นิยายแปลไทย สึซึมิยะ ฮารูฮิ ตอน Bamboo Leaf Rhapsody (ส่วนที่ 3)
posted on 25 Jul 2006 21:04 by overtime in Novel, Suzumiya-Haruhi(ต่อจาก ส่วนที่แล้ว)
"สวัสดีจ้ะ เคียวน์คุง"
คุณอาซาฮินะในเวอร์ชั่นสาวเต็มตัว สวยน่ารักและอายุมากกว่าคุณอาซาฮินะที่กำลังหลับบนไหล่ผม คุณอาซาฮินะคนนี้โตขึ้นในทุกๆส่วน แต่ก็ยังรู้สึกน่ารัก เสน่ห์ของเธอเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า ผมเคยเจอเธอมาแล้วครั้งนึง และ เธอมาในเสื้อเชิ้ตขาว กับมินิสเกิร์ตพอดีตัวสีน้ำเงินเหมือนกับครั้งก่อน คุณอาซาฮินะคนที่ว่าเดินมาทางด้านหน้าของผม
"ฮิ ฮิ จากมุมนี้"
คุณอาซาฮินะที่โตกว่าจิ้มแก้มคุณอาซาฮินะที่กำลังนอนแล้วพูดว่า
"เหมือนเด็กๆเลยเนอะ"
รู้สึกแปลกๆแฮะ คุณอาซาฮินะ(โต) กำลังเล่นกับเครื่องแบบนักเรียนแบบกะลาสีของคุณอาซาฮินะ (เด็ก)
"สมัยก่อน ฉันหน้าตาอย่างนี้เองเหรอเนี่ย?"
เพราะสัมผัสนุ่มๆจากหน้าอกของคุณอาซาฮินะ(เด็ก)ที่อยู่ที่แขนผมทำให้ขยับไปไหนไม่ได้
แถมรู้สึกเสียววาบเวลามองคุณอาซาฮินะ(โต)อีกต่างหาก
"ภารกิจของหล่อนคือ พาคุณมาที่นี่ แต่ต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของฉันแล้วล่ะ"
ผมรู้สึกเหมือนไอ้หน้าโง่ แต่ยังไงก็ต้องถามคุณอาซาฮินะที่มีออร่าของสาวใหญ่แผ่ออกมาตอนยิ้มว่า..
"เอ่อ คือว่า…"
"ฉันคงจะอธิบายรายละเอียดไม่ได้ เพราะเป็นข้อมูลที่บอกไม่ได้
เรื่องที่ฉันทำได้ตอนนี้คือ นำทางคุณค่ะ"
ผมหันกลับไปมองคุณอาซาฮินะที่หลับอยู่ที่ไหล่ผม
"ฉันทำให้เธอคนนั้นหลับเองแหล่ะ เพราะฉันให้เธอเห็นฉันไม่ได้"
"ทำไมล่ะครับ"
"เพราะตอนที่ฉันเป็นเธอคนนั้น ฉันไม่ได้เห็นตัวเอง"
ฟังเหมือนจะเข้าใจและงงในเวลาเดียวกัน คุณอาซาฮินะผู้ทรงเสน่ห์หลับตาข้างนึงแล้วพูดว่า
"เดินไปทางทิศใต้ เลียบรางรถไฟตรงนั้น คุณจะเห็นโรงเรียน ม.ต้น
แล้วคุณก็เข้าไปช่วยคนที่ยืนอยู่นอกรั้วโรงเรียนได้มั้ย? รีบไปตอนนี้เลยได้มั้ยคะ?
และหวังว่าคุณคงไม่รังเกียจที่จะอุ้มฉันอีกคน คงไม่ค่อยหนักหรอกค่ะ"
เธอพูดอย่างกับเป็นพวกชาวบ้านตัวประกอบในเกมRPG
ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่า ผมจะได้รางวัลอะไรตอบแทน
"รางวัล? อืม…"
คุณอาซาฮินะ(โต)ขยับมือไปวางที่ใต้คางอย่างน่ามอง และคิดสักครู่
แล้วเธอก็ยิ้มแบบสาวใหญ่ให้ผม
"ฉันคงไม่มีอะไรจะให้ แต่คุณจะแอบจูบฉันเบาๆ ตอนที่ตัวฉันกำลังหลับก็ได้นะ
แต่ต้องให้แน่ใจนะคะว่าฉันกำลังหลับจริงๆ"
เป็นข้อตกลงที่สุดยอดมาก! นี่แหละ สิ่งที่ผมฝันถึงมาตลอด
เพราะคุณอาซาฮินะตอนกำลังหลับเนี่ยน่ารัก จนผมอดใจไม่ไหวแล้ว แต่ว่า
"แบบนี้มันไม่…"
แต่จะเพราะสถานการณ์หรืออารมณ์พาไปก็เถอะ แต่ผมก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่
พูดตรงๆ ผมเซ็งตัวเองจริงๆ ที่ดันมีคุณธรรมเอาตอนนี้
"เวลาไม่มีแล้ว ฉันต้องไปแล้วค่ะ"
นั่นเป็นคำใบ้ของคราวนี้เหรอเนี่ย ?
