา สิ่งที่นางาโต้ทำ น่าจะแฝงความหมายอะไรบางอย่างอยู่
แต่บางทีก็อาจจะไม่มีความหมายอะไรเลยก็ได้
นางาโต้ท่าทางจะยุ่งในการเตรียมงานกับคนที่ห้องอย่างการทำนายอนาคตด้วยลูกแก้วล่ะนะ


ผมรู้สึกได้เลยว่าโรงเรียนดูคึกคักขึ้นทุกวั้นทุกวัน พอหลังเลิกเรียน
เสียงทรัมเป็ตจากวงออเคสตร้า เกรด C ก็หยุดส่งเสียงเพี้ยน และเริ่มเข้าที่เข้าทาง
มีคนตัดไม้อัด กับ ไม้บัลซ่าอยู่ทั่วทุกซอกหลืบของโรงเรียน
พร้อมๆกับจำนวนของนักเรียนที่ใส่ชุดแปลกๆเหมือนกับนางาโต้เพิ่มขึ้นทุกวัน

แต่ก็นะยังไงที่นี่ก็เป็นโรงเรียนประจำเขตธรรมดาๆ เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยน่าตกใจเท่าไหร่
ในสายตาของผมคงมีคนซักครึ่งโรงเรียนที่ไม่ย่อท้อทำงานหนักเพื่อให้ชีวิตนักเรียนดูมีสีสันขึ้น
ส่วนห้องผม ม.4/5 ปล่อยวางเรื่องความสนุกในการออกร้านไปแล้ว
พวกที่ไม่เข้าชมรมไหนเลยคงมีเวลาว่างเหลือเฟือ
โดยเฉพาะทานิงูจิกับคุนิคิดะนี่ถือเป็นตัวตั้งตัวตีของ "ชมรมกลับบ้าน" เลยล่ะ

"งานโรงเรียนคราวนี้" ทานิงูจิพูด
ในช่วงพักเที่ยง ผมมักจะสุมหัวกับคนธรรมดาสุดๆ 2 คนนี้ และนั่งกินปิ่นโตด้วยกัน
"งานโรงเรียนคราวนี้มีอะไรงั้นเหรอ?"

พอคุนิคิดะถาม ทานิงูจิก็เผยยิ้มน่าขยะแขยงออกมา
ถ้าเทียบกับรอยยิ้มของโคอิสึมิล่ะก็ของทานิงูจิก็เข้าขั้นอุบาทว์ทีเดียว

"มันต้องเป็นงานช้างเลยนะเซ่"
เอ่อแกอย่าพูดเหมือนฮารูฮิได้มั้ยเนี่ย? แต่รอยยิ้มของหุบลงกะทันหัน
"แต่ฉันดันไม่มีเอี่ยวเลยนี่เซ่ เล่นเอาเซ็งเป็นบ้า"
"ทำไมล่ะ?" คุนิคิดะถามกลับ

"ก็ฉันไม่สนุกเลยน่ะเซ่ เจ้าพวกที่ดูงานยุ่งจนล้นมือก็ทำให้ฉันไม่สบอารมณ์เลยว่ะ
โดยเฉพาะเจ้าพวกที่มันควงสาวให้เห็นน่ะ ฮึ่ย พูดแล้วจี้ดที่หัวว่ะ อยากฆ่าคนโว้ย"

ไอ้แบบนี้ใช่ป่ะ ที่เขาเรียก "พวกขี้อิจฉา" น่ะ

"แล้วห้องเราล่ะ? แจกแบบสอบถาม? เชอะ น่าเบื่อสุดๆสงสัยคงไม่พ้นคำถามโง่ๆอย่าง
คุณชอบสีอะไร? สงสัยจริงๆจะเก็บข้อมูลไปทำอะไรมิทราบ?"

ถ้าแกไม่พอใจ ทำไมไม่เสนออะไรขึ้นมาแทนล่ะฟะ? ถ้ามันดีพอ
บางทียัยฮารูฮิจะไม่มีเวลามาหนังถ่ายหนังอยู่แบบนี้

ทานิงูจิกลืนไส้กรอกลงคอ แล้วพูดต่อ
"ฉันไม่มีทางแกว่งปากหาเรื่อง ด้วยการไปเสนอความคิดเห็นหร้อก..
เฮ่อ..จริงๆแค่เสนอความคิดเห็นน่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกเฟ้ย
แต่ถ้าเสนอไปแล้วทุกคนดันเอาด้วย ฉันได้ถูกยัดเยียดเป็นพ่องานแหงแซะ"

