(ต่อจากส่วนที่แล้ว)
"คุณสึซึมิยะอยากให้โลกเปลี่ยนไปเล็กน้อย และตัวเธอเองก็ใช้พลังสร้างโลกใหม่จากจุดนั้น
ซึ่งคุณเองก็เห็นมา
กับตาตัวเองแล้ว"

เออ รู้แล้วน่า ถึงจะยังข้องใจก็เถอะ

"ที่ผ่านมา การที่โลกยังไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด
นั่นเพราะเธอยังยึดติดกับสามัญสำนึก
มากกว่าคำขอส่วนตัวของเธอ"

"อาจจะฟังดูเหมือนเด็กๆ แต่ว่า" โคอิสึมิเงยหน้าและพูดขึ้นว่า

"ลองยกตัวอย่างดูนะ เช่น เธออยากให้ซานตาคลอสมีอยู่จริง แต่จากความรู้ทั่วไป
ซานตาคลอส
ไม่มีอยู่จริง เพราะเอาแค่ประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียว
มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ใครบางคนที่จะบุกเข้าบ้านที่ล็อก
อยู่ในช่วงกลางดึก
ทิ้งของขวัญไว้และจากไปโดยไม่มีใครรู้ แล้วซานตาคลอสรู้ได้ไงว่า
เด็กทุกคนอยากได้อะไร
ในช่วงคริสมาสต์ และยิ่งไม่มีทางใหญ่เลย
ที่จะส่งของขวัญไปให้เด็กทั่วโลกในช่วงเวลาแค่ 1 คืน
ในทาง
กายภาพมันไม่มีทางเป็นไปได้"

แต่สำหรับใครซักคนที่เอาเรื่องนี้มาคิดจริงจัง คงมีปัญหาทางความคิดเหมือนกันแหละ
"แน่นอน นั่นแหละ ทำไมซานตาคลอสจึงไม่มีอยู่จริง"
เหตุผลที่ผมค้านหมอนี่ เพราะหมอนี่ถือหางฮารูฮิอยู่ และนั่นทำให้ผมหงุดหงิดมาก
ผมเลยยิงคำถามออกไป

"ถ้าเหตุผลของนายถูกต้อง มันจะหมายความว่า การมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว ,
นักเดินทางข้ามเวลา
และ มนุษย์พลังจิต ไม่มีทางมีอยู่จริงงั้นสิ แล้วนายมาอยู่ที่นี่ได้ไงล่ะ?"

"เหตุผลที่ผมพอจะนึกออกนะ คุณสึซึมิยะน่ะรู้สึกไม่พอใจกับสามัญสำนึกที่ติดอยู่ในหัวเธอ
ซึ่ง
เจ้าสามัญสำนึกที่ว่าก็ปฏิเสธคำขอของเธอมาตลอด คำขอที่ว่า อยากให้โลกนี้มีสิ่งเหนือธรรมชาติน่ะ"

จะบอกว่าความคิดเถื่อนๆของยัยนั่น เริ่มทำลายสามัญสำนึกของตัวเองแล้วงั้นสิ

"บางทีเธอคงไม่อาจจะเลิกคิดเรื่องแบบที่ว่าได้ นั่นก็เลยทำให้ผม , คุณอาซาฮินะ และคุณนางาโต้
ถูกตามตัวมาที่นี่ และเป็นเหตุให้ผมได้รับพลังเหนือธรรมชาติ แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณคิดยังไง?"

ทางที่ดีก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ละกัน อย่างน้อยฉันก็ไม่เหมือนนาย
ฉันมั่นใจสุดๆ ว่าฉันเป็นคนธรรมดา 100%

แต่ผมไม่มีทางรู้ได้เลยว่า นี่เป็นพรจากสวรรค์หรือคำสาปจากนรกกันแน่?
"นี่พวกนาย อย่าแบคุยกันสิ ฉันกำลังพูดเรื่องซีเรียสอยู่นะ"
ความไม่พอใจที่พวกเราแอบคุยกันเอง แสดงออกทางดวงตาที่กลายเป็นทรงสามเหลี่ยม
และน้ำเสียงของฮารูฮิที่
ตะโกนมาหาพวกเรา
และเราก็ได้รับกระดาษอธิษฐาน และดินสอจากฮารูฮิและกลับมานั่งที่ของตัวเอง