" อ้ะ เกือบลืม อย่าให้เธอรู้นะคะว่าฉันเคยมาที่นี่ มาเกี่ยวก้อยสัญญากันนะ"
ผมยกนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของคุณอาซาฮินะ(โต)โดยไม่รู้ตัว
เอ่อ ผมขอเกี่ยวก้อยซักนาทีนึงจะได้มั้ยครับ?
"ไปก่อนนะจ๊ะ เคียวน์คุง"
คุณอาซาฮินะ(โต) พูดอย่างร่าเริง และเดินหายไปในความมืดแทบจะในทันที
เธอหายตัวไปอย่างแนบเนียนจริงๆ คราวนี้
"ต่อไปก็.." ผมพูดกับตัวเอง และคิดว่าผมจะได้เจอคุณอาซาฮินะ(โต)อีกครั้งมั้ยนะ?
ผมรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยเปลี่ยนไปจากตอนที่เราได้พบกันครั้งก่อนเลย
บางทีคุณอาซาฮินะคนนี้อาจจะมาจากอนาคตที่ใกล้กว่าคนที่มาบอกใบ้ผมก็ได้
แต่ก็งงอยู่ดี ยังไงก็ไม่เข้าใจ แต่ดูจากรูปการแล้ว มันคงเป็นไปได้ที่ผมจะ
ได้พบคุณอาซาฮินะคนอื่นๆ จากช่วงเวลาที่ต่างกันอีกนะเนี่ย
คุณอาซาฮินะที่ผมแบกขึ้นหลังล่ะ ตัวไม่ได้เบาแต่ก็ไม่ได้หนักมากเท่าไหร่
แต่ก้าวเดินของผมแต่ละก้าวมันช้าลงเรื่อยๆ
ลมหายใจจากหน้าตานางฟ้าที่พ่นใส่หูผมนี่มันทำร้ายกันชัดๆ
ลมหายใจของเธอทำผมจั๊กจี๋ที่คอจะตายอยู่แล้ว
ผมพยายามระวังสายตาของคนแถวๆนั้น (แม้จะแทบไม่เห็นคนเดินถนนเลยก็ตาม)
และรีบเดินตรงไปยังทางที่คุณอาซาฮินะ(โต)บอกผม
ผมคิดว่าพอผมเดินมาประมาณ 10 นาที คนเดินถนนก็น้อยลงเรื่อยๆ
แล้วพอเลี้ยวตรงมุมถนน เราก็มาถึงที่หมาย
โรงเรียน ม.ต้น เขตตะวันออก ผมเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ที่นี่คือ โรงเรียนเก่าของทานิงูจิ กับฮารูฮิ และพอพูดถึงก็มีคนหน้าคุ้นๆยืนอยู่หน้ารั้วโรงเรียน
ผมมั่นใจว่า ผมรู้จักร่างกายเล็กๆ ที่กำลังปีนรั้วเหล็กแน่
"นี่"
หลังจากตะโกน ผมก็ตกใจตัวเอง ผมรู้จักคนๆนั้นได้ไง มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ผมมองด้านหลังของคนๆนั้น แม้ส่วนสูงจะลดลง แต่ผมยาวสีดำกับยาวมากกว่าจะสั้นใช่แน่คนที่กล้าแอบออกมากลางดึก และปีนรั้วโรงเรียนแบบนี้ ผมนึกออกอยู่คนเดียว
อะไรกันเนี่ย?
ตอนนี้ผมเพิ่งนึกออกว่าผมกำลังเผชิญหน้ากับตัวจริงเสียงจริงของเมื่อ 3 ปีก่อน ไม่ตลกนะเนี่ย นี่ผมย้อนเวลากลับไปที่ 3 ปีก่อนจริงๆเหรอเนี่ย ?
