นิยายแปลไทย The Sighs of Suzumiya Haruhi บทนำ
posted on 08 Aug 2006 22:30 by overtime in Novel, Suzumiya-Haruhiสารจากสิบโทฯ
อาจจะดูเป็นการหักหลังความตั้งใจของเพื่อนๆที่มาร่วมให้ความสนใจอยากอ่าน นิยายเล่ม 4 ของฮารูฮิ ซักหน่อยนะครับ ที่ผมหยิบนิยายเล่ม 2 "The Sighs of Suzumiya Haruhi" หรือจะแปลแบบไทยๆว่า "สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ" ซึ่งเป็นภาคเบื้องหลังการถ่ายทำของ "การผจญภัยของอาซาฮินะ มิคูรุ Episode 00" มาให้อ่านกันก่อน แต่ผมสัญญาว่า ผมจะแปลนิยายเล่ม 4 ไปพร้อมๆกันด้วย แต่เหตุที่ยังไม่แปลเล่ม 4 ให้อ่านตอนนี้ ก็เพราะต้นทางเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษยังแปลค้างที่ตอนที่ 1 มานานแล้ว กลัวว่า ถ้าอ่านค้างแค่ตอนที่ 1 คงลงแดงอยากรู้ตอนต่อไป (ผมเองก็อยากรู้) ผมเลยคิดว่า เอาฟะ เล่ม 2 เขาแปลจนจบเล่มแล้ว เราก็แข็งใจแปลให้ได้ทั้งเล่มบ้างก็แล้วกัน คงกินเวลานาน แต่ถ้าระหว่างนั้น นิยายเล่ม 4 มีการแปลเพิ่มผมจะตามไปแปลครับ เอาเถอะ ขอเชิญอ่านนิยายเล่ม 2 กันก่อนนะครับ เริ่มที่บทนำกันเลยนะครับ
ป.ล. ถ้าได้มาอ่านแล้วกรุณาทิ้งcommentไว้บ้างก็ดีนะครับ ผมจะได้ทราบว่ามาอ่านกันมากน้อยแค่ไหน
สึซึมิยะ ฮารูฮิ ยังทอดถอนใจ
第二巻: 涼宮ハルヒの溜息
บทนำ
ฮารูฮิดูเหมือนคนที่ไม่มีเรื่องอะไรให้กลุ้มใจ แต่เธอก็ยังมี และสิ่งเดียวที่ทำให้เธอไม่สบายใจ
คือ "โลกนี้มันธรรมดาเกินไป"
สำหรับเธอ "สิ่งที่ไม่ธรรมดา" ก็คือ เรื่องเหนือธรรมชาตินั่นแหล่ะ
หมายความว่า ฮารูฮิมักจะคิดไปในทางที่ว่า " ทำไมไม่เห็นมีผีโผล่มาให้ฉันเห็นซักตัวเลยล่ะ?"
แต่จริงๆแล้ว คุณสามารถแทนคำว่า "ผี" ด้วยคำว่า "เอเลี่ยน (มนุษย์ต่างดาว)" ,
"นักเดินทางข้ามเวลา (มนุษย์อนาคต)" หรือ "เอสเปอร์ (มนุษย์พลังจิต)"
แต่ก็อย่างที่คุณรู้กันดี พวกที่ว่ามาน่ะมีแต่ในโลกของนิยายเท่านั้น
นั่นคือ ตราบใดที่ฮารูฮิยังมีตัวตนอยู่ในโลกนี้ ยัยนั่นก็จะหงุดหงิดเพราะเรื่องของความเป็นจริงนี่แหละ
โลกของเราก็สมควรเป็นแบบนั้น ไม่มีอะไรหลุดจากสิ่งที่ควรเป็น..
แต่ว่าตอนนี้เรื่องราวในชีวิตผมทำให้ผมไม่สามารถยืนยันความธรรมดาของโลกนี้ได้อีกแล้ว
เพราะตอนนี้ผมได้รู้แล้วน่ะสิว่า เอเลี่ยน,มนุษย์อนาคต และ เอสเปอร์มีจริง
"ฟังนะ ฉันมีเรื่องสำคัญมากต้องบอกเธอ"
"อะไรยะ?"
