ก็เป็นส่วนสุดท้ายของตอน Bamboo Leaf Rhapsody แล้วล่ะครับ ก็เป็นตอนสำคัญตอนหนึ่งที่มีส่วนเชื่อมต่อกับเนื้อหาหลายๆส่วนของเรื่องนี้ ก็หวังว่าคงจะเพลิดเพลินกันนะครับ ตอนนี้ผมกำลังเล็งว่าจะแปลตอนไหนต่อดี ระหว่างตอนที่ทำอนิเมชั่นไปแล้วอย่างตอนแข่งเบสบอลตอนมิสเทริค ไซน์ หรือ ตอน Remote Island Syndromeกับ ตอนที่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งมีให้เลือกระหว่างนิยายเล่ม 2 ซึ่งเป็นเนื้อหาในการถ่ายทำหนังของหน่วยSOS กับ เล่มที่ 4 ซึ่งเป็นตอนที่เราจะได้พบกับตอนต่อของ Bamboo Leaf Rhapsody นี่ล่ะครับ เนื้อหามันเชื่อมกันอยู่น่ะครับ แฟนๆของฮารูฮิช่วยเลือกทีนะครับ เอาล่ะครับ มาพบกับบทสรุปของตอนนี้กันได้แล้วครับ
(ต่อจากส่วนที่แล้ว)
แต่เราคงอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ ผมเลยคิดจะปลุกคุณอาซาฮินะดู
แน่นอนต้องหลังจากผมเก็บรถเข็นและเครื่องตีเส้นที่ฮารูฮิทิ้งเรี่ยราดซะก่อน

คุณอาซาฮินะหลับได้น่ารักอย่างกับลูกแมวน้อย จนผมอยากจะทำอะไรป่าเถื่อนกับเธอเลยล่ะ
แต่สุดท้ายผมก็สงบใจหื่นๆลง และค่อยๆเขย่าไหล่คุณอาซาฮินะแทน

"อืม---หือ อ๊ะ?"
พอลืมตาตื่น คุณอาซาฮินะก็มองไปรอบๆตัวไม่ได้หยุดเลย

"เอ๋?"
เธอลุกขึ้นมาและตะโกนพร้อมกัน
"ทะ..ทะ..ที่ ที่นี่ที่ไหนคะ? ทำไมเรา? แล้วตอนนี้กี่โมงแล้วคะ?"

ผมจะตอบเธอยังไงดี พอผมกำลังคิดหาคำตอบ จู่ๆคุณอาซาฮินะก็ตะโกน "อ๋า----!!"
ถึงจะอยู่ในความมืดผมก็พอบอกได้ว่า หน้าขาวๆของเธอซีดกว่าที่เคยเป็น

คุณอาซาฮินะใช้มือทั้ง 2 ข้างสำรวจตัวเองอยู่
"TPDDหายไปค่ะ ฉันหายังไงก็ไม่เจอ"

คุณอาซาฮินะเริ่มต่อมน้ำตาแตก แต่ผมเห็นเธอร้องไห้จริงๆ
ผมก็เห็นเธอเหมือนเด็กหลงทางที่เอามือเช็ดน้ำตาไปร้องไห้ไป
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาให้คะแนนความน่ารักซะหน่อย

"TPDD นี่อะไรเหรอครับ?"
"ฮือๆๆ เป็นข้อมูลที่บอกไม่ได้ค่ะ ฉันไม่ควรพูดออกมา
แต่เป็นของที่คล้ายๆกับไทม์แมชชีน ฉันใช้มันพาเรามายังยุคนี้
แต่ฉันหามันไม่เจอ ถ้าไม่มีมัน เราจะไม่สามารถกลับไปยังช่วงเวลาที่เราจากมาได้เลยค่ะ"

"แล้วมันหายไปได้ยังไงครับ?"
"ฉันไม่ทราบค่ะ ทั้งๆที่ห้ามทำหาย แต่ตอนนี้มันไม่อยู่แล้วค่ะ"

ผมว่านี่คงเป็นฝีมือของคุณอาซาฮินะอีกคนที่ค้นตัวเธอเมื่อกี้นี้แน่
"แล้วจะมีใครมาช่วยเรามั้ย?"
"ไม่มีทางหรอกค่ะ ฮือ ฮือ ฮือ.."

คุณอาซาฮินะอธิบายไปร้องไห้ไปว่า ทุกๆเหตุการณ์ในห้วงเวลาได้ถูกกำหนดไว้แล้ว
และถ้าที่นั่นมี TPDD มันก็ควรจะอยู่กับเธอ และตอนนี้มันไม่อยู่กับเธอแล้ว
มันหมายความว่า เธอก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเสียมันไป
และหมายถึงว่าเธอ "ไม่จำเป็นต้องมีมันแล้ว" คงประมาณนี้ล่ะมั้ง?
แล้วมันหมายความว่าไง?

"แล้วตอนนี้ พวกเราจะเป็นยังไงล่ะ?"
"ฮึก ฮึก ก็คือว่า ถ้าเรื่องราวเป็นแบบนี้ เราจะติดอยู่ในช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ต่อไป
และไม่มีทางจะกลับไปสู่เวลาที่เราจากมาได้"

ทีนี้มันก็เรื่องใหญ่แล้วสิ! ถึงแม้จะคิดแบบนั้น แต่ผมก็ไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่
คุณอาซาฮินะ(โต) ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ผมเดาว่าเธอนั่นแหล่ะที่เอาTPDDไป
และทำให้เกิดเรื่องนี้มาก ผมมั่นใจว่า คุณอาซาฮินะ (โต) มาถึงอดีตเพราะเรื่องนี้แน่นอน

สำหรับอาซาฮินะ (โต) ที่ผ่านเรื่องราวมากมายกว่าคุณอาซาฮินะ (เด็ก)คนนี้
มันคงหลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ ผมเบนสายตาออกจากคุณอาซาฮินะที่กำลังร้องไห้เศร้าสร้อย
มองไปที่ลานกรีฑา รูปสัญลักษณ์ปริศนาที่ฮารูฮิคิดและวาดโดยผมมันตอนนี้ดูเด่นซ้า
พอตอนเช้า พวกอาจารย์กับนักเรียนของม.ต้น ตะวันออก คงจะช็อกกันน่าดู
ผมหวังว่าไอ้ลวดลายพวกนี้คงไม่มีคำสาปอะไรดึงเอเลี่ยนมาจริงๆหรอกนะ..
แต่เอ๊ะ ที่เราคิดเมื่อกี้มัน..