พอแหงนหน้ามองไปที่รั้ว หน้าของคนที่หันมามองผม เป็นหน้าของหัวหน้าหน่วยSOSที่เด็กลงจริงๆ และดวงตาคู่นั้นก็เป็นตาของฮารูฮิจริงๆ ถึงเธอจะใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น เธอก็ยังเป็นเธออยู่ดี 3 ปีก่อน...ฮารูฮิคงกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1 ยัยนี่เป็นคนที่คุณอาซาฮินะอยากให้เจองั้นเหรอ?
"นายเป็นใคร? พวกฆ่าข่มขืน , ผู้ร้ายลักพาตัว? ยังไงก็น่าสงสัยอยู่ดี"
แสงสลัวๆจากไฟถนนที่เป็นสีขาว ทำให้ผมมองเห็นหน้าเธอไม่ชัดนัก แต่ที่แน่ๆ ดวงตาของฮารูฮิวัย ม.1 ที่จ้องผมอยู่เป็นดวงตาที่กำลังเห็นคนน่าสงสัย ใครน่าสงสัยกว่ากันล่ะเนี่ย? ระหว่างเด็กหญิงที่กำลังปีนรั้วโรงเรียนกลางดึก กับ ผมที่เดินเพ่นพ่านแบกผู้หญิงที่กำลังหลับอยู่ ยังไงผมก็ไม่คิดจะถามอยู่แล้วล่ะ
"เธอนั่นแหละน่าสงสัยกว่า ไปทำอะไรตรงนั้น?"
"ถามได้มาทำอะไร ก็ปีนเข้าโรงเรียนสิยะ"
ฮารูฮิสมัยอายุ 12-13 ปี ผูกริบบิ้นสีเหลืองที่
เราคุ้นตากันดี เอ๊ะ? มันจะเกี่ยวข้อง กับ
เรื่องราวในปัจจุบันกันมั้ยนะ?
ยังมีหน้ามาประกาศตัวเองอีก มีความละอายบ้างมั้ยเนี่ย?
"แต่นายมาได้จังหวะพอดี เราไม่รู้จักกันก็จริง แต่ถ้านายว่าง
ช่วยฉันหน่อยสิ ไม่งั้นฉันโทรบอกตำรวจนะ"
ทางนี้ต่างหากล่ะที่ควรจะเรียกตำรวจมา แต่ผมสัญญากับคุณอาซาฮินะอีกคนไว้แล้ว
แต่มาคิดอีกที ทำไมผมต้องโดนสิ่งมีชีวิตที่ชื่อ สึซึมิยะ ฮารูฮิ มาพัวพันด้วยนะเนี่ย แม้แต่ในสมัยนี้ก็ตามที
ฮารูฮิลอดเข้าไปในรั้วได้สำเร็จ และเปิดล็อกรั้วด้วยกุญแจ
ไปเอากุญแจมาจากไหนเนี่ย?
"ฉันจิ๊กมาตอนที่ไม่มีใครเห็นไง ง่ายจะตาย"
ยัยนี่มันพวกล้วงกระเป๋าหรือไงฟะ? ฮารูฮิค่อยๆเปิดรั้วเหล็กออก
และกวักมือเรียกผม ผมเดินตรงไปที่เด็กคนนั้น คนที่ดูเตี้ยกว่าตัวเธอในอนาคต 3 ปีต่อจากนี้
พร้อมกับอุ้มคุณอาซาฮินะไปอย่างระวัง
ใกล้กับรั้วโรงเรียน ก็เป็นลานกรีฑา ตึกเรียนตั้งอยู่ทางฝั่งตรงข้าม
ฮารูฮิเดินทแยงข้ามลานกรีฑาที่มืดสนิท โชคดีที่มันมืดมาก
เธอก็เลยเห็นหน้าผมกับคุณอาซาฮินะได้ไม่ถนัดนัก อีก 3 ปีต่อจากนี้
ฮารูฮิจะได้ไม่คิดว่าเธอเคยพบกับคุณอาซาฮินะ ตั้งแต่ตอนเรียน ม.1 แล้ว
แบบนี้แหละดี ไม่งั้นคงเป็นปัญหาทีหลังแน่
ฮารูฮิเดินตรงไปที่หัวเลี้ยวของลานกรีฑา และพาผมไปด้านหลังของโรงเก็บอุปกรณ์พละ
ที่นั่นมีรถเข็นขึ้นสนิม และเครื่องตีเส้นด้วยชอล์กแขวนอยู่ กับถุงชอล์ก 2-3 ถุงหลังล้อ
"ฉันเอาเจ้านี่มาซ่อนที่นี่ ตั้งแต่เมื่อตอนเย็นแล้ว ฉลาดใช่มั้ยล่า?"