"เธอน่ะอยากให้ เอเลี่ยน,มนุษย์อนาคต และ เอสเปอร์มีตัวตนอยู่จริงมาตลอดใช่มั้ย?"
"ใช่ แล้วไง?"
"หรือจะพูดอีกที เป้าหมายของหน่วยSOSก็คือ การตามหาคนพวกนี้ใช่มั้ย?"
"ไม่ใช่แค่ตามหานะ เราต้องได้สนุกด้วยกัน แค่ตามหายังไม่พอหรอก
ฉันอยากไปอยู่ในหมู่ของพวกนั้นด้วย ไม่ใช่แค่เป็นคนดู"
"แต่ฉันอยากเป็นแค่คนดูนะ เฮ่อ..ช่างเถอะ แต่เธอเคยคิดมั้ย
บางที เอเลี่ยน,มนุษย์อนาคต และ เอสเปอร์น่ะ อาจจะอยู่ใกล้ตัวเราจนน่าตกใจเลยล่ะ"
"หา? หมายความว่าไง? อย่าบอกนะว่านายหมายถึง ยูกิ , มิคูรุจัง กับ โคอิสึมิคุง?
พวกนี้คงไม่ได้อยู่ใกล้จนน่าตกใจมั้ง?"
"อือ..จริงๆแล้วฉันอยากจะบอกเรื่องของพวกนั้นกับเธอมาตลอด"
"บ้าเปล่า ? อะไรมันจะง่ายปานนั้น"
"เรื่องจริงนะ ถึงจะดูง่ายดายจนเว่อร์ไปหน่อยก็เถอะ"
"งั้นบอกซิ ใครเป็นเอเลี่ยน?"
"รู้แล้วจะตกใจ นางาโต้ ยูกิ นั่นแหละ เอเลี่ยน อืม..จะว่าไงดี เธอเป็นจำพวกสิ่งมีชีวิต
เอ่อสิ่งมีชีวิตข้อมูลทำนองนั้นแหละ นางาโต้เป็นฮิวมานอยด์ อินเตอร์เฟสของพวกเอเลี่ยน
ประมาณนี้แหละ"
"หืม--- แล้วมิคูรุจังล่ะ?"
"คุณอาซาฮินะนี่อธิบายได้คล่องปากกว่าเยอะ เธอเดินทางข้ามเวลามาจากอนาคต
จะเรียกเธอเป็น "มนุษย์อนาคต" ก็คงไม่ผิดใช่มั้ยล่ะ?
"แล้วเธอมาจากอีกกี่ปีในอนาคตล่ะ?"
"ไม่รู้สิ เธอไม่ได้บอกน่ะ"
"อ๋อเหรอ? พอจะเข้าใจแล้ว"
"เหรอ"
"งั้นโคอิสึมิก็เป็นเอสเปอร์ นายอยากจะบอกฉันแบบนี้สินะ"
"ถูกต้อง"
"เหอ"
ฮารูฮิหลิ่วตาในระหว่างที่พูด เธอสูดอากาศเข้าไปเล็กน้อย และตะคอกกลับว่า
"อย่ามาหลอกซะให้ยากเลย!!"