ฮารูฮิฮัมเพลงและเริ่มเขียน นางาโต้นั่งนิ่งพลางมองกระดาษอธิษฐาน
คุณอาซาฮินะดูเหมือนกำลังกลุ้มใจในการ
เผชิญหน้ากับสิ่งที่ยากกว่าการแก้โจทย์เลข
โคอิสึมิพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า "อืม..คราวนี้ลำบากแฮะ" พลาง
ก้มหัวลง
เอ่อ..พวกนาย 3 คนต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ขนาดนั้นเลยเหรอ?
แค่เขียนอะไรลงไปก็ได้ ไม่
ง่ายกว่าเหรอ?

อย่าบอกนะ ว่าไอ้คำอธิษฐานที่เขียนอยู่เนี่ยจะกลายเป็นจริงได้น่ะ?

ผมหมุนดินสออยู่บนนิ้ว แล้วก็เหลือบมองต้นไผ่ที่ฮารูฮิ "ขโมยมา"
วางอยู่พาดออกไปทางช่องหน้าต่างที่เปิดอยู่

ใบไผ่มันดูรุงรังเหลือเกิน แต่ลมที่พัดผ่านใบไผ่ทำให้เกิดเสียงที่รู้สึกเย็นๆและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน
"ทุกคนเขียนเสร็จยัง?"
เสียงของฮารูฮิดึงวิญญาณผมกลับสู่ความเป็นจริง ที่หน้าโต๊ะของเธอมีกระดาษ 2 ใบ ที่เขียนไว้ว่า
"ขอให้โลกพัฒนาไปโดยมีฉันเป็นศูนย์กลาง"
"ฉันขอให้โลกพลิกกลับด้าน"

สิ่งที่เขียนเหมือนเรื่องที่เด็กๆอยากเขียน ถ้าเป็นเรื่องล้อกันเล่นก็คงไม่เป็นไร
แต่ยัยฮารูฮิตอนแขวนกระดาษ
อธิษฐานเข้ากับกิ่งไผ่ดูเอาจริงเอาจังเหลือเกิน..

คุณอาซาฮินะเขียนคำอธิษฐานด้วยลายมือน่ารักๆว่า
"ขอให้เย็บปักร้อยเก่งขึ้น"
"ขอให้ทำอาหารเก่งขึ้น"
คำอธิษฐานของคุณอาซาฮินะน่ารักมาก เธอประสานมือและอธิษฐานกับกระดาษอธิษฐาน
ก่อนที่จะแขวน
กระดาษกับกิ่งไผ่ ผมคิดว่าเธอคงเข้าใจผิดอะไรซักอย่างมั้ง?

ไม่มีอะไรน่าสนใจกระดาษอธิษฐานของนางาโต้ เพราะเธอเล่นเขียนด้วยตัวพิมพ์ดีดตามเคย
แถมความหมาย
คลุมเครืออย่าง "การปรองดอง" และ "การปฏิรูป" อีก

ของโคอิสึมิก็ไม่ได้ต่างอะไรกับนางาโต้ พี่แกเขียนคำความหมายกว้างๆ ด้วยลายมือธรรมดาๆว่า
"ขอให้โลกมีสันติ"
"ครอบครัวมีภราดรภาพ"

แล้วของผมล่ะ? ของผมก็เขียนง่ายๆเหมือนกัน เพราะมันเป็นของอีก 25 และ 16 ปีข้างหน้า
ตอนนั้นผมคง
กลายเป็นตาลุงไปแล้วแหล่ะ ผมเลยเดาว่าตัวเองในตอนนั้นคงอยากจะขอว่า
"ผมอยากได้เงิน"
"ผมอยากได้บ้านเดี่ยวที่มีสวนให้ผมอาบน้ำให้หมาได้"

"เป็นคำอธิษฐานที่น่าเบื่อจริงๆ"
ฮารูฮิโพล่งความคิดในหัว หลังจากประหลาดใจที่เห็นกระดาษอธิษฐานของผม ก็ช่างหัวเธอเถอะ
เพราะถ้าดูกันจริงๆ คำอธิษฐานของผมดูจะสมบูรณ์พูนสุขกว่า การขอให้โลกพลิกกลับเยอะ