ฮารูฮิส่องไฟ และถือถุงชอล์กที่ดูท่าจะหนักไปหน่อยสำหรับเธอ ไปใส่ไว้ในรถและผลักคันบังคับ
การที่เธอดันรถเข็นไปอย่างช้าๆ ทำให้ผมนึกออกว่าเธออายุน้อยแค่ไหน
ผมเดาเอาว่า เด็ก ม.1 เรี่ยวแรงคงไม่ต่างไปจากเด็กซะเท่าไหร่
ผมค่อยๆปล่อย คุณอาซาฮินะ ที่กำลังหลับลง
แต่ปล่อยให้เธอนั่งพิงกำแพงโรงเก็บของ ช่วยนั่งให้เรียบร้อยหน่อยนะครับ
"ให้ฉันเข็นรถเอง เธอไปเอาเครื่องตีเส้นมาสิ"
ผมควรจะช่วยเธอจริงๆเหรอ? ที่ผ่านมาผมโดนใช้งานอย่างกับทาส
ยัยนั่นเหมือนหุ่นยนต์บ้าอาละวาด และจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายทุกสิ่งอย่างลงได้
ยัยนี่ก็ยังเป็นแบบนี้มาตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน
ดูเหมือนว่าสันดานคนนี่ไม่เปลี่ยนง่ายๆภายใน 3 ปีสินะ
"เข็นรถไปตามทางที่ฉันบอก และก็ตีเส้นไปด้วย นั่นแหละ
อยู่ตรงนั้นแหละ เพราะฉันต้องดูจากที่ไกลๆ และดูว่านายจะทำผิดตรงไหนมั้ย?
อ๋า --! นายวาดผิดแล้ว ทำอะไรของนายน่ะ?"
คนที่สามารถสั่งเด็กม.ปลายที่ไม่รู้จักมาก่อนได้อย่างไม่เกรงใจเนี่ย
สมเป็นฮารูฮิจริงจริ้ง ถ้าผมเพิ่งเคยเจอเด็กหญิง ม.ต้นที่ทำแบบนี้เป็นครั้งแรกล่ะก็
ผมคงคิดว่ายัยนี่เพี้ยนไปแล้วแหงๆ
ถ้าผมได้รู้จักยัยนี่ก่อนนางาโต้, คุณอาซาฮินะ และโคอิสึมิน่ะนะ
หลังจากทำตามที่ฮารูฮิสั่ง ผมตีเส้นสีขาวไปทั่วทั้งฝั่งซ้ายและขวา
ของสนามกรีฑาเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง
ไม่มีครูเวรกลางคืนโผล่มา หรือแม้แต่รถตำรวจเข้ามาตรวจตราตามคำร้องเรียนของชาวบ้านเลย
ไอ้สัญลักษณ์ประหลาดๆ ที่ทานิงูจิเคยเล่าว่า จู่ๆก็โผล่อยู่บนลานกรีฑาน่ะ
จริงๆแล้วผมเป็นคนวาดเองเหรอเนี่ย?
ผมมองดูผลงานที่ผมลำบากวาดมันขึ้นมาอย่างเงียบๆ
แล้วฮารูฮิก็เดินมาข้างๆผม เธอดึงเครื่องตีเส้นจากมือผม แล้วก็เริ่มวาดอีก 2-3 เส้น พร้อมกับถามว่า
"นี่ นายว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงมั้ย?"
ผมตอบในทันที
"ฉันว่ามีนะ"
หน้าของนางาโต้แว่บเข้ามาในหัวผม
"งั้นแล้วพวกเดินทางข้ามเวลาล่ะ?"
"อืม ถ้าจะมีก็ไม่แปลกนะ"
เพราะตอนนี้ ผมก็เพิ่งเดินทางย้อนเวลามา
"แล้วผู้มีพลังพิเศษล่ะ?"
"ก็มีอยู่เยอะแยะไปหมดแหละ"
ผมนึกถึงจุดแดงๆมากมาย บินไปบินมาทันที
"และพวกที่มาจากต่างมิติล่ะ?"
"ยังไม่เคยเจอพวกนั้นแฮะ"
ฮารูฮิโยนเครื่องตีเส้นทิ้ง และปัดชอล์กออกจากหน้าและไหล่
"หืม แบบนี้ก็สวย"
ผมเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี หรือเพราะผมเพิ่งจะพูดอะไรที่ไม่ควรพูดไปหรือเปล่านะ?