คุนิคิดะหยุดตัดไข่ม้วนแล้วก็ตอบ "นายพูดถูก"

"คนที่กล้าเสนอความเห็นเนี่ย ถ้าไม่โง่ก็เป็นจำพวกมีความรับผิดชอบสูง ถ้าอาซากุระยังอยู่ก็ดีสินะ"

ชื่อที่หมอนี่พูดถึง คือ นักเรียนที่ย้ายไปเรียนที่แคนาดา เป็นชื่อที่ผมได้ยินทีไรก็ต้องเหงื่อแตกซิ่ก
ถึงนางาโต้จะทำการลบอาซากุระออกไปแล้วก็ตาม แต่ผมก็เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้อยู่ดี
แถมผมเองก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อจะรั้งไม่ให้เธอหายไป การจะมารู้สึกผิดตอนนี้มันก็สายไปแล้ว

"เฮ่อ ซวยชะมัดยาด" ทานิงูจิพูด "ทำไมนักเรียนดีเด่นต้องย้ายออกไปด้วยนะ?
อาซากุระเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันอยากอยู่ห้อง 5 เลยนะเนี่ย
เซ็งว่ะ แถมจะมายื่นเรื่องย้ายห้องตอนนี้คงทำไม่ได้แล้วสินะ"

"อยากย้ายไปห้องไหนล่ะ?" คุนิคิดะถาม "ห้องของคุณนางาโต้เหรอ?
เออ จะว่าไป ฉันเห็นเธอใส่ชุดแม่มดเดินไปมาด้วยนี่ มันเรื่องอะไรกันนะ?"

เอ่อ..ไม่รู้ไม่ชี้เว้ย

"นางาโต้เหรอ" ทานิงูจิเปรยลอยๆ แล้วก็เหล่มาทางผม
จู่ๆหน้าตาหมอนี่เหมือนมีเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มใส่แทน
และก็พูดเหมือนคิดอะไรอยู่

"แล้วมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ? ที่ฉันเห็นแกกอดนางาในห้องเรียนตอนโน้นน่ะ
คงอยู่ในบทของสึซึมิยะใช่ป่ะ? แกตั้งใจทำให้ฉันตกใจใช่มั้ยล่ะ? หลอกฉันไม่ได้หรอกน่า"

โชคดีที่หมอนี่เข้าใจไปคนละทาง ปัญหาที่ผมแบกอยู่บนหลังก็เบาลงนิดหน่อย
เฮ้ย เดี๋ยวเด่ะ ตอนนั้นแกเดินกลับมาห้องเรียนเพราะลืมของไม่ใช่เหรอ?
แล้วพวกฉันจะรู้ได้ไงว่าแกจะกลับเข้ามาฟะ?

.แต่ผมก็ไม่ได้เตือนไอ้เบื้อกนี่หรอกนะ ทานิงูจิมันก็ควายตัวนึง
การที่จะบอกควายว่ามันเป็นควายเนี่ย ไม่เห็นมีอะไรดีเลย
จนบางครั้งผมยังขอบคุณพระเจ้าที่ปล่อยให้ทานิงูจิมันเกิดมาโง่เลยนะเนี่ย

"แต่ไม่ต้องบอกฉันก็ได้นะ ยังไงก็คง ไร้--สา--ระ"
ทานิงูจิพูดอย่างมั่นใจในขณะที่คุนิคิดะง่วนกับการกิน
ส่วนผมมองไปที่นั่งหลังผม เก้าอี้ของฮารูฮิว่างเปล่า ยัยนั่นไปไหนอีกแล้วนะ?

"ฉันไปเดินหาโลเกชั่นที่เราจะถ่ายหนังได้ มาทั่วโรงเรียนเลยล่ะ"
ฮารูฮิพูดต่อ
"แต่ไม่เห็นมีที่ไหนเหมาะเลย สงสัยเราจะสร้างบรรยากาศในโรงเรียนไม่ได้แหง ไปข้างนอกเถอะ"
"ถึงจะไม่ชอบบรรยากาศในโรงเรียน แต่เธอก็ไม่เห็นต้องแก้ปัญหา
ด้วยการถ่อไปถึงข้างนอกเลย ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยนะ?"

"เอ่อฉันต้องไปด้วยมั้ยคะ ?"
คุณอาซาฮินะถามอย่างหวาดๆ
"ต้องไปสิยะ เราจะไปโดยไม่มีนางเอกได้ไงยะ?"
"ในชุดนี้เหรอคะ?"

