เรื่องของเงินกู้ อึ๋ย น่ากลัว
posted on 22 Nov 2005 22:31 by overtime in Just-talk
วันนี้ขอเขียน entry เกี่ยวกับสังคมสักเรื่องนะครับ
เอ้อ..ขอออกตัวว่า ผมไม่ได้อ่านข่าวโดยละเอียดนะครับ เพียงแต่รู้ว่า มีคนเดือดร้อนจากการกู้เงินเลยเขียน หากข้อมูลผิดพลาดช่วยให้ความกรุณาตักเตือนด้วยนะครับ (อย่าด่าเลยนะ ขอร้อง)
เพิ่งได้ทราบข่าวเรื่องของลูกค้าเงินกู้ของ Easy Buy แล้ว ฟังแล้วน่ากลัวมากครับ ดอกเบี้ยเงินกู้ตั้ง 75% แน่ะ อย่างนี้จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่อาจเคลียร์หนี้ได้ (ปัจจุบัน ใครกู้หลัง 1 กรกฎาคม 2548คงไม่โดนเยอะขนาดนี้) ก็รู้ๆกันอยู่ว่าคนที่รายได้ไม่ค่อยดี แต่มีภาระต้องใช้จ่ายเงินมากกว่ารายได้นั้น มีอยู่ทั่วไป ทำให้ต้องไปพึ่งเงินกู้ ไม่ว่าจากธนาคาร หรือ จากบริษัทเอกชน หรือแม้แต่ญาติๆ หรือเพื่อนๆ อัตราการคืนก็แล้วแต่ที่ที่เขาไปกู้มา
ผมเองนั้นแม้เงินเดือนจะไม่มากมาย เงินเดือนไม่ค่อยได้เก็บ เพราะภาระทางการเงินแบบคนทั่วไป(ผ่อนบ้าน,ใช้จ่าย) แต่ก็ไม่เคยพึ่งการกู้เงิน อาจเพราะผมไม่ค่อยสบายใจที่จะเป็นหนี้ใคร และผมเองก็ไม่ค่อยได้ทำความเข้าใจกับกฏ-กติกาของระบบเงินกู้ ซึ่งพอเกิดกรณีของ Easy Buy ผมก็ยิ่งรู้สึกกับบริษัท หรือ ระบบพวกนี้ในแง่ลบมากขึ้นไปอีก เพราะมันเหมือนกับการหากินกับคนเดือดร้อนน่ะครับ แม้ว่าคนที่ไปกู้จะผิดที่ไม่ยอมอ่านกฎกติกาของเขาเอง แต่ผมว่า การทำธุรกิจกับคนที่ไม่ระวังมันไม่แฟร์เลย
อีกอย่างที่ผมไม่อยากกู้เงิน ก็เพราะผมเห็นตัวอย่างของการทวงหนี้ทุกรูปแบบมากับตัวแล้ว ผมรู้สึกว่า เหมือนเราสร้างเวรกรรมโดยเจตนา อย่างน้อยๆพอกู้แล้วคืนไม่ทัน ก็เหมือนมีเวรกรรมชุดแดงเดินไล่ตาม (อ้าว เราชื่อ อหิงสา ป่ะเนี่ย) ต้องเครียดมากกว่าปกติ ทุกวันนี้แค่บิลค่าเน็ตความเร็วสูงมาผมก็เครียดแล้ว โอ้ย ต้องไปจ่ายอีกแล้ว วันที่มีเงินก็จ่ายได้ วันที่ตังใกล้หมดเนี่ยแทบสิ้นใจ บางคนอาจแก้ด้วยการใช้บัตรเครดิต ซึ่งผมว่ามันก็เป็นการกู้เงินมาอีกแบบหนึ่ง ผมเลยยังไม่เคยมีบัตรเครดิตเลย ใช้แต่เงินสดตลอด เงินไม่พอก็ค่อยๆสะสมเอา "อะไรที่อยากได้ก็ขอออมเงินไปซื้อเอา ดีกว่าสร้างหนี้แล้วลำบากใจในภายหน้า" ผมคิดแบบนี้เสมอครับ
ผมคงโง่มากที่ใช้แต่เงินสด แต่ผมสบายใจในความฉลาดน้อยที่ไม่ไปเข้าในวังวนของเงินกู้น่ะครับ เพื่อนๆที่มีความจำเป็นต้องกู้ก็ขอให้อ่านสัญญาด้วยความระมัดระวังนะครับ อย่าให้เกิดเรื่องแบบคนในข่าวเลย
