เรื่องเล่าจากห้องพากย์ 1 : จะพากย์หนัง 1 ครั้ง ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง?
posted on 13 Nov 2005 16:09 by overtime in Anime-Comicเชื่อว่าชาว Exteen น่าจะมีแฟนการ์ตูน,แฟนละครต่างประเทศอยู่บ้าง แล้วประกอบกับอาชีพผมที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับห้องพากย์ ก็เลยอยากหาเรื่องมาเล่าสู่กันอ่านบ้าง หวังว่าคงจะถูกใจ
การ์ตูนทีวี หรือ การ์ตูนVCD ที่เราเห็นกันทั่วไปแล้ว จริงๆใช้เวลาและขั้นตอนในการทำงานหลายขั้น กว่าจะออกไปฉายหรือออกขายให้คุณเลือกซื้อ เลือกหา ไอ้เรื่องขั้นตอนการสร้างหนังน่ะ เป็นของทางต่างประเทศเขาและคิดว่าหลายๆคน คงรู้อยู่แล้วมั้ง? แต่การทำงานฉบับภาษาไทยเนี่ยสิ ไม่ค่อยมีให้อ่านให้รู้กันที่ไหนเลยนะ สงสัยจะมีคนทำงานด้านนี้น้อย เลยขอถือวิสาสะมาพูดถึงพอฆ่าเวลาคงได้นะครับ
จะพากย์หนัง 1 ครั้ง ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง?
1. สตูดิโอ/ห้องอัดเสียงเป็นสถานที่ที่ขาดไม่ได้เลย เพราะการอัดเสียงพากย์ต้องมีห้องอัด ซึ่งเป็นลักษณะห้องทึบและบุด้วยวัสดุเก็บเสียง เป็นฝาผนังเพื่อการนี้โดยเฉพาะใครเคยไปซ้อมดนตรีก็จะเป็นห้องลักษณะคล้ายๆกันครับ ห้องอัดดีๆ จะมีการแบ่งแยกสัดส่วนชัดเจนระหว่าง "ห้องพากย์" และ "ห้องคอนโทรล" ซึ่งที่ไหนร่ำรวยมากๆ ห้องก็จะใหญ่โตตามไปด้วย ที่ญี่ปุ่นนั้น ห้องพากย์สามารถจุนักพากย์ได้ถึง 30 คนเลยทีเดียว โดยเป็นลักษณะยืนพากย์เสียง แต่ของบ้านเราจะเป็นการนั่งพากย์ครับ เพราะห้องของเราเล็กกว่า แต่ละที่ก็มีสไตล์แตกต่างกันไป ในห้องก็จะมีไมค์ของนักพากย์แต่ละคน และแน่นอนจอหนังใหญ่ๆเพื่อให้นักพากย์ พากย์เสียงได้ตามตัวละครที่แต่ละคนรับบทส่วนห้องคอนโทรลจะเป็นห้องที่ผู้กำกับหนัง , กำกับการพากย์ และ ช่างเสียง ขลุกกันอยู่ในห้อง ในห้องคอนโทรลอาจจะไม่บุด้วยผนังกันเสียง เพราะห้องนี้ไม่จำเป็นต้องเงียบครับ เครื่องไม้เครื่องมือ เช่น เครื่องอัดเสียง 8 Track , 16 Track , คอมพิวเตอร์ ,ลำโพง ,จอภาพก็จะมีอยู่ในห้องนี้ครับ
2.นักพากย์ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน หากไร้ซึ่งนักพากย์ หนัง/การ์ตูนพากย์ไทยคงไม่อาจมีได้ นักพากย์ในไทยนั้นโดยมากจะเป็นนักพากย์ในสังกัดของสถานีโทรทัศน์ หรือไม่ก็เป็นกลุ่มนักพากย์ที่รับแต่งานพากย์ ไม่ทำงานประจำด้านอื่นเลยก็มี ในต่างประเทศ นักพากย์อาจต้องอยู่ในสังกัดหรือบริษัทใดๆไปเลย(แต่ไม่ใช่นักพากย์ของสถานี) ซึ่งก็จะรับงานทั้งทีม หรือ รับงานร่วมกับทีมอื่นได้แล้วแต่ข้อตกลง ส่วนในไทยนั้นจะเป็นลักษณะของการรวมตัวของนักพากย์กันเอง แล้วแบ่งเป็นทีมๆกันไป บางคนก็อยู่ประจำพร้อมๆกันถึง 3 ทีม บางคนก็พากย์ประจำแค่ทีมของตัวเอง อย่างทีมพันธมิตร (แค่ชื่อก็บอกแล้วว่ามาจากหลายที่) ก็เป็นการรวมตัวของนักพากย์ช่อง Free TV บ้าง UBC บ้าง ปะปนกันไป โดยมากทีมจะมีสมาชิกตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป จนถึงเท่าไหร่ก็ตามแต่ทุนทรัพย์ของเจ้าของหนัง ในญี่ปุ่นนั้น นักพากย์ 1 คน จะรับแค่ตัวละคร 1 ตัว ต่อ 1 เรื่อง ซึ่งถ้าเรื่องไหนตัวเยอะๆ นักพากย์ก็มหาศาลตามไปด้วย ส่วนของไทยด้วยข้อจำกัดต่างๆ นักพากย์หลายคนจึงต้องรับหลายตัวตามแต่ฝีมือ หรือ ตามแต่การแบ่งตัวละครครับ