คุณอาซาฮินะคอตก ทั้งเมื่อวานและวันนี้ เธอก็ยังถูกบังคับให้ใส่ชุดสาวเสิร์ฟนักสู้
ที่ไม่รู้ว่าฮารูฮิไปหามาจากไหน ชุดนั้นแหละ

"ก็แหงอยู่แล้ว"
ฮารูฮิพยักหน้าเหมือนว่าเรื่องนี้เป็นกฎธรรมชาติซะอย่างนั้น
ทางคุณอาซาฮินะทำได้แค่กอดตัวเองที่กำลังสั่นอยู่

" ถ้าต้องหาที่เปลี่ยนชุดทุกครั้งมันไม่ยุ่งยากหรือไง? ไม่ใช่ว่าทุกครั้งจะหาที่เปลี่ยนเสื้อได้หรอกนะ
เพราะงั้นใส่ไปเลยทั้งวันน่าจะดีกว่าสิ เอาล่ะ ไปได้แล้ว"
"อย่างน้อยๆ ขอใส่อะไรคลุมหน่อยนะคะ" คุณอาซาฮินะต่อรอง
"ไม่ได้"
"แต่มันน่าอายนะคะ"
"เธอจะแสดงอาการเขินได้เฉพาะตอนที่บทบอกให้อายเท่านั้น! ขืนเป็นแบบเดิมๆแล้ว
เธอจะหวังรางวัลตุ๊กตาทองได้ไงเล่า?"

เอ่อ..เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เป็นกิจกรรมยอดเยี่ยมในงานโรงเรียนหรอกเหรอ?

วันนี้สมาชิกของหน่วยอยู่ครบในห้องชมรม โคอิสึมิเข้ามานั่งรอเรียบร้อยแล้ว
ดูเหมือนว่า โรงละครของห้องเขาจะเคลียร์เรื่องบทเสร็จแล้ว
หมอนี่เลยมานั่งยิ้มอยู่ใกล้ๆกับคุณอาซาฮินะกับฮารูฮิได้
นางาโต้ก็อยู่ด้วย แต่ดูเหมือนเธอจะมีเรื่องอื่นในใจ
"."

นางาโต้ยังปิดปากเงียบตามเคย แต่ดูแล้ววันนี้นางาโต้มีอะไรแปลกๆ
และเพราะอะไรซักอย่าง นางาโต้ยังสวมชุดแม่มดเหมือนเมื่อวาน
จริงๆแล้วเธอไปรอใส่ในงานโรงเรียนเลยก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องใส่มาทุกวันเลย

ฮารูฮิเองก็ดูท่าทางจะถูกใจชุดผ้าคลุมดำกับหมวกแม่มดของนางาโต้มาก
"บทของเธอตอนนี้คือ "แม่มดชั่วร้ายจากต่างดาว" "

จู่ๆยัยฮารูฮิก็เปลี่ยนบทหน้าตาเฉยเลย ผมมองดูฮารูฮิยัดของใส่มือนางาโต้
ของที่ว่าคือ ไม้คอนดักต์ที่มีพลาสติกรูปดาวติดอยู่ปลายไม้,
เหมือนดาวที่เขาใช้ตอนประดับต้นคริสมาสต์เลยแฮะ

แล้วนางาโต้ก็ยืนขึ้นมาแบบนิ่มๆ ไม่รู้ทำไมขนาดผมเองยังว่า
การที่เอาหนอนหนังสือมารับบทแม่มดต่างดาวเนี่ยก็ OK นะ
บางทีบทนนี้อาจจะเหมาะกว่าไอ้ที่เรียกว่า สิ่งมีชีวิตข้อมูลอะไรนั่นซะอีก
ก็เพราะนางาโต้น่ะมีเวทมนตร์จริงๆน่ะสิ อย่างน้อยๆ ผมเองก็เห็นมาเองกับตา เรื่องนี้ผมชัวร์มาก


นางาโต้ใช้นิ้วดันปีกหมวกและมองมาทางผมด้วยการแสดง
ออกทางดวงตา
"."