ก็อยากที่ได้รู้กันไปล่ะครับ ฮารูฮิปฏิเสธเรื่องที่ผมใช้เวลาเตรียมใจมาบอกเธอไปซะทุกเรื่อง
ช่างเถอะ ยัยนี่ก็ควรจะตอบอย่างนี้อยู่แล้ว เพราะขนาดผมเห็นหลักฐานยืนยันตัวตนของทั้ง 3 คนมาแล้ว
ผมก็ยังมีเรื่องสงสัยในใจอยู่ดี
การที่จะให้ฮารูฮิที่ไม่ได้มาเจอประสบการณ์ตรงแบบผมมาเชื่อด้วยคงเป็นไปไม่ได้หรอก
แต่จะเอาไงต่อล่ะ? ผมบอกความจริงให้ยั่ยนั่นฟังไปแล้ว
ถึงผมจะดูไม่ใช่คนที่น่าเชื่อถือซะเท่าไหร่ก็เถอะ
แต่ผมว่า ถ้าโกหกแล้วไม่ได้อะไร สู้บอกความจริงไปยังดีซะกว่าน่ะนะ
จะว่าไป สิ่งที่ฮารูฮิโต้ผมกลับมาก็ไม่ผิดหรอก สมมติว่ามีผู้ชายแปลกหน้าคนนึง
มาพบผมแล้วบอกว่า "คนที่คุณรู้จักน่ะ จริงๆแล้วเป็นมนุษย์ต่างดาว"
ผมคิดว่า ผมเองคงมีน้ำโห และตะโกนด่าผู้ชายคนนั้นแน่ๆ
ถ้ามีใครบอกเรื่องจำพวกนี้กับผมด้วยสีหน้าจริงจังล่ะก็ ผมคงคิดไปว่า
"สงสัยสมองของหมอนี่คงโดนไวรัสเล่นงานไปแล้ว ไม่ก็โดนแก๊สพิษ"
บางทีผมคงรู้สึกสงสารนายคนนั้นนิดหน่อย
หือ? ตอนนี้ "ผู้ชาย" คนนั้นคือผมงั้นสิ
"เคียวน์ เอาหูมานี่และตั้งใจฟังดีๆ"
ฮารูฮิจ้องผมด้วยตาลุกโชน
"พวก เอเลี่ยน,มนุษย์อนาคต หรือ เอสเปอร์น่ะ คนพวกนี้คงไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเรา
โดยไม่ระวังตัวแบบนั้นหรอกนะ นายไม่รู้หรือไงว่าพวกนั้นหาตัวจับยากแค่ไหน?
ถ้าเราเจอนะ ต้องจับที่คอ เอาเชือกมัด และจับแขวนเลย พวกนี้จะได้หนีไม่ได้
ดังนั้นคนที่ฉันสุ่มๆลากตัวมาตามทางเดินให้มาเข้าชมรมเราเนี่ย
ไม่มีทางจะพิเศษขนาดนั้นหรอกน่า"
โห เหตุผลฟังขึ้นนะ แต่นอกจากผมที่เป็นคนธรรมด้าธรรมดาแล้ว
อีก 3 คนน่ะเขาเป็นพวกเหนือมนุษย์ตัวจริงเสียงจริงเลยนะ
เดี๋ยวสิ..เมื่อกี้ยัยนี่บอกว่าสุ่มจับคนมาเข้าชมรมงั้นเหรอ?
เฮ่อ ทำไมยัยบื้อเนี่ย ดันมามีสามัญสำนึกในเรื่องพิลึกๆด้วยนะ?
ถ้ายอมเชื่อที่ผมพูดล่ะก็ ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น อย่างน้อย หน่วยSOSจะได้ปิดตัวซะที
เพราะมันตั้งขึ้นมาเพื่อตามหาเอเลี่ยน หรืออะไรจำพวกนั้นนี่
ถ้าฮารูฮิเจอพวกที่ว่าแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเปิดชมรมต่อไป
หลังจากนั้น ยัยนั่นจะได้เล่นสนุกกับพวกเหนือมนุษย์อย่างที่ตัวเองอยากทำ
ผมเองก็จะอยู่ข้างๆและร่วมหัวเราะไปด้วยกัน
ผมอยากให้มันเกิดขึ้นไวๆ เพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็น
สัตว์ของคณะละครสัตว์ที่ถูกบังคับให้แสดงก็ไม่ปาน
แต่จริงๆแล้ว ถ้าฮารูฮิรู้ตัวว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