3.ช่างเสียง หากไร้ซึ่งช่างเสียงแล้ว เราคงไม่สามารถบันทึกเสียงพากย์ได้ ซึ่งหากสตูดิโอไหนมีช่างเสียงที่เอาใจใส่กับหนังมากๆ ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบของที่นั่น เพราะช่างเสียงที่เอาใจใส่จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเช่าห้องอัดได้มาก และงานที่ได้ก็จะออกมาดีด้วย หลายสตูดิโอช่างอัดเสียงมักจะเป็นคนเดียวกับ Sound Engineer ที่มีหน้าที่เอาเสียงพากย์มารวมกับเสียงดนตรี + เสียงประกอบอื่นๆ และบันทึกลงม้วนDV หรือ ม้วนBETA TAPE และไปทำงานอัดลงแผ่นต่อไป
4.บทพากย์ นี่ก็สำคัญมากๆเช่นกัน บทพากย์ไม่ดี นักพากย์ก็ลำบาก บทพากย์ไม่ดีหนังดีๆก็กลายเป็นห่วยได้ โดยบทพากย์ก็มักจะเป็นการแปลมาจากบทพากย์ต้นฉบับภาษาอื่น หากไร้ซึ่งนักแปลที่มีคุณภาพ งานที่ออกมาย่อมห่วยเป็นธรรมดา เรียกได้ว่า หากคุณเป็นนักแปลมือใหม่ไม่เคยมีประสบการณ์การแปลบทพากย์เลย แล้วมารับงาน ก็อาจโดนผู้จ้าง+ นักพากย์ตำหนิ และอาจเกิดการเสียงานไปก็ได้...
5.ผู้กำกับ/ผู้ควบคุมการพากย์ เป็นบุคคลที่กำหนดทิศทางของตัวหนัง แม้หนังที่เอามาพากย์จะมีแนวเรื่องชัดเจนอยู่แล้ว แต่หากไม่มีผู้กำกับ การพากย์บางทีอาจเป๋ไปก็ได้ บางทีมงานหัวหน้าทีมอาจเป็นผู้ควบคุมด้วยตัวเองเลยก็มี แต่เท่าที่ได้ยินมาหากมีผู้ควบคุมมาจากเจ้าของหนัง นักพากย์จะสบายใจกว่า เพราะไม่ต้องรับภาระด้านนี้ และ ไม่ต้องคิดมากเวลาพากย์ เพราะมีคนรับหน้าเสื่อแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะมารับหน้าที่นี้ ต้องเป็นคนที่เข้าใจหนังที่จะพากย์เป็นอย่างดี เพราะจะสามารถแนะนำนักพากย์ให้แสดงอารมณ์ในการออกเสียงได้ง่ายกว่าให้นักพากย์คิดเอง และต้องทำตัวเหมือนเครื่องกรองจากบทพากย์ที่อาจมีจุดผิดพลาดให้เป็นบทพากย์ที่ถูกต้องได้ แต่ดูเหมือนว่า บุคคลากรด้านนี้จะมีน้อยที่สุด เพราะบางบริษัทอาจไม่อยากจ้างผู้ควบคุมตรงนี้ ปล่อยนักพากย์โซ้ยตามใจชอบ หรือ บางทีเจ้าของหนังมานั่งกรองเองเลยก็มี จึงเป็นอาชีพที่ไม่แพร่หลายนัก อัตราการแข่งจันจึงไม่มี และหาคนอยากมาทำได้ยากเช่นกัน..
ครั้งนี้ขอเขียนถึงเพียงเท่านี้ครับ เพราะหันไปดูอีกที entry นี้ก็ยาวเหยียดเหลือเกิน ตัวหนังสือเยอะมาก คราวต่อไปจะพยายามลดน้ำ เหลือเนื้อหาให้มีแต่เนื้อๆ นะครับ งวดต่อไปจะพยายามหาภาพมาประกอบการอธิบายนะครับ
edit @ 2006/08/18 17:30:24
)

เราก็อยากเป็นนักพากย์มาตั้งนานแล้วล่ะก็กำลังหาขอมูลอยู่ถ้าใครรู้อะไรเพิ่มติมก็ช่อยส่งมาที่ Bisketchun@thaimail.com ด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
แธงค์นะ
#1 By [i-scream*$aYE*]★ミ on 2005-11-13 16:21