"ช่างเหอะ! พวกเราขอให้จำให้แม่นนะว่าตัวเองเขียนอะไรลงไป ช่วงเวลาแรกที่จะมาถึงคืออีก 16
ปี
มาแข่งกันว่า อัลฟ่า อควีเล่ จะทำให้คำอธิษฐานของใครเป็นจริงก่อนกัน"
"เออ..แน่ล่ะ"

ผมมองไปที่คุณอาซาฮินะผงกหัว พร้อมกับทำกับทำหน้าจริงจัง และพอผมแลไปที่นางาโต้
ก็เห็นว่าเธอกลับสู่
โลกหนังสือของเธอเรียบร้อยแล้ว

ฮารูฮิผูกต้นไผ่ยาวออกไปนอกหน้าต่าง และยึดมันอย่างแน่นหนา จากนั้นก็ลากเก้าอี้ไปนั่งข้างหน้าต่าง
พร้อมวาง
ข้อศอกไว้ที่กรอบหน้าต่าง และมองออกไปที่ท้องฟ้า
หน้าด้านข้างของเธอห่อเหี่ยวชอบกล เหมือนไม่รู้จะทำ
อะไรต่อดี ยัยนี่เป็นคนที่อารมณ์ขึ้นๆลงๆเร็วอยู่แล้วด้วย
ขนาดเมื่อกี้ยังโวยวายเสียงดังอย่างมีความสุขอยู่เลย
แท้ๆ

ผมกลับไปเปิดหนังสือเรียนและทบทวนบทเรียนเตรียมสอบอีกครั้ง
แล้วก็พยายามนั่งจำคำคุณศัพท์
(adjective) ชนิดต่างๆต่อไป

" 16 ปี นานจริงๆ"
ผมได้ยินฮารูฮิพึมพำกับถอนหายใจอยู่ทางด้านหลังของผม

นางาโต้นั่งอ่านนิยายภาษาต่างประเทศไปเรื่อยๆ โคอิสึมิยังเล่นหมากรุกฝรั่งตามลำพัง
ในขณะที่
ผมง่วนกับการจำคำแปลภาษาอังกฤษอยู่ ส่วนฮารูฮินั่งข้างหน้าต่างมองท้องฟ้าอยู่ตลอด
จริงๆถ้ายัยนี่นั่งหุบ
ปากอยู่เฉยๆก็น่ามองอยู่หรอก ตอนแรกผมคิดว่าเธออาจจะลองเลียนแบบ
พฤติกรรมสงบปากสงบคำของนางาโต้
แต่ไม่รู้ทำไม การที่เห็นฮารูฮินั่งเงียบๆอยู่ตรงนั้น
มันทำให้ผมอึดอัดใช้ได้เลยล่ะ ผมเดาว่าฮารูฮินั่งคิดอะไร
ใหม่ๆ ที่จะทำให้ผมปวดหัวอีกแหงๆ
แต่มาคิดอีกที ไม่รู้ทำไมวันนี้ฮารูฮิดูไม่ค่อยร่าเริงเลย บางทีเธอก็แหงนมองท้องฟ้าและถอน
หายใจยาวๆ
มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นไปอีก มันเหมือนความเงียบก่อนที่พายุจะมาเยือน ยิ่งคิดยิ่งขนลุก
จักรพรรดิซูโตคุคงรู้สึกอย่างนี้ใน 2-3 วันแรก หลังจากถูกเนรเทศไปจังหวัดซานูกิล่ะนะ

พั่บๆ ผมได้ยินเสียงพลิกกระดาษไปมา เลยลองเงยหน้าดู คุณอาซาฮินะที่นั่งตรงข้ามกับผม
กำลังตั้งใจแก้โจทย์เลขมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว คุณอาซาฮินะเอานิ้วไปแตะที่ปากตัวเอง
และปิดเปลือกตาขวาลง แล้วก็
ยื่นกระดาษอธิษฐาน (ที่เธอแอบหยิบเผื่อไว้)มาให้ผม
เธอเหลือบมองฮารูฮิ แล้วก็ลดมือลงพร้อมกับก้มหน้าลงให้
เห็นหน้าตาของสาวน้อยที่ทำสิ่งที่อยากทำได้สำเร็จ
ความตื่นเต้นที่ได้กลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดมันจะเกือบจะออกนอกหน้า
ผมรีบดึงกระดาษอธิษฐานที่
คุณอาซาฮินะให้มาและอ่านอย่างระวัง