ข้างนอกมืดไปหน่อย ในโรงเรียนเองก็พอมองเห็นได้จากไฟถนนสลัวๆเท่านั้น..
แถมเจ้าเส้นที่ผมวาดเมื่อกี้มันก็ใหญ่ซะ ถ้าไม่ยืนให้ห่างซักหน่อย
ผมคงไม่สังเกตเห็นมันแน่ กว่าผมจะนึกออกก็เพราะเรื่องนี้แหละ

ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ และดึงกระดาษอธิษฐานที่นางาโต้ให้มา
ก็กระดาษใบที่มีรูปร่างแปลกๆวาดอยู่บนนั้นแหละ
"เราพอมีทางรอดแล้ว"

พอผมพูด คุณอาซาฮินะก็กระพริบตาถี่ๆ ในช่วงที่ผมกำลังตั้งใจมองกระดาษอธิษฐานใบนั้น
สัญลักษณ์ที่วาดบนกระดาษอธิษฐานมันเป็นรูปเดียวกับข้อความที่ฮารูฮิกับผมช่วยกันวาดเมื่อกี้เลยนี่นา
พวกเรารีบเผ่นจาก ม.ต้น ตะวันออก และมาถึงแมนชั่นเลิศหรูใกล้สถานี

"บ้านของคุณนางาโต้ไม่ใช่เหรอคะ?"
"อือ..ผมไม่ได้ถามเธอจริงจังว่า เธอมาถึงโลกเมื่อไหร่ แต่ผมมั่นใจว่า
เธอมาถึงโลกเมื่อไหร่ แต่ผมมั่นใจว่า เธอมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อนแล้วมั้ง?"

ผมยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าแมนชั่น และกดปุ่มเรียกห้อง 708
ได้ยินเสียงสัญญาณผ่านทางอินเตอร์คอม
ผมรู้สึกถึงความอุ่นจากมือที่สั่นเทาของคุณอาซาฮินะผ่านทางแขนเสื้อของผมเอง
และผมก็พูดใส่สปีกเกอร์
"ห้องของคุณนางาโต้ ยูกิใช่มั้ยครับ?"
"." ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

"เอ่อ..ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี?"
"."

"ผมเป็นเพื่อนของสึซึมิยะ ฮารูฮิ พอจะสะกิดใจคุณบ้างมั้ย?"

ลมหายใจเย็นยะเยือกได้ยินผ่านทางอินเตอร์คอม และก็หยุด หลังจากนั้น
"เชิญ"

บี๊บ ประตูหน้าเปิดขึ้น ผมพาคุณอาซาฮินะที่ดูกลัวๆ เข้าลิฟท์ไป
เรามาถึงชั้น 7 และเดินมาถึงหน้าห้อง 708 ที่ผมเคยเยือนแล้วครั้งหนึ่ง
ผมดันประตูเบาๆ และมันเปิดออกอย่างช้าๆ

นางาโต้ ยูกิ ยืนรออยู่ในห้อง ทุกสิ่งทุกอย่าง ดูไม่ค่อยถูกต้องยังไงไม่รู้
นี่ผมกับคุณอาซาฮินะย้อนเวลามาแล้วแน่เหรอ? นางาโต้ดูไม่ต่างจากนางาโต้ที่ผมคุ้นหน้าเลย
ทั้งการสวมเครื่องแบบกะลาสีของ ม.ปลาย เขตเหนือ ดวงตาไร้อารมณ์ที่มองมาทางผม
และร่างกายที่ดูไม่มีอุณหภูมิ และความที่ดูไม่มีตัวตนแบบนี้
ทั้งหมดไม่ต่างจากนางาโต้ที่ผมรู้จักเลยซักอย่างเดียว
ที่ต่างคือ นางาโต้ในอีก 3 ปีข้างหน้าเลิกสวมแว่นแล้ว
ส่วนคนที่อยู่ตรงหน้าผมยังสวมมันอยู่


"ไง" ผมยกแขนและยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร

แต่นางาโต้ก็ดูไร้อารมณ์เหมือนเคย คุณอาซาฮินะแอบอยู่หลังผมและตัวสั่นไม่หยุด
"เราเข้าไปได้มั้ย?"
"...."

นางาโต้หันหลับเข้าไปในห้องของเธอ ผมเลยถือว่า เธออนุญาตให้ผมกับคุณอาซาฮินะเข้าไปได้แล้ว
เราถอดรองเท้าและเดินตรงเข้าไปในห้องนั่งเล่น
ห้องที่ว่างไม่มีอะไรเลยห้องเดิม

นางาโต้ยืนเฉยๆ รอให้เราเข้าไปด้านใน เนื่องจากไม่มีทางเลือก
ผมตัดสินใจจะยืนต่อและอธิบายทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง
ผมควรจะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี? เอาตั้งแต่ตอนที่ผมเข้าเรียนวันแรก และได้พบกับฮารูฮิครั้งแรกเลยดีมั้ย?
ถ้าเอางั้น เรื่องคงยาวมาก

ข้ามรายละเอียดไป ผมสรุปเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนี้เลยดีกว่า
ดวงตาไร้อารมณ์ยังจ้องผมผ่านแว่นสายตาอยู่ ผมคิดว่าผมใช้เวลา
อธิบายซัก 5 นาที ทั้งที่จริงผมคิดว่าเรื่องที่เกี่ยวกับฮารูฮิ ที่มันไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย
ใครเขาจะเชื่อ?

"...และก็ ตัวเธอในอีก 3 ปีข้างหน้าให้เจ้านี่กับฉัน"
นางาโต้จ้องกระดาษอธิษฐานที่ผมเพิ่งให้ไป
เธอวางนิ้วเหนือสัญลักษณ์ประหลาด เหมือนกำลังอ่านบาร์โค้ดอยู่

"เข้าใจแล้ว"
นางาโต้ผงกหัวลงเล็กน้อย แค่เนี้ยนะ?
เดี๋ยวสิ จู่ๆผมก็นึกอะไรบางอย่างที่ขัดหูขัดตาออก

ผมเอามือแตะขมับตัวเองและพูดว่า
"ฉันน่ะรู้จักนางาโต้มาสักพักหนึ่งแล้ว แต่เธอน่ะเป็นคนของ 3 ปีก่อนนะ
นั่นคือสำหรับแล้ว เราเพิ่งจะเคยพบกันไม่ใช่เหรอ?"

