เรื่องเล่าจากห้องพากย์ 2 : การคัดคนพากย์ในหนัง/การ์ตูนแต่ละเรื่อง
posted on 24 Dec 2005 07:42 by overtime in Anime-Comicเท่าที่ไปตามอ่านบอร์ดของเด็กๆที่ชอบอนิเมอยู่บอร์ดหนึ่ง ก็เห็นถึงเรื่องที่ทำร้ายจิตใจกันพอสมควร นั่นคือ เสียงซ้ำ ,น่าเอาตัวละครที่พวกนี้พากย์มาคุยกันเองเนอะ คงสนุกพิลึก
ผมอ่านเสร็จแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจเลย คือ ตอนนี้มันมีเรื่องที่ทำได้แค่ทำใจอยู่มากมายในวงการการ์ตูนพากย์ไทย แต่สิ่งที่อยากให้ผู้ที่ได้แต่ดูอย่างเดียวมาเข้าใจบ้างก็มีเยอะแยะเลยนะครับ เอาว่า ถ้าอยากแฉเมื่อไหร่จะเขียนถึง
คราวนี้เข้าเนื้อหาตอนที่ 2 ก็แล้วกัน
การคัดคนพากย์ในหนัง/การ์ตูนแต่ละเรื่อง
(บทความที่บรรจุใน BLOG นี้ ขอความกรุณาอย่าทำการคัดลอกข้อความไปเป็นของตนเอง แม้จะไม่มีใครอ่านแต่ทุกบทความ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน หากต้องการเผยแพร่ขอความร่วมมือทำLinkมาที่นี่แทนนะครับ)
ตามหัวข้อก็คือ นักพากย์ไทยนะครับ นักพากย์จากประเทศต้นตำรับแบบญี่ปุ่นผมไม่ทราบกฎเกณฑ์ของเขา เอาเท่าที่ตัวเองรู้ก็แล้วกันครับ เวลานี้ (ช่วงปี 2547 เป็นต้นไป) ชาวอนิเมในบ้านเรา ก็ได้เสพอนิเมใหม่/เก่าปนกัน มาหลายสิบเรื่อง โดยแต่ละเรื่องก็เป็นอนิเมที่ผ่านการคัดมาแล้วระดับหนึ่งว่าเหมาะเป็นอนิเมตลาด ทีนี้พอซื้อมาก็ต้องมาถึงการพากย์ไทย อันเป็นเอกลักษณ์ของการ์ตูนลิขสิทธิ์ในทุกประเทศ ที่ต้องมีการทำ Local-Dubbing คือ พากย์หนังด้วยภาษาหลักที่ใช้ในประเทศนั้น ซึ่งเราเป็นคนไทยก็เลยต้องฟังพากย์ไทยล่ะนะ จะให้พากย์ภาษาปรัสเซียคงฟังไม่ออก
ปัญหาของฉบับพากย์ไทย ที่มีลูกค้าบ่นกันมากเสียเหลือเกินในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ก็คือ "มีแต่คนเดิมๆ พากย์หนัง" อาจเป็นเพราะในเวลานี้ ในส่วนของหนังแผ่นนั้น ค่ายหลักๆที่ขายงานอยู่ก็มี TIGA / AmiGO / DEX / Rose / Cartoon Inter / iBerry ประมาณนี้นั้น 4 ใน 6 ค่ายใช้ทีมพากย์ทีมเดียวกัน ดังนั้นการ์ตูนราวๆ 70% ที่ขายในบ้านเรา เสียงพากย์จะคล้ายกันไปหมด อาจเป็นเพราะว่าทีมที่เป็นที่นิยมทีมนี้ มีเสียงพากย์ที่ครบครัน พากย์ได้ทุกเรื่อง ด้วยความที่รับงานกันมานาน จึงพากย์ได้คล่องตัว ทำงานเร็ว หลายๆค่ายจึงนิยมใช้บริการ เพราะพวกเขาเป็นทีมพากย์อิสระไม่ได้ประจำกับค่ายใดค่ายหนึ่ง... ส่วนค่ายที่เหลือก็หาทีมพากย์อื่นมาให้เสียง ซึ่งอาจเป็นทีมที่พากย์หนังใหญ่ให้กับพวก CVD หรือ แมงป่อง หรือแม้แต่เป็นทีมที่พากย์หนังเถื่อนมาก่อนก็ยังมี และค่ายที่เลือกใช้ทีมประจำอาจมีการหาทีมอื่นมาพากย์ด้วยก็มี ไม่จำเป็นต้องผูกขาดตัวเองนัก