"ช่วยอยู่ในห้องชมรมหลังจากจบกิจกรรมด้วยค่ะ --- มิคูรุจัง"

ข้อความข้างบนเขียนด้วยลายมือเล็กๆ กลมๆ
แน่นอนผมต้องทำตามอยู่แล้ว

"วันนี้พอแค่นี้แหละ"
พอฮารูฮิพูดจบก็หยิบกระเป๋าและออกจากห้องไป วันนี้ยัยนั่นทำตัวแปลกจริงๆ
ยังกับรถกระบะ
เครื่องดีเซล โดนเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรถพลังงานแสงอาทิตย์ยังไงยังงั้น
แต่สำหรับผมแล้ว มันก็โอเคล่ะนะ

"งั้นผมก็ขอตัวกลับบ้านก่อนนะ"
โคอิสึมิพับกระดานหมากรุกแล้วก็ยืนขึ้น หลังจากสบตาผมกับคุณอาซาฮินะ
หมอนั่นก็เดินออก
จากห้องชมรมวรรณกรรมไป

นางาโต้ปิดหนังสือเล่มหนาจนเสียงดัง โฮ่ เธอก็จะกลับบ้านแล้วเหรอ? ขอบคุณที่เข้าใจนะ
..แต่
ในตอนที่ผมกำลังรู้สึกขอบคุณเธอ นางาโต้ก็เดินมาหาผมอย่างเงียบเชียบเหมือนแมวเดิน
"รับนี่ไป"
เธอหยิบกระดาษออกมาใบนึง มันเป็นกระดาษอธิษฐานอีกใบ
"ถึงเธอจะให้ไอ้นี่กับฉัน ฉันก็ส่งมัน
ไปอวกาศไม่ได้หรอก"
ผมคิดกับตัวเองในตอนที่รับกระดาษอธิษฐานนั่นมา
บนกระดาษมีรูปทรงเรขาคณิตหน้าตาแปลกๆอยู่ นี่มันภาษาสุเมเรี่ยนรึไง?
ผมเกรงว่าเครื่องแปล
ภาษาก็คงถอดความหมายของข้อความนี้ไม่ได้หรอก
ผมหน้านิ่วพยายามมองสิ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นรูปวาดหรือตัวหนังสือที่มีรูปสามเหลี่ยม , วงกลม ,
และ
ภาพยึกยืออยู่เต็มไปหมด ในระหว่างที่ผมมองอยู่นางาโต้ก็หันกลับไปเก็บกระเป๋า
และเดินออกจากห้องเรียบ
ร้อยไปแล้ว

ช่างเถอะ ผมสอดกระดาษอธิษฐานเก็บในกระเป๋าเสื้อนอก และหันหน้าไปทางคุณอาซาฮินะ
"ขอโทษนะคะ แต่ฉันอยากให้คุณตามฉันไปที่ที่นึง"

คำเชื้อเชิญที่ไม่ได้มาจากใครอื่นหรอก ก็คุณอาซาฮินะเองนี่แหละ ถ้าผมปฏิเสธเธอไป
สวรรค์คง
ลงโทษผมแน่ ถ้าตอนนี้เธอบอกให้ผมไปโดดลงหลุมเหล็กหลอมผมก็ไปได้
"ได้สิ เราจะไปไหนกันล่ะ?"
"ก็แบบว่า ซัก 3 ปีก่อนน่ะค่ะ"

ผมถามสถานที่ แต่เธอดันบอกเวลาเฉยเลย เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน
"3 ปีก่อนอีกแล้ว?" ผมคิดในใจแล้วก็สนใจขึ้นมาทันที
ที่ผ่านมาคุณอาซาฮินะอ้างตัวว่าเป็นนัก
เดินทางข้ามเวลาจากอนาคตในช่วงเวลาไหนซักช่วง
ผมเกือบลืมเรื่องนั้นไปแล้ว ก็เพราะเธอน่ารักมากนี่นา แต่ 3
ปีก่อน? เราจะกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อนเหรอ?
หมายความว่า เราจะเดินทางข้ามเวลาไปงั้นสิ?