ถึงผมจะไม่เข้าใจว่าตัวเองพุดอะไรออกไป
แต่เธอก็ขยับแว่น และตอบผมอย่างเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า
"ใช่"
"งั้น"

"ได้รับอนุญาตให้ใช้ความทรงจำร่วมในสภาวะที่ขาดความมั่นคงแล้ว
เริ่มการดาวน์โหลดข้อมูลห้วงเวลาแบบกลับด้าน"

พูดถึงอะไรกันเนี่ย?
"ตัวฉันที่มีตัวตนในช่วงเวลา 3 ปีต่อจากนี้ และตัวฉันที่มีตัวตนอยู่ในเวลานี้ คือ คนๆเดียวกัน"

แล้วไง? มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่? แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่นางาโต้ตอนนี้
จะใช้ความทรงจำร่วมกับนางาโต้ของ 3 ปีข้างหน้าได้หรอก..

"เป็นไปได้"
"ทะ..ทำได้ไง?"

"ด้วยการซิงโครเข้าหากัน"
เอ่อ...ผมก็ยังงงอยู่ดีแหละ

นางาโต้หยุดตอบคำถาม และค่อยๆถอดแว่นตาออก ดวงตาไร้อารมณ์ของเธอกระพริบตา
และมองมาทางผม นั่นเป็นหน้าตาของหนอนหนังสือที่ผมคุ้นเคย นั่นเป็นนางโต้ที่ผมรู้จัก

"ทำไมใส่ยูนิฟอร์มของม.ปลายเขตเหนือล่ะ? เธอเข้าไปเรียนแล้วหรือไง?"
"ไม่ใช่ ตอนนี้ฉันอยู่ใน STAND BY MODE (โหมดเตรียมพร้อม)

"เตรียมพร้อม... เธอต้องเตรียมความพร้อมตั้ง 3 ปีเลยเหรอ?"
"ใช่"

"มันไม่..."

ความอดทนเป็นเลิศ เธอไม่เบื่อบ้างหรือไง? นางาโต้ค้อมหัวลงเล็กน้อยและพูดว่า
"มันเป็นภารกิจ"

ดวงตาใสแจ๋วของเธอมองมาทางผม
"มันมีวิธีการมากมาย ที่จะเดินทางข้ามเวลา"

นางาโต้พูดไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
"TPDD ก็เป็นแค่อุปกรณ์ควบคุมห้วงมิติเวลา มันมีแต่ตวามไม่แน่นอนและไม่เที่ยงตรง
มีทฤษฎีเดินทางข้ามเวลามากมายที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน"

คุณอาซาฮินะจับมือผมแน่นมาก
"เอ่อ.. คุณอยากจะพุดอะไรกันแน่?"
"การใช้TPDDเคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิตผ่านกาลเวลานั้นทำได้ แต่มันจะสร้างสิ่งรบกวนขึ้น
สำหรับพวกเราแล้ว มันไม่ใช่อุปกณ์ที่เหมาะสม"

ตอนที่เธอพูดว่า "พวกเรา" เธอหมายถึง "พวกสิ่งมีชีวิตข้อมูล" งั้นเหรอ?

"แล้วคุณนางาโต้สามารถข้ามช่วงเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบเหรอคะ?"
"ร่างกายไม่จำเป็น แค่ให้ข้อมูลตัวเดียวกัน สามารถเดินทางข้ามเวลาได้ก็เพียงพอ"

เดินทางไปมาระหว่างอดีต, ปัจจุบัน และ อนาคตงั้นเหรอ?
ถ้าขนาดคุณอาซาฮินะยังทำได้ มันก็คงไม่ยากเย็นสำหรับนางาโต้
เพราะนางาโต้มีพลังมากพอจะทำได้อยู่แล้ว
ผมลองมาคิดดูถ้าเอานางาโต้มาเทียบกับโคอิสึมิแล้ว
นี่ไม่ได้ทำให้คุณอาซาฮินะโดนกันออกจากกลุ่ม(คนพิเศษ) เหรอเนี่ย?

"งั้นก็ทำได้สินะ"
ผมขัดบทสนทนาของนางาโต้กับคุณอาซาฮินะ
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเถียงกันเรื่องทฤษฎี หรือวิธีการเดินทางข้ามเวลานะ
คำถามตอนนี้คือ จะทำยังไงเพื่อให้ผมกับคุณอาซาฮินะ
สามารถเดินทางกลับไปในอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้ามากกว่า

แล้วนางาโต้ก็ผงกหัวอีกครั้งและพูดว่า
"ทำได้"

เธอลุกขึ้นยืน และเลื่อนประตูกระดาษที่ติดกับห้องนั่งเล่นห้องนี้

"ที่นี่"
มันเป็นห้องนอนสำหรับแขกสไตล์ญี่ปุ่นที่ปูด้วยเสื่อทาทามิ ไม่มีอะไรอยู่นอกจากเสื่อทาทามิ ดูเหงาๆตามสไตล์ของนางาโต้ ผมนึกออกแค่นี้ แต่ทำไมเธอพาเรามาที่ห้องนอนนี้ล่ะ? มีไทม์แมชชีนซ่อนในห้องนี้หรือไง? พอผมจะอ้าปากถามเธอ นางาโต้ก็ลากฟูตง (ที่นอนแบบญี่ปุ่น)ออกมาจากตู้ และเริ่มปูมันกับพื้น แถมยังเอาผ้าห่มออกมาอีก 2 ผืน
"เอ่อ..ฉันคงคิดมากไปเอง.. แต่เธอคงไม่ได้บอกให้เรานอนที่นี่หรอกนะ?"

นางาโต้ที่อุ้มผ้าห่มอยู่มองมาทางผม ตัวผมกับคุณอาซาฮินะสะท้อนชัดเจนบนดวงตาที่ใสแจ๋วของเธอ
"ใช่"
"ที่นี่ ? กับคุณอาซาฮินะ? 2 คนเนี่ยนะ?"
"ใช่"

ผมแอบมองไปข้างๆ เห็นคุณอาซาฮินะทำท่าทางเขินอาย หน้าของเธอแดงระเรื่อ
เป็นปฏิกิริยาที่น่าจะเกิดอยู่แล้ว แต่นางาโต้ดูท่าทางไม่ยี่หระซักนิด
"นอนลงซะ!"