ฮารูฮิมองผมและถามว่า
"นี่เครื่องแบบของ ม.ปลายเขตเหนือใช่มั้ย?"
"อือ"
"ชื่อของนายล่ะ?"
"จอห์น สมิธ"
"บ๊องหรือไงนาย?"
"ขอใช้ชื่อปลอมซักครั้งไม่ได้หรือไง?"
"แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ?"
"นั่นน้องสาวฉัน เธอป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับการนยอนที่เรียกว่า
นาโคลิปซี่น่ะ เธอเป็นแบบนั้นมาพักนึงแล้ว จู่ๆก็ง่วงหลับได้ทุกทีทุกเวลา
ฉันเลยต้องแบกเธอไปไหนต่อไหนไงล่ะ"
"เหอ…"
ฮารูฮิเบ้ริมฝีปากล่าง และหันไปด้านข้าง แสดงท่าทางไม่เชื่อเต็มสตรีม
ผมเลยต้องเปลี่ยนเรื่องพูด
"ว่าแต่ทำไอ้นี้ไปทำไม?"
"ดูไม่ออกเหรอ ส่งข้อความไง"
"ให้ใครดูล่ะ อย่าบอกนะว่าเป็นฮิโคโบชิกับโอริฮิเมะ?"
ฮารูฮิทำท่าทางตกใจและถามกลับ
"นายรู้ได้ไง?"
"…ก็ วันนี้เป็นวันทานาบาตะนี่ ฉันบังเอิญรู้จักใครบางคนที่ทำแบบนี้เหมือนกัน"
"จริงดิ? ฉันอยากเจอคนๆนั้นจัง มีคนแบบนั้นเรียนที่โรงเรียนนายด้วยเหรอ?"
"อือ"
จากตอนนี้ถึงเวลานั้น คนที่ทำแบบนี้มีเธอคนเดียวแหละ
"หืม ม.ปลาย เขตเหนือสินะ"
ฮารูฮิพึมพำกับตัวเองในลำคอ แล้วจู่ๆก็เงียบไปพักใหญ่ๆ แล้วจู่ๆก็หันกลับมา
"ฉันจะกลับบ้านล่ะ เพราะฉันได้ทำอย่างที่คิดแล้ว ไปล่ะ"
ยัยนั่นเดินก้าวยาวๆจากไป จะไม่ขอบคุณซักคำเลยเรอะ?
ไม่มีมารยาทเอาซะเลย แต่ยัยนี่ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว
อีกอย่างยัยนั่นไม่ได้บอกชื่อเราเลยซักครั้ง ซึ่งผมก็คิดว่าแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ
(จบส่วนที่ 3 รออ่านส่วนสุดท้ายเร็วๆนี้ครับ)
ล่วงหน้าไปอ่าน ส่วนที่ 4 (จบ)
ย้อนกลับไปอ่าน ส่วนที่ 1 | ส่วนที่ 2

ขอโทษทีนะครับ
เหอๆๆๆ เป็นแกจริงๆด้วยเจ้าเคียวออน แต่นึกไงใช้ชื่อนี้เนี่ยจอห์น สมิธ ชักพอจะรู้แล้วว่าทำไมคุณเธอถึงไฮเปอร์และอยากมาเรียนที่โรงเรียนเขตเหนือ(พูดถึงทางเหนือก็ต้องนึกถึงภูเขาดังนั้น โรงเรียนเลยตั้งอยู่บนภูเขา(เป็นเหตุผลที่ฟังดูแล้วไร้น้ำหนักจริงๆ)) เพราะแกเป็นต้นเหตุนี้เอง
ตั้งชมรม(แต่ยังไม่ได้ถูกจัดเข้าในสภาของโรงเรียน เพราะคุณเธอใช้แบบหน่อยกองโจร)ขึ้นมาก็เพราะเคียวออนเป็นคนไปให้ความคิด แล้วที่เธอจะไปโรงเรียนเขตเหนือก็เพราะนายอีกเคียวออน(แถมเอาตัวของคุณเธอเองในอนาคตมาพูดล่อให้ไปอีก)
ถ้าฮารุอิเป็นพระเจ้า นายเคียวออนก็เป็นชะตาเทพแล้วจริงๆ
#1 By wingaura (61.47.107.129) on 2006-07-26 00:57