ผมยังห่วงเรื่องที่ฮารูฮิถือวิสาสะเอาชุดที่ชาวบ้านเขาออก
แบบเพื่อกิจกรรมของห้องอื่นมาใช้ในหนังของตัวเองจริงๆ
แต่สำหรับยัยนั่นแล้ว ปัญหาเรื่องนี้คงไม่เคยมีอยู่ในหัว

"เคียวน์ กล้องพร้อมหรือยัง? โคอิสึมิคุงฉันฝากแบกอุปกรณ์ตรงนั้นที มิคูรุจังจะเกาะโต๊ะไปถึงไหน? รีบไปกันได้แล้ว!"

โต๊ะที่คุณอาซาฮินะใช้บังตัวเองไร้ประโยชน์ทันที
ฮารูฮิจับหลังคอเสื้อของชุดเสิร์ฟและลากร่างเล็กๆของเธอ
ไปหน้าประตูทั้งๆที่คุณอาซาฮินะยังครวญครางอยู่แบบนั้น
แท้ๆ นางาโต้เดินตามหลังพร้อมๆกับโดนลากชายผ้าคลุม
ส่วนโคอิสึมิตามไปเป็นคนสุดท้ายและขยิบตาให้ผม
แล้วก็หายตัวไปตามทางเดิน
พอผมจะนึกว่า ถ้าผมไม่ต้องไปด้วยจะดีมั้ยนะ? ก็..
"นี่ ไม่มีตากล้องแล้วเราจะถ่ายหนังได้ไงน่ะ?"

ฮารูฮิโผล่หน้าออกมาทางประตูที่เปิดทิ้งไว้ และตะโกนโวยวายจนปากกว้างและก็เผอิญเห็น "ซูเปอร์ผู้กำกับ"
เขียนอยู่บนปลอกแขนซ้ายของเธอ ผมก็ออกอาการเซ็งทันที

งานนี้ยัยนี่เอาจริงแหงๆ

ฮารูฮิตั้งตัวเป็น "ซูเปอร์ผู้กำกับ" ทั้งๆที่ไม่เคยมีประสบการณ์กำกับอะไรมาซักอย่างเดินนำขบวน,
สาวเสิร์ฟผู้แสนน่ารักเดินก้มหน้าก้มตาตามมาต้อยๆ แม่มดน้อยท่าทางมืดมนเองก็เดินตามมาเหมือนเงา
พร้อมๆกับโคอิสึมิที่แบกถุงกระดาษ พร้อมรอยยิ้มสดใส ส่วนผมเองก็พยายามสุดความสามารถ
ที่จะเดินตามให้ห่างจากกลุ่มที่ว่ามาตะกี้ให้มากที่สุด

แค่เดินเฉยๆ คนในโรงเรียนก็มองกันแบบไม่วางตา พอออกมานอกโรงเรียนขบวนงานฮัลโลวีนของเรา
ก็กลายเป็นเป้าสายตาหนักข้อกว่าเดิม คุณอาซาฮินะเป็นคนเดียวในกลุ่มที่เดินอย่างสลด
หลังจากเดินไปได้ 2 นาที เธอก็ก้มหน้าก้มตาต่ำกว่าทีแรก ,
พอ 3 นาที เธอก็หน้าแดงร้อนฉ่า ,
5 นาทีต่อมา เธอก็ล่องลอยไร้สติเหมือนวิญญาณก็ไม่ปาน

แต่ฮารูฮิกลับเดินเฉิดฉายซะจนสวรรค์ยังต้องหลบให้ เธอเดินไปพร้อมกับฮัมเพลง "Heaven and Hell"
ผมไม่รู้ว่ายัยนี่เอาเวลาที่ไหนไปเตรียมโทรโข่งสีเหลืองที่ถือในมือขวา
ทั้งเก้าอี้ผู้กำกับที่เธอถือด้วยมือซ้าย เธอเดินอย่างยืดอกเหมือนทัพมองโกลห้อม้าข้ามทุ่งหญ้าไปสู่ทิศประจิม(ตะวันตก)

ในขณะที่ผมกำลังเดาว่ายัยนี่จะมุ่งหน้าไปที่ไหนต่อ
ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่า เรามาถึงสถานีรถไฟฟ้า ฮารูฮิซื้อตั๋ว 5 ใบ
และยื่นให้เราคนละใบ แล้วมุ่งหน้าไปยังช่องสอดตั๋ว

"เดี๋ยวก่อน"
ผมรีบท้วงก่อนที่คุณอาซาฮินะจะอ้าปากพูด ผมชี้ไปที่สาวเสิร์ฟในมินิสเกิร์ต
ผู้เป็นเป้าสายตาจากทุกทิศทาง และแม่มดผาคลุมดำ ผู้ที่ยืนเฉยเหมือนเป็นคนนอกและพูดว่า