สิ่งที่ตามมาก็คือ การคัดนักพากย์มาให้เสียงตัวละครจากทีม 1 ทีม ซึ่งในอนิเมแต่ละเรื่องก็จะมีตัวประจำไม่เท่ากัน แต่จะประมาณว่า ยังไงก็ต้องมี ตัวเอก ตัวร้าย ตัวประกอบ ใช่มั้ยครับ? แล้วนักพากย์แต่ละท่านที่เลือกมาร่วมทีม ก็สามารถทำได้ทุกบทจริงๆนะ (คนไทยเก่งจัง) ดังนั้นจึงมีจำนวนนักพากย์ไม่เกิน 10 คน ในแต่ละครั้งที่พากย์
การแบ่งตัว จึงมีหลักเกณฑ์ในการแบ่งตามนักพากย์ที่มีดังนี้
1.แบ่งบทตามความเหมาะสมของอายุของน้ำเสียง
เพราะเสียงของนักพากย์แต่ละคนก็มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ก็ดูตามอายุของตัวการ์ตูนด้วย พระเอกอายุประมาณวัยรุ่น ถึง 20 ปลายๆ ก็ต้องให้นักพากย์ที่สามารถทำเสียงให้อยู่ในอายุประมาณนี้ คือ นักพากย์ที่สูงวัยแล้ว อาจจะพากย์ไม่ได้ก็ต้องให้นักพากย์ที่เด็กกว่ารับไป ถูกมั้ยครับ? บางทีพระเอกมันเด็กซะก็ต้องให้นักพากย์หญิงมารับไปแทน ก็แล้วแต่กรณี
2.แบ่งตามความสามารถของนักพากย์
แม้นักพากย์หลายคนในวงการจะสามารถพากย์ได้หลายอายุ หลายบทบาท แต่ก็มีนักพากย์ใหม่ๆอีกเป็นจำนวนมากที่ทำได้แค่พากย์เสียงที่ตัวเองมี ดังนั้น ถ้าคุณได้ยินเสียงคนๆ เดียวพากย์หลายบท ก็เพราะคนๆนั้นมีความสามารถในการจะฉีกเสียงให้เด็กให้สาวให้แก่ได้ ซึ่งถ้าทำได้เขาก็ไม่อยากให้ตัวที่พากย์คุยกันเองหรอกนะ
3.แบ่งตามความเข้ากันของหน้ากับเสียง
เป็นการแบ่งตามSense ของผู้แบ่งที่สามารถจินตนาการเสียงของนักพากย์ที่นึกออกแล้วเหมาะสมกับตัวละครได้ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายกฎเกณฑ์ข้อนี้ได้ว่า ทำได้อย่างไร? เพียงแต่มันเป็นความลงตัวของเสียงกับหน้าตาตัวละครเท่านั้น
4.แบ่งจากงานที่ผ่านๆมา
นักพากย์บางคนอาจเหมาะกับการพากย์ตัวละครที่ไม่ใช่คน แบบเสียงของพวกโปเกม่อน,มาจอริก้า ในแม่มดโดเรมี หรือ บทแบบใดก็แล้วแต่ ว่าคนๆนี้ทำเสียงแบบนี้ได้ และ เหมาะสมแล้ว ซึ่งข้อ 3 กับ 4 จะพ่วงต่อกัน มันเป็น 1 ในเหตุผลในการพิจารณา
แต่แม้จะแบ่งดีแค่ไหน แต่มันอาจเป็นแค่ ดี สำหรับทีมพากย์ และคนแบ่ง คนทำงาน แต่มันอาจจะห่วยสำหรับคนดูก็ได้ใช่มั้ยครับ พี่ๆหูทิพย์ทั้งหลายในเน็ตครับ