เฮ่อ..ผมคงต้องทำอยู่แล้วล่ะ ผมสบตากับคุณอาซาฮินะ เธอหน้าแดงตอนที่ผมยักไหล่
ก็เราเองนี่แหละที่มาขอความช่วยเหลือจากนางาโต้ ถ้าเธอบอกให้เรานอน ก็ต้องนอน
ถ้าเราตื่นขึ้นมา และรู้ว่าเราได้กลับไปที่ๆเราจากมา มันก็คงไม่ลำบากอะไรนี่

นางาโต้ปิดสวิตซ์ไฟห้องด้วยมือของเธอ และเริ่มพึมพำอะไรซักอย่าง
ทำให้ผมนึก "นี่เธอจะพูดราตรีสวัสดิ์กับเรายังไม่ได้เลยสินะ"
ไฟห้องหรี่และดับลงไป

ต้องหลับแล้วสินะ ผมนอนลงและดึงผ้าห่มคลุมตัว ทุกอย่างมืด
แต่อีกซักพักไฟก็ติดอีกครั้ง หลอดฟลูออเรสเซ้นท์ค่อยๆทำงาน เหมือนแสงไฟกำลังถูกเปิดอยู่
หือ? ความรู้สึกแปลกๆนี่มันยังไง?
นอกหน้าต่างก็ยังเป็นท้องฟ้าตอนกลางคืนเหมือนเมื่อกี้นี่

ผมลุกขึ้นมานั่ง คุณอาซาฮินะก็ลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับผ้าห่มของเธอ
หน้าตาของสาวน้อยใสซื่อ เผยสีหน้าไม่สบายใจ
เธอมองมาทางผมด้วยสายตาสงสัย แต่แน่นอนผมไม่รู้จะตอบคำถามของเธอยังไงดี

นางาโต้ยืนอยู่ที่เดิม ตรงที่เธอเปิดสวิตซ์ไฟอยู่
แต่ผมรู้สึกว่านั่นไม่ใชสีหน้าตามปกติของนางาโต้ สีหน้าของเธอตอนนี้ดูอารมณ์ความรู้สึกด้วย
ผมตั้งใจมองหน้าขาวซีดของเธอ เหมือนกับว่า เธอต้องการจะแสดงออกอะไรซักอย่าง
แต่ไม่สามารถต่อต้านสิ่งที่อยู่ในใจได้

ถ้าผมไม่สังเกตสีหน้าของเธอมาซักพักแล้วล่ะก็ ผมคงจะแบ่งแยกไม่ได้แน่
แต่ผมก็ไม่มั่นใจว่า นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดไปเองหรือเปล่า?

เสียงหายใจที่ผมได้ยินอยู่ข้างๆ ผมหันไปเห็นคุณอาซาฮินะกำลังง่วน
อยู่กับนาฬิกาข้อมือที่แสดงภาพด้วยของเหลวของเธออยู่

"เอ๋? ทำได้จริงๆ? .เอ๋? เรื่องจริงหรือเนี่ย?"

ผมเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือ นั่นน่ะเหรอ TPDDที่ว่า?
"เปล่าค่ะ นี่มันแค่นาฬิกาดิจิตอลแบบอัตโนมัติค่ะ"

คุณจะบอกว่า นาฬิกาข้อมือเรือนนั้น ปรับเวลาเข้ากับเวลามาตรฐานเองหรือไง?
"เรากลับมาแล้วค่ะ ตอนนี้คือเวลาต้นทางของพวกเรา
วันที่ 7 กรกฎาคม ตอน 3 ทุ่มครึ่งโล่ง อกไปที เฮ่อ"

เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกจากหัวใจของเธอเลย

คนที่ยืนอยู่ทีประตูคือ นางาโต้ที่เรารู้จักดี ถ้าให้ผมแยกแยะเธอจากการที่สวมแว่น หรือ ถอดแว่นแล้วล่ะก็
นางาโต้ ยูกิ คนนี้ คือ คนที่อ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย พอมาเจอเธอในอีก 3 ปีให้หลัง
ผมถึงพึ่งเข้าใจ นางาโต้ที่อยู่ตรงหน้าผมมีการเปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อย
นับจากครั้งแรกที่เราเจอกันในห้องชมรมวรรณกรรมวันนั้น (วันที่ฮารูฮิลากผมไปที่นั่น)
แต่การเปลี่ยนแปลงมันเล็กน้อยมากเสียจน แม้แต่ตัวนางาโต้เองก็คงสังเกตไม่เห็น

"แต่คุณทำได้ยังคะ?"
นางาโต้ก็อธิบายแก่คุณอาซาฮินะอย่างไร้อารมณ์ตามเคย

"ผนึกเป้าหมายที่เป็นของเหลวซึ่งเชื่อมต่อกับข้อมูลจากในช่วงเวลาหนึ่ง
และ เฝ้าระวังจนถึงช่วงที่เวลาที่ตั้งเอาไว้ และสุดท้ายก็หยุดการผนึกข้อมูล"

เธอพูดศัพท์เฉพาะทางออกมาเพียบอยู่ซักพักแล้วก็หยุด และพุดต่อท้ายว่า
"และนั่นคือ เวลานี้"

คุณอาซาฮินะพยายามยืนขึ้น แต่ข้าวของเธออ่อนและทิ้งตัวลงมาอีกครั้ง
"นี่มัน...ไม่จริง...คุณนางาโต้...คุณ.."
นางาโต้นิ่งเงียบ

"มีอะไรเหรอครับ?" ผมถาม
"คุณนางาโต้...หยุดเวลาน่ะค่ะ เธอคงจะผนึกห้องนี้รวมทั้งพวกเรามาตลอด 3 ปี
แล้วเธอเพิ่งหยุดการผนึกพวกเราในวันนี้...ใช่มั้ยคะ?"
"ใช่" นางาโต้ตอบและผงกหัว

"ไม่อยากเชื่อเลย ถึงกับหยุดเวลาไว้เนี่ยนะคะ...หวา..."