"เธอจะให้ 2 คนนี้ใส่ชุดแบบนั้นขึ้นรถไฟด้วยเหรอไง ?"
"แล้วจะทำไม?" ฮารูฮิทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และสวนกลับมาว่า
"ถ้า 2 คนนี้ไม่ใส่อะไรเลยสิ เราได้โดนจับตัวแน่ แต่ตอนนี้มีเสื้อผ้าอยู่ก็ไม่มีปัญหานี่
หรือนายคิดว่า ชุดสาวน้อยบันนี่เกิร์ลจะเหมาะกว่าหรือไง?
แล้วทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะ? จะให้ฉันเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น "นักสู้สาวบันนี่เกิร์ล" ก็OKนะ"

นั่นไม่ควรมาจากปากของคนที่จับคนอื่นใส่ชุดสาวเสิร์ฟเลยนะ..
อีกอย่างผมจำได้นะว่า หนังเรื่องนี้มีโครงเรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง? ถึงผมจะไม่แน่ใจนักก็ตามทีเถอะ

แต่ปกติผู้กำกับคนอื่นเขาจะเปลี่ยนโครงเรื่องหนังตามใจตัวเอง เมื่อไหร่ก็ได้หรือไง?

สงสัยผมคงจะเดาความคิดยัยผู้กำกับเบื้อกนี่ไม่ได้หรอกมั้ง?

"การปรับตัวตามสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว
เพราะมันเป็นหนทางที่โลกได้พัฒนาตามความเหมาะสมมาจนถึงวันนี้
นายจะสูญพันธุ์ถ้านายหยุดคิด เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดสิ"

ปรับตัวกับอะไรล่ะ? ถ้าพระแม่ธรณีมีอยู่จริง ผมมั่นใจว่าสิ่งแรกที่เธอจะทำคือ
เตะยัยฮารูฮิออกนอกชั้นบรรยากาศของโลกนี้แหงแซะ

รอยยิ้มของโคอิสึมิเจื่อนลงเพราะต้องแบกสมบัติ นางาโต้ก็ยังไม่ปริปากอะไร
ในขณะที่คุณอาซาฮินะไม่อยู่ในสภาพที่จะพูดอะไรแล้ว
หรือจะพูดอีกทีตอนนี้มีผมคนเดียวที่ยังพูดอยู่
ผมไม่คิดเลยว่า เหตุการณ์มันจะพาไปเป็นแบบนี้

ดูเหมือนฮารูฮิจะตีความเรื่องที่พวกเรานิ่งเงียบว่า พวกเราประทับใจในคำพูดของเธอมาก
"อ๊ะ รถไฟมาแล้ว ไปเร็วมิคูรุจัง โชว์จะเริ่มแล้วนะ"

ฮารูฮิผลักคุณอาซาฮินะข้ามช่องหยอดตั๋วไปแบบเดียวกับที่ตำรวจทำกับนักโทษหญิงเลย..


พอออกมาจากสถานี ผมพึ่งสังเกตว่านี่เป็นสถานีที่เรามาเดินย่านร้านค้าเมื่อวันก่อนนี่นา
ยังไม่ทันที่ผมจะคิดต่อ ฮารูฮิก็เดินไปร้านเดิมที่เธอมาวันก่อน
ก็ร้านเครื่องไฟฟ้าที่เธอไปเจรจาเอากล้องวิดีโอมานั่นแหละ

"มาตามสัญญาแล้วค่ะ"
ฮารูฮิเดินเข้าร้านอย่างมีพลัง เจ้าของร้านหยุดเดินและมองไปที่คุณอาซาฮินะ

"โฮ่"
เจ้าของร้านจ้องนางเอกของเราพร้อมด้วยรอยยิ้มหื่นๆ ในขณะที่คุณอาซาฮินะยืนทื่อๆ
เหมือนพวกตัวละครในเกมต่อสู้ที่เพิ่งใช้ท่าไม้ตายของตนเองหมดไป แล้วเจ้าของร้านก็พูดว่า

"หนูคือเด็กผู้หญิงเมื่อวันก่อนเหรอ? ดูยังกับเป็นคนละคนเลยนะ โฮะ โฮะ งั้นก็ฝากด้วยละกันนะหนู"

ฝากอะไรอีกล่ะ? ผมล่ะอยากเดินไปข้างหน้า 1 ก้าวและปกป้องคุณอาซาฮินะก็กำลังตัวสั่นอยู่จริงๆ
แต่ผมดันโดนฮารูฮิผลักกลับไปก่อนจะได้ทำอะไร..