ผมก็คิดไม่ออกว่าโลกนี้จะเป็นยังไงต่อไป
อ่า..ใช่ ผมลืมบอกไปว่า ตอนนี้มีคนร่วมวงสนนทนาแค่ 2 คนมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ
เราอยู่ในระหว่างกิจกรรม "หน่วยSOSสำรวจรอบเมืองครั้งที่ 2 (ชื่อชั่วคราว)"
ผมกับฮารูฮิคุยกันในร้านอาหารข้างๆสถานีรถไฟ หลังจากหน้าไม่อายยอมให้ฮารูฮิเลี้ยง
ผมอธิบายเรื่องที่ว่ามาทั้งหมดให้กับฮารูฮิอย่างสบายๆพร้อมกับจิบกาแฟไปด้วย
แต่ยัยนี่แทบไม่ฟังผมเลย แต่ผมก็รู้อยู่แล้วล่ะ
เพราะคนที่จะมาเชื่อเรื่องแบบนี้ได้ ก็น่าจะให้หมอเช็คสมองหน่อยก็ดี
แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่คิดจะบอกรายละเอียดไปมากกว่านี้
เลยเล่าแค่คร่าวๆ เพราะยิ่งเผยข้อมูลมากเกินไป ก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยให้ตัวเองขึ้นไปอีก
นี่เป็นประสบการณ์หลังโดนนางาโต้ลากไปอพาร์ทเมนต์
แล้วนั่งฟังความเดือดร้อนระดับจักรวาลมาแล้ว ผมก็รู้ว่าผมควรจะพูดแค่ไหนถึงจะดี
"ฉันไม่อยากได้ยินมุกห่วยๆแบบนี้อีก"
ฮารูฮิสูบน้ำผักสีเหลืองๆเขียวๆจนหมดแก้วและพูดต่อว่า
"จะไปได้หรือยัง? วันนี้เราแยกเป็น 2 กลุ่มไม่ได้ งั้นเราก็ออกเดินสำรวจให้ทั่วแถวนี้เลยละกัน
เออใช่ ฉันลืมเอากระเป๋าตังมา อ่ะนี่บิล"
ในระหว่างที่ผมดูบิล 830 เยน แล้วคิดถึงวิธีการโต้คืนอยู่
ฮารูฮิก็ซัดกาแฟของผมจนเกลี้ยง ผมรู้เลยว่ายัยนี่ไม่ยอมให้โต้คืนแหง
แล้วพี่แกก็เดินจ้ำออกจากร้านอาหาร และยืนกอดอกรอผมอยู่หน้าร้านซะงั้น
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาได้ครึ่งปีแล้ว พอมานึกย้อนดูก็บอกได้เลยว่า
ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานี่ ผมได้ไปพบเห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติมากับตัวเอง ซะเพียบเลย
ชื่อเต็มๆของหน่วยSOSก็ยังคงเป็น "หน่วยช่วยเหลือโลกของเราด้วยความสนุกเกินพิกัดของสึซึมิยะ ฮารูฮิ"
ที่ทำเอาผมขนลุก ผมไม่ยักรู้ว่า ส่วนไหนของโลกที่ชมรมนี้ได้ไปมอบความสนุกให้บ้าง
ผมนึกออกแค่ว่าพอฮารูฮิรู้สึกตื่นเต้นไปกับอะไร พี่แกก็ลากมาเอี่ยวกับชมรมเท่านั้นแหละ
แถมเหตุผลที่ชมรมยังอยู่ได้ก็เป็นปริศนาน่าดู เป้าหมายเดิมคือ ประมาณว่าได้เล่นสนุกกับมนุษย์ต่างดาว ,
ลักพาตัวนักเดินทางข้ามเวลาและได้ร่วมต่อสู้กับมนุษย์พลังจิต
แต่จากมุมมองของฮารูฮิ ชมรมเรายังไปไม่ถึงเป้าหมายซะที
นั่นเพราะฮารูฮิเชื่อว่า ตัวเองยังไม่เคยเจอเอเลี่ยน,มนุษย์อนาคต หรือ เอสเปอร์
ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ผมทำอะไรไม่ได้ เพราะผมได้บอกสถานะแท้จริงของ 3คนนั้นไปแล้ว