คุณอาซาฮินะคุกเข่าหมดเรี่ยวแรงและถอนหายใจ

ดูเหมือนว่าเราจะกลับสู่ 3 ปีต่อมาได้แล้ว ผมค่อนข้างแน่ใจหลังจากดูปฏิกิริยาของคุณอาซาฮินะ
เพราเธอเป็นพวกแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ผมเชื่อในสาเหตุที่พาเรามาจากเมื่อ 3 ปีก่อน
และ การที่เวลาถูกหยุดได้ยังไง หรือจะพูดอีกที ผมสามารถยอมรับได้ทุกอย่างเลยล่ะ
ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไร ผมยอมรับได้ทุกอย่างครับ ทุกอย่างดีมาก แต่ว่า...

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาเที่ยวบ้านนางาโต้
เมื่อราวๆ 1 เดือนก่อน เธอเคยเชิญผมมาที่นี่ครั้งนึง
แต่ตอนนั้นผมเห็นแค่ห้องนั่งเล่น และไม่ได้เดินเข้ามาในห้องนอนแขกที่ผมไม่รู้ว่าตัวเองหลับอยู่ในห้องนี้
งั้น...เอ่อ..แบบว่ามันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

ผมเหล่ไปทางนางาโต้ นางาโต้ก็มองมาทางผม
...จะพูดอีกที
ตอนที่ผมมาเจอเธอครั้งแรก และได้ยินเรื่องปัญหาการจัดข้อมูลอวกาศน่ะ
มีตัวผมเองอีกคน นอนอยู่ในห้องข้างๆนี้แล้ว

มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? อย่างนี้มันก็หักล้างหลักเหตุและผลน่ะสิ
"ใช่" นางาโต้ตอบ ผมมึนตึ้บทันที

"นี่หมายความว่า ก่อนหน้านี้เธอก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมาก่อนแล้วสิ
รวมทั้งฉันและเรื่องที่จะเกิดในวันนี้ด้วย"
"ใช่"

จากมุมมองของผม ครั้งแรกที่ผมพบเธอ คือ
ช่วงเปิดเทอมแรกในตอนที่ฮารูฮิจะตั้งหน่วย SOS ขึ้น
แต่นางาโต้กลับเจอกับผมครั้งแรกในวันทานาบาตะเมื่อ 3 ปีก่อน
สำหรับผมแล้ว มันเพิ่งเกิดเมือ่ไม่นานนี้
แต่เธอบอกผมว่า มันเป็นเรื่องเมื่อ 3 ปีก่อนไปแล้ว
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองบ้าไปแล้ว

ทั้งผมและคุณอาซาฮินะได้แต่อึ้ง และ ทึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผมน่ะรู้ว่านางาโต้น่ะทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ไม่เคยนึกเลยว่า
เธอจะทำได้แม้กระทั่งการหยุดเวลา
แล้วแบบนี้มันไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นยอดมนุษย์ไปเลยหรือไง?

"ไม่ถูกต้องทั้งหมด"
เธอปฏิเสธคำชมของผมด้วยเสียงเรียบๆ

"นี่เป็นกรณีพิเศษ เป็นเรื่องฉุกเฉิน ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดแล้ว วิธีการนี้คงจะไม่ถูกนำมาใช้"
พวกเราคือ
"สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ?"

"ขอบใจนะ นางาโต้"
ผมตัดสินใจขอบคุณเธอทันที แต่ที่จริงที่ผมทำได้ก็มีแค่การขอบคุณเธอล่ะนะ

"ไม่ต้องหรอก"
นางาโต้พยักหน้าอันเย็นชาของเธอ แล้วยื่นกระดาษอธิษฐานที่มีสัญลักษณ์วาดอยู่ใบนั้น
ผมรับมันมาและรู้สึกได้เลยว่า กระดาษมันดูเก่าขึ้นมาก
เหมือนกับว่ามันได้ถูกปล่อยทิ้งไว้ถึง 3 ปีมาแล้ว

"เออใช่ สัญลักษณ์บนกระดาษนี่ บอกได้มั้ยว่า มันแปลว่าอะไร?"

ผมก็ถามไปงั้น เพราะผมไม่คิดว่าจะมีใครอ่านสัญลักษณ์ประหลาดๆ
ที่วาดโดยฮารูฮิออกหรอก ผมเลยคิดว่านี่คงเป็นเรื่องเล่นๆเท่านั้นแหละ

"ฉันอยู่ที่นี่"
นางาโต้กลับตอบได้ เล่นเอาผมฉุนกึ้ก

"มันเขียนไว้อย่างนี้"
ผมยิ่งสับสนขึ้นเรื่อยๆ

"หมายความว่าเจ้าสัญลักษณ์แบบนาสก้าเนี่ย เป็นภาษาของมนุษย์ต่างดาวด้วยหรือไง?"
แต่นางาโต้ไม่ได้ตอบคำถามนี้

คุณอาซาฮินะกับผมเดินออกจากห้องของนางาโต้และเดินอยู่ใต้แสงจันทร์
"คุณอาซาฮินะ การที่พาผมไปอดีตด้วยกันนี่มันยังไงกันเหรอครับ?"

คุณอาซาฮินะพยายามคิดเต็มที่ และเงยหน้าและบอกผมด้วยเสียงอ่อนโยน
"ขอโทษนะคะ ฉันก็..เอ่อ..ฉันไม่ค่อยแน่ใจ
ฉันแค่..เป็นเพียงผู้ปฏิบัติ..เอ่อ ไม่สิ ระดับล่าง..ไม่สิ ฉันเป็นแค่เด็กฝึกงานน่ะค่ะ"
"แต่คุณก็มาอยู่ข้างๆ ฮารูฮินี่"

"นั่นเพราะ ฉันไม่เคยนึกว่าจะถูกคุณสึซึมิยะพาตัวมาเข้าชมรมนี่คะ"
เธอบุ้ยปากและพูดไปเรื่อยๆ คุณอาซาฮินะ คุณดูน่ารักในอารมณ์นี้เหมือนกันนะ

"ฉันก็แค่ทำตามคำสั่ง..จากหัวหน้าของฉัน หรือระดับบนๆ
ฉันก็เลยม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่นั่นแล้วจะทำอะไรได้บ้าง"

พอผมดูหน้าที่เขินอายของคุณอาซาฮินะแล้ว ผมก็คิดว่า
หัวหน้าที่เธฮพูดถึงไม่ใช้คนอื่นนอกจากคุณอาซาฮินะ(โต)แน่
มันเป็นการสันนิษฐานที่ไม่มีหลักการอะไร
ก็เพราะนักเดินทางข้ามเวลาที่ผมรู้จัก ก็คือ เธอกับคุณอาซาฮินะคนที่เดินข้างๆผมเท่านั้น
การที่ผมจะคิดแบบนี้คงไม่แปลกอะไร

"เหรอครับ"
ผมเอียงคอ และก็บ่นพึมพำ

สุดท้ายแล้วผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ถ้าคุณอาซาฮินะผู้ใหญ่มาเพื่อให้คำใบ้กับผมล่ะก็
งั้นเธอก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกเราสินะ
แถมดูเหมือนว่าเธอจะไม่เคยบอกอะไรคุณอาซาฮินะคนนี้เลยแม้แต่น้อย
มันยังไงกันเนี่ย?