"จะเปิดประชุมแล้ว ทุกคนฟัง"
เธอประกาศด้วยรอยยิ้มเดียวกับตอนที่ชนะแข่งวิ่งผลัดในงานกีฬาสีวันก่อนว่า

"เราจะเริ่มถ่ายโฆษณากันเดี๋ยวนี้เลย"

(รออ่านบทที่ 2 ส่วนสุดท้าย ต่อครับ)

------------------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปอ่าน บทนำ | บทที่ 1(ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) | บทที่ 2 (ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3)

-----------------------------------------------------------------------------------------------
สารจากสิบโท
กว่าจะเข็นบทที่ 2 ส่วนที่ 2ได้ คงรอกันนานนะครับ ยังมีส่วนที่ 3 อีกครับ คิดๆดูกว่าจะจบเล่ม 2 นี่จะไปจบเอาเดือนไหนนะเรา? ถ้าแปลสปีดนี้ต่อไป...พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลานั่งทำอะไรส่วนตัวเลย ถ้าเทียบกับแปลโดจินเล็กๆแล้ว นิยายใช้เวลามากเหลือเกิน แต่ไม่มีทางถอนตัวง่ายๆหรอกครับ รออ่านเร็วๆนี้ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากครับ มีความเห็นเดียวกับเคียวออน ว่าหลักการอะไรที่พระเจ้าของเรายึดถือกันนะเนี่ย(ดูเหมือนว่าคุณเธอจะไม่มีกฏเกณฑ์ใดๆและคิดว่าสิ่งตนเองทำถูกเสมอซะด้วย...เอาน่าไม่ใช่พึ่งมาเป็นเล่ม 2 ซะเมื่อไรคุณเธอเป็นมานานแล้ว)

#1 By wingaura (61.47.67.40) on 2006-09-10 17:41

โฆษณา....

อ้อ เพราะเคียวอึนบอกว่าโรงเรียนไม่มีชมรมโฆษณาสินะ?....

หรือไม่ ตอนแรกเธอก็คงตกลงไปว่าจะทำโฆษณาให้ร้านค้า....

#2 By กระรอกโฉด on 2006-09-10 19:22

ที่ถูกคือพระเจ้าของเราเค้าเอามิคุรุไปขายต่างหาก(อย่าคิดลึกนะมันไม่ใช่อย่างนั้น)คือเธอไปตกลงว่าถ้าให้อุปกรณ์ จะส่งมิคุรุมาทำงานพิเศษเรียกลูกค้าไง วึ่งพระเจ้าของเราเค้าก็จะฉวยโอกาสนี้ถ่ายหนังไปด้วยเลย

#3 By wingaura (125.25.156.63) on 2006-09-10 22:30

ให้กำลังใจด้วยคนครับผม พยายามเข้านะคร้าบ
รอตอนต่อไปอยู่นะคร้าบ

#4 By ReiHaHa on 2006-09-11 01:13

ขอบคุณครับ แล้วจะรออ่านตอนต่อไปครับ - -

#5 By นาย 86 (203.170.150.211) on 2006-09-11 11:44

นางาโต้ซัง ที่คอยมองไปทาง kyon ตลอดนี้ อยากให้มันพูดคอมเม้นท์ชุดที่เธอใส่ใช่ไหมเนี่ย..... แต่ว่านะ นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะชอบชุดนี้ถึงกับใส่ไว้ตลอดเวลาในช่วงงานโรงเรียน!! เพื่อนร่วมห้องคนที่ออกแบบชุดนี้ให้เธอคงปลื้มมากเลยนะเนี่ย ^^" (อยากเห็นบรรยากาศที่ห้องของ นางาโต้ซัง จริงๆ เราว่าคงมีบรรยากาศพอๆกับห้องของ kyon ที่มี ฮารุฮิ นี้ละ เหอๆๆ เพียงแต่ว่าท่าทางจะยังมีคนที่มีความกระตือรือร้นอยู่ละนะ )

#6 By zoung (124.120.5.142) on 2006-09-11 13:14

สุดยอดคับ รอติดตามต่อไป
สู้เขานะทาเคชิ >=<O!!

#7 By |-KID-| on 2006-09-17 02:22

>,< nagato kawaii!!!!

#8 By prew (58.137.48.4) on 2007-04-21 18:41