"ค..ค่ะ"
"ดีเลย ผมอยากไปมากเลย แต่ทำไมเป็นผมล่ะ? เราจะไปทำอะไรที่นั่นล่ะ?"
"เรื่องนั้นคิดว่า พอไปถึงก็คงรู้เองล่ะค่ะ ฉันว่านะคะ"

หา?
สงสัยตอนนั้นผมคงทำหน้างง คุณอาซาฮินะเลยลนลานโบกไม้โบกมือ และแก้ตัวกับผมพร้อมๆ
กับน้ำในตาของเธอ

"ขอร้องล่ะค่ะ ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรและไปด้วยกันก่อนเถอะค่ะ!
ไม่งั้นแล้วฉันคงเอ่อ..จะมี
ปัญหาทีหลังน่ะค่ะ"
"งั้น..ก็ได้ไปกันเถอะครับ"
"จริงเหรอคะ? ขอบคุณมากค่ะ"

คุณอาซาฮินะดีใจมากและบีบมือผมอย่างมีความสุข
อา.. ความสุขของคุณอาซาฮินะ ก็คือความสุขของผม ฮ่า ฮ่า
ฮ่า

ตอนนี้ผมคิดดูดีๆ ตอนที่คุณอาซาฮินะอ้างตัวว่ามาจากอนาคต ตอนนั้นไม่มีใครมายืนคำพูดของ
เธอเลย
จนกระทั่งผมได้พบกับคุณอาซาฮินะที่เป็นสาวใหญ่แล้วนั่นแหละ ผมถึงเชื่อเรื่องราวของเธอ แต่ก็ปฏิเสธ
ไม่ได้ว่า
ผมยังสงสัยอะไรบางอย่างอยู่ดีนั่นแหละ

ดังนั้นตอนนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะพิสูจน์ว่า "คุณอาซาฮินะมา
จากอนาคตจริงๆ"

"แล้วไทม์แมชชีนอยู่ไหนล่ะครับ ?"
ที่ผมนึกออกก็คือ เราแค่โดดลงไปในลิ้นชักก็เจอะไทม์แมชชีนแล้ว
แต่คุณอาซาฮินะบอกว่าไม่มีอุปกรณ์แบบนั้นหรอก งั้นเราจะ
เดินทางข้ามเวลาได้ยังไงล่ะ?
คุณอาซาฮินะสาวกระโปรงและผ้ากันเปื้อนขึ้นมาและบอกว่า
"จากที่นี่ค่ะ"

หา? เหอ ? ผมหันไปหันมามองไปทั่วห้องชมรม แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรอยู่ข้างตัวเราเลย
"งั้นก็เชิญนั่งค่ะ แล้วช่วยหลับตาลงได้มั้ยคะ? ค่ะ แล้วก็อย่างเกร็งไหล่นะคะ"
ผมตามที่เธอบอก ผมหวังว่า จู่ๆผมคงไม่โดนฟาดท้ายทอยเอาหรอกนะ

"เคียวน์คุง"
คุณอาซาฮินะกระซิบเบาๆจากหลังหูของผมเป็นเสียงที่แผ่วเบามาก

"ขอโทษนะคะ"
ผมมีความรู้สึกไม่ค่อยดีกับประโยคนี้เลยแฮะ และพอผมจะเปิดตาขึ้นมา
จู่ๆทุกอย่างรอบตัวผมก็
มืดไปหมด และผมก็ควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้เฉยเลย
ก่อนที่ความมืดจะมาเยือน ผมบ่นกับตัวเองว่า ถ้ารู้ว่าจะ
เป็นแบบนี้ไม่ตกลงจะดีกว่ามั้ยเนี่ย ?