แต่ยัยนั่นกลับไม่เชื่อผม งั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องมารับผิดชอบแล้วนี่
ถึงหน่วยSOSจะไม่สามารถบรรจุเป้าหมาย แถมยังเสียเหตุผลที่ก่อตั้งชมรมไปก็ตาม
แต่ชมรมนี้ก็ยังไม่ถูกยุบ จนถึงวันนี้ องค์กรที่ระบุตัวตนไม่ได้แห่งนี้ก็ยังตั้งอยู่ในอาคารเก่าอย่างลึกลับต่อไป
แน่นอน สมาชิกทั้ง 5 ของเรา นับตัวผมเข้าไปด้วย
ก็ยังมานั่งฆ่าเวลาให้ห้องชมรมทุกวั้นทุกวันอยู่ดี
สภานักเรียนเองก็เถอะ หลังจากประชุมกัน 2-3 ครั้ง บวกกับนั่งวิเคราะห์หลายต่อหลายครั้ง
พวกนั้นก็ตัดสินใจจะเมินพวกเรา สภานักเรียนไม่ยอมรับในการตั้งชมรมของพวกเรา
แต่ก็ไม่เห็นพูดถึงเรื่องที่เราไปยึดห้องชมรมวรรณกรรมไปใช้ซักนิด
คงเพราะสมาชิกเพียงคนเดียวของชมรม นางาโต้ ยูกิ ไม่มีปัญหากับเรื่องที่เรามาใช้ที่นี่
แต่จริงๆแล้ว ผมว่า สภานักเรียนคงไม่อยากมาถกปัญหากับฮารูฮิหรอก
ดังนั้นแค่ทำเป็นไม่สนใจเราซะ ก็ไม่ต้องเสียสุขภาพจติแล้วล่ะนะ
ผมไม่คิดว่าในโลกนี้จะมีใครกล้าเหยียบของที่เขียนคำเตือนว่า
"ระวัง จะระเบิดเมื่อสัมผัส" ที่อยู่ท่ามกลางแสงสีแดงหรอก ขนาดผมยังไม่กล้าเล้ย
ถ้าแค่ผมรู้ว่า ผม "ไม่ควร" ไปคุยกับผู้หญิงประหลาดๆที่แสดงท่าทางไม่เป็นมิตรอยู่ได้ทุกวี่ทุกวันล่ะก็
เด็กม.ปลายธรรมดาที่บังเอิญไปกดปุ่มทำงานของระเบิดเวลาเข้า
และโดนยัดเยียดให้เดินแบกระเบิดไปมาเหมือนคนบ้า เจ้าคนที่ว่านั่นแหละ ผม
แถมตอนนี้ระเบิดที่ชื่อ "สึซึมิยะ ฮารูฮิ" ดันไม่มีเวลานับถอยหลังซะอีก
ผมเลยไม่รู้ว่า เมื่อไหร่มันจะระเบิด และจะเสียหายซักแค่ไหน หรือมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง
และที่สำคัญกว่านั้น ผมยิ่งไม่รู้ใหญ่เลยว่า
ระเบิดเป็นของจริง หรือ แค่ของเล่นที่ใช้หลอกเด็กกันแน่?
ผมยังหาถังขยะที่ชื่อ "สำหรับทิ้งวัตถุที่ระบุไม่ได้" ไม่เจอเลย
ถึงผมอยากจะหาซักแค่ไหนก็ตาม หรือจะพูดอีกที
วัตถุอันตรายที่ผมเผลอไปเดินเครื่องเอาไว้น่ะ ถูกหยอดกาวตราช้างทั้งหลอด
มันเลยติดมือแน่นกว่าอะไรทั้งปวง
เฮ่อจะให้ผมเอาไปทิ้งที่ไหนดีล่ะเนี่ย?
------------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปอ่าน บทนำ | บทที่ 1(ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) | บทที่ 2 (ส่วนที่1) (ส่วนที่ 2) (ส่วนที่ 3)

(เหมือนเรา แต่มันก็ทำให้ได้พยายามอ่านญี่ปุ่นมากขึ้นละมั้งนะ ถึงจะอ่านได้แบบมือสมัครเล่นก็เตอะ ^^")
commentของkyonนี่สุดยอดจริงๆ
#1 By maxima (58.136.210.117) on 2006-08-08 23:49