"ฮึ่ม"

จะมาปวดหัวกับเรื่องนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าคุณอาซาฮินะยังไม่เข้าใจเรื่องนี้
ก็ไม่มีทางที่ผมจะเข้าใจได้หรอก

นางาโต้บอกว่ามันมีวิธีการเดินทางข้ามเวลามากกว่า 1 วิธี
นักเดินทางข้ามเวลาในอนาคตก็คงตั้งกฎเกณฑ์ของตัวเองขึ้นมาสินะ
ผมอยากให้ใครซักคนมาอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังหลังจากที่เรื่องมันคลี่คลายแล้วจริงๆ

ผมแยกกับคุณอาซาฮินะที่สถานี เธอโค้งขอบคุณผมอีกครั้ง
และทิ้งความเศร้าให้ผมไว้ข้างหลัง หลังจากเธอลับสายตาไป
ผมก็ตรงกลับบ้านทันที และก็เพิ่งนึกออกว่า
ผมทิ้งกระเป๋านักเรียนไว้ในห้องชมรม

วันถัดมา ก็กลายเป็นวันที่ 8 กรกฎาคมโดยที่ผมไม่รู้ตัว
มันเป็นวันต่อมาน่ะใช่
แต่สำหรับร่างกายผมแล้ว มันผ่านมา 3 ปีกับอีก 1 วัน
ตั้งแต่ผมไปโรงเรียนครั้งสุดท้าย


ผมไปโรงเรียนมือเปล่า และเดินตรงไปที่ห้องชมรม พอได้กระเป๋ามา
ผมก็เดินไปที่ห้องเรียน ท่าทางคุณอาซาฮินะจะมาโรงเรียนก่อนผมนะ
เพราะในห้องชมรมไม่มีกระเป๋าของเธอแล้ว

พอมาถึงห้องเรียน ผมเห็นฮารูฮินั่งที่เดิมและเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง
ท่าทางคงจะเฝ้าดูการมาของเอเลี่ยนสินะ

"เป็นไรไป? เธอซึมๆมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไปเก็บเห็ดพิษมากินหรือไง? "
พอพูดแล้ว ผมก็นั่งลง ฮารูฮิหายใจแรงและพูดว่า

"ไม่มีอะไรนี่ แค่รู้สึกเศร้าๆ ตอนที่คิดถึงเรื่องสมัยก่อน
เรื่องที่เกี่ยวกับวันทานาบาตะน่ะ"
เล่นเอาผมสะดุ้งเฮือก เรื่องที่ว่าคืออะไรผมไม่ได้ถามเธอ

"เหรอ?"

ฮารูฮิหันหน้ากลับไปนั่งสังเกตเมฆ ผมก็ยักไหล่
ผมไม่สนใจจะหาเรื่องจุดชนวนระเบิดคราวนี้หรอก
คนที่เขามีสามัญสำนึกก็คงทำแบบเดียวกัน

หลังเลิกเรียน ห้องชมรมวรรณกรรมก็กลายเป็นฐานทัพใต้ดินของหน่วยSOSอีกครั้ง
ฮารูฮิพูดแค่ว่า "โยนต้นไผ่นั่นทิ้งไปเลย ตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว" แล้วก็กลับบ้านเฉยเลย
ปลอกแขน "หัวหน้าหน่วย"ที่ถูกทิ้งบนโต๊ะจึงดูเหงาๆยังไงชอบกล

เฮ่อพอพรุ่งนี้ ยัยนั่นก็จะกลายเป็นหญิงเพี้ยนๆ ที่มาสั่งเราให้ทำสิ่งที่ไร้เหตุผล
และทำจริงไม่ได้ตามเคย ยัยนี่เป็นคนแบบนั้นแหละ

คุณอาซาฮินะก็ไม่ได้มาที่นี่เหมือนกัน มีเพียงนางาโต้ ยูกิอยู่ในห้องชมรม
แล้วก็ผมที่เล่นหมากรุกฝรั่งกับโคอิสึมิหลังจากที่ผมทนแรงรบเร้าที่หมอนี่มีต่อหมากรุกไม่ได้
ก็เลยให้เขาสอนวิธีเล่นหมากรุกฝรั่งให้

ผมคิดว่าที่โคอิสึมิเปลี่ยนมาเล่นหมากรุก เพราะเขาเล่นโอเตลโล่ห่วย
แต่ดูเหมือนว่าผมจะคิดผิด
หมอนี่ก็เล่นหมากรุกได้ห่วยพอกัน

ผมกินตัวพอน(เบี้ย)ของโคอิสึมิด้วยตัวไนท์(ม้า) ในขณะที่มองไปทางนางาโต้
คนที่มองกระดานหมากรุกอย่างใจจดใจจ่อด้วยหน้าตาเฉยเมย

"นี่นางาโต้ ฉันไม่ค่อยเข้าใจเลยแฮะ คุณอาซาฮินะเขามาจากอนาคตจริงๆเหรอ?"
นางาโต้พยักหน้าช้าๆ
"ใช่"

"แต่ฉันรู้สึกว่ามันน่าจะเกิดพาราด็อก (PARADOX) ขึ้นมายังไงไม่รู้
ระหว่างมุ่งสู่อดีต กับ การย้อนกลับไปอนาคต"