ตอนที่ผมได้สัมผัสคืนมา ตาของผมก็มองเห็นทุกอย่างตะแคง 90 องศา
ทุกสิ่งที่น่าจะตั้ง ตอนนี้
กลับนอนราบ ตอนที่ผมที่ผมเห็นไฟถนนผ่านเลยตัวผมจากซ้ายไปขวา
ผมเพิ่งรู้สึกว่าตัวผมนอนตะแคงอยู่ แล้วผมก็
รู้สึกอุ่นๆอยู่ทางซีกซ้ายของหัวผม

"อ๊ะ ตื่นแล้วเหรอคะ?"
เจ้าของเสียงของนางฟ้าเป็นคนพูด ตอนนี้ผมตื่นเต็มตาแล้ว ว่าแต่ตอนนี้มีอะไรหยุ่นๆอยู่หลังหู
ซ้ายของผมนะ

"เอ่อ.. ถ้าคุณไม่ยกหัวขึ้นมา..เดี๋ยวมันจะ"
น้ำเสียงของคุณอาซาฮินะฟังดูร้อนรน ผมยกตัวผมขึ้นไปทางขวา และลองเช็คที่ๆผมอยู่
บนม้านั่งในสวนสาธารณะตอนกลางคืน ?
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? ผมนอนหนุนตักคุณอาซาฮินะอยู่? และเพราะผมหลับ
ผมเลยจำอะไรไม่ได้เลย
ซักอย่าง เศร้าจริงๆ

"ขาฉันเป็นเหน็บมาซักพักแล้วล่ะค่ะ และก็เพลียมากเลย"
คุณอาซาฮินะยิ้มอย่างอายๆ และค้อมศีรษะลง ผมไม่รู้ว่าเธอไปเปลี่ยนชุดตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ชุดเห
มดของเธอตอนนี้กลายเป็นเครื่องแบบของ โรงเรียน ม.ปลายเขตเหนือ(โรงเรียนที่พวกฮารูฮิเรียน)ไปแล้ว
ช่วง
เย็นจนถึงช่วงหัวค่ำ เธอก็มีเวลาเปลี่ยนเสื้อถมเถล่ะนะ แต่ยังไงผมก็หลับตลอดศกอยู่ดี
เฮ่อ..ว่าแต่ผมหลับได้ไง ?

"นั่นเป็นเพราะฉันไม่อยากให้คุณรู้ถึงวิธีการที่ใช้เดินทางข้ามเวลา
เพราะมันเป็นข้อมูลที่บอกไม่ได้
โกรธหรือเปล่าคะ?"

ไม่ ผมไม่โกรธเลย แต่ถ้าเป็นยัยฮารูฮิ ผมคงโวยวายไปเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะนี่เป็นคุณอาซาฮินะ
ผมย่อมไม่ถือโทษอะไรอยู่แล้ว แต่จะว่าไป ผมแค่นั่งหลับตาในห้องชมรมเมื่อซักพักก่อนเอง
แล้วไหงผมมานอนอยู่ในสวน
สาธารณะตอนกลางดึกแบบนี้ล่ะ? แถมผมยังรู้สึกว่า
ผมเคยมาที่นี่มาก่อนนะ ผมจำได้ว่านางาโต้เองก็เคยนัดผม
มาเจอกันที่สวนนี้นี่นะ
ที่นี่มันแดนศักดิ์สิทธิ์ของคนประหลาดหรือไงนะ?
ผมเกาหัว คือ ผมมีอะไรอยากถาม

"ตอนนี้คือช่วงเวลาไหนครับ?"
คุณอาซาฮินะที่นั่งข้างๆผม ตอบกลับมาว่า
"ถ้านับจากเวลาของเรา ตอนนี้คือ วันที่ 7 กรกฎาคม ของ 3 ปีก่อน เวลาประมาณ 3 ทุ่มล่ะมั้งคะ?
"เหรอครับ?"
"ค่ะ"
เธอดูจริงจังมาก

ผมไม่เคยนึกเลยว่า เราจะมาถึงง่ายดายแบบนี้ แน่นอนผมไม่ได้หัวอ่อนพอที่จะเชื่อในทุกๆเรื่องที่
เธอพูด
ผมว่าจะลองโทรไปศูนย์พยากรณ์อากาศเพื่อเช็คให้แน่ใจ
แต่ในตอนที่ผมกำลังบอกคุณอาซาฮินะว่าผมจะทำอะไร ไหล่ซ้ายของผมจู่ๆก็หนักขึ้นมา เอ๊ะ?