เอ้อ..ขอออกตัวว่า ผมไม่ได้อ่านข่าวโดยละเอียดนะครับ เพียงแต่รู้ว่า มีคนเดือดร้อนจากการกู้เงินเลยเขียน หากข้อมูลผิดพลาดช่วยให้ความกรุณาตักเตือนด้วยนะครับ (อย่าด่าเลยนะ ขอร้อง)
เพิ่งได้ทราบข่าวเรื่องของลูกค้าเงินกู้ของ Easy Buy แล้ว ฟังแล้วน่ากลัวมากครับ ดอกเบี้ยเงินกู้ตั้ง 75% แน่ะ อย่างนี้จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่อาจเคลียร์หนี้ได้ (ปัจจุบัน ใครกู้หลัง 1 กรกฎาคม 2548คงไม่โดนเยอะขนาดนี้) ก็รู้ๆกันอยู่ว่าคนที่รายได้ไม่ค่อยดี แต่มีภาระต้องใช้จ่ายเงินมากกว่ารายได้นั้น มีอยู่ทั่วไป ทำให้ต้องไปพึ่งเงินกู้ ไม่ว่าจากธนาคาร หรือ จากบริษัทเอกชน หรือแม้แต่ญาติๆ หรือเพื่อนๆ อัตราการคืนก็แล้วแต่ที่ที่เขาไปกู้มา
ผมเองนั้นแม้เงินเดือนจะไม่มากมาย เงินเดือนไม่ค่อยได้เก็บ เพราะภาระทางการเงินแบบคนทั่วไป(ผ่อนบ้าน,ใช้จ่าย) แต่ก็ไม่เคยพึ่งการกู้เงิน อาจเพราะผมไม่ค่อยสบายใจที่จะเป็นหนี้ใคร และผมเองก็ไม่ค่อยได้ทำความเข้าใจกับกฏ-กติกาของระบบเงินกู้ ซึ่งพอเกิดกรณีของ Easy Buy ผมก็ยิ่งรู้สึกกับบริษัท หรือ ระบบพวกนี้ในแง่ลบมากขึ้นไปอีก เพราะมันเหมือนกับการหากินกับคนเดือดร้อนน่ะครับ แม้ว่าคนที่ไปกู้จะผิดที่ไม่ยอมอ่านกฎกติกาของเขาเอง แต่ผมว่า การทำธุรกิจกับคนที่ไม่ระวังมันไม่แฟร์เลย
อีกอย่างที่ผมไม่อยากกู้เงิน ก็เพราะผมเห็นตัวอย่างของการทวงหนี้ทุกรูปแบบมากับตัวแล้ว ผมรู้สึกว่า เหมือนเราสร้างเวรกรรมโดยเจตนา อย่างน้อยๆพอกู้แล้วคืนไม่ทัน ก็เหมือนมีเวรกรรมชุดแดงเดินไล่ตาม (อ้าว เราชื่อ อหิงสา ป่ะเนี่ย) ต้องเครียดมากกว่าปกติ ทุกวันนี้แค่บิลค่าเน็ตความเร็วสูงมาผมก็เครียดแล้ว โอ้ย ต้องไปจ่ายอีกแล้ว วันที่มีเงินก็จ่ายได้ วันที่ตังใกล้หมดเนี่ยแทบสิ้นใจ บางคนอาจแก้ด้วยการใช้บัตรเครดิต ซึ่งผมว่ามันก็เป็นการกู้เงินมาอีกแบบหนึ่ง ผมเลยยังไม่เคยมีบัตรเครดิตเลย ใช้แต่เงินสดตลอด เงินไม่พอก็ค่อยๆสะสมเอา "อะไรที่อยากได้ก็ขอออมเงินไปซื้อเอา ดีกว่าสร้างหนี้แล้วลำบากใจในภายหน้า" ผมคิดแบบนี้เสมอครับ
ผมคงโง่มากที่ใช้แต่เงินสด แต่ผมสบายใจในความฉลาดน้อยที่ไม่ไปเข้าในวังวนของเงินกู้น่ะครับ เพื่อนๆที่มีความจำเป็นต้องกู้ก็ขอให้อ่านสัญญาด้วยความระมัดระวังนะครับ อย่าให้เกิดเรื่องแบบคนในข่าวเลย
เราก็ชอบใช้เงินสดเพราะสะดวกดี
ใช้แต่เงินสดก็ไม่ได้โง่อะไรหรอกมันแล้วแต่คนมากกว่า
#1 By *** on 2005-11-22 22:44