ก็อย่างที่ผมงงแหละ ถ้ามันไม่มีจุดสิ้นสุดระหว่างอดีตกับอนาคตล่ะก็
สมมติว่า เราย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน ไปนอนหลับที่นั่น แล้วมาตื่นเอาตอนปัจจุบัน
แล้วตัวเราใน"ปัจจุบัน"ที่เราอยู่นี่ น่าจะเป็นคนละโลกกับ "เมื่อวาน" ที่เราออกเดินทางสิ
แล้วผลจากการย้อนเวลา ผมได้ไปให้ไอเดียที่เธอไม่ควรมี
และด้วยไอเดียนั้นก็พาเธอมาเข้าที่ ม.ปลายเขตเหนือ
ไอเดียก็ไปขยายความสนใจในพวกเหนือมนุษย์ของฮารูฮิ ว่ามีอยู่จริงเข้าไปอีก

ถ้าผมไม่ได้เดินทางย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน บางทีทุกสิ่งทุกอย่างมันคงไม่เคยเกิดขึ้นเลย
แต่ถ้าดูท่าทางของคุณอาซาฮินะ(โต)แล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะรู้มากกว่าพวกเรา
หรือจะพูดอีกที ความต่อเนื่องของอดีตและอนาคตต้องยังวนเวียนต่อไป
นี่ก็จะเป็นการแย้งกับสิ่งที่คุณอาซาฮินะเคยบอกผมก่อนหน้านี้
ถึงผมจะโง่แค่ไหนก็พอจะนึกออกเหมือนกันแหละ

"ตราบใดที่ยังไม่มีข้อสรุปในทฤษฎี PARADOX
ก็ไม่มีทางสรุปว่าไม่มีทางเกิดPARADOXได้หรอก"


นางาโต้พูดนิ่งๆ ที่อธิบายแบบแปลกๆว่า "มันสามารถอธิบายได้ทุกอย่าง"
สำหรับเธอแล้วอธิบายแค่นี้คงพอ แต่ฉันน่ะไม่เข้าใจเลยซักกะตี้ด
นางาโต้เงยหน้าให้เห็นคอเรียบๆขาวๆของเธอ และมองมาทางผม

"แล้วคุณก็จะเข้าใจ"

แล้วเธอก็กลับไปนั่งที่เดิม พร้อมกับไปสู่โลกแห่งหนังสือ

ตอนนี้โคอิสึมิจึงพูดบ้าง
"ตอนนี้คิง(ตัวขุน)ของผมกำลังโดนเช็คด้วยรุค(เรือ)ของคุณ
ตอนนี้ผมดูมีปัญหาแน่ แล้วผมจะหนีไปทางไหนดี"

โคอิสึมิพูดพร้อมกับยกตัวคิงสีดำของเขาและเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ
แล้วก็หงายมือ ทำเหมือนนักมายากลกำลังเล่นกลอยู่งั้นแหละ
"แล้วถ้าผมทำอย่างนี้จะเกิดPARADOXหรือเปล่าล่ะ?"

ผมหยิบรุคสีขาวของผม ขึ้นมาจับเล่นและคิด
"ฉันจะไม่เล่นปริศนาปรัชญาเซ็นงี่เง่าอะไรกับนายหรอก
และฉันก็ไม่พอใจ กับ หัวข้อที่ไม่เข้าใจหรอก
ดังนั้นฉันจะไม่ตอบปัญหาของนาย"

แต่ยังไงก็ตาม แน่ใจได้เลยว่า ยัยฮารูฮินั่นแหละ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผิดธรรมดา
ไม่ว่าใครในโลกก็คงพูดแบบเดียวกัน

"จริงๆแล้ว คิงไม่มีความหมายอะไรกับเราหรอก
เพราะควีนต่างหากล่ะที่แสดงบทบาทสำคัญยิ่งกว่า"

ผมวางรุคสีขาวลงในกล่องที่มีคิงสีดำวางอยู่ ควีนเข้าประเชิดไนท์ 8

"ฉันไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นอีก
แต่ก็หวังว่าคงจะไม่เกิดอะไรที่ทำให้ฉันปวดหัวตึ้บอีกก็แล้วกัน"

นางาโต้นั่งเงียบ ส่วนโคอิสึมิยิ้มและพูดว่า
"ผมว่าคงจะดี ถ้าทุกอย่างอยู่อย่างสงบ , หรือคุณอยากให้มีอะไรเกิดขึ้นล่ะ?"

ผมพ่นลมหายใจอย่างเซ็งๆ และวงชื่อผมในกระดานจดแต้ม

(จบตอน Bamboo Leaf Rhapsody)


ย้อนกลับไปอ่าน ส่วนที่ 1 | ส่วนที่ 2 | ส่วนที่ 3


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากครับสำหรับนิยายแปลนะครับ (_ _)

ถ้าถามผมว่าควรแปลอะไรต่อ ผมแนะนำว่าเล่ม 4 นะครับเพราะถือเป็นตอนสำคัญเลย

เล่มนี้ ที่ baka พึ่งแปลไปได้ chapter เดียวเองน่ะครับ - -"

#1 By Jack149 (158.108.211.245) on 2006-07-28 00:03

ขอบคุณมากจริงๆสำหรับคำแปล ใจจริงอยากเสนอให้แปลเล่ม 4 ต่อเหมือนกันนะ แต่ก็ สงสัยมันจะต่อเนื่องไม่ได้สิ เล่ม 4 ของ baka เพิ่งแปลเสร็จ บทนำ กับ ตอนแรก เอง เราอ่านแล้วเครียดจนต้องไปพยายามแกะญี่ปุ่นอ่านเองเลย (ทั้งที่ความสามารถยังไม่ถึง พยายามอ่านยังไงก็ได้แค่พอเข้าใจเนื้อหารวมๆ )

ตามสาเหตุข้างต้น จึงอยากให้แปลเล่ม 2 มากกว่า เพราะ น่าจะทันเขาแปลจบพอดี แล้ว น่าจะมีหลายๆท่านที่ยังสงสัยใน อนิเม ตอน 00 อยู่ น่าจะช่วยให้เคลียร์+เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้นเยอะ ^^

ปล. ถ้าจะขออนุญาติเอาลิงค์บล็อคไปแปะที่บอร์ด thai haruhi fanclub จะได้ไหม ที่นี้http://haruhi.thetaforce.com อยากจะทำกระทู้รวบรวมนิยายที่แปลแล้วทั้งไทยทั้งอังกฤษนะ เพื่อคนที่ยังไม่รู้แต่สนใจ ^^"