คุณอาซาฮินะเอาหัวของเธอมาหนุนไหล่ผม
คุณอาซาฮินะดูเพลียมาก จนตอนนี้นั่งพิงไหล่ผมแทนแล้วนั้น จริงๆมันเกิดอะไรขึ้นนะเนี่ย?
"คุณอาซาฮินะ"

ไม่มีคำตอบ
"เอ่อ."
"ฟี้ฟี้"

กรน?
ผมค้อมหัวไปด้านหน้าและหันไปทางซ้าย 85 องศา และเห็นคุณอาซาฮินะหลับตาพริ้ม
ปากของ
เธอเผยอเล็กน้อย ผมเลยได้ยินเสียงกรนเบาๆ มันยังไงกันเนี่ย ?

แซ่กๆ
จู่ๆพุ่มไม้ด้านหลังผมก็เกิดเสียงขึ้นมา ผมตกใจจนเหมือนหัวใจจะทะลุออกมาทางปาก อะไรน่ะ?
"เธอหลับอยู่เหรอ?"
คนที่ออกมาจากพุ่มไม้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคุณอาซาฮินะอีกคนหนึ่งคนนั้น!!


(จบส่วนที่ 2 โปรดติดตามส่วนต่อไปเร็วๆนี้ครับ)


อ่าน ส่วนที่ 1 | ส่วนที่ 3

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากครับ เอ๋ ในภาคแรก(เล่มที่เท่าไรไม่รู้ครับ)ไปทัวน์โลกมิติปิดกับโคอิซึมิแล้ว คราวนี้มาทัวน์ช่วงเวลา 3 ปีรก่อนกับมิคุรุจังต่อ

ซึ่งจากช่วงนี้ผมก็เก็ตขึ้นมาว่าที่ภาคแรกพระเจ้าฮารุอิ(ไม่รู้ทำไมอยากเรียกแบบนี้จัง)บอกว่า "ฉันเคยเจอนายที่ไหนมาก่อนรึเปล่า? หรือเมื่อนานมาแล้ว?" (เครดิต - จากบล็อกคุณ ~kuro~ พันธมิตรY[yuri] และคุณผีสิงบอร์ดที่มาแวะที่บอร์ด CT)

มันต้องเกี่ยวกับเรื่องครั้งนี้แน่ๆ เคียวออน(ชื่อเล่นของเจ้าพระเอกไร้นามครับ ผมเรียกแบบนี้ครับ)แกเอาอีกแล้วเป็นต้นเหตุของเรื่องละสิ

ปล.ต่อไปจะมีไปทัวน์อวกาศกับยูกิต่มั้ยเนี่ย

#1 By wingaura (61.47.117.146) on 2006-07-22 20:58

โลกมิติปิด โคอิสึมิพาเคียวน์ไปทัวร์ในนิยายเล่ม 1 ครับ ขอความกรุณามาอ่านส่วนต่อๆไปนะครับ
ขอบคุณครับที่บอกให้ทราบเพราะไม่แน่ใจเห็นบอกว่าเป็น 4(เลขโรมัน) เลยไม่แน่ใจว่าใช่เล่ม 1 มั้ย ทีนี้คงได้รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นใน 3 ปีก่อน(สังหรณ์ใจว่าคนที่ชื่อ จอรห์ สมิธ ที่เคยได้ยินมานี้คงเป็น......)

#3 By wingaura (125.25.130.159) on 2006-07-23 18:32

ขอบคูรมากงับที่แปลออกมาตอนต่อจากนิยายเล่มหลัก

#4 By Konominiku (58.9.56.253) on 2006-07-26 17:29

ผมขอก๊อปไปแจกเพือนๆ นะครับ ผมจะให้เครดิตBrogคุณนะครับของคุณครับ

#5 By Darknessแห่งบอรท์ CT (58.10.77.141) on 2006-07-26 23:17

เรื่อง copy ไปแจก ผมว่าทำLinkให้เพื่อนมาอ่านดีกว่าครับ แต่ถ้าสะดวกที่จะอ่านแบบoff line ก็แล้วแต่ครับ