พอดี ช่วงนี้คุยเรื่องงาน เรื่องการลงทุนกับบริษัทใหม่ๆแล้ว รู้สึกเลยว่า ตัวเราเองนี่ ไม่ค่อยได้คิดอะไรจากมุมกลับบ้างเลยนะ ผมเองก็รู้ตัวว่า หลังจากผมถลำลึกกับงานแล้ว ก็จะมองอะไรไม่พ้นจากกำหนดการทำงานว่า ชิ้นนี้ต้องเสร็จก่อนวันนี้ ชิ้นนี้เราต้องเอาใจใส่ตรงนี้ก่อน ตรงนั้นก่อน.. คิดเพียงแค่ว่างานที่เราทำต้องทำเต็มที่และสำเร็จตามเป้าหมาย... แต่พอมารับรู้ความคิดคนอื่นที่เขาคิดจากมุมนอกแล้ว ก็รู้สึกว่า เรานี่วิสัยทัศน์ค่อนข้างแคบนะ

ผมอาจจะเป็นคนที่ไม่มองคนใน 2 ด้านในทันทีก็ได้ กล่าวคือ ถ้าเป็นคนที่เราไม่มีอคติด้วย เราก็แทบไม่คิดอะไรในแง่ร้ายกับเขาเลย แต่กลับกันหากเป็นคนที่เรามีอคติด้วย ก็อาจจะไม่คิดถึงเรื่องดีๆที่เขาทำให้เลยก็ได้.. นับวันนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองทำงานกับ "เครื่องมือ" มากกว่าทำงานกับ "คน" อาจเพราะงานของผมไม่ต้องสื่อสารอะไรกับลูกค้า ไม่ต้องคุยกับคนอื่นมาก ทำงานให้เสร็จไปตามเวลาเท่านั้น ยิ่งทำงานไป เราก็หาทางพลิกแพลงกลยุทธ์ต่างๆได้น้อยลง เพราะเป็นการทำงานแบบเครื่องจักร คือ ต้องทำงานตามกำหนด ทำงานตามออเดอร์ มีโอกาสให้ใช้สมองเฉพาะในการออกแบบสิ่งพิมพ์ หรือ ออกแบบการทำงานส่วนของตนเองเท่านั้น เหมือนเป็น คนงาน หรือ มือเท้า ไม่ได้เป็นสมองคิดว่าจะขายยังไง น่าลงทุนมั้ย? หรือจะต่อยอดยังไง? สมองในส่วนคำนวณก็ฝ่อลงๆ มีแต่การใช้สมองส่วนสร้างสรรค์ที่ทำงานทุกวัน

ผมเคยสังเกตุว่า คนหลายคนที่มีลำดับการคิดที่ซับซ้อนนั้น มักจะเป็นคนที่รอบคอบ มองการณ์ไกล และคิดถึงผลได้เสียโดยไม่มีอคติกับตัวแปรต่างๆ เหมือนกับว่า ทุกอย่างเป็นการแก้โจทย์ แก้สมการ แต่ในทางตรงข้าม คนที่มีลำดับความคิดง่ายๆ มักจะตัดสินใจอะไรตามแต่ความคิดส่วนตัว โดยไม่ได้คำนึงถึงคำตอบสุดท้ายที่จะออกมาในการกระทำครั้งนั้นๆ

บางคนตัดสินใจอะไรได้ง่าย บางคนก็ตัดสินใจอะไรได้ยาก อันเนื่องมาจากความซับซ้อนในสมองของเขาเช่นกัน ผมเคยอ่านเจอใน ไซโคเมทเลอร์ เอย์จิ ว่า สมองของมนุษย์แต่ละคนมีปริมาณของเซลล์ไม่ต่างกัน แต่คนที่มีความคิดซับซ้อนมักจะมีศูนย์รวมเส้นประสาทที่หนาแน่นกว่าคนที่คิดอะไรง่ายๆ ทำให้คิดอะไรได้ไว ได้หลายมิติกว่าคนที่ไม่ค่อยใช้สมอง...

แต่คนที่คิดอะไรได้ซับซ้อนอาจถูกมองเป็นพวกคิดมาก ขี้กังวลก็ได้ ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ตัวเองไม่ถนัด หรือไม่มั่นใจแล้ว สมองผมจะทำงานไวมาก อย่างเช่นมีคนชวนผมไปเที่ยวกลางคืนเนี่ย บางคนที่เชี่ยวชาญและชอบ ก็คงตัดสินใจไปได้ทันทีเหมือนไปนั่งดูหนังซะงั้น ตัดสินใจง่ายมาก แต่ผมที่ไม่ค่อยเที่ยว เพราะผมไม่ชอบที่เสียงอึกทึก ที่ๆเต็มไปด้วยควันบุหรี่เลยจริงๆ ผมจะอึดอัดมากเวลาที่ต้องอยู่ในที่แบบนั้น เลยต้องหาทางปลีกตัวแทบแย่ คิดหาคำพูด 108 ที่จะไม่ต้องไป ทั้งๆที่ถ้าชวนในแบบที่ผมชอบ ผมแทบจะไม่ต้องคิดเลย

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความซับซ้อนนอกจาก ความฉลาดของแต่ละคนแล้ว ก็มีประสบการณ์ ทัศนคติ ซึ่งบางคนทั้งชีวิตอาจไม่คิดอะไรที่ยากกว่า การเลือกสีรถที่ชอบ มือถือที่ทรงถูกใจเลยก็ได้ แต่บางคนก็คิดมากว่า เอ รถที่จะซื้อมันต้องคุ้มค่านะ เราจะมีคนมาช่วยนั่งรถกี่คนนะ? มือถือรุ่นนี้ทำอะไรได้บ้างนะ? จำเป็นมั้ยที่เราต้องมีมือถือที่ทำได้หลายๆอย่าง ทั้งๆที่วันๆเราแทบไม่คุยมือถือเลย หรือว่าวันนี้จะเขียนBlogอะไรดีนะ? คิดแล้วค่อยเขียนสิ หรือ ช่างมันเถอะ อยากเขียนอะไรก็เขียนดีกว่า จะไปแคร์คนอื่นทำไม? ฉันเข้าใจสิ่งที่ฉํนเขียนก็พอแล้วนี่...

พิมพ์มาตั้งยาว ตกลงผมเป็นคนที่คิดอะไร ซับซ้อน หรือ คิดอะไรง่ายๆกันแน่นะ?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เรื่องนี้มันอยุ่ที่ ตรรกะของแต่ละคนอ่าฮะ

#1 By - LittleMonkey - on 2006-02-08 23:13

..

#2 By chalam (61.91.107.134) on 2006-02-09 00:07

ผมว่าพี่ควรจะหันมามองคนรอบๆ สักนิดนะครับ ว่าเขาทำอะไรกัน แต่ไม่ถึงกับต้องไปเลียนแบบเขา แต่เท่าที่อ่าน blog ของพี่ หลายๆ ครั้ง ก็เห็นว่ามันคงจะเป็นธรรมชาติของพี่แล้วล่ะ งั้นก็อย่าไปฝืนปรับมันเลยพี่ ลุยมันให้สุดโด่งไปเลย ชีวิตเรา ใครจะว่ายังไงช่างมัน (ชีวิตกู) สู้ๆๆๆๆ พี่

#3 By กระบี่แดงในสายหมอก (58.10.215.49) on 2006-02-22 21:56