ขอบคุณอีกครั้งน้อ

#2 By zoung (124.120.10.231) on 2006-07-28 00:25

เชิญทำLinkได้เลยครับ อือ ผมก็ว่าเล่ม 2 นี่กว่าผมจะแปลไล่เขาทัน เขาคงทำเล่ม 2 จบพอดี อืมๆ เพราะจริงๆผมก็แปลต่อจากBakaอีกที ความรู้ญี่ปุ่นยังไม่ดีพอจะแปลนิยายญี่ปุ่นตรงๆ หรอก
ขอบคุณครับ .
ตัวผมก็คิดเหมือนกับคนอื่นครับ แปลตอนที่ 4 ต่อเลย

#4 By นาย 86 (203.170.150.211) on 2006-07-28 10:03

ขอบคุณมากครับ เฮมีคนช่วยเอาลิงค์ไปแปะเพิ่มแล้ว

ตอนจบนี่คลี่คลายปริศนาไปได้เยอะเลยนะเนี่ย ว่าทำไมยูกิถึงรู้ตั้งแต่ 3 ปีก่อนว่าเคียวออนเป็นคนที่พิเศษและถูกฮารุอิเลือก(แต่สำหรับมิคุรุจังนี่ไม่ว่าคนไหนก็น่ารักแฮะ(จริงๆผมชอบยูกิมากกว่านะเนี่ย)) แต่ยูกินี่เก่งสุดยอดจริงๆทำได้ทุกอย่างที่ต้องการ

#5 By wingaura (125.25.133.39) on 2006-07-28 14:09

ลืมเลือก แน่นอนก็ต้องเอาตอนที่ 4 สิครับ

#6 By wingaura (125.25.133.39) on 2006-07-28 14:11

ตามสะดวกเถอะครับ จะตอนไหนถ้าเป็นคุณแปลละก็ ไว้ใจได้เรื่องคุณภาพครับผม
แต่ถ้าที่อยากอ่านที่สุดสำหรับผมคือเล่ม 4 เหมือนกันครับ เพราะอ่านตอนที่1จบแล้วอย่างหลอน

ทีแรกอ่านเพราะได้ยินว่าอาซากุระ(ตัวละครโปรดผม)จะมีบท แต่อ่านไปอ่านมาเล่นเอาจุกไปเลยครับ...อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฮารุฮิกันแน่ ??? เพราะในเล่ม4โลกกลายเป็นโลกที่ฮารุฮิไม่มีตัวตนไปซะแล้ว
ขอบคุณคับที่แปลให้อ่าน.............ถ้าจะให้ดีแปลเล่ม 4 ต่อเลยครับ..

#8 By motosuva (203.188.1.55) on 2006-07-28 16:09

พระเจ้าของผม คือ ยูกิ เท่านั้นครับ

ถ้าแปลจาก baka อีกที ผมว่าแปลเล่ม 2 ดีแล้วล่ะครับ เพราะเล่มอื่นๆมันไม่ต่อเนื่อง

ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนนะครับ

#9 By guest (124.120.72.125) on 2006-07-28 21:58

แอ๊ค อ่านจนจบได้ซะที แง้วขอบคุณมากครับ แล้วแปลมาอีกนะ

#10 By ทากน้อย on 2006-07-29 14:39

เล่ม 4 ฮารุฮิ ไม่ได้ถึงกับไม่มีตัวตนน้อ แค่"หายไป"แค่นั้น คุณ jin ^^" (เล่ม 4 มีอะไรหลายอย่างๆที่สุดยอดมาก หึๆๆ)

ขอบคุณมากน้อคุณจ่า เมื่อวานยุ่งโพสอะไรนิดหน่อย กำลังรอการติดต่อกับอีกท่านนึงด้วยแล้วค่อยไปตั้งที่เดียว ^^"
ถ้ายังไงลองเข้าไปอ่านนิทานก่อนนอน?จาก novel เล่ม 8 กันหน่อยน้า http://haruhi.thetaforce.com/phpbb/viewtopic.php?t=21 (โฆษณาซะงั้น ^^")

#11 By zoung (124.120.2.5) on 2006-07-29 19:19

สนับสนุนว่าอยากให้แปลเล่มที่4ต่อครับ เพราะมีเรื่องที่อยากรู้นอกจากในอนิเมท

ขอบคุณสำหรับความเหน็ดเหนื่อยที่ช่วยเอามาแปลให้นะครับ

#12 By จิตกรการตูน (58.9.188.21) on 2006-08-01 11:17

อ่านนิยายฮารุฮิของทั่นจนหมดบลอคแล่ะ เมื่อไหร่จะมาลงต่อทีล่ะทั่นกบ

อยากอ่าน T_T อ่านแล้วติดมั่กๆเลย !!!

#13 By mimie-chan on 2006-10-12 21:13

เพิ่ง พยายาม อ่ายย ใน baka ได้ 1 Chapter พยายาม เข้า ครับ ขอบคุณมาก ครับ

#14 By tomazzu (202.28.27.3 /202.28.24.130) on 2006-10-13 14:59

โดจินเล็กๆน้อยๆ จากตอนนี้อ่ะคับ
[IMG]http://img260.imageshack.us/img260/9057/akibakko11548928612636gi5.png[/IMG][/URL]

ขอบคุณพี่จ่ากบที่มีน้ำใจแปลแล้วมาแบ่งปันให้อ่านกันนะคับ ยอมรับแปลได้ดีมากเลยทีเดียวอ่ะ

#15 By OZ_Anima (222.123.74.107) on 2006-11-02 00:51

กำ.... ทำลิงค์ผิด แก้ก่อน...
[IMG]http://img260.imageshack.us/img260/9057/akibakko11548928612636gi5.png[/IMG]

#16 By OZ_Anima (222.123.74.107) on 2006-11-02 00:52

หลงรักนางาโต้หมดใจ
ขอบคุณที่ตั้งใจแปลและเรียบเรียงมาให้อ่าน
สำนวนแปลดีนะคะ อ่านลื่นไหลดีมากเลยค่ะ
เยี่ยม

#17 By Nymph~* (203.130.131.203) on 2006-11-29 12:10

พึ่งเข้ามาอ่านครับขอเก็บไว้หน่อยนะครับแปลดีมากเลยครับ

#18 By (125.26.150.237) on 2008-